- หน้าแรก
- ผู้ฝึกตนฝึกหัดที่ไหนกัน ข้าคือยอดอัจฉริยะนักปลูกผักต่างหาก
- บทที่ 27: แรงบันดาลใจ
บทที่ 27: แรงบันดาลใจ
บทที่ 27: แรงบันดาลใจ
บทที่ 27: แรงบันดาลใจ
"พี่เหวินเจ๋อ การตกปลามันต้องเป็นแบบนี้หรือเจ้าคะ?" หลี่ซีอยู่ในอาการตกตะลึง
"แน่นอนว่าไม่ เจ้าอยากรู้เคล็ดลับการตกปลาของข้าหรือไม่ล่ะ?" หลี่เหวินเจ๋อปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้ม
ดวงตาของหลี่ซีเป็นประกาย "ข้าอยากรู้เจ้าค่ะ พี่เหวินเจ๋อ!"
หลี่เหวินเจ๋อยิ้มอย่างมีเลศนัยและไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป "เคล็ดลับก็คือ พลังวิญญาณ"
หลี่ซีเข้าใจในทันที "ข้าเข้าใจแล้ว! ปลาที่นี่ล้วนเป็นปลาวิญญาณธรรมดาที่ไม่มีระดับ ดังนั้นพลังวิญญาณจึงดึงดูดพวกมันได้อย่างมหาศาล!"
"เมื่อถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไปในหญ้าริมแม่น้ำ พวกปลาก็จะถูกดึงดูดเข้ามา!"
ทั้งสองพูดขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าของหลี่เหวินเจ๋อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"น้องซีเอ๋อร์ฉลาดจริงๆ เข้าใจได้ในทันทีเลย!"
"เป็นพี่เหวินเจ๋อที่ยอดเยี่ยมต่างหาก หากท่านไม่จุดประกายความคิดข้า ข้าคงไม่มีทางนึกถึงเรื่องนี้ได้เลย" หลี่ซีส่ายหน้า
"เอาล่ะ เลิกเยินยอกันไปมาแล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า"
หลี่เหวินเจ๋อยกปลาหลีฮื้อในมือที่ยังคงดิ้นกระแด่วและสะบัดหางไปมาขึ้น
"พี่เหวินเจ๋อ ข้าไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย..." หลี่ซีรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
"ไม่เป็นไร ข้าเตรียมมาหมดแล้ว!" หลี่เหวินเจ๋อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เขาเดินไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ ชักกระบี่สั้นจากด้านหลังออกมา แล้วทำการผ่าท้องปลาหลีฮื้อ เอาเหงือกและเครื่องในออก ก่อนจะขูดเกล็ดอย่างสะอาดหมดจดด้วยความชำนาญ
มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเขาใช้กระบี่ทำเรื่องเช่นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"พี่เหวินเจ๋อ ท่านใช้กระบี่ของตัวเองโดยตรงเลยหรือเจ้าคะ?" ไม่มีมีดหรืออะไรอย่างอื่นเลยหรือไง?
หลี่ซีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าวันนี้ตนเองถามคำถามหลี่เหวินเจ๋อไปมากเท่าไรแล้ว
แต่บางคำถามนางก็ทนเก็บไว้ไม่ได้จริงๆ!
"ก็ต้องใช้อะไรที่มันสะดวกสิ ข้าชินกับการใช้กระบี่เล่มนี้แล้ว ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ทำตัวเองบาดเจ็บหรอก" หลี่เหวินเจ๋อยังไม่เข้าใจถึงประเด็นที่หลี่ซีจะสื่อ
"ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าหมายความว่า... ในนิยายของท่านหลานหลิงไม่ได้บอกไว้หรือว่า 'กระบี่ของผู้ฝึกกระบี่เปรียบเสมือนอีกครึ่งชีวิตของเขา ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตนเองเสียอีก'?"
ท่านกำลังจะเป็นผู้ฝึกกระบี่ไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงเอากระบี่มาฆ่าปลาเล่า? ทำไมท่านถึงได้แตกต่างจากผู้ฝึกกระบี่ที่บรรยายไว้ในนิยายนัก?
หลี่เหวินเจ๋อไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ที่แท้แม่หนูนี่ก็สงสัยเรื่องนี้นี่เอง
"นั่นมันก็แค่เรื่องราวในนิยาย เจ้าจะเอามาเป็นจริงเป็นจังไม่ได้หรอกนะ วันหลังก็อ่านนิยายพวกนั้นให้น้อยลงหน่อยเถอะ!"
ผู้ฝึกกระบี่ให้ความสำคัญกับกระบี่ของตนก็จริง แต่ถ้ามีกระบี่ดีแล้วไม่เคยหยิบมาใช้งาน มันจะมีประโยชน์อะไร? ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ฝึกกระบี่ก็ควรให้ความสำคัญที่ตัวบุคคล การให้ค่ากับกระบี่มากจนเกินไปก็เท่ากับการให้ความสำคัญผิดจุดไม่ใช่หรือ?
สรุปแล้ว หลี่เหวินเจ๋อก็คือคนที่เน้นการใช้งานจริงเป็นหลัก
ในตอนนี้ เขายังไม่รู้เลยว่าในอนาคต ตนเองจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกกระบี่มากมายที่ถูก "ป้ายยา" จากนิยายประโลมโลกเหล่านั้น
"อ้อ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" หลี่ซีรู้สึกว่าคำพูดของหลี่เหวินเจ๋อก็มีเหตุผล นางจึงเลิกใส่ใจเรื่องนี้ ถึงอย่างไรในอนาคตนางก็ไม่ได้จะเป็นผู้ฝึกกระบี่เสียหน่อย
เมื่อเตรียมปลาเสร็จเรียบร้อย หลี่เหวินเจ๋อก็หยิบขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กออกมาจากสาบเสื้อ แล้วโรยผงบางอย่างลงไปอย่างชำนาญ
"นี่คือเครื่องปรุงปลาย่างสูตรลับของข้า เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้ว่ามันอร่อยแค่ไหน" หลี่เหวินเจ๋ออาจจะไม่ได้เก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องย่างปลา เขาถือว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเลยล่ะ
เครื่องปรุงสูตรนี้ได้รับการการันตีเป็นเสียงเดียวกันจากเพื่อนฝูงทุกคนในชาติที่แล้ว ในชาตินี้ เมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกพะอืดพะอมจนแทบจะอาเจียนจากการกินอาหารฝีมือบิดา เขาก็มักจะแอบออกมาย่างปลากินเองเสมอ
แล้วเขาก็จะนำกลับไปฝากบิดาด้วยส่วนหนึ่ง
หลังจากรอให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อปลาสักพัก หลี่ซีก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เตรียมการอย่างอื่นเลย นางจึงเอ่ยขึ้น "พี่เหวินเจ๋อ ข้าพกที่จุดไฟมาด้วย ท่านรอข้าเดี๋ยวเดียวนะ ข้าจะไปเก็บฟืน"
หลี่เหวินเจ๋อรีบห้ามนางไว้ "ไม่ต้องไปเก็บฟืนหรอก เจ้ารออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยวนะ!"
"ไม่ใช้ฟืนแล้วพวกเราจะย่างปลากันได้อย่างไรเจ้าคะ?" หลี่ซีสับสน
หลี่เหวินเจ๋อไม่ได้ตอบนาง มือข้างหนึ่งของเขาถือปลาเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ประสานอินอย่างเรียบง่าย ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้นและร่วงหล่นลงบนตัวปลาหลีฮื้ออย่างต่อเนื่อง
หลี่ซีเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นางถึงกับขยี้ตาตัวเองหลายครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าเปลวไฟจากวิชาที่หลี่เหวินเจ๋อร่ายนั้นได้รวมตัวกันเป็นสายเพลิง มันไหลวนไปมาบนตัวปลาตามการเคลื่อนไหวของมือเขา ทว่าเปลวไฟกลับไม่เผามือข้างที่ถือปลาอยู่เลยแม้แต่น้อย
"นี่คือวิชาอะไรกัน? เหตุใดถึงได้วิเศษเช่นนี้?" หลี่ซีพึมพำ
เมื่อเห็นว่าวิชาอันน่าภาคภูมิใจของตนทำให้หลี่ซีตกตะลึงได้ หลี่เหวินเจ๋อก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก "นี่คือวิชาลูกไฟที่เจ้าเพิ่งจะฝึกฝนไปเมื่อไม่นานมานี้อย่างไรล่ะ"
"เป็นไปไม่ได้!" หลี่ซีกล่าวอย่างหนักแน่น
"ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ล่ะ?" หลี่เหวินเจ๋อรู้สึกสนใจในคำตอบของนาง
"เพราะวิชาลูกไฟจะสร้างลูกไฟดวงเล็กๆ ออกมา วันที่พวกเราไปจัดการกับรากฉางโซ่วท่านก็ใช้วิชานี้ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนี้เลยนี่นา!" หลี่ซีโต้แย้งอย่างมีเหตุผล
"ถูกต้อง วิชาลูกไฟคือลูกไฟดวงเล็กๆ เมื่อถูกร่ายออกมา แต่ว่า..." หลี่เหวินเจ๋อยกเสียงสูงขึ้นเมื่อเห็นว่าหลี่ซีกำลังจะอ้าปากพูด "ทุกคนสามารถร่ายวิชาลูกไฟในรูปแบบของตัวเองได้"
"ร่ายวิชาลูกไฟในรูปแบบของตัวเองหรือ?" หลี่ซีคิดว่านางชินกับเรื่องน่าตกใจที่หลี่เหวินเจ๋อมอบให้แล้วเสียอีก แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
หลี่เหวินเจ๋ออธิบายอย่างฉะฉาน:
"ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ว่า การฝึกฝนวิชาเวทโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ขั้น ขั้นแรกคือการประสานอินด้วยสองมืออย่างคล่องแคล่ว ขั้นที่ 2 คือการประสานอินด้วยมือเดียวอย่างคล่องแคล่ว ขั้นที่ 3 คือการประสานอินแบบย่อด้วยมือเดียว และขั้นที่ 4 คือวิชาเคลื่อนไหวตามใจนึก เวทมนตร์ก่อเกิดจากจิตวิญญาณ 3 ขั้นแรกสามารถบรรลุได้ในช่วงขอบเขตกลั่นลมปราณ ส่วนขั้นสุดท้ายจะเป็นเรื่องของช่วงหลังจากทะลวงผ่านขอบเขตสร้างรากฐานไปแล้ว"
หลี่ซีพูดอย่างร้อนรน "ใช่เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ แต่ว่า..."
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิ อันที่จริงขั้นที่ 3 คือช่วงเวลาที่ผู้ร่ายมีความเข้าใจในวิชาเวทนั้นอย่างถ่องแท้ พวกเขาสามารถปรับทอนและดัดแปลงการประสานอินให้เป็นรูปแบบของตนเองได้ โดยอาศัยความเข้าใจของตนเอง"
"จริงด้วย วิชาพิรุณวิญญาณของข้าก็เพิ่งจะแตะขั้นที่ 3 เหมือนกัน" หลี่ซีพยักหน้า
"ในเมื่อเจ้าสามารถผสานความเข้าใจของตัวเองลงไปในวิชาได้แล้ว ทำไมต้องยึดติดอยู่กับรูปแบบของลูกไฟด้วยล่ะ?" หลี่เหวินเจ๋อพูดโน้มน้าว "วิชาลูกไฟคือพื้นฐานของวิชาธาตุไฟทั้งหมด เมื่อการฝึกฝนวิชาลูกไฟของเจ้าไปถึงระดับหนึ่ง เจ้าก็จะสามารถเปลี่ยนรูปแบบของมันได้ตามใจนึก"
"มันเป็นแบบนี้ได้จริงๆ หรือเนี่ย..." หลี่ซีตกอยู่ในห้วงความคิด
ถ้าเช่นนั้นวิชาพิรุณวิญญาณของนาง... นางเหมือนจะได้ไอเดียบางอย่าง แต่ก็ยังต้องอาศัยความเข้าใจและการฝึกฝนเพิ่มเติมอีก
หลี่เหวินเจ๋อสรุป "ดังนั้น หากเจ้าต้องการเชี่ยวชาญวิชาลูกไฟ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับไฟของเจ้า"
ความคิดของหลี่ซีล่องลอยกลับไปที่วิชาลูกไฟ
ที่แท้วิชาลูกไฟก็สามารถน่าสนใจได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
แต่วิชาลูกไฟของนางยังไม่ทันได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ ยังต้องใช้เวลาอีกยาวไกลกว่าจะวิเศษได้ขนาดนั้น!
วิชาลูกไฟ วิชาลูกไฟ... แล้วทำไมนางถึงได้อยากจะเชี่ยวชาญมันขึ้นมาล่ะเนี่ย? วิชาลูกไฟฝึกยากจะตายไป! การสังเกตเปลวไฟน่าจะช่วยสะสมความเข้าใจได้ใช่ไหมนะ?
หลี่เหวินเจ๋อรู้สึกว่าเขาบรรลุเป้าหมายไปได้เปราะหนึ่งแล้ว แต่แค่รู้วิธีฝึกฝนวิชาลูกไฟนั้นยังไม่พอ ความกระตือรือร้นของหลี่ซียังสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่านี้ เขาจะรอจนกว่าจะกินปลาย่างเสร็จค่อยพูดอะไรเพิ่มเติม