- หน้าแรก
- ตัวอย่างเลวร้ายประจำสำนักน่ะหรือก็ข้าคนนี้นี่ไง
- บทที่ 2 ซ่งอี้จือ เจ้ากำลังซ่อนคม
บทที่ 2 ซ่งอี้จือ เจ้ากำลังซ่อนคม
บทที่ 2 ซ่งอี้จือ เจ้ากำลังซ่อนคม
บทที่ 2 ซ่งอี้จือ เจ้ากำลังซ่อนคม
ยอดเขาเจียวเยว่
ยอดเขาซ่งหนิงมีศิษย์อยู่มากมายนัก อย่างไรเสียท่านแม่ของเธอก็ถือได้ว่ามีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทว่ายอดเขาเจียวเยว่กับยอดเขาซ่งหนิงนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บนยอดเขาเจียวเยว่อันกว้างใหญ่ นอกจากหรงเยว่หยวนผู้เป็นทั้งผู้อาวุโสและเจ้ายอดเขาแล้ว ก็มีเพียงศิษย์สายนอกไม่กี่คนที่คอยปัดกวาดทำความสะอาดอยู่ตรงตีนเขาเท่านั้น
เขาไม่เคยรับทั้งศิษย์สายในและศิษย์สายตรง
เขานับเป็นสายน้ำอันบริสุทธิ์ผุดผ่องแห่งโลกผู้ฝึกตนโดยแท้!
บนยอดเขาอันเงียบเหงาว่างเปล่า มีเพียงเรือนไม้ไม่กี่หลังตั้งตระหง่านอยู่ พืชพรรณรอบด้านเจริญงอกงามตามธรรมชาติ ด้านหน้าเรือนไผ่มีสระน้ำขนาดเล็ก และมีกอไผ่สีเขียวขึ้นอยู่ประปรายในบริเวณไม่ไกลนัก
สถานที่แห่งนี้ราวกับเป็นดินแดนสุขาวดี แตกต่างจากที่พำนักของผู้อาวุโสท่านอื่นซึ่งมักจะมีตำหนักใหญ่โตโอ่อ่าและอวลไปด้วยพลังปราณอย่างสิ้นเชิง
ซ่งอี้จือเหยียบย่างลงบนผืนหญ้า เธอมองไปรอบๆ ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายเจิดจ้า
ที่นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย!
นี่แหละคือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในวัยเกษียณที่เธอเฝ้าใฝ่ฝันถึงมาตลอด!
ซ่งอี้จือถูมือไปมา หากไม่ใช่เพราะสายตาของผู้อาวุโสห้าที่จับจ้องอยู่ เธออาจจะหยิบจอบไปถางหญ้าเปิดหน้าดินแล้วก็เป็นได้
เมื่อเห็นแววตาที่เป็นประกายของซ่งอี้จือ หรงเยว่หยวนก็ปรายตามองที่พำนักของตนเองแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
อย่างไรเสียเธอก็เป็นถึงคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม แต่พอได้เห็นสถานที่แบบนี้กลับตาเป็นประกาย นี่เธอชอบการทำไร่ทำนามากขนาดไหนกัน?
"ตั้งแต่นี้ไปเจ้าพักอยู่ที่นี่" หรงเยว่หยวนชี้ไปยังเรือนไผ่สองหลังที่อยู่ไม่ไกล
ซ่งอี้จือพยักหน้ารับ เธอหันไปค้อมกายเคารพหรงเยว่หยวน ก่อนจะวิ่งตรงไปยังเรือนพักที่ตนกำลังจะได้เข้าไปอาศัย
เธอหมายตากระท่อมไม้ไผ่เช่นนี้มานานแล้ว แต่ท่านแม่กลับบอกว่ามันดูซอมซ่อเกินไป พี่ชายเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ทั้งสองคนดึงดันที่จะสร้างคฤหาสน์ให้เธอที่ภูเขาด้านหลังให้จงได้
หรงเยว่หยวนทอดสายตามองแผ่นหลังของซ่งอี้จือที่วิ่งออกไป ฝีเท้าของเธอแผ่วเบาและรวดเร็ว ทว่าจังหวะการก้าวเดินกลับไม่สับสนวุ่นวาย ตรงกันข้าม มันกลับดูเป็นจังหวะจะโคนอย่างยิ่ง
มีเพียงผู้ที่ผ่านการฝึกฝนวิชาตัวเบามาอย่างหนักหน่วงเท่านั้นจึงจะมีฝีเท้าเช่นนี้ได้
ทว่าซ่งอี้จือกลับขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ผุที่ไม่อาจแกะสลักได้...
หรงเยว่หยวนคิดไม่ตก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลงมือทดสอบ
พลังปราณควบแน่นและพุ่งแหวกอากาศ ตรงเข้าสู่จุดตายของซ่งอี้จือ
เมื่ออันตรายคืบคลานเข้ามา ซ่งอี้จือก็เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าในจังหวะที่เธอเพิ่งหลบพ้น คลื่นพลังปราณระลอกถัดไปก็พุ่งเข้ามาแทบจะประชิดใบหน้า
ไม่ทันได้คิด ซ่งอี้จือก็เอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบหลีก และเมื่อเห็นสายพลังปราณอีกสามสายพุ่งแหวกลมเข้ามา เธอเดาะลิ้นเบาๆ ก่อนจะม้วนตัวกลิ้งหลบไปด้านข้าง
หลังจากที่ซ่งอี้จือหยัดยืนได้อย่างมั่นคง เธอก็ยกมือขึ้นจัดระเบียบแขนเสื้อและเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา "ข้าไม่ทราบว่าตนเองทำสิ่งใดผิด ถึงได้ยั่วโทสะผู้อาวุโสห้าจนต้องลงมือหมายเอาชีวิตกันโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเช่นนี้!"
ผู้อาวุโสห้าผู้นี้มีโรคประจำตัวร้ายแรงหรืออย่างไร?!
เธอกับเขาไม่ได้มีความแค้นเคืองใดๆ ต่อกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน แล้วเหตุใดเขาถึงได้เจาะจงเล่นงานเธอนัก!
สู้ไปหาเรื่องหลานเชียนเชียนไม่ดีกว่าหรือ?
แบบนั้นทุกคนก็น่าจะมีความสุขกันถ้วนหน้า!
หรงเยว่หยวนไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เขาควบแน่นพลังปราณให้กลายเป็นกระบี่ยาว และในวินาทีถัดมา ร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไป
"เคร้ง—"
ซ่งอี้จือถูกปราณกระบี่อันทรงพลังบีบบังคับให้ต้องถอยร่นไปหลายก้าว มือของเธอชาหนึบ
เธอเปลี่ยนมาจับกระบี่ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาที่ชาจากการปะทะนั้นกำลังสั่นเทา
ซ่งอี้จือไม่มีแก่ใจมาสนใจแขนที่เกือบจะได้รับบาดเจ็บจากแรงสั่นสะเทือน สายตาที่เธอมองไปยังหรงเยว่หยวนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยียบเย็นยิ่งขึ้น
เธอทำอะไรลงไปกันแน่ ถึงทำให้หรงเยว่หยวนต้องมาทดสอบเธอเช่นนี้!
เพียงกระบวนท่าเดียว หรงเยว่หยวนก็สามารถหยั่งรู้ตื้นลึกหนาบางของซ่งอี้จือไปแล้วถึงเจ็ดแปดส่วน
ซ่งอี้จือจงใจซ่อนคมของตัวเองไว้อย่างแน่นอน
"ระดับการบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเจ้าอยู่ขั้นใดแล้ว?" หรงเยว่หยวนเก็บกระบี่ยาวของตน
ซ่งอี้จือตวัดมือทิ้งกระบี่ลงบนพื้นแล้วทรุดตัวลงนั่ง เธอใช้มือซ้ายนวดคลึงแขนขวาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง "ผู้อาวุโสห้ากำลังถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?"
"ขั้นสร้างรากฐานงั้นหรือ?" หรงเยว่หยวนเลิกชายชุดคลุมขึ้นและทรุดตัวลงนั่งบนผืนหญ้า จากนั้นเขาก็ดึงแขนของซ่งอี้จือมาหาตนและใช้พลังปราณช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บให้
พลังปราณไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณของเธออย่างช้าๆ ทำให้แขนของซ่งอี้จือรู้สึกดีขึ้นมากในทันที
"แล้วจะเป็นขั้นใดได้อีกล่ะ?" ซ่งอี้จือมองชายหนุ่มตรงหน้าและกล่าวเหน็บแนม "วันนี้กบในกะลาอย่างข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ ที่แท้ผู้อาวุโสห้าก็เป็นคนประเภทที่ลงมือหมายเอาชีวิตลูกศิษย์ทันทีที่มีเรื่องไม่ลงรอยกันนี่เอง!"
เมื่อเผชิญกับคำถากถางของซ่งอี้จือ สีหน้าของหรงเยว่หยวนยังคงเรียบเฉยและอ่อนโยนดุจเดิม "ซ่งอี้จือ เจ้ากำลังซ่อนคม" เอ่ยจบ เขาก็ช้อนตาขึ้นมองซ่งอี้จือ ดวงตาอันงดงามคู่นั้นทอประกายลึกล้ำทว่าสงบนิ่ง
สีหน้าของซ่งอี้จือเย็นชาลง เธอชักแขนกลับและหมายจะเดินหนีไปจากที่นี่
นี่มันเห็นผีชัดๆ!
เหตุใดหรงเยว่หยวนถึงดูออกว่าเธอกำลังซ่อนฝีมือ!
ถุยๆๆ ซ่อนฝีมือบ้าบออะไรกัน! เธอยังไม่ได้เริ่มบำเพ็ญเพียรด้วยซ้ำ แล้วจะเอาฝีมือที่ไหนมาซ่อน!
นั่นเป็นเพียงประสบการณ์ที่เธอสั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เป็นความทรงจำที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ มันไม่ใช่สิ่งที่อยากจะลืมก็ลืมได้เสียหน่อย!
ซ่งอี้จือไม่เข้าใจเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตนเองกับหรงเยว่หยวนนั้นช่างเข้ากันไม่ได้เอาเสียเลย!
ปฏิกิริยาของซ่งอี้จือตกอยู่ในสายตาของหรงเยว่หยวนทั้งหมด เมื่อเห็นพฤติกรรมหนีปัญหาโดยจิตใต้สำนึกของเธอ เขาก็เดาได้ทันทีว่าเธอจงใจปิดบังความสามารถของตนเองเอาไว้
แต่ทำไมกันล่ะ?
"ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกหรือ?" หรงเยว่หยวนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ใช่เสียหน่อย ข้าก็แค่มีพรสวรรค์สูงและปฏิกิริยาตอบสนองไวแค่นั้น! มันมีปัญหาหรือไง? ไม่มีปัญหาเสียหน่อย!" ซ่งอี้จือกล่าวโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองดูท่าทางสุภาพอ่อนโยนของหรงเยว่หยวน ซ่งอี้จือกางมือออกกว้างด้วยท่าที 'แล้วท่านจะทำอะไรข้าได้' "อีกอย่าง ผู้อาวุโสห้ามีหลักฐานหรือไม่? ท่านไม่มี! ท่านจะมากล่าวหาว่าข้าซ่อนฝีมือโดยไม่มีหลักฐานได้อย่างไร!"
เมื่อมองซ่งอี้จือที่ทำตัวหยิ่งผยอง หรงเยว่หยวนกลับไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด ทว่ากลับดูผ่อนคลายและสงบเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม
"ที่นี่มีมุกบันทึกภาพอยู่" หรงเยว่หยวนกล่าว พลางพลิกฝ่ามือ เผยให้เห็นมุกขนาดเท่ากำปั้นที่วางนิ่งสนิทอยู่ในมือของเขา
"......" ซ่งอี้จือมองเห็นมุกในฝ่ามือของหรงเยว่หยวนก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนเสียอีก
การตบหน้าฉาดนี้ช่างมาไวราวกับพายุทอร์นาโด
สีหน้าของซ่งอี้จือแข็งค้าง
เธอมีคำผรุสวาทมากมายที่ลอยเข้ามาในหัว ทว่าไม่รู้ว่าควรจะด่าออกไปดีหรือไม่!
เมื่ออัดฉีดพลังปราณเข้าไป กระจกวารีก็ปรากฏขึ้นเหนือมุกบันทึกภาพ เผยให้เห็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
ใบหน้าของซ่งอี้จือมืดทะมึนลงเมื่อทอดสายตามองรูปร่างหน้าตาของตนที่ปรากฏชัดเจนจนเกินไปในมุกบันทึกภาพ
ท่านป่วยหรือไงกัน!
หรงเยว่หยวน ท่านต้องมีโรคประจำตัวร้ายแรงแน่ๆ!
ยอดฝีมือขั้นครึ่งก้าวสู่การข้ามทัณฑ์สวรรค์ที่ไหนเขาเอามุกบันทึกภาพมาติดไว้ในที่พักของตัวเองกัน!
ท่านกลัวขโมยขึ้นบ้านหรืออย่างไร?!
หรงเยว่หยวนเก็บมุกบันทึกภาพลง และทอดมองซ่งอี้จือที่สีหน้าบูดบึ้งไม่น่าดูด้วยสายตาที่อ่อนโยนและสงบนิ่ง
"หรงเยว่หยวน ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่!" เมื่อโทสะพุ่งปรี๊ด ซ่งอี้จือก็เลิกเรียกเขาว่าผู้อาวุโสห้าและเรียกขานชื่อของเขาออกมาตรงๆ
หรงเยว่หยวนไม่ได้ถือสาหาความกับท่าทีเช่นนี้ เขายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ข้ามีคำถามสองสามข้อ"
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ซ่งอี้จือก็สวนกลับไปโดยไม่เสียเวลาคิด "ข้าขอปฏิเสธที่จะตอบ!"
"ข้าคิดว่าผู้อาวุโสใหญ่คงจะสนใจใคร่รู้เป็นแน่ว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องซ่อนฝีมือ" หรงเยว่หยวนโยนมุกบันทึกภาพในมือเล่น พลางแย้มยิ้มอบอุ่นดุจสายลมวสันต์
นับว่าโชคดีที่เขากุมจุดอ่อนของซ่งอี้จือเอาไว้ได้ มิเช่นนั้นเขาคงไม่สามารถนั่งจับเข่าคุยกับเธอดีๆ ได้เช่นนี้
"......" ใบหน้าของซ่งอี้จือสลดลง
นี่มันขู่กรรโชกกันชัดๆ!
ไม่ๆๆ นี่มันเป็นการข่มขู่กันซึ่งๆ หน้าเลยต่างหาก!
"เหตุใดเจ้าจึงต้องซ่อนฝีมือ?" หรงเยว่หยวนเอ่ยถามเสียงนุ่ม
ซ่งอี้จือกล่าวอย่างหงุดหงิด "ข้าไม่ได้ซ่อนฝีมือ!" เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อถือของหรงเยว่หยวน ซ่งอี้จือจึงกล่าวเสริม "ข้าจะโกหกท่านไปเพื่ออันใด? โกหกท่านแล้วข้าจะมีความสุขขึ้นหรืออย่างไร?"
เอาเวลาไปนั่งทำขนมยังจะดีเสียกว่า มีเพียงขนมหวานเท่านั้นที่จะทำให้เธอมีความสุขได้
ท่าทีของซ่งอี้จือนั้นดูจริงใจเสียจนหรงเยว่หยวนจำต้องเชื่อเธออยู่บ้าง ทว่าหากซ่งอี้จือไม่ได้ซ่อนฝีมือแล้ว จะอธิบายเรื่องวิชาตัวเบาของเธอว่าอย่างไรเล่า?