เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ระดับหลอมปราณขั้นสี่

บทที่ 23 ระดับหลอมปราณขั้นสี่

บทที่ 23 ระดับหลอมปราณขั้นสี่


บทที่ 23 ระดับหลอมปราณขั้นสี่

หลังจากเฝ้ารออย่างสงบหนึ่งชั่วยาม

นิ้วมือของหวังอี้กระตุกเล็กน้อยสองสามครั้ง ในห้วงคำนึงปรากฏประสบการณ์และความรู้สึกในการหลอมโอสถขึ้นมาสายหนึ่ง ราวกับว่าเขาได้เปิดเตาหลอมโอสถด้วยตัวเองจริงๆ ครั้งหนึ่ง ทว่าล้มเหลว

ความรู้สึกนี้แตกต่างจากที่ผ่านๆ มาอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาไม่เคยมีพื้นฐานด้านการหลอมโอสถมาก่อนเลย พอมาลงมือทำตรงๆ แบบนี้ประสบการณ์ที่ได้รับจึงย่ำแย่มาก มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นพวกใช้สัญชาตญาณล้วนๆ

"ที่แท้ก็รู้สึกแบบนี้นี่เอง..."

หวังอี้พึมพำในใจประโยคหนึ่งแล้วก็คร้านจะใส่ใจอีก วันธรรมดาก็หาหนังสือเกี่ยวกับหลักการแพทย์และคุณสมบัติยามาอ่านให้มากหน่อย ช้าเร็วก็คงอุดช่องโหว่เรื่องพื้นฐานได้เอง

ขั้นตอนภารกิจดำเนินมาถึงช่วงครึ่งหลังแล้ว เหลือเวลาอีกสองเดือน พลังวิญญาณในร่างของหวังอี้ก็ควบแน่นจนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงพลังวิญญาณสามสายสุดท้ายที่ยังไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่ง

เวลาที่จะทะลวงระดับในท้ายที่สุด ก็คงใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ห้องที่ถานไถฉานเก็บตัวบำเพ็ญเพียรก็มีความเคลื่อนไหวหนักหน่วงขึ้นทุกวัน บริเวณใกล้เคียงกับตัวเรือนมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีกลิ่นหอมของโอสถโชยมาเป็นระลอก

วันเวลาที่พำนักอยู่ในสวนสมุนไพรนั้นสงบสุขยิ่งนัก ไม่มีพวกตาบอดคนไหนกล้ามาหาเรื่อง

ด้วยเหตุนี้ หวังอี้จึงมีช่วงเวลาที่สงบสุขและปลอดภัยที่สุด

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่หนึ่งร้อยแปดสิบเก้า

หวังอี้ที่กำลังนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ อากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยว ปราณวิญญาณควบแน่นเข้ามาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ท่ามกลางความเงียบสงัดคล้ายกับมีเสียง "เป๊าะ" ดังขึ้น

กลิ่นอายก้าวข้ามไปอีกระดับ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงดังกอบแกบ ราวกับได้เจริญเติบโตเป็นครั้งที่สอง เสร็จสิ้นการผลัดเปลี่ยนกระดูกครั้งเล็กๆ ครั้งหนึ่ง

บริเวณหว่างคิ้วคันยิบๆ จนทนแทบไม่ไหว คล้ายกับมีหนวดสัมผัสที่มองไม่เห็นทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกาย ในที่สุดก็สามารถรับรู้ถึงโลกภายนอกได้

นี่คือเอกลักษณ์ของการที่สัมผัสเทวะออกจากร่าง ภายในรัศมีหนึ่งจั้งโดยมีร่างกายเป็นศูนย์กลาง ทุกสรรพสิ่งปรากฏชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ต่างอะไรกับการมองเห็นด้วยตาเปล่าเลย

ระดับหลอมปราณขั้นสี่ สำเร็จแล้ว!

พลังวิญญาณร้อยระลอกแปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณสิบสายที่ควบแน่นยิ่งขึ้น เข้มข้นขึ้นมากจนให้ความรู้สึกเหมือนหมอก แม้จำนวนจะน้อยลงแต่ก็สามารถบดขยี้ตัวเขาในก่อนหน้านี้ได้สบายๆ

ที่สำคัญที่สุดคือ วิชากระบี่น้ำแข็งและวิชาโล่น้ำแข็งล้วนเป็นคาถาอาคมระดับกลาง ซึ่งหมายความว่าในที่สุดหวังอี้ก็สามารถกระตุ้นพลังของคาถาทั้งสองชนิดนี้ออกมาได้อย่างเต็มกำลัง พลังรบพุ่งพรวดขึ้นอย่างมหาศาล

ความร่วงโรยทางรูปลักษณ์ภายนอกที่เกิดจากการสูญเสียอายุขัยอย่างรวดเร็วแต่เดิม ก็ได้รับการฟื้นฟูพร้อมกับการทะลวงระดับ ไม่มีสภาพแก่ชราเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป

เส้นผมส่วนใหญ่ยังคงเป็นสีขาว มีเพียงโคนผมเท่านั้นที่เริ่มมีสีดำโผล่ออกมาเล็กน้อย คาดว่าคงต้องรอให้ทะลวงถึงระดับสร้างรากฐานถึงจะกลับมาดำสนิทได้

จิตใจของหวังอี้ตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ถึงอย่างไรด้วยพรสวรรค์รากวิญญาณขยะ การจะไปให้ถึงระดับหลอมปราณขั้นกลางมักจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต

ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสิบเจ็ด ยังมีเวลาอีกถมเถให้บำเพ็ญเพียร [ช่องจัดวาง] ถือเป็นความดีความชอบอันดับหนึ่ง!

เมื่อรวบรวมสมาธิ หวังอี้ก็ลองเปิดใช้งานคาถาเร้นราตรี

กลิ่นอายลดฮวบกลับไปอยู่ระดับหลอมปราณขั้นสามในพริบตา ไร้ซึ่งช่องโหว่ใดๆ การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของพลังวิญญาณ ทำให้ระยะเวลาแสดงผลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขยับมาเป็นสามก้านธูป ถือว่าพอใช้งานได้แล้ว

การบำเพ็ญเพียรในระดับหลอมปราณขั้นสี่ ก็เข้าสู่ขั้นตอนการสะสมพลังวิญญาณต่อไป

จากสิบสายสะสมไปจนถึงสามร้อยสาย ก็จะสามารถทะลวงสู่ระดับหลอมปราณขั้นห้าได้

หากคำนวณจากปริมาณสิบระลอกหลอมรวมเป็นหนึ่งสาย ก็เท่ากับพลังวิญญาณ 2,900 ระลอก ความยากในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว หากอิงตามประสิทธิภาพของ [ช่องจัดวาง] ในกรณีที่จัดวางเคล็ดวิชาเพียงวิชาเดียว ต้องใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะตอบสนองพลังวิญญาณกลับมาให้หนึ่งระลอก

ต้องใช้เวลา 5,800 วัน หรือก็คือสิบหกปีกว่า ถึงจะสะสมพลังวิญญาณได้ครบถ้วนและทะลวงระดับไปตามน้ำ ตัวเลขนี้ทำเอาหวังอี้ถึงกับหนังหัวชา

ข้อด้อยเรื่องพรสวรรค์เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ [ช่องจัดวาง] เพียงช่องเดียวไม่พอใช้งานแล้ว ต่อให้ใช้สองช่องพร้อมกันก็ยังต้องใช้เวลาตั้งแปดปีกว่า การปรับปรุงพรสวรรค์จึงเป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้อีกต่อไป

คัมภีร์ ‘เคล็ดโลหิตเยือกแข็ง’ มีผลลัพธ์ในด้านนี้อยู่เล็กน้อย เพียงแต่ต้องรอให้ฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบก่อน ถึงจะแสดงผลออกมาได้

"จริงสิ เมื่อระดับพลังบำเพ็ญทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมปราณขั้นกลาง [ช่องจัดวาง] อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้น..."

หวังอี้กำลังเตรียมจะเปิดดู จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของถานไถฉานที่ปรากฏขึ้นในโถงรับลม จึงรีบเปิดใช้งานคาถาเร้นราตรีแล้วออกไปต้อนรับ

เมื่อเทียบกับกำหนดการครึ่งปีที่ตกลงกันไว้ นางมาสายไปสองสามวัน

เมื่อพบกันอีกครั้ง หลังจากที่ถานไถฉานตรวจสอบสภาพของสวนสมุนไพรเสร็จสิ้น ถึงได้ปลดปล่อยกลิ่นอายเรียกตัวหวังอี้มาพบ พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของเขา ถานไถฉานก็ขมวดคิ้วแน่น

"หวังอี้?"

"ข้าน้อยเองขอรับ คารวะผู้อาวุโสถานไถ"

"ใบหน้าของเจ้า..."

เรื่องนี้ หวังอี้เตรียมคำตอบไว้ในใจแต่แรกแล้ว เมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสเทวะระดับสร้างรากฐานกวาดผ่านร่างก็นึกด่าทออยู่ในใจ ทว่าปากกลับสงบนิ่งไม่เผยพิรุธ

"ข้าน้อยมีพื้นเพเป็นทาสวิญญาณ อายุขัยสูญเสียไปอย่างหนัก จึงได้แก่ก่อนวัยอันควร โชคดีที่ได้ศิษย์สายตรงซูช่วยสนับสนุน ถึงได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกอย่างบังเอิญ ครึ่งปีมานี้ได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสม ทั้งยังกินโอสถวิญญาณบำรุงเลือดลมไปไม่น้อย ถึงได้ฟื้นคืนสภาพเดิมขอรับ"

ถานไถฉานเมินเฉยต่อคำอธิบายทั้งหมด นางได้ยินเพียงไม่กี่คำเท่านั้น--[ศิษย์สายตรงซูให้ความสำคัญ!]

ก็จริง ตัวอย่างของทาสวิญญาณที่ได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย การที่จงใจเลื่อนขั้นให้เช่นนี้ย่อมต้องมีเหตุผลอื่นแน่ ความคิดที่จะหักค่าตอบแทนของถานไถฉานมลายหายไป ใบหน้าที่เย็นชาพลันดูเป็นมิตรขึ้นมามาก

"ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงความสัมพันธ์กับศิษย์สายตรงซูเลยนะ"

"ผู้อาวุโสถานไถไม่ได้ถาม ข้าน้อยย่อมไม่กล้าพูดมากขอรับ"

"ช่างเถอะ"

นางหยิบป้ายผู้ดูแลออกมา เคาะเบาๆ ลงบนป้ายศิษย์โลหิตดำของหวังอี้ แต้มความดีความชอบสองร้อยแต้มก็ถูกโอนเข้าบัญชี ส่วนอีกสามร้อยแต้มที่เป็นของหอไหมน้ำแข็งนั้นถูกหักออกไปแล้ว

"ขอบคุณผู้อาวุโสถานไถขอรับ" หวังอี้ประสานมือคารวะ แล้วเอ่ยปากอีกครั้ง "ข้าน้อยอยากขอซื้อหญ้าน้ำแข็งเก้าใบในสวนสมุนไพรสักสองต้น ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสยินดีขายให้หรือไม่ขอรับ"

ถานไถฉานเพียงแค่ใช้ความคิดครู่หนึ่งก็ตอบตกลง

"ได้สิ หากเจ้ากำลังรวบรวมสมุนไพรวิญญาณเพื่อไปหลอมโอสถ รวบรวมครบเมื่อไหร่ก็มาหาข้าได้ ด้วยระดับนักหลอมโอสถระดับสองขั้นกลางของข้า การจะช่วยเจ้านั้น... เหลือแหล่"

หวังอี้จำต้องเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง หลังจากทะลวงระดับและคำนวณเวลาที่ต้องใช้ในการทะลวงสู่ระดับหลอมปราณขั้นห้าคร่าวๆ แล้ว โอสถวิญญาณที่ช่วยสนับสนุนการบำเพ็ญเพียรอย่างโอสถโลหิตเยือกแข็ง ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดขึ้นมาทันที

ของที่จะเอาเข้าท้องตัวเอง เขาไม่วางใจให้คนอื่นมาหลอมให้หรอก นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาดึงดันจะเรียนวิชาหลอมโอสถให้จงได้!

สภาพแวดล้อมของวิถีมารนั้นเลวร้ายเกินไป ความระแวดระวังต้องมีอยู่เต็มเปี่ยม

หวังอี้ถูมือไปมา สีหน้าท่าทางดูเกรงอกเกรงใจขึ้นมา

"เช่นนั้นไม่ทราบว่า... คิดราคายังไงหรือขอรับ?"

ถานไถฉานเงียบไปครู่หนึ่ง

"หญ้าน้ำแข็งเก้าใบสองต้น เนื่องจากค่อนข้างหายาก ราคาแลกเปลี่ยนในคลังสมบัติของนิกายจึงอยู่ที่หนึ่งร้อยยี่สิบแต้มความดีความชอบ ข้าคิดเจ้าต้นละหนึ่งร้อยหินวิญญาณเป็นอย่างไร?"

โดยทั่วไปแล้วมูลค่าของหินวิญญาณจะต่ำกว่าแต้มความดีความชอบอยู่ครึ่งขั้น ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามาก ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นตัวยาสมุนไพรหลักของโอสถโลหิตเยือกแข็ง ส่วนราคาสมุนไพรเสริมย่อมต้องถูกกว่านี้ หวังอี้จึงพยักหน้าหงึกหงักรัวๆ

พอดีกับที่เมื่อครึ่งปีก่อนเขาเพิ่งจะได้ลาภลอยมา นอกเหนือจากค่ากินก็ไม่ได้ใช้อะไรอีกเลย หินวิญญาณที่หวังอี้จ่ายไปยังมีทรายวิญญาณปะปนอยู่ด้วยถึงแปดสิบชั่ง ดูซอมซ่ออนาถาซะไม่มี

หลังจากได้ของที่ต้องการมา ก็ใช้กล่องหยกปิดผนึกเก็บรักษาไว้

การเก็บรักษาสมุนไพรวิญญาณก็ถือเป็นงานฝีมือแขนงหนึ่ง การผนึกด้วยหยกเป็นวิธีที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดและราคาถูกที่สุด หากระดับสูงขึ้นมาหน่อยก็จะใช้วิธีผนึกด้วยยันต์ นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นๆ อีก เช่น ผนึกด้วยเตา ผนึกด้วยหิน ผนึกด้วยขี้ผึ้ง เป็นต้น

ปรมาจารย์โอสถเฒ่าบางคนยังมีเคล็ดวิชาลับเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์แขนงใดในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ล้วนดำรงอยู่มาเนิ่นนานนับปีไร้ที่สิ้นสุด เนื้อหาที่แตกแขนงออกมานั้นมีมากมายจนเรียนรู้ได้ไม่หมดในชาตินี้

ดังนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรมักจะเลือกเชี่ยวชาญศาสตร์เสริมเพียงหนึ่งถึงสองแขนงเท่านั้น

แต่เมื่อระดับพลังบำเพ็ญค่อยๆ ยกระดับสูงขึ้น ขอบเขตความรู้ก็จะกว้างขวางขึ้นตามไปด้วย เมื่อยืนอยู่บนที่สูงย่อมมองเห็นภาพรวม ผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดสักคนจะแตกฉานในสี่ศิลปะแห่งการบำเพ็ญเพียรระดับหนึ่งและสอง ก็ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย

จบบทที่ บทที่ 23 ระดับหลอมปราณขั้นสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว