- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- บทที่ 19 คนโง่งมลอบสังหาร
บทที่ 19 คนโง่งมลอบสังหาร
บทที่ 19 คนโง่งมลอบสังหาร
บทที่ 19 คนโง่งมลอบสังหาร
การขูดรีดนี้ออกจะโหดไปสักหน่อย ต้องถูกหักส่วนแบ่งไปถึงหกส่วน นั่นหมายความว่าสุดท้ายแล้ว จะเหลือแต้มผลงานตกถึงมือเขาแค่ 200 แต้มเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าคุ้มค่า ท้ายที่สุดนี่ก็เป็นแค่ภารกิจระยะสั้นครึ่งปี ภารกิจทางฝั่งหอภารกิจนั้นอย่างต่ำก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปีขึ้นไป โดยมีมาตรฐานค่าตอบแทนอยู่ที่หินวิญญาณ 300 ก้อน
ยิ่งใช้เวลานาน ผลตอบแทนก็ยิ่งสูง ซึ่งก็มีความเกี่ยวข้องกับความยากง่ายของภารกิจด้วย
สิ่งที่หวังอี้ให้ความสำคัญมากกว่าคือการได้หลบไปอยู่เงียบๆ สักครึ่งปี หลายวันมานี้ ศิษย์สายนอกยอดเขาโลหิตเยือกแข็งที่เขาพบเจอต่างก็มีท่าทีเลวร้ายใส่เขาทั้งสิ้น เมื่อเวลาผ่านไป เขาที่เป็น "ทาสวิญญาณผู้โชคดี" คงได้ตกเป็นเป้าโจมตีของคนหมู่มากแน่
ศิษย์สายนอกยอดเขาโลหิตเยือกแข็งที่สวามิภักดิ์ต่อศิษย์สายตรงซูไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ จุดประสงค์ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการแย่งชิงตำแหน่งของหวังอี้ เพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าพักในหอไหมน้ำแข็ง
การบีบให้เขาถอนตัวไปเองเป็นวิธีหนึ่ง การฆ่าเขาทิ้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง
สิบย่านโลหิตผกผันที่ตีนยอดเขาทั้งเก้า เป็นที่พักอาศัยของศิษย์สายในและศิษย์สายนอกทั้งหมดของนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน ทั้งยังมีกิจการของผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานและระดับแก่นทองคำมากมาย เพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอยของเหล่าศิษย์
แค่จำนวนศิษย์สายในของแต่ละยอดเขาก็เกินหมื่นคนแล้ว รวมเก้ายอดเขาก็เกือบแสน หากนับรวมจำนวนศิษย์สายนอกที่มหาศาลกว่าด้วยแล้ว นิกายโลหิตวิญญาณผกผันก็มีศิษย์ไม่ต่ำกว่าหลายแสนคน
ตามกฎระเบียบของนิกายที่เปิดเผยไว้ ห้ามศิษย์เข่นฆ่ากันเอง แต่หากไม่มีใครเห็น ก็ไม่มีใครมานั่งสนหรอกว่าจะมีศิษย์หายไปสักคนหรือไม่
หากจัดการได้เนียนพอ ศิษย์หอลงทัณฑ์ก็ขี้เกียจจะตามสืบด้วยซ้ำ
ช่วงนี้หวังอี้พยายามหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่เปลี่ยวร้าง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน หลังจากลากลับจากจ้าวซ่าง เขาก็มุ่งตรงออกจากหอ เตรียมไปยังหอโอสถ เพื่อหาซื้อตำราที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสมุนไพรวิญญาณ
ตำราประเภทนี้ราคาค่อนข้างถูก แถมยังมีผู้บำเพ็ญมารจำนวนมากที่นำมาขายต่อ ย่านทั้งเก้าที่ขึ้นตรงต่อยอดเขาทั้งเก้า ล้วนมีถนนการค้าที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับให้ศิษย์ในนิกายได้ใช้บริการ
ทุกๆ ไม่กี่ปี จะมีการจัดงานประมูลครั้งใหญ่ที่เกิดจากความร่วมมือของเก้ายอดเขา---[งานประมูลศิษย์สายตรง]!
มีของดีหลุดออกมาไม่น้อย แม้แต่โอสถสร้างรากฐานคุณภาพสูงก็ยังมี
เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ยังห่างไกลจากหวังอี้มาก เขาต้องการเวลาเพื่อสะสมความมั่งคั่งและยกระดับตบะ
เขาใช้ทรายวิญญาณที่มีอยู่จนหมดเกลี้ยง ซื้อมาได้เพียงตำราที่บรรยายถึงสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งนานาชนิดพร้อมวิธีการดูแลรักษา มีชื่อว่า [รวมสมุนไพรวิญญาณ-บทหลอมปราณ]
สิ่งนี้สามารถเปิดหูเปิดตาให้หวังอี้ได้อย่างมาก สอนให้เขารู้จักวิธีแยกแยะ เลี้ยงดู และจดจำสมุนไพร ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำมาหากินในอนาคต
สี่ศิลปะแห่งการบำเพ็ญเพียร: โอสถ, ศัสตรา, ยันต์, ค่ายกล!
ไม่มีการจัดอันดับว่าสิ่งใดมาก่อนหลัง แต่หากพูดถึงการผลาญเงินล่ะก็ การหลอมโอสถมาเป็นอันดับหนึ่ง และเมื่อประสบความสำเร็จเล็กน้อยแล้ว ความเร็วในการทำเงินก็สูงที่สุดเช่นกัน
เขาเองก็เล็งเห็นถึงวิชานี้ ช่องจัดวางช่างเหมาะเจาะกับวิชาที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญเช่นนี้เหลือเกิน
ถึงแม้เขาจะค่อยๆ ขัดเกลาฝีมือเองก็ยังได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบในการฝึกซ้อมมากนัก เพราะช่องจัดวางจะช่วยสร้างปฏิกิริยาตอบสนองทางกล้ามเนื้อให้ ราวกับมีอีกร่างหนึ่งของเขาไปฝึกฝนอยู่ในมิติที่ไร้ขอบเขต
{[ช่องจัดวาง] สอง: รวมสมุนไพรวิญญาณ-บทหลอมปราณ}
[รวมสมุนไพรวิญญาณ (0/100): ท่องจำสิบสองชั่วยามต่อวัน สี่วันบรรลุผล]
ว่าแล้วเชียว ของที่เป็นความรู้ล้วนๆ สามารถบังคับจำได้ และรวดเร็วมากเสียด้วย
แทบจะทุกช่วงเวลา จะมีข้อมูลความรู้หลั่งไหลเข้ามาในหัว ให้ความรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดความรู้ให้แข็งแกร่งขึ้น ช่างงดงามและเพลิดเพลินยิ่งนัก~
หลังจากรับภารกิจ "ดูแลรักษาสวนสมุนไพร" แล้ว ม้วนตำราที่บันทึกข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ก็ตกมาอยู่ในมือเขา ขณะที่กำลังเตรียมตรวจสอบสถานที่อย่างละเอียด
สายลมเย็นยะเยือกพลันพัดโชยมา
หวังอี้เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าตัวเองเดินเข้ามาในตรอกมืดๆ โดยไม่รู้ตัว
ถูกทำให้หลงทิศงั้นหรือ?
มีคนโผล่ออกมาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เปิดเผยโฉมหน้าอย่างโจ่งแจ้ง ห่างจากเขาไม่ถึงสามจั้ง (สิบเมตร) บนไหล่ของผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ด้านหน้ามีผีเสื้อหลากสีเกาะอยู่
"หวังอี้ ผีเสื้อลวงวิญญาณของข้าตัวนี้ ฤทธิ์เดชเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?"
ไม่มีคำตอบ พลังวิญญาณในร่างเริ่มโคจรแล้ว จากการประเมินกลิ่นอาย ผู้บำเพ็ญเพียรด้านหลังอยู่ระดับหลอมปราณขั้นสาม ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรด้านหน้าที่ควบคุมผีเสื้ออยู่ระดับหลอมปราณขั้นสี่ นับว่าตึงมือทีเดียว
"พวกเจ้าต้องการสิ่งใด"
"หึ…"
อีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่กะทันหัน เหยียบย่างด้วยวิชาย่างก้าวเงาพราย พริบตาเดียวก็มาถึงข้างกายหวังอี้ ใช้นิ้วประกบกันต่างกระบี่ ฟาดฟันสวนกลับมาทางด้านหน้า
ท่วงท่าคล้ายคลึงกับฝ่ามือสับของผู้ดูแลหลิวในวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน!
เดิมทีหวังอี้ตั้งใจจะถ่วงเวลาเพื่อหาโอกาสลอบโจมตี ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะลงมือเด็ดขาดและหมายเอาชีวิตขนาดนี้ โชคดีที่เตรียมตัวรับมือไว้ก่อนแล้ว
ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ เอนหลังขนานกับพื้นราวกับแผ่นเหล็กเพื่อหลบหลีก มือประสานมุทรา กระบี่น้ำแข็งไร้ด้ามความยาวกว่าแปดฉื่อก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ!
กระบี่น้ำแข็งปะทะกับคมปราณ สลายหายไปพร้อมกัน
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมปราณขั้นกลางตกตะลึงในความเชี่ยวชาญด้านอาคมของหวังอี้ การใช้อาคมได้เพียงประสานมุทราครั้งเดียว คือสัญลักษณ์ของวิชาอาคมระดับสมบูรณ์ เท่าที่เขารู้ ทาสวิญญาณผู้นี้เพิ่งบำเพ็ญเพียรมาได้ไม่ถึงครึ่งปี กลับมีพรสวรรค์สูงส่งปานนี้เชียวหรือ
มิน่าล่ะถึงได้เข้าตาศิษย์สายตรงซู น่าเสียดายที่ต้องมาเจอกับเขา
มันตะคอกเสียงดัง
"เฉินซานสือ ลงมือ!"
คนที่ขานรับ ก็คือศิษย์สายนอกระดับหลอมปราณขั้นสามที่อยู่ด้านหลังหวังอี้ ท่าทีการหลบหลีกเอนตัวไปด้านหลังของหวังอี้เมื่อครู่ ราวกับจงใจพุ่งเข้าใส่อ้อมอกของชายผู้นั้น
"มาได้จังหวะพอดี"
มันชักกระบี่ยาวออกมา ฟาดฟันลงมาพร้อมกับแฝงพลังวิญญาณ หวังอี้ถีบเท้าลงพื้นอีกครั้ง พลิกตัวกลับมา ภาพที่เห็นคือกระบี่น้ำแข็งขนาดเท่านิ้วชี้จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปอย่างพร้อมเพรียง
อย่างน้อยก็มียี่สิบถึงสามสิบเล่ม เฉินซานสือเบิกตากว้าง วิกฤตมาเยือนถึงตัว พลังที่ฟาดฟันลงมาจึงลดลงไปมาก คมกระบี่ฟันเข้าที่หลังของหวังอี้ ทิ้งรอยแผลอาบเลือดไว้
แต่ตัวมันกลับถูกกระบี่น้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนทะลวงร่างจนพรุน ตายตาไม่หลับ!
เมื่อแผนการสำเร็จ หวังอี้ก็ยื่นมือออกไปตวัดถุงเก็บของของเฉินซานสือมาไว้ในอ้อมอก ด้านหลังไม่มีสิ่งกีดขวางอีกต่อไป เขาสามารถพุ่งออกจากตรอกมืดไปสู่ถนนใหญ่ได้ทุกเมื่อ
การปะทะกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมปราณขั้นกลางเมื่อครู่ ความจริงแล้วเป็นการโจมตีหลอก
เป้าหมายของเขา พุ่งเป้าไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันที่อยู่ด้านหลังมาตลอด มีเพียงการสังหารคนผู้หนึ่งอย่างรวดเร็วเท่านั้น ถึงจะทำให้เขายืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ จะรุกหรือจะถอยก็ได้ทั้งนั้น
"เจ้ามันก็แค่ทาสวิญญาณ บังอาจสังหารศิษย์ร่วมสำนักเชียวรึ!"
"น่าขำสิ้นดี"
หวังอี้แค่นหัวเราะเยาะหยัน
"หรือว่าหวังผู้นี้ต้องยืดคอให้พวกเจ้าเชือดเล่นเหมือนหมูเหมือนหมาอย่างนั้นรึ?!!"
หลังจากเย้ยหยัน หวังอี้ก็หรี่ตาประเมินใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าได้รับการแต่งตั้งจากศิษย์สายตรงซูให้เข้าหอไหมน้ำแข็ง ต่อให้ฆ่าข้าได้ เจ้ามีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะได้สิทธิ์เข้าไปพักในหอนั้น?"
มันถอยหลังไปหลายก้าว จ้องมองเขาอย่างดุร้ายพลางเอ่ยขึ้น
"ซูชิงซานเข้าไปได้ยังไง ข้าก็จะเข้าไปอย่างนั้นแหละ เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย"
ไม่เกี่ยวกับข้า? หวังอี้แทบจะหัวเราะจนตายด้วยความโกรธ
ส่วนซูชิงซาน ก็คือผู้บำเพ็ญเพียรอีกคนที่ได้เข้าพักในหอไหมน้ำแข็งในฐานะศิษย์สายนอก
เหตุผลที่เขาสามารถเข้าไปได้ คือการใช้ตบะระดับหลอมปราณขั้นหก สังหารศิษย์ระดับหลอมปราณขั้นแปดไปคนหนึ่ง ในงานประลองศิษย์สายนอกของเก้ายอดเขาเมื่อคราวก่อน
หลังจากนั้นก็เข้าตาศิษย์สายตรงซู จึงถูกดึงตัวมาและได้เข้าพักในหอไหมน้ำแข็ง
เหตุผลหลักคือพลังรบที่เหนือกว่าคนในระดับเดียวกัน!
หวังอี้ขมวดคิ้วเอ่ย "เจ้าอยู่ระดับหลอมปราณขั้นสี่ ข้าอยู่ระดับหลอมปราณขั้นสาม ฆ่าข้าแล้วจะพิสูจน์อะไรได้? เจ้ายังไม่รู้เหตุผลที่หวังผู้นี้ถูกศิษย์สายตรงซูเลือกมาด้วยซ้ำ ก็ลอบโจมตีอย่างบุ่มบ่ามเสียแล้ว จะรู้ได้ไงว่าไม่ได้ถูกใครหลอกใช้มา?"
คิดไปคิดมา หวังอี้เห็นว่าคนที่มีเหตุผลจะจัดการเขานั้นมีไม่มากนัก เจ้าอ้วนต้วนผิงคือหนึ่งในนั้น ผู้ดูแลหลิวที่หายตัวไปก็ถือเป็นอีกคน แล้วก็จ้าวซ่าง แต่รายนี้มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด
เมื่อถูกตั้งคำถามกลับ สีหน้าของผู้ลอบสังหารก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เห็นได้ชัดว่ากำลังใช้ความคิดเช่นกัน