เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 ทะลวงระดับต่อเนื่อง

บทที่ 66 ทะลวงระดับต่อเนื่อง

บทที่ 66 ทะลวงระดับต่อเนื่อง


บทที่ 66 ทะลวงระดับต่อเนื่อง

บรรยากาศกลับมาสงบลงอีกครั้ง

กู่เจิ้งซุ่นเอ่ยเสียงอู้อี้ "เรื่องโบราณสถานวังบาดาลไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว ตอนนี้ภูเขากระดูกดำทั้งสามยอดเหลือพวกเราแค่สี่คน สู้กลับไปสักรอบ แล้วค่อยส่งคนมาเพิ่มดีกว่า"

"ไม่ได้" หลิ่วจินเซียนลูบคลำกู่ผึ้งในมือเล่น พลางเอ่ยเสียงต่ำ "กำหนดการลาดตระเวนห้าปี จะละเลยแม้แต่วันเดียวก็ไม่ได้"

พูดน่ะพูดแบบนั้น แต่คนอ่านขาดย่อมดูออกว่า ที่นางรั้งอยู่ก็เพื่อสกัดกลั่นกู่ผึ้งตัวนี้ให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ ก็แน่ล่ะ ขนาดนางพญาผึ้งพิษระดับสองยังถูกนางงัดไม้ตายก้นหีบออกมาสยบได้เลย

ต้นทุนที่จมลงไปมันมหาศาลเกินไป จำเป็นต้องใช้ผึ้งพิษเน่าเปื่อยของภูเขากระดูกดำมาสกัดกลั่นขั้นต่อไปถึงจะมีโอกาสสำเร็จ นางไม่มีทางยอมจากไปแน่

เมื่อซือถูหงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย

"ข้าเห็นด้วย"

เขาไม่เพียงแต่ใช้ประโยชน์จากดอกเสวียนจิงได้เท่านั้น แต่ยังได้รับผลประโยชน์จากการเลี้ยงผีในป่าไม้กระดูกดำอีกด้วย เทียบกับกลับนิกายแล้ว ได้กำไรมากกว่าเห็นๆ อยู่ครบห้าปีมีแต่กำไรล้วนๆ

มีเพียงกู่เจิ้งซุ่นเท่านั้น ที่เป้าหมายในการมาที่นี่ก็เพื่อโบราณสถานวังบาดาล หวังจะได้พบวาสนาครั้งใหญ่ แต่ทุกอย่างกลับสูญเปล่า ตอนนี้เขาหมดอาลัยตายอยาก ร้อนใจอยากจะกลับเต็มทน

บวกกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย และความหวาดระแวงที่ดันไปล่วงเกินคนทั้งสามพร้อมกัน ทำให้กู่เจิ้งซุ่นกลัวจนหัวหดแล้ว!

ตอนแรกก็หักหลังหวังอี้ พอร่วมมือกับซือถูหงก็ดันไม่ยอมจัดการหลิ่วจินเซียน กลายเป็นว่าผิดใจมันทั้งสามฝ่ายไปเลย

ใครหน้าไหนก็ไม่อยากจะมองหน้าเขาทั้งนั้น

ตอนนั้นเองหวังอี้ก็เอ่ยขึ้นมา "ข้าก็เห็นด้วยกับแผนการของศิษย์พี่หลิ่วขอรับ"

จุดประสงค์แรกสุดที่เขามาภูเขากระดูกดำก็เพื่อลี้ภัย

ตอนนี้กอบโกยมากระเป๋าตุงแล้ว จำเป็นต้องใช้เวลาย่อยสลาย จึงไม่อยากรีบกลับเร็วเกินไป ทรัพยากรในมือเก็บไว้มันก็ไม่หนีไปไหนหรอก รอให้ตบะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นก่อนเถอะ

พอกลับไปแล้ว จะได้วางแผนเรื่องทรัพยากรสำหรับสร้างรากฐานได้เลย

ถือโอกาสไปสืบหาวิชาลับวิถีมารที่สามารถชดเชยพรสวรรค์แต่กำเนิดได้ด้วย นี่สิถึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

มติสามต่อหนึ่ง จึงตกลงกันว่าจะปักหลักเฝ้าภูเขากระดูกดำต่อไป

หลังจากนั้น

กู่เจิ้งซุ่นหลบเข้าไปในค่ายกล ไม่มีทีท่าว่าจะโผล่หัวออกมาอีก ส่วนหลิ่วจินเซียนก็เริ่มออกวิ่งเต้นไปทั่ว เพื่อค้นหาถ้ำตามธรรมชาติและตามรอยฝูงผึ้งพิษเน่าเปื่อย

ซือถูหงเก็บตัวเงียบอยู่ในป่าไม้กระดูกดำ เลี้ยงทาสผีหยินของตัวเองอย่างสบายใจ

ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทุกอย่างกลับสงบสุขลงอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องขับไล่สัตว์อสูรกระดูกระดับสร้างรากฐานตัวนั้นอีกเลย หวังอี้ยินดีนักที่เป็นเช่นนี้ เขาเองก็ต้องการเวลาพอดี

ด้วยเหตุนี้ ภูเขากระดูกดำจึงสงบสุขอย่างแท้จริง

............

............

พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี

นับเป็นช่วงปลายเดือนห้าในปีที่ห้าของชีวิตศิษย์สายนอกของหวังอี้ และเป็นเวลาสองปีครึ่งแล้วที่มาเยือนภูเขากระดูกดำ

ลองนับวันเวลาดู เขาก็อายุครบยี่สิบสองปีบริบูรณ์แล้ว

ช่วงเวลานี้เขากลืนโอสถโลหิตเยือกแข็งระดับสมบูรณ์เม็ดที่สามลงไปแล้ว อีกทั้งยังสกัดกลั่นไปได้เกือบสองในสาม พลังวิญญาณในร่างอัดแน่นจนถึงขีดสุด

พลังวิญญาณครบ 999 สายพอดิบพอดี แต่ละสายเทียบเท่ากับพลังวิญญาณสิบเส้น

"การทะลวงระดับ จะต้องเป็นวันนี้แหละ!"

เขาโคจรวิชาอย่างกระตือรือร้น ชักนำพลังวิญญาณให้ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณ ทะลวงไปทั่วแขนขาและสรรพางค์กาย แม้แต่แขนซ้ายซึ่งเป็นของนอกกายที่เพิ่งต่อติดเข้าไป ก็ยังถูกผนวกรวมเข้าไปในเส้นทางการโคจรของวิชาด้วย

แขนศพนั้นเหน็บหนาว ซ้ำยังแฝงไปด้วยไอความตาย

มันถูกโอสถโลหิตหยินที่เขาควบแน่นอย่างต่อเนื่องควบคุมไว้ในแขนซ้าย รักษาสมดุลอันละเอียดอ่อนเอาไว้

การโคจรพลังวิญญาณเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ร่างของหวังอี้สั่นสะท้าน

พลังวิญญาณอันบ้าคลั่งจากภายนอกหลอมรวมเข้าสู่ทะเลปราณตันเถียนอย่างว่าง่าย ในที่สุดพลังวิญญาณสายที่หนึ่งพันก็ถูกบ่มเพาะออกมาสำเร็จ

กลิ่นอายพลังพุ่งพรวดขึ้นทันที ผลประโยชน์จากการทะลวงระดับ ทำให้ทั้งร่างกาย เส้นลมปราณ สัมผัสเทวะ... และสิ่งลี้ลับในร่างกายมนุษย์อีกมากมายได้รับการยกระดับขึ้นในระดับหนึ่ง

"ระดับหลอมปราณขั้นที่หก!"

เขาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะโคจรวิชาต่อไปเพื่อรักษาระดับพลังให้เสถียร

สิบวันให้หลัง

ภายในห้องลับของถ้ำบำเพ็ญเพียรชั่วคราว สถานที่แห่งนี้ถูกหวังอี้ปิดผนึกอย่างมิดชิดด้วยค่ายกลโลหิตหมอกเร้นวิญญาณ ใจกลางห้องลับคือสระหินสี่เหลี่ยม

น้ำพุภูเขาที่แฝงไอวิญญาณเจือจางถูกเติมจนเต็มครึ่งสระ

หวังอี้ถอดเสื้อผ้าและกางเกงออก หย่อนร่างเปลือยเปล่าลงแช่ในน้ำพุ จากนั้นถุงเก็บของสามใบก็ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ ปากถุงเปิดกว้าง

ดอกเสวียนจิงจำนวนนับไม่ถ้วนเททะลักออกมา หวังอี้ใช้วิธี 'ชำระยาสกัดกลั่น' ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาหลอมโอสถ รีดเร้นคุณค่าของดอกเสวียนจิงเหล่านี้ออกมาจนหยดสุดท้าย

หยาดผลึกสีชมพูอมแดงหยดลงสู่สระน้ำ

การกระทำนี้เดิมทีควรจะทำให้เจือจางลง แต่กลับกลายเป็นว่าหยาดผลึกที่เทลงไปมีปริมาณมากกว่าน้ำเสียอีก ทำให้ความเข้มข้นทะลุปรอทเหนือกว่าดอกเสวียนจิงดอกเดียวไปไกลลิบ

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้วิธีนี้ดูดซับ ยังช่วยบรรเทาปัญหารากวิญญาณขยะสกัดกลั่นไม่ได้เรื่องไปได้ส่วนหนึ่ง ต่อให้ถูกขับออกจากร่างกาย มันก็ยังคงอยู่ในสระน้ำดอกเสวียนจิงต่อไปได้อีกนาน

ขอเพียงสามารถดูดซับเป็นครั้งที่สองได้ แค่ใช้ประโยชน์ได้สักหนึ่งในสิบส่วน ก็คุ้มค่ากว่าการกลืนกินเข้าไปโต้งๆ ตั้งไม่รู้กี่เท่า!

ดอกไม้ที่เขาสะสมไว้มันเยอะเกินไป ใช้ยังไงก็ไม่มีทางหมด

พูดกันตามตรง นี่นับเป็นครั้งแรกที่หวังอี้ไม่ได้ใช้ [ช่องจัดวาง] ในการทะลวงระดับ ถึงจะบอกว่าต้องพึ่งพาสิ่งของภายนอกก็เถอะ แต่มันก็ถือเป็นพัฒนาการก้าวหนึ่งไม่ใช่หรือไง

เมื่อเคล็ดโลหิตเยือกแข็งระดับสมบูรณ์ถูกโคจร

ฤทธิ์ยาจำนวนมหาศาลถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกาย ชำระล้างและหลอมรวมระดับพลังวิญญาณของหวังอี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความแตกฉานในวิชาขั้นสูง เขาจึงสูดกลืนเข้าไปในรวดเดียวได้มาก ทั้งยังควบคุมได้อย่างแยบคาย

ติดตรงที่รากวิญญาณมันขยะเกินไป สกัดกลั่นได้ช้าเป็นเต่าคลาน สิ้นเปลืองไปอย่างน่าเสียดาย

โคจรครบรอบจันทราหนึ่งหน ส่งผลต่อพลังวิญญาณไม่ถึงครึ่งส่วน แต่ทำยังไงได้ ทรัพยากรมันล้นทะลักจนแทบจะระเบิด จึงบีบบังคับให้พลังวิญญาณหนึ่งพันสายของหวังอี้ถูกทำให้บริสุทธิ์และหลอมรวมกันอย่างต่อเนื่อง

จากสิบกลายเป็นหนึ่ง จากพันกลายเป็นร้อย สายน้ำบรรจบเป็นเกลียวคลื่น!

พลังวิญญาณที่เคยเบาบางดั่งม่านหมอกกลับเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พลังวิญญาณแต่ละเกลียวเทียบได้กับร้อยเส้น คุณภาพชั้นเลิศ ทนทานขึ้นมาก ทั้งยังชำระล้างร่างกายและสัมผัสเทวะได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

เวลาล่วงเลยไปอย่างช้าๆ หวังอี้ดำดิ่งอยู่ในการบำเพ็ญเพียรอย่างสมบูรณ์ หิวก็กลืนโอสถงดธัญญาหารระดับสมบูรณ์หนึ่งเม็ด กระหายก็ดื่มน้ำอาบกายของตัวเองเข้าไปอึกหนึ่ง

กลิ่นอายพลังยิ่งพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด จนกระทั่งถึงขีดจำกัดใดขีดจำกัดหนึ่ง

เป๊าะ!

เสียงคอขวดที่ถูกทลายดังขึ้นแผ่วเบา ร่างของหวังอี้ระเบิดพลังวิญญาณอันเข้มข้นออกมา วินาทีนี้เขาสกัดกลั่นวิญญาณครั้งที่สองสำเร็จลุล่วงแล้ว

ระดับตบะเองก็เลื่อนขั้นไปตามน้ำอย่างง่ายดาย

"นี่สินะความรู้สึกของระดับหลอมปราณขั้นที่เจ็ด... ข้าเข้าสู่วิถีบำเพ็ญเพียรตอนอายุสิบหก ผ่านมาหกปีเต็มถึงได้บรรลุระดับหลอมปราณขั้นปลาย มรรคาสวรรค์อมตะช่างก้าวเดินยากลำบากเสียจริง"

พลังวิญญาณโลหิตเยือกแข็งสีน้ำเงินเจือดำในร่างเหลือเพียงหนึ่งร้อยเกลียว แต่มันกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเวลาใดๆ หากใช้วิชาอาคมระดับสูง ก็ไม่ต้องคอยพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป

นับว่าแก้ปัญหาจุดอ่อนใหญ่เรื่องพลังวิญญาณไม่พอของเขาไปได้

เขาทบทวนวันเวลาในใจเงียบๆ นับตั้งแต่ลงแช่ในสระดอกไม้เพื่อเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ก็ผ่านไปแล้วราวๆ สามเดือน ทะลวงระดับสู่ระดับหลอมปราณขั้นที่เจ็ดได้โดยตรง

หยาดผลึกดอกเสวียนจิงในสระนี้ก็ยังใช้ไม่หมดเลย

หวังอี้จึงเก็บตัวบำเพ็ญเพียรต่อไป ทำการชำระพลังวิญญาณให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้มันกลายสภาพเป็นปราณแท้กึ่งของเหลว นี่สิถึงจะเป็นความลี้ลับที่แท้จริงของดอกเสวียนจิง จะพลาดไปได้อย่างไร

ส่วนการฝึกฝนในขั้นต่อไป ก็ยังคงเป็นการสะสมพลังวิญญาณเช่นเดิม

จากร้อยเกลียวสะสมไปจนถึงสามร้อยเกลียว ก็จะสามารถทะลวงสู่ระดับหลอมปราณขั้นที่แปดได้แล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับพลังวิญญาณสองหมื่นเส้น หากพึ่งพาแค่ [ช่องจัดวาง] เขาต้องใช้เวลาถึงห้าพันวัน เกือบๆ สิบสามปีเชียวนะ!

นี่แหละหนารากวิญญาณขยะ ขนาดเปิดโปรโกงแล้วยังต้องอัดอั้นตันใจขนาดนี้

แต่มันก็ใกล้เคียงกับรากวิญญาณสามสายแล้วล่ะ อย่างน้อยๆ ก่อนอายุร้อยปีก็ยังมีโอกาสได้ลองสร้างรากฐาน พวกรากวิญญาณสี่สาย ห้าสายปกติน่ะหรือ เลิกฝันไปได้เลย

ในเมื่อเขามีทรัพยากรล้นเหลือ บางทีอาจมีโอกาสได้ลองสร้างรากฐานก่อนอายุห้าสิบปีด้วยซ้ำ ในบางแง่มุมก็ถือว่าด้อยกว่ารากวิญญาณคู่แค่กระจิ๊ดริดเท่านั้นแหละ

ส่วนการทะลวงสู่ระดับหลอมปราณขั้นที่เก้า ขอเพียงสะสมให้ครบเจ็ดร้อยเกลียวพลังวิญญาณ จากนั้นสะสมต่อไปให้ครบหนึ่งพันเกลียว ก็จะเรียกได้ว่าบรรลุระดับหลอมปราณขั้นสมบูรณ์

และสามารถเตรียมตัวทะลวงระดับได้เลย!

จบบทที่ บทที่ 66 ทะลวงระดับต่อเนื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว