- หน้าแรก
- ทำเนียบยอดหญิงงามแห่งแผ่นดิน
- บทที่ 10.จับคนเดิมมาหลอกใช้ซ้ำๆ
บทที่ 10.จับคนเดิมมาหลอกใช้ซ้ำๆ
บทที่ 10.จับคนเดิมมาหลอกใช้ซ้ำๆ
​เด็กหนุ่มที่ถูกไล่ล่าก็คือซ่งมู่ฉือ คืนนั้นหลังจากสังหารชิวเม่าและเหรินเฉิง เขาก็หนีออกจากเมือง
​แล้วเดินทางมายังตำบลเฮยหม่าตามข้อมูลข่าวกรองของหออิ่นหลาน
​เนื่องจากการสังหารชิวเม่าและเหรินเฉิงทำให้เขาถูกออกหมายจับ จนถูกมือปราบที่ลาดตระเวนพบเข้า ทำให้สองวันมานี้เขาถูกไล่ล่ามาตลอด ต่อมายังมีทหารรักษาการณ์ในละแวกนั้นเข้าร่วมด้วย
​แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ระดับสูงสุดของขอบเขตหลอมกายา แต่ยังไม่บรรลุขอบเขตเจินหยาง ความห่างชั้นระหว่างผู้ที่อยู่ขอบเขตหลอมกายาด้วยกันนั้นไม่ต่างกันมากนัก
​โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารและมือปราบเหล่านั้นล้วนได้รับการถ่ายทอดวิชาการโจมตีประสานจากทางการ การหลบหนีตลอดทางจึงเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต หากไม่มีนิมิตคอยช่วยเหลือ ประกอบกับโอสถสร้างสรรค์วสันตสารทที่คอยมอบพลังปราณโลหิตให้อย่างต่อเนื่อง เขาคงถูกจับตัวไปตั้งหลายครั้งแล้ว
​เมื่อเห็นรถม้าอยู่ไกลๆ เขาก็อดดีใจไม่ได้ การหลบหนีตลอดทางทำให้เขาแทบไม่มีเวลาพักผ่อน พอสลัดทหารกลุ่มหนึ่งหลุด ไม่นานก็จะถูกทหารอีกกลุ่มพบตัวเข้า ตอนนี้ร่างกายเขาแทบจะถึงขีดจำกัดแล้ว
​หากมีรถม้ามาช่วย โอกาสรอดตายก็จะเพิ่มขึ้นถึงสามส่วน
​เขาจึงตั้งใจพุ่งตรงไปที่รถม้าคันนั้น แต่ดูเหมือนรถม้าคันนั้นก็ตั้งใจจะหลบหลีกเช่นกัน
​นั่นก็ไม่ผิดคาด หากเป็นเขาเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังไล่ล่านักโทษ ก็ต้องหลบเหมือนกัน
​เขาวิ่งตัดผ่านไป เมื่อเข้าใกล้รถม้า ก็สังเกตเห็นว่าเด็กสาวท่าทางเย็นชาที่อยู่หน้ารถได้กุมด้ามกระบี่ไว้แล้ว สายตาเย็นเยียบแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต
​เขาชะงักไป เอ๊ะ หรือว่าจะบังเอิญขนาดนี้?
​เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าใกล้รถม้าทันที แล้วตะโกนเสียงดังแทน "น้องเล็ก เจ้ารีบพาคุ้มครองท่านอาหญิงหนีไป ข้าจะคอยระวังหลังให้ ไม่ต้องห่วงข้า!"
​หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมง "???"
​ฮูหยินในรถม้า "..."
​แม้จะเป็นแผนตื้นๆ แต่กลับได้ผลชะงัด
​ทหารและมือปราบที่กำลังหน้ามืดตามมัวไล่ล่าอยู่ ย่อมยากที่จะแยกแยะได้ทันท่วงที ประกอบกับความคุ้นชินกับการใช้อำนาจบาตรใหญ่เป็นทุนเดิม จึงขี้เกียจเสียเวลามาแยกแยะ แล้วตะโกนขึ้นทันที "อย่าปล่อยให้รถม้าคันนั้นหนีไปได้!"
​พูดจบก็แบ่งกำลังคนกว่าครึ่งพุ่งเป้าไปที่รถม้า
​ในหมู่ทหารมีคนขี่ม้าอยู่ด้วย จึงอ้อมไปดักหน้ารถม้าไว้ได้อย่างรวดเร็ว
​เมื่อทหารกลุ่มนั้นเห็นเด็กสาวรูปงามที่อยู่หน้ารถ ก็พากันหายใจหอบถี่ด้วยความหื่นกระหาย สาวงามขนาดนี้ งานนี้กำไรเห็นๆ!
​ทหารคนอื่นๆ ที่กำลังล้อมจับซ่งมู่ฉืออยู่ถึงกับนึกเสียดาย รู้อย่างนี้เมื่อกี้ไปทางรถม้าซะก็ดี
​ในยุคกลียุคเช่นนี้ ยกเว้นกองทหารเพียงหยิบมือที่มีระเบียบวินัยเคร่งครัด ทหารและมือปราบทั่วไปก็ทำตัวไม่ต่างอะไรกับโจรป่า
​พอจับเด็กสาวสวยๆ แบบนี้ได้ ก็จะหาความสำราญกันให้เต็มที่แล้วค่อยจัดการทิ้ง ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นผีก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น
​ยิ่งไปกว่านั้น คนขับรถม้ายังสวยขนาดนี้ คนที่อยู่ในรถม้าคงจะสวยยิ่งกว่าแน่
​เมื่อคิดได้เช่นนั้น พวกเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พากันพุ่งเข้าไปหารถม้า หวังจะชิงลงมือก่อน
​เด็กสาวในชุดทะมัดทะแมงมีสายตาเย็นชา เสียงกระบี่ดังกังวานใส ผู้คนเห็นเพียงแสงเย็นวาบผ่าน ทหารหลายคนก็ล้มลงไปกองกับพื้นจมกองเลือดแล้ว
​"ฮูหยิน พวกนี้เป็นแค่มือปราบกับทหารธรรมดา ไม่ใช่คนของหออิ่นหลาน" หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงกระซิบรายงานคนที่อยู่ในรถม้า
​"ฆ่าทิ้งให้หมด" มีเสียงนุ่มนวลดังออกมาจากรถม้า
​ซ่งมู่ฉือฟังแล้วถึงกับขนลุก น้ำเสียงอ่อนโยนขนาดนั้น แต่กลับเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา
​ทหารเหล่านั้นเพิ่งรู้ตัวว่าคราวนี้เตะตอเข้าให้แล้ว จึงพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
​น่าเสียดายที่หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวว่องไวปานสายฟ้า ในชั่วพริบตาก็มีแต่เงาร่างของนางเต็มไปหมด เพียงพริบตาเดียว ทหารเหล่านั้นก็ล้มลงไปจมกองเลือดกันหมด
​ซ่งมู่ฉือลูบคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ เด็กสาวคนนี้ดูตัวบางๆ ไม่นึกเลยว่าจะดุร้ายขนาดนี้
​ระดับพลังคงไม่ต่ำกว่าขอบเขตอินไห่ขั้นเจ็ดแน่
​เขาพอจะเดาฐานะของทั้งสองคนได้คร่าวๆ แล้ว ฮูหยินในรถม้าน่าจะเป็นเป้าหมายของภารกิจอย่างแน่นอน
​หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงมองมาที่เขาด้วยสีหน้าเย็นชา หยดเลือดร่วงหล่นจากปลายกระบี่ในมือลงสู่พื้น
​ซ่งมู่ฉือส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ "ขอบคุณจอมยุทธ์หญิงที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ บุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ข้าจะจดจำไว้ในใจ แล้วพบกันใหม่"
​พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป เขารู้ดีว่านางมารร้ายตนนี้ต้องระวังตัวสูงแน่ จะแสดงท่าทีว่าอยากเข้าใกล้นางไม่ได้เด็ดขาด
​ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ต้องหยุดชะงัก เพราะมีปลายกระบี่จ่ออยู่ที่คอของเขาแล้ว
​กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งมาจากตัวกระบี่ ซ่งมู่ฉือรู้สึกได้ว่าขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
​เด็กสาวคนนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ เขายังมองไม่เห็นเลยว่านางขยับตัวตอนไหน
​"ฮูหยิน จะจัดการคนผู้นี้อย่างไรดี?" เมื่อได้มองใกล้ๆ หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงก็อดทอดถอนใจไม่ได้ มิน่าล่ะเมื่อครู่เชี่ยนเชี่ยนถึงได้ใช้คำว่าสวยมาบรรยายเขา เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตา...สวยจริงๆ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น งดงามราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
​"เมื่อกี้ข้าบอกให้ฆ่าทิ้งให้หมดไม่ใช่หรือ?" น้ำเสียงจากรถม้าไม่มีความรู้สึกใดๆ เจือปนอยู่เลย
​ซ่งมู่ฉือ "???"
​ทำไมเจ้าถึงไม่ทำตามแบบแผนล่ะ?
​ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมสายลับฝีมือดีหลายคนก่อนหน้านี้ถึงตายกันหมด เป็นนางมารร้ายฆ่าคนไม่กะพริบตาจริงๆ ด้วย
​ใบหน้าของหญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงปรากฏแววเสียดายเล็กน้อย
​แต่นางไม่เคยขัดคำสั่งของฮูหยินเลย "ขอโทษด้วยนะ"
​พูดจบปลายกระบี่ก็แทงออกไป ทว่าวินาทีต่อมากลับพบว่าแทงโดนแต่ความว่างเปล่า
​"เอ๊ะ?" นางพบว่าอีกฝ่ายไปปรากฏตัวอยู่ห่างออกไปสิบจั้ง และกำลังวิ่งหนีสุดชีวิต
​หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงมีสีหน้างุนงง นางไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหายตัวไปได้อย่างไร
​นางแตะปลายเท้าลงพื้น พุ่งตัวทะยานไล่ตามอีกฝ่ายไป
​คนรอบข้างมักคิดว่าวิชาที่นางเก่งกาจที่สุดคือเพลงกระบี่ ซึ่งนางไม่เคยพ่ายแพ้ใครในระดับเดียวกัน
​แต่มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่า วิชาตัวเบาของนางล้ำเลิศยิ่งกว่าเพลงกระบี่เสียอีก
​แต่วันนี้นางกลับพบว่าหลายครั้งที่กำลังจะตามทัน อีกฝ่ายก็มักจะหายตัวไปปรากฏอยู่ที่ระยะสิบจั้ง ราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา
​ซ่งมู่ฉือเองก็แอบโอดครวญ นิมิต·สัญจร ต้องใช้พลังจิตใจ เขาเริ่มรู้สึกปวดแปลบที่ขมับแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานคงถูกตามทันแน่
​ตอนนี้ความหวังเดียวของเขาก็คือคนคนนั้น กะเวลาดูแล้ว นางน่าจะใกล้ตามมาทันแล้วล่ะมั้ง
​ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังเร่งรีบมาจากที่ไกลๆ มองเห็นเด็กสาวในชุดกระโปรงสีแดงที่มีใบหน้าโกรธเกรี้ยวแต่ไกล
​พอเห็นอีกฝ่าย ซ่งมู่ฉือก็รีบอ้าแขนทำท่าจะเข้าไปต้อนรับ "หงหลวน ในที่สุดเจ้าก็มา!"
​เขารู้ดีว่าบุคคลอย่างซางเสวียนจิ้ง ลำพังแค่ของกำนัลแสดงความภักดีชิ้นเดียวย่อมไม่มีทางทำให้นางเชื่อใจได้ ดังนั้นหยวนหงหลวนจึงเป็นหมากรุกชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้
​เฮ้อ จับนางมาหลอกใช้ซ้ำๆ แบบนี้ นางจะไม่หัวล้านเอาหรือ
​ก่อนหน้านี้หยวนหงหลวนถูกซ่งมู่ฉือตลบหลังที่หอเวินเซียง และยังถูกทางการเมืองหูหลิงออกหมายจับด้วย จนทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะเหาะเหินเดินอากาศ
​ช่วงนี้นางเอาแต่ตามหาตัวการของเรื่องนี้ ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอตัวง่ายๆ แบบนี้ นางจึงหัวเราะด้วยความโกรธ "ในที่สุดก็หาตัวเจ้าพบแล้ว!"
​เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงที่ตามมาก็ขมวดคิ้ว คนรัก หรือว่าเพื่อน?
​ดูออกว่าทั้งสองคนรู้จักกัน แต่นี่ถือเป็นโอกาสดี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กหนุ่มหน้าสวยชะงักไปครู่หนึ่ง
​ดังนั้นนางจึงแทงกระบี่ออกไป หมายจะเอาชีวิตเด็กหนุ่มหน้าสวยคนนั้นให้ได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือเข้ามาสอด เพื่อทำตามคำสั่งของฮูหยิน
​หยวนหงหลวนหน้าเปลี่ยนสี แม้จะโกรธที่ซ่งมู่ฉือหลอกนางก่อนหน้านี้ แต่นางก็ลงทุนกับเขาไปตั้งเยอะแล้ว หากเขามาตายตอนนี้ นางก็ขาดทุนย่อยยับสิ?
​ดังนั้นนางจึงลงมืออย่างไม่ลังเล
​แส้ยาวในมือตวัดออกไป ฟาดเข้าใส่ตัวกระบี่ของหญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงอย่างแม่นยำจากระยะห่างหลายสิบจั้ง
​หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงหน้าเปลี่ยนสี นางรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ง่ามมือจากการปะทะเมื่อครู่ จนแทบจะจับกระบี่ในมือไว้ไม่อยู่
​แต่บนใบหน้าของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางแทงกระบี่เข้าใส่ซ่งมู่ฉืออีกครั้ง คำสั่งของฮูหยินต้องสำเร็จ!
​ช่างเป็นกระบี่ที่รวดเร็วเสียนี่กระไร!
​ซ่งมู่ฉือเดิมทีสามารถใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาเพื่อหลบหลีกได้ แต่เขากลับยืนนิ่งไม่ขยับ
​ผู้ชายบางครั้งก็ต้องรู้จักกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากปกป้องของผู้หญิงบ้าง
​เป็นไปตามคาด เสียงแค่นจมูกเบาๆ ดังขึ้น "กล้ามาฆ่าคนของข้าต่อหน้าข้าเชียวหรือ?"
​แส้ยาวเส้นหนึ่งพันรอบเอวของเขา แล้วดึงเขากลับขึ้นไปบนหลังม้าอย่างแรง
​ซ่งมู่ฉือเสียการทรงตัวหงายหลังลงมา จึงเผลอกอดไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ สัมผัสได้เพียงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมกรุ่นในอ้อมกอด
​"กอดตรงไหนน่ะ!" หยวนหงหลวนก็ตกใจไม่แพ้กัน เจ้านี่อยู่ในความเป็นความตายแท้ๆ ยังจะคิดลวนลามนางอีกหรือ?
​หากเขาไม่ใช่คู่หมั้นของก้อนน้ำแข็ง หากไม่ใช่เพราะอยู่ด้วยกันมานานป่านนี้ เขาคงตายไปแปดตลบแล้ว
​ซ่งมู่ฉือรีบคลายอ้อมกอด ทำหน้าสำนึกผิด "ขอโทษที ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ข้าไม่เคยคิดจะลวนลามผู้หญิงเลยนะ มีแต่ผู้หญิงนั่นแหละที่มาลวนลามข้า"
​แต่ก็ต้องยอมรับว่า หยวนหงหลวนมีหน้าอกหน้าใจใหญ่โตขนาดนี้ แต่เอวกลับคอดกิ่วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?