เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 113 บงกชน้ำพุปรโลก หยาดวัชระ

บทที่ 113 บงกชน้ำพุปรโลก หยาดวัชระ

บทที่ 113 บงกชน้ำพุปรโลก หยาดวัชระ


บทที่ 113 บงกชน้ำพุปรโลก หยาดวัชระ

นางอยากจะรอดูนักว่าหวังอี้จะลงเอยเช่นไร

สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ยอมผลาญอายุขัยเพื่อฝืนทะลวงขีดจำกัดพรสวรรค์ผู้นี้ นางยังจำได้แม่นยำนัก ในสายตาของนาง เขาคือคนประเภทที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่งโดยไม่สนสิ่งใด

คนประเภทนี้ลงมือทำอะไรมักจะไม่เลือกวิธีการ ความน่าเชื่อถือต่ำ ทั้งยังไม่มีญาติมิตรคอยเหนี่ยวรั้ง จึงมักจะเดินไปสู่เส้นทางสุดโต่งได้ง่าย

การหลอกลวงถังถังผู้เป็นดั่งถุงเงินถุงทอง ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวสำหรับเขา

หวังอี้ที่อยู่ด้านข้างเห็นถานไถฉานเงียบไปพร้อมกับสีหน้าที่ดูพิลึกพิลั่น เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปคาดเดาความคิดของนาง

ยามนี้เขายังคงกังวลอยู่ว่า อีกฝ่ายจะเล่นตุกติกฮุบข้อตกลงของเขาไปเปล่าๆ หรือไม่

ในขณะเดียวกัน

ณ ใจกลางยอดเขาทั้งเก้าแห่งนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน บริเวณด้านหลังตำหนักมารโลหิต

อวี๋ถังถังเพิ่งจะลื่นไถลลงมาจากปีกของนกกระจอกมังกรสามสี ท่าทางลับๆ ล่อๆ เขย่งปลายเท้าเดินย่องไปบนพื้นกระเบื้องเคลือบหยกโลหิตอันเงางาม

ทุกครั้งที่เดินผ่านตำหนักแต่ละหลัง หน้าอกเล็กๆ ของนางก็จะกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่ากำลังสูดหายใจลึกๆ เพื่อผ่อนคลายความตื่นเต้น หารู้ไม่ว่าท่าทางเหล่านี้ตกอยู่ในสายตาผู้อื่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

สัมผัสเทวะหลายสายสอดประสานกันกลางอากาศ ส่งผ่านข้อความหากันไปมา ดูผิวเผินเหมือนกำลังกระซิบกระซาบ ทว่าแท้จริงแล้วกลับกำลังนินทาอวี๋ถังถังกันอย่างเปิดเผย เพียงแต่ยัยหนูไม่ได้ยินก็เท่านั้น

“ท่านบรรพชนน้อยผู้นี้กำลังเล่นซนอะไรอีกล่ะเนี่ย ทำไมไฉ่เชวี่ยถึงไม่ไปเล่นซ่อนหาด้วยกันล่ะ”

“ข้าจะลองไปถามดู”

“ไม่ต้องหรอก ดูจากทิศทางที่นางไปแล้ว ก็คลังสมบัติของเฒ่าเจียวนั่นแหละ”

“ฮี่ๆ เดี๋ยวข้าไปคลายค่ายกลอาคมแง้มช่องว่างไว้ให้นางสักหน่อยดีกว่า”

“ขวานโลหิต หากถูกไต่สวนขึ้นมา เจ้าก็รับผิดชอบเอาเองนะ”

“กลัวอะไรกัน คลังสมบัติของเฒ่าเจียวก็มีไว้เพื่อลูกสาวนางอยู่แล้วนี่นา นี่ก็ตั้งหลายครั้งแล้ว อย่าบอกนะว่าพวกเจ้าไม่เคยเข้าไปด้อมๆ มองๆ”

“หึหึ... ก็แค่สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำๆ จะมีอะไรน่าสนใจ ไปเถอะๆ รีบไปได้แล้ว...”

อวี๋ถังถังผู้มีท่าทีลับๆ ล่อๆ ยังไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมทั้งหมดของตนกำลังถูกจับตามอง แถมยังเป็นการถ่ายทอดสดให้ดูถ้วนทั่วกันเสียด้วย

นางกลับคิดไปเองว่าตนนั้นปราดเปรียวว่องไว เหมาะจะเป็นยอดฝีมือผู้ทำการใหญ่ ครั้นทำท่าต่อสู้กับอากาศธาตุอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็มาถึงคลังสมบัติของบิดาตนเอง

มังกรคลื่นเนตรโลหิตในฐานะสัตว์อสูรระดับวิญญาณแรกกำเนิดผู้พิทักษ์นิกาย ย่อมมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเจ้าตำหนักมารโลหิต หรือก็คือประมุขแห่งนิกายโลหิตวิญญาณผกผันในทุกยุคทุกสมัย

ถ้ำบำเพ็ญเพียรของมันนั้นตั้งอยู่ในสระโลหิตลึกเก้าพันฉื่อ*

ทว่าคลังสมบัติกลับถูกซ่อนไว้ในสระบัวหน้าตำหนักแห่งหนึ่ง ภายนอกดูเหมือนสระบัวธรรมดาสามัญ ไม่มีกลิ่นอายวิเศษใดๆ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนมิติอันกว้างใหญ่ไว้ภายใน ยากที่ใครจะมองทะลุปรุโปร่งได้

อวี๋ถังถังมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น นางก็พุ่งตัว กระโดดแหวกอากาศอย่างงดงาม แล้วพุ่งหลาวลงไปในสระบัวราวกับปลา ร่างของนางจมดิ่งลงไปโดยไม่มีน้ำกระเซ็นแม้แต่น้อย ก่อนจะหายวับไป

ครู่ต่อมา

ภายในถ้ำที่สว่างไสวไปด้วยแสงรัศมีเจ็ดสี อวี๋ถังถังยืนเท้าเอวด้วยความภาคภูมิใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มลงมือค้นหา

“ทรัพยากรสร้างรากฐาน ทรัพยากรสร้างรากฐานสายกายา... ขอลองหาดูก่อนนะ”

“เอาล่ะ เลือกพวกเจ้าก็แล้วกัน!”

............

............

“มาแล้ว!”

ย่านเทพอสูร ณ สวนสมุนไพรถานไถ

ถานไถฉานที่กำลังรอดูงิ้วฉากเด็ดพลันลุกพรวดขึ้นยืน เมื่อเห็นหวังอี้ยังคงนั่งจิบชาอย่างใจเย็น นางก็รีบเอ่ยเร่งเร้าทันที

“รีบลุกขึ้นเร็ว ผู้อาวุโสไฉ่เชวี่ยมาแล้ว”

หวังอี้ถอนหายใจอย่างจนใจ อันที่จริงในใจเขาก็แอบประหม่าอยู่บ้างเหมือนกัน

“ผู้อาวุโสถานไถ รบกวนหลบไปก่อนขอรับ”

“เจ้า!”

“หึ!”

เสียงปิดประตูดังปังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของอวี๋ถังถังที่ลอยแว่วมาแต่ไกล

“หวังอี้ หวังอี้! ข้ากลับมาแล้ว”

บนฟากฟ้า ร่างของนกกระจอกมังกรสามสีปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่อวี๋ถังถังจะร่อนลงมาอย่างนิ่มนวลตรงขั้นบันไดของทางเดินลมโกรกพอดี

ในมือทั้งสองข้างถือทรัพยากรสร้างรากฐานเอาไว้ข้างละชิ้น

ชิ้นแรกมีสีม่วงเข้ม รูปร่างคล้ายดอกบัว แผ่กลิ่นหอมเยียบเย็นโดดเดี่ยว แฝงด้วยกลิ่นอายหยินอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนอีกชิ้นเป็นขวดแก้วใส ภายในบรรจุของเหลวสีทองที่ส่องประกายระยิบระยับผ่านตัวขวดออกมา แสงสีทองเจิดจ้าจับตา พร้อมกับมีเสียงสวดมนต์แว่วมาเป็นระยะ ช่างวิเศษพิสดารยิ่งนัก

“บงกชน้ำพุปรโลกกับหยาดวัชระ ตรงตามความต้องการของเจ้าทุกอย่าง”

หวังอี้รับมาพิจารณาดู ในใจก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

แม้บงกชน้ำพุปรโลกจะไม่ใช่ทรัพยากรสร้างรากฐานระดับสูงสุดเทียบเท่ากับไอมืดเหมันต์สวรรค์ที่สามารถช่วยให้แม้แต่คนที่มีรากวิญญาณขยะก็สามารถสร้างรากฐานได้ แต่มันก็นับว่าเป็นของล้ำค่าระดับสูงที่หาดูได้ยากยิ่ง

สำหรับหวังอี้ที่มีรากวิญญาณหยินและน้ำแข็งระดับรากวิญญาณคละ การใช้สิ่งนี้เพื่อสร้างรากฐานก็นับว่าเพียงพอแล้ว

ส่วนหยาดวัชระนั้น ถือเป็นของวิเศษแห่งวิถีพุทธ ในยุคโบราณกาลอันเนิ่นนาน ฟ้าดินแห่งนี้เคยมีนิกายพุทธดำรงอยู่ ทว่าบัดนี้ได้สูญสิ้นไปแล้ว

ในยุคนั้นมีสมุนไพรวิญญาณมากมายที่ได้รับอิทธิพลจากวิถีพุทธจนเกิดการกลายพันธุ์

หนึ่งในนั้นคือต้นไม้ที่เรียกว่า 'ต้นโพธิ์วัชระ' หยาดน้ำเลี้ยงที่ไหลซึมออกมาจากลำต้นของมันถูกเรียกว่า <หยาดวัชระ> ซึ่งมีสรรพคุณมหัศจรรย์ต่อการบำเพ็ญเพียรสายกายา อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ในวิถีเซน

ต้นไม้ชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่ยิ่งได้ซึมซับเสียงสวดมนต์นานเท่าใด ระดับขั้นของมันก็จะยิ่งสูงขึ้น ทว่าในปัจจุบันกลับแทบจะสูญพันธุ์ไปจากทั้งดินแดนฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมแล้ว

หยาดวัชระที่อวี๋ถังถังนำมา น่าจะได้มาจากซากโบราณสถานหรือมิติเร้นลับสักแห่ง ซึ่งยากจะหามาทดแทนได้ การใช้สิ่งนี้เพื่อทะลวงระดับสร้างรากฐานสายกายานั้นย่อมเหมาะสมคู่ควรอย่างยิ่ง เผลอๆ อาจจะมีคุณค่าเหนือกว่าบงกชน้ำพุปรโลกเสียด้วยซ้ำ

“เป็นยังไงล่ะ ท่านพี่ถังถังของเจ้าพูดคำไหนคำนั้น!”

ยัยหนูตัวเปี๊ยกทำหน้าภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด หวังอี้จึงเอ่ยขอบคุณด้วยความจริงใจ “ขอบคุณมากขอรับ”

เมื่อเป็นเช่นนี้ หวังอี้ก็ไม่ต้องลังเลอีกต่อไป เขาล้วงมือคลำหาอยู่นานกว่าจะหยิบถุงเก็บของที่บรรจุแก่นในมังกรเจียวออกมาได้

เมื่อส่งของชิ้นนี้ให้กับอวี๋ถังถัง ข้อตกลงในครั้งนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

“เคล็ดวิชาผนึกโอสถของเจ้านี่ร้ายกาจจริงๆ เก็บซ่อนกลิ่นอายได้มิดชิดไม่มีหลุดรอดออกมาเลย”

“ก็พอใช้ได้ขอรับ”

เมื่ออวี๋ถังถังขูดผนึกขี้ผึ้งออก กลิ่นอายของแก่นในมังกรเจียวระดับสามก็พลันตลบอบอวลขึ้นมาทันที ในฐานะผู้สืบสายเลือดมังกรเจียวเช่นเดียวกัน หากนางใช้สิ่งนี้เพื่อทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำ สายเลือดของนางย่อมต้องบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ในอนาคตอาจมีวาสนาได้กลายร่างเป็นมังกรแท้จริงก็เป็นได้

การใช้มุกมังกรเจียวมาปูพื้นฐานการบำเพ็ญเพียรนั้นถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาล อวี๋ถังถังย่อมพึงพอใจอย่างที่สุด นางตบไหล่หวังอี้เบาๆ

“วันหน้าหากมีของดีอะไรก็มาหาท่านพี่ถังถังได้เลย รับรองว่าไม่เอาเปรียบเจ้าแน่นอน”

“จริงสิ ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่ามีเรื่องให้เสี่ยวฉานช่วยสองเรื่องสินะ”

“ใช่ขอรับ”

“ฉานเอ๋อร์ ฉานเอ๋อร์!” อวี๋ถังถังตะโกนเรียกเสียงดังลั่น ถานไถฉานที่เพิ่งจะเดินเข้าไปด้านในก็ต้องรีบจ้ำอ้าวออกมาอย่างเสียไม่ได้ ไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามของผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานเลยแม้แต่น้อย

“หวังอี้มีเรื่องให้เจ้าช่วยสองเรื่อง เจ้าต้องทำตามที่เขาสั่งนะ ข้าไปล่ะ ว่างๆ จะมาหาใหม่”

“เจ้าค่ะ”

อวี๋ถังถังมาไวไปไว เห็นได้ชัดว่ากำลังรีบกลับไปหาวิธีใช้แก่นในมังกรเจียวเม็ดนี้ ส่วนถานไถฉานนั้นสีหน้าของนางดูซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

นางนิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เจ้ามีข้อเรียกร้องอะไรก็ว่ามาเถอะ”

หวังอี้อยากจะพูดหยอกล้อสักประโยคสองประโยค แต่พอนึกถึง ‘น้องชาย’ ที่ยังคงไร้ประโยชน์ของตนเองแล้ว เขาก็ได้แต่เก็บคำพูดนั้นไว้ในใจ แล้วเข้าเรื่องสำคัญทันที

“เรื่องแรก ข้าอยากให้ท่านเสนอชื่อข้าเพื่อเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายใน”

“เรื่องที่สอง ส่งข้าไปทำภารกิจจับทาสวิญญาณ”

คิ้วเรียวของถานไถฉานขมวดมุ่นแทบจะชนกัน

“เรื่องเสนอชื่อน่ะไม่มีปัญหา การช่วยให้เจ้าเลื่อนเป็นศิษย์สายในไม่ใช่เรื่องยาก ศิษย์ร่วมสำนักหลายคนพร้อมจะไว้หน้าข้าอยู่แล้ว”

“แต่เรื่องภารกิจจับทาสวิญญาณนั้นต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทาสวิญญาณ ซึ่งเป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของศิษย์สายตรง ข้าก้าวก่ายไม่ได้”

หวังอี้ส่ายหน้า

“ท่านก้าวก่ายได้”

“เหตุผลล่ะ?”

“ผู้ดูแลทั้งสามของเขตเรือนหินบนยอดเขาโลหิตเยือกแข็ง ต่างก็ขึ้นตรงต่อศิษย์สายตรงซู เว่ยจง และเหยียนหลิง ซึ่งสองในสามคนนั้นถูกปลดจากตำแหน่งศิษย์สายตรงไปแล้ว ยามนี้จึงเหลือเพียงผู้ดูแลหลิ่วที่เป็นคนของเหยียนหลิงเพียงคนเดียวที่ยังมีอำนาจอยู่”

“เวลานี้ ศิษย์สายตรงเหยียนกำลังลงมือแย่งชิงสิทธิ์สืบทอดระดับวิญญาณแรกกำเนิด ท่านเพียงแค่ใช้เส้นสายในฐานะนักหลอมโอสถคอยสนับสนุนนางสักหน่อย การจะฝากฝังข้าเข้าหน่วยจับทาสวิญญาณก็เป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ”

---

*ฉื่อ (尺) คือหน่วยวัดความยาวของจีน โดย 1 ฉื่อเทียบเท่ากับประมาณ 1 ฟุต หรือ 33.3 เซนติเมตร

จบบทที่ บทที่ 113 บงกชน้ำพุปรโลก หยาดวัชระ

คัดลอกลิงก์แล้ว