เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?

บทที่ 25 ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?

บทที่ 25 ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?


บทที่ 25 ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?

ยอดเขาเจียวเยว่

ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาราวสี่สิบห้าปียืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านข้าง โดยมีชายหนุ่มใบหน้าซีดเซียวผู้หนึ่งยืนอยู่เคียงคู่

ห่างออกไปไม่ไกลนัก หรงเยว่หยวนนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เขาจิบน้ำอุ่นอึกหนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาธรรมดาในมือลงบนโต๊ะ

เสียงที่ไม่หนักไม่เบานั้นราวกับตกลงกลางใจของหรงอี้ จนเขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองหรงเยว่หยวน

อีกฝ่ายเป็นเพียงอนุชนที่อายุน้อยกว่าเขามาก ทั้งยังมีท่าทางสุภาพอ่อนโยน ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใด เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลผู้นี้ เขากลับรู้สึกหวาดเกรงจนแทบไม่กล้าหายใจแรง

หรงเยว่หยวนปรายตามอง "ดังนั้น วันนี้ท่านจึงมาเพื่อขอยางั้นหรือ?"

หรงอี้ขานรับ เขาประสานมือคารวะด้วยท่าทีนอบน้อมและจริงใจ "หากมิใช่เพราะของวิเศษล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งอย่างบัวหยกโลหิตสีน้ำตาล ข้าคงไม่กล้าบากหน้ามาอ้อนวอนผู้อาวุโสห้า เด็กคนนี้...หรงเหยียนถูกพิษ หากไม่มีบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลมาทำยา เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"

หรงเยว่หยวนรับฟังถ้อยคำที่เหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน สายตาของเขาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้นั้น

ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด ริมฝีปากคล้ำเขียว ดูราวกับคนใกล้จะสิ้นใจ

น้ำเสียงเย็นชาของหรงเยว่หยวนดังขึ้นเรียบๆ "ผู้นำตระกูลหรง ท่านควรไปขอยาจากผู้อาวุโสรองมากกว่า"

มีหรือที่หรงอี้จะไม่ได้ยินถึงความหมายปฏิเสธในคำพูดของหรงเยว่หยวน แต่เขาเคยไปหาผู้อาวุโสรองมาแล้วก่อนที่จะมาที่นี่

ผู้อาวุโสรองกล่าวว่า บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลนั้นไม่เพียงแต่หายาก ทว่ายังมีอันตรายอย่างยิ่งยวดเนื่องจากมีพิษร้ายแรงและมีกลิ่นหอมประหลาด ทั้งยังเพาะปลูกได้ยากยิ่ง

ก่อนหน้านี้เคยมีอยู่ดอกหนึ่ง ทว่าถูกหรงเยว่หยวนนำไปแล้ว ส่วนที่กำลังเพาะปลูกอยู่ก็ยังไม่โตเต็มที่ ต้นที่เติบโตเร็วที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาอีกถึงสามร้อยปี

เขาจะรอถึงสามร้อยปีได้อย่างไร? ดังนั้นเมื่ออับจนหนทางจริงๆ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาหาหรงเยว่หยวน

"ข้าไปพบผู้อาวุโสรองมาแล้ว" แผ่นหลังของหรงอี้ค้อมต่ำลงไปอีก เพื่ออนุชนผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลผู้นี้ เขายอมทุ่มเททุกสิ่ง "ผู้อาวุโสรองกล่าวว่าผู้อาวุโสห้าเป็นผู้นำบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลไป ข้ายินดีจ่ายในราคาสูงลิ่วเพื่อขอแลกเปลี่ยนบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลจากท่าน"

คิ้วของหรงเยว่หยวนกระตุกเล็กน้อย

เขามีบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลอยู่ในมือจริงๆ แต่เขาก็ต้องการใช้บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลเช่นกัน

ครั้งนี้ หรงอี้และหรงเหยียนคงทำได้เพียงกลับไปมือเปล่า

ซ่งอี้จือสะพายตะกร้าไม้ไผ่ไว้บนหลังและโดยสารอุปกรณ์วิเศษเหาะเหินขึ้นมาบนยอดเขา ทันทีที่มาถึง นางก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศบนยอดเขาดูไม่สู้ดีนัก

"ผู้อาวุโสห้า" ซ่งอี้จือยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างว่าง่าย

หรงเยว่หยวนโบกมือรับพลางมองดูผักที่เต็มตะกร้าไม้ไผ่ของนาง "วันนี้เลิกเรียนเร็วนะ"

ซ่งอี้จือพยักหน้า นางปรายตามองหรงอี้และหรงเหยียน ก่อนจะหันไปกล่าวกับหรงเยว่หยวน "ผู้อาวุโสห้า ท่านติดธุระอยู่หรือไม่เจ้าคะ?"

ธุระอะไรกันล่ะ? ตอนนี้เขาแค่อยากจะส่งแขกเต็มทนแล้ว

เมื่อนึกถึงฝีปากของซ่งอี้จือ หรงเยว่หยวนจึงเอ่ยขึ้นว่า "พวกเขามาขอบัวหยกโลหิตสีน้ำตาล บัวของผู้อาวุโสรองต้องใช้เวลาอีกสามร้อยปี ข้ามีอยู่ แต่ข้าไม่ให้"

เพียงประโยคเดียว หรงเยว่หยวนก็อธิบายสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

เมื่อหรงอี้ได้ยินคำปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาของหรงเยว่หยวน ใบหน้าของเขาก็พลันซีดเผือด ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

เด็กคนนี้... หรงเหยียน จะหมดหนทางรอดแล้วจริงๆ หรือ?

ซ่งอี้จือสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของหรงเยว่หยวน นางพยักหน้ารับ

เอาเถอะ เขาคงอยากให้นางช่วยจัดการปัญหาที่น่ารำคาญนี้ให้

ในเมื่อเขาเป็นคนคุยง่าย นางก็จะช่วยแก้ปัญหาให้ก็แล้วกัน

ภายใต้สายตาของหรงเยว่หยวน ซ่งอี้จือวางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนพื้น หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง นางก็หยิบดอกไม้ที่ถูกทับจนเหี่ยวเฉาดอกหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้ "นี่ใช่หรือไม่?"

ทั้งหรงเยว่หยวนและหรงอี้ต่างหันขวับไปมอง

ดอกไม้ในมือของซ่งอี้จือมีสีแดงดุจโลหิต ปลายกลีบมีแถบสีขาวประดับอยู่ แม้ดอกไม้ขนาดเท่าฝ่ามือนี้จะถูกทับจนบี้แบนและเหี่ยวเฉาไปบ้าง แต่ก็ยังคงความงดงามไว้อย่างเปี่ยมล้น อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยล่องอยู่ในอากาศ

ดวงตาของหรงอี้เบิกกว้างขึ้นทันที เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าดอกไม้เหี่ยวเฉาในมือของซ่งอี้จือที่ดูราวกับดอกหญ้าไร้ค่าดอกนี้ จะเป็นถึงบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลที่เขาพลิกแผ่นดินหาแทบตายก็ยังหาไม่พบ!

หรงเยว่หยวนเองก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "เจ้ามีมันได้อย่างไร?"

เขาเคยสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้วว่าการตามหาบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

"ข้าถอนมาจากในแปลงผักเจ้าค่ะ" ซ่งอี้จือโยนบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลที่เหี่ยวเฉาดอกนั้นลงบนพื้นด้วยหลังมือ "ตอนเด็กๆ ข้ายังไม่รู้ความ เห็นว่าไอ้นี่มันสวยดีก็เลยปลูกไว้สักหน่อย ต่อมามันก็ดันงอกลามไปทั่ว พอถึงเวลาออกดอก กลิ่นก็เหม็นชวนคลื่นไส้ ข้าโมโหก็เลยถอนทิ้งไปจนหมด ไม่คิดเลยว่าจะยังมีหลุดรอดมาได้อีกต้น!"

เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองต้องจามไปพลาง ถอนดอกไม้ในแปลงไปพลางอย่างบ้าคลั่ง ซ่งอี้จือก็อดไม่ได้ที่จะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

หากนางคิดจะปลูกบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลอีกละก็ ให้นางเป็นหมาได้เลย!

หรงเยว่หยวนนิ่งเงียบไป

หรงอี้: "..."

เขามองดูบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลที่ซ่งอี้จือเพิ่งจะทิ้งแหมะลงบนพื้น แล้วก็แทบจะหายใจไม่ทัน

หากมิใช่เพราะความเยือกเย็นและหนักแน่นที่เขาสั่งสมมานานหลายปี เขาคงพุ่งตัวไปเก็บสมุนไพรล้ำค่าที่ถูกซ่งอี้จือปู้ยี่ปู้ยำดอกนี้ขึ้นมาอย่างทะนุถนอมแล้ว

แม้หรงเยว่หยวนจะไม่ได้เสียกิริยาอย่างหรงอี้ แต่เขาก็ยังตกใจไม่น้อย "บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลมีพิษ และกลิ่นหอมประหลาดของมันก็เป็นพิษเช่นกัน"

ซ่งอี้จือพยักหน้า "ข้าทราบเจ้าค่ะ"

ทั้งที่รู้ เจ้าก็ยังจะปลูกมันเนี่ยนะ?

หรงเยว่หยวนมองซ่งอี้จือ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ตะกร้าไม้ไผ่ ก่อนจะก้มหน้าลงมอง

บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลถูกนางนำมารองก้นตะกร้าแทนวัชพืชเพื่อกันกระแทกให้กับพวกผัก

หรงเยว่หยวน: "..."

ถึงอย่างไร บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลก็เป็นถึงสมุนไพรวิญญาณระดับหกเลยมิใช่หรือ?

หากผู้อาวุโสรองมาเห็นภาพตรงหน้านี้เข้า คงได้โกรธจนเลือดขึ้นหน้าเป็นแน่ ใช่หรือไม่?

"..." หรงเยว่หยวนเงยหน้าขึ้นมองซ่งอี้จือ แล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างซับซ้อน "ซ่งอี้จือ เจ้าอยากถูกพิษตายหรืออย่างไร?"

บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลนั้นมีพิษอยู่ทั่วทุกส่วน น้ำหล่อเลี้ยงจากดอกของมันเพียงเล็กน้อยก็สามารถปลิดชีพผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจู้จีได้แล้ว ส่วนกลิ่นหอมประหลาดของมันก็ยังทำให้สติพร่ามัว จนนำไปสู่ธาตุไฟแตกซ่านในระหว่างการบำเพ็ญเพียรได้อีกด้วย

การปลูกบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลไว้ในที่พักอาศัย ย่อมไม่อาจอธิบายเป็นอย่างอื่นได้เลยนอกจากการรนหาที่ตาย

"..." ซ่งอี้จือถึงกับสะอึก

นางไม่ได้อยากจะตายอย่างไร้ความหมายปานนั้นเสียหน่อย!

"แต่มันสวยไม่ใช่หรือเจ้าคะ?" ซ่งอี้จือบุ้ยปาก "แถมยังปลูกง่ายอีกต่างหาก นอกจากกลิ่นชวนคลื่นไส้แล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกนี่นา"

หรงเยว่หยวนมองซ่งอี้จือที่ยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย เขามีท่าทีอึกอักคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าเหตุใดนางถึงคิดว่าบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลปลูกง่าย แต่ทำไมผู้อาวุโสใหญ่ถึงปล่อยให้นางปลูกสมุนไพรวิญญาณที่มีพิษร้ายแรงเช่นนี้กัน?

เรื่องที่ซ่งอี้จือเป็นคนพึ่งพาไม่ได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ทำไมผู้อาวุโสใหญ่ถึงไม่ห้ามนางล่ะ?

อันที่จริง ซ่งลั่วเคยพยายามห้ามแล้ว ทว่าไม่สำเร็จต่างหาก

"เอ้อ แม่นาง" หรงอี้ค้อมกายคารวะซ่งอี้จืออย่างนอบน้อม และกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนทว่าแฝงไว้ด้วยความจริงใจ "ข้าคือหรงอี้ ผู้นำตระกูลหรง ข้ามีความจำเป็นต้องใช้บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลของเจ้าอย่างเร่งด่วน ข้ายินดีแลกเปลี่ยนกับเจ้าด้วยราคาสูงลิ่ว!"

ซ่งอี้จือตกใจกับการค้อมคารวะของหรงอี้จนต้องกระโดดหลบไปด้านข้าง นางร้องลั่น "ข้ารับไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ รับไม่ไหวหรอก เดี๋ยวอายุขัยข้าจะสั้นลงเสียเปล่าๆ"

หรงอี้เงยหน้าขึ้นมองซ่งอี้จือพลางกล่าวอย่างกระตือรือร้น "แม่นาง ข้าจะให้เจ้าเป็นสามเท่าเลย! สามเท่าเป็นอย่างไร?!"

ตราบใดที่มีบัวหยกโลหิตสีน้ำตาล หรงเหยียนก็มีทางรอด!

หรงเยว่หยวนเอื้อมมือไปดึงตัวซ่งอี้จือกลับมา "เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"

เมื่อเห็นท่าทีของซ่งอี้จือเป็นเช่นนี้ บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลคงมีค่าไม่ต่างจากวัชพืชสำหรับนาง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมไม่ให้นางขายมันเพื่อแลกเงินเสียล่ะ?

ซ่งอี้จือเหลือบมองบัวหยกโลหิตสีน้ำตาล จากนั้นก็หันไปมองหรงอี้ที่กำลังอ้อนวอนอย่างกระตือรือร้น ท้ายที่สุดนางก็คว้าบัวหยกโลหิตสีน้ำตาลจากในตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วยื่นส่งให้ "ท่านเป็นญาติของผู้อาวุโสห้า ข้าไม่คิดเงินหรอกเจ้าค่ะ ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?"

มองดูหนึ่งก้าน สองก้าน สามก้าน สี่ก้าน... สรุปแล้วไม่ต่ำกว่าห้าก้านของบัวหยกโลหิตสีน้ำตาล หรงอี้สูดลมหายใจเฮือกและถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

นี่... บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลมากมายขนาดนี้ ยก... ยกให้เขาทั้งหมดเลยงั้นหรือ?!

หรงเหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเข้มของเขาจับจ้องไปที่บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลในมือซ่งอี้จือ เขาเลื่อนสายตาอย่างแข็งทื่อ ก่อนจะหยุดลงที่ซ่งอี้จือในท้ายที่สุด

นางเป็นแม่นางผู้บำเพ็ญเพียรที่งดงาม งดงามยิ่งนัก

บัวหยกโลหิตสีน้ำตาลในมือของนางคือของวิเศษล้ำค่าจากสวรรค์ที่ใช้ช่วยชีวิตคนได้ ทว่าน้ำเสียงสบายๆ ของนางกลับดูราวกับว่ากำลังยกวัชพืชไร้ค่าให้ผู้อื่นเสียอย่างนั้น

จบบทที่ บทที่ 25 ของพวกนี้ให้ท่าน พอหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว