- หน้าแรก
- ตัวอย่างเลวร้ายประจำสำนักน่ะหรือก็ข้าคนนี้นี่ไง
- บทที่ 20 ซ่งอี้เหิง
บทที่ 20 ซ่งอี้เหิง
บทที่ 20 ซ่งอี้เหิง
บทที่ 20 ซ่งอี้เหิง
ผู้ดูแลที่ยุ่งจนหัวหมุนยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ก่อนจะเอ่ยอย่างหัวเสียว่า "ช่วงนี้ข้ามัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องของศิษย์ใหม่และศิษย์เผ่ามาร จนลืมส่งเบี้ยหวัดรายเดือนของผู้อาวุโสห้าไปยังยอดเขาเจียวเยว่ เป็นความสะเพร่าของข้าเอง ขอผู้อาวุโสห้าโปรดอภัยด้วยขอรับ!"
กล่าวจบ ผู้ดูแลก็ค้อมกายขออภัยหรงเยว่หยวน
หรงเยว่หยวนโบกมือปัด "ไม่เป็นไร"
"จากนี้ไป หอไป่ซื่อจะจัดส่งเบี้ยหวัดรายเดือนของผู้อาวุโสห้าให้ตรงเวลาอย่างแน่นอนขอรับ!" เมื่อผู้ดูแลกล่าวจบ เขาก็รีบเข้าไปด้านในเพื่อนำเบี้ยหวัดรายเดือนของหรงเยว่หยวนออกมาให้
หรงเยว่หยวนรับมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า "แล้วก็ของซ่งอี้จือด้วย"
ซ่งอี้จือหรือ?
ผู้ดูแลเงยหน้าขึ้นและเห็นซ่งอี้จือยืนอยู่ข้างๆ หรงเยว่หยวน เมื่อมองดูแม่หนูน้อยที่กำลังเตะชายกระโปรงตัวเองเล่น เขาก็อดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้
เหตุใดคุณหนูผู้นี้ถึงมาติดตามผู้อาวุโสห้าได้? หรือว่าผู้อาวุโสใหญ่จะส่งนางไปดัดนิสัยที่ยอดเขาเจียวเยว่จริงๆ?
ผู้ดูแลเผยรอยยิ้มใจดี "ซ่งอี้จือ เจ้ามาได้จังหวะพอดี ผู้อาวุโสใหญ่ได้เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เจ้าหลายชุด ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็รับติดมือกลับไปด้วยเลยสิ"
"รบกวนท่านแล้ว" ซ่งอี้จือยกมือขึ้นประสานและค้อมศีรษะให้ผู้ดูแลเล็กน้อย
ผู้ดูแลยิ้มพลางหยิบลูกกวาดออกมาสองสามเม็ดส่งให้ซ่งอี้จืออย่างเคยชิน "รอเดี๋ยวนะ ข้าจะไปหยิบมาให้เดี๋ยวนี้แหละ"
"ตกลงเจ้าค่ะ" ซ่งอี้จือรับลูกกวาดมา ก่อนจะแบ่งปันตามความเคยชิน นางยื่นลูกกวาดให้หรงเยว่หยวนสองสามเม็ด
"เจ้ากินเถอะ" หรงเยว่หยวนรับของหวานเลี่ยนเช่นนั้นไม่ไหวจริงๆ
ซ่งอี้จือไม่ได้ว่าอะไร นางแกะกระดาษห่อลูกกวาด โยนเข้าปาก แล้วเดินไปนั่งที่ม้านั่งด้านข้าง
หรงเยว่หยวนเดินตามไปนั่งลงเช่นกัน ท่าทีที่เป็นกันเองของเขาทำให้บรรดาศิษย์หลายคนถึงกับประหลาดใจอีกครั้ง
"ซ่งอี้จือ!" เสียงทุ้มใสและกังวานดังแว่วมาแต่ไกลและค่อยๆ ใกล้เข้ามา
ดวงตาของซ่งอี้จือเป็นประกาย นางเงยหน้ามองตามเสียง และเห็นบุรุษในชุดคลุมสีดำกำลังก้าวยาวๆ ตรงมาทางนี้
"ท่านพี่!" ใบหน้าของซ่งอี้จือเต็มไปด้วยความสุข นางยกมือขึ้นโบกไปมา พู่ห้อยข้างขมับแกว่งไกวตามจังหวะการเคลื่อนไหว
บุรุษผู้มีอายุราวยี่สิบต้นๆ มีใบหน้าที่หล่อเหลา แม้จะอยู่ในชุดสีดำก็ไม่อาจปิดบังกลิ่นอายบริสุทธิ์สูงส่งราวกับเซียนของเขาได้เลย
บนใบหน้าที่คล้ายคลึงกับซ่งอี้จือถึงเจ็ดส่วนนั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มกระจ่างใส นัยน์ตาดอกท้อที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว แววตาที่ดูเหมือนมีสายใยรักใคร่ลึกซึ้งโดยธรรมชาตินั้นเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูอย่างอ่อนโยน
ซ่งอี้จือยกชายกระโปรงขึ้นแล้วลุกยืน จังหวะที่นางกำลังจะวิ่งออกไป ซ่งอี้เหิงก็ใช้ช่วงขายาวๆ ก้าวเพียงสองสามก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้านางเสียแล้ว
ซ่งอี้จือก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของซ่งอี้เหิง "ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที! ท่านออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ครั้งนี้นานเหลือเกิน!"
ซ่งอี้เหิงกอดรัดน้องสาวไว้ในอ้อมแขน พลางรับฟังคำตัดพ้อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานของนาง เขายกมือขึ้นลูบศีรษะนางอย่างแผ่วเบา "ข้าก็กลับมาแล้วนี่ไง?" กล่าวจบ ซ่งอี้เหิงก็คลายอ้อมกอดแล้วพิจารณาน้องสาวตรงหน้า
"เจ้ายิ่งโตยิ่งงดงามขึ้นนะ" ซ่งอี้เหิงยกมือขึ้นจิ้มหน้าผากซ่งอี้จือเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลของเขาปิดบังความเอ็นดูเอาไว้ไม่มิด "ครั้งนี้ข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้อีกนานเลยล่ะ กลัวแต่ว่าเจ้าจะรำคาญข้าเสียนี่สิ"
ซ่งอี้จือส่ายหน้า "ข้าไม่รำคาญหรอก"
"ข้าเข้าไปส่งมอบภารกิจก่อนนะ" ซ่งอี้เหิงกล่าวจบและกำลังจะเดินเข้าไปด้านใน ทว่าสายตาก็เหลือบไปเห็นหรงเยว่หยวนที่นั่งอยู่ด้านข้างพอดี
"ผู้อาวุโสห้า" ซ่งอี้เหิงยกมือขึ้นประสานและค้อมกายให้หรงเยว่หยวน
หรงเยว่หยวนโบกมือรับรู้
ซ่งอี้เหิงไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เขาหันหลังแล้วเดินเข้าไปในหอไป่ซื่อ
ซ่งอี้จือกลับไปนั่งที่เดิม นางยืดขาออกแล้วแกว่งไปมา ท่าทางดูซุกซนสมวัยเด็ก
"นี่คือหอไป่ซื่อหรือ!" เสียงร้องด้วยความตื่นเต้นของหลานเชียนเชียนดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี อารมณ์เบิกบานของซ่งอี้จือก็พลันสะดุดกึก
"ที่นี่คือหอไป่ซื่อ ต่อไปเจ้าจะต้องมาที่นี่บ่อยๆ" ผู้ที่กล่าวคือม่อซี ศิษย์พี่หญิงของหลานเชียนเชียน
หลานเชียนเชียนพยักหน้าและเดินตามหลังม่อซีไปติดๆ ขณะที่นางกำลังเดินขึ้นบันได นางก็เห็นหรงเยว่หยวนนั่งอยู่ตรงนั้นพอดี
บุรุษที่นั่งหลังตรงผู้นั้นแผ่กลิ่นอายความสบายๆ ที่ยากจะบรรยายออกมา เขาไม่ได้ดูเหมือนผู้อาวุโสที่วางตัวสูงส่งและเข้าถึงยากเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูเหมือนศิษย์พี่ที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากกว่า
เพียงแค่เห็นหรงเยว่หยวน หลานเชียนเชียนก็รู้สึกใจเต้นแรง ราวกับมีลูกกวางตัวน้อยกระโดดโลดเต้นอยู่ภายในอก
แต่เมื่อหลานเชียนเชียนเห็นเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ หรงเยว่หยวน ก็ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนเปียกโชกไปทั้งตัว
ซ่งอี้จือ!
เป็นซ่งอี้จือผู้โอ้อวดและชอบเรียกร้องความสนใจผู้นั้น!
หลานเชียนเชียนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาสีหน้าของตนเองเอาไว้
ทว่าความริษยาที่ฝังรากลึกถึงกระดูก กลับคอยตอกย้ำให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างตัวนางกับซ่งอี้จืออยู่ตลอดเวลา
"ผู้อาวุโสห้า" ม่อซียกมือขึ้นประสานคารวะหรงเยว่หยวน
หลานเชียนเชียนข่มความขุ่นข้องหมองใจที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย แล้วเอ่ยทักทายหรงเยว่หยวนกับซ่งอี้จือ
หรงเยว่หยวนโบกมือตอบ ท่าทีดูสุภาพทว่าแฝงไว้ด้วยความห่างเหิน
"ซ่งอี้จือ" ซ่งอี้เหิงเดินออกมาจากหอไป่ซื่อ เขาชูถุงมิติในมือขึ้นแล้วกล่าวอย่างเอ็นดู "ข้าช่วยรับเบี้ยหวัดรายเดือนของเจ้ามาให้แล้วนะ"
ซ่งอี้จือรับถุงมิติมาพิจารณา ก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ "ทำไมถึงเยอะนักล่ะ?"
เบี้ยหวัดรายเดือนของนางเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ไม่น่าจะใช่นี่นา!
เมื่อมองดูน้องสาวที่กำลังสับสน ซ่งอี้เหิงก็บีบแก้มนางเบาๆ "เบี้ยหวัดรายเดือนของข้าก็เป็นของเจ้าทั้งหมดไม่ใช่หรือ?"
ซ่งอี้จือเก็บมันเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ แล้วเอ่ยออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำว่า "ท่านพี่ ข้าเจ็บเท้า เดินไม่ไหวแล้ว!"
ซ่งอี้เหิงหันหลังให้แล้วย่อตัวลง
ซ่งอี้จือกระโดดขึ้นขี่หลังซ่งอี้เหิง สองแขนโอบกอดคอพี่ชายไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า "ไปกันเถอะ! ไปยอดเขาเจียวเยว่กัน!"
"ตกลง" รอยยิ้มของซ่งอี้เหิงยังคงอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูเช่นเดิม
ผู้ดูแลหอไป่ซื่อเล่าให้เขาฟังคร่าวๆ แล้วว่า ท่านแม่ส่งซ่งอี้จือไปที่ยอดเขาเจียวเยว่เพื่อให้ผู้อาวุโสห้าช่วยอบรมสั่งสอนดัดนิสัย
เขาไม่ได้ประหลาดใจอะไร เพียงแต่เป็นห่วงว่าซ่งอี้จือจะต้องทนลำบากเท่านั้น
หรงเยว่หยวนลุกขึ้นแล้วค่อยๆ เดินตามทั้งสองคนไป
หลานเชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองแผ่นหลังของคนทั้งสามที่กำลังเดินจากไป
ม่อซีสังเกตเห็นท่าทีของศิษย์น้องเล็ก จึงกล่าวขึ้นว่า "นั่นคือศิษย์พี่ซ่งอี้เหิงจากยอดเขาซ่งหนิง"
ซ่งอี้เหิง?
พี่ชายของซ่งอี้จืองั้นหรือ?
หลานเชียนเชียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เขาคือพี่ชายของศิษย์พี่หญิงซ่งหรือเจ้าคะ?"
ม่อซีพยักหน้า น้ำเสียงไม่อาจซ่อนความชื่นชมที่มีต่อซ่งอี้เหิงไว้ได้ "ศิษย์พี่ซ่งเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี! เขาบรรลุถึงขั้นหยวนอิงตอนปลายตั้งแต่ก่อนอายุครบสองร้อยปีเสียอีก การจะก้าวข้ามขั้นหยวนอิงไปได้ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น"
การที่ศิษย์พี่ซ่งกลับมาจากการไปฝึกฝนหาประสบการณ์ในครั้งนี้ ย่อมต้องได้รับความก้าวหน้ามาไม่น้อย และมีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะบรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นหยวนอิงแล้ว
บางทีศิษย์พี่ซ่งอาจใช้เวลาอีกไม่นานในการทะลวงผ่านขั้นหยวนอิงไปได้กระมัง?
ความชื่นชมที่ม่อซีมีต่อซ่งอี้เหิงยิ่งลึกล้ำมากขึ้น
ขั้นหยวนอิงตอนปลาย?!
แม้แต่หลานเชียนเชียนก็ยังตกตะลึง
นี่... นี่จะเป็นขั้นหยวนอิงตอนปลายไปได้อย่างไร?!
ซ่งอี้เหิงดูยังหนุ่มแน่นขนาดนั้น! นางคิดว่าอย่างมากซ่งอี้เหิงก็น่าจะอยู่แค่ขั้นจินตันตอนกลางหรือตอนปลายเสียอีก!
เมื่อมองดูสีหน้าตกตะลึงของหลานเชียนเชียน ม่อซีก็กล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ "ศิษย์พี่ซ่งเป็นอัจฉริยะคนที่สองรองจากผู้อาวุโสห้าที่สามารถบรรลุขั้นหยวนอิงได้ภายในเวลาร้อยปี เขาคือศิษย์เอกแห่งสำนักฉางชิว ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในทำเนียบจินซิ่วอีกด้วย!"
ชื่อเสียงของซ่งอี้จือในฐานะคนไร้ค่าโด่งดังขจรขจายเพียงใด ชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะของซ่งอี้เหิงก็เลื่องลือระบือไกลไม่แพ้กัน สรุปแล้วสองพี่น้องคู่นี้ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
"ศิษย์พี่ซ่งเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" หลานเชียนเชียนอุทานออกมา ทว่าในใจนางกลับไม่ได้รู้สึกทึ่งเท่าใดนัก กลับเป็นความรู้สึกริษยาซ่งอี้จือที่เพิ่มมากขึ้นเสียมากกว่า
การมีท่านแม่เป็นยอดฝีมือขั้นตู้เจี๋ยก็เรื่องหนึ่งแล้ว แต่นี่พี่ชายของนางยังเป็นอัจฉริยะที่เจิดจรัสถึงเพียงนี้อีก!
ซ่งอี้จือที่เป็นแค่คนไร้ค่า เหตุใดถึงได้มีวาสนาดีเช่นนี้!
สวรรค์ช่างลำเอียงเกินไปแล้ว!
จู่ๆ หลานเชียนเชียนก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางขบริมฝีปาก มีท่าทีอึกอักคล้ายอยากจะพูดแต่ก็ลังเล "ศิษย์พี่ซ่งเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เก่งกาจจริงๆ แต่ทว่า..."
ม่อซียกมือขึ้นลูบศีรษะหลานเชียนเชียน แล้วยิ้มอ่อนโยน "แต่อะไรหรือ?"
"ข้าเข้ามาอยู่ในสำนักฉางชิวตั้งนานแล้ว ยังไม่เคยเห็นบิดาของศิษย์พี่ซ่งเลย บิดาของศิษย์พี่ซ่งเป็นยอดฝีมือแบบใดกันหรือเจ้าคะ?" ความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดอยู่บนใบหน้าไร้เดียงสาของหลานเชียนเชียน
สีหน้าของม่อซีเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะลดเสียงลงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตักเตือน "ศิษย์น้องเล็ก เรื่องนี้ห้ามพูดถึงเด็ดขาด! แล้วเจ้าก็ห้ามอยากรู้อยากเห็นด้วย!"
หลานเชียนเชียนทำทีเป็นหวาดกลัว นางจ้องมองม่อซีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น "ศิษย์พี่หญิง มี... มีอะไรหรือเจ้าคะ?"