- หน้าแรก
- ระบบสุ่มเทพเซียน พลิกชะตาฟ้าศิษย์รับใช้ไร้พ่าย
- บทที่ 43 - เอาตัวรอด
บทที่ 43 - เอาตัวรอด
บทที่ 43 - เอาตัวรอด
บทที่ 43 - เอาตัวรอด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
อวิ๋นหมิงไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะหน้าด้านพูดตรงไปตรงมาขนาดนี้ อ้าปากปุ๊บก็สั่งให้เขาส่งโอสถสร้างรากฐานให้ปั๊บ
"ข้าก็นึกว่าพวกท่านจะมีลูกเล่นอะไรแปลกใหม่เพื่อให้ข้ายอมส่งโอสถสร้างรากฐานให้เสียอีก ที่ไหนได้ มาปล้นกันดื้อๆ แบบนี้เลยหรือ"
คนที่เปิดปากพูดเมื่อครู่แค่นเสียงเย็นชา "ถ้าเจ้ารู้จักรักตัวกลัวตาย ก็รีบส่งมันมาซะดีๆ"
อวิ๋นหมิงผายมือออก "แล้วถ้าข้าไม่ส่งให้ พวกท่านจะทำไมข้าได้ล่ะ"
ตอนนั้นเองก็มีเสียงคุ้นหูดังขึ้นมา เป็นเสียงของคนที่เอาแต่พูดจาเยาะเย้ยเขาอยู่ในห้องข้างๆ ตอนงานประมูลนั่นเอง "ตระกูลต่างๆ ที่อยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็มีผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานตระกูลละคน เจ้าตัวคนเดียว คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเราทุกคนเลยหรือไง"
ในที่สุดอวิ๋นหมิงก็ได้เห็นหน้าค่าตาของหมอนี่เสียที หน้าตาก็ดูธรรมดาพื้นๆ แต่แววตากลับเย่อหยิ่งจองหองสุดๆ
"เป็นหมาอย่างเจ้านี่เอง" อวิ๋นหมิงถอนหายใจพลางคิดว่าโลกช่างกลมเสียจริง
พอโดนอวิ๋นหมิงด่าว่าเป็นหมาอีกรอบ หมอนั่นก็โกรธจนแทบจะพุ่งเข้าไปสับอวิ๋นหมิงให้เป็นชิ้นๆ แต่ถูกคนข้างๆ ดึงตัวเอาไว้เสียก่อน
"สหายธรรมท่านนี้ เมื่อครู่ในงานประมูล พวกเราอาจจะล่วงเกินท่านไปบ้าง แต่โอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้มีความสำคัญต่อตระกูลเหยียนของข้ามาก หวังว่าท่านจะยอมตัดใจขายให้พวกเราเถอะ"
อวิ๋นหมิงเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงแฝงแววล้อเลียน "โอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้ข้าประมูลมาในราคาหกแสนห้าหมื่นหินวิญญาณ แล้วท่านจะให้ราคาเท่าไหร่ล่ะ"
สีหน้าของคนผู้นั้นเปลี่ยนไปทันที เขาอึกอักอ้ำอึ้ง "เอ่อ คือว่า..."
"ปัดโธ่เอ๊ย คิดจะจับเสือมือเปล่านี่หว่า ข้าก็นึกว่าเจ้าจะพึ่งพาได้มากกว่าไอ้หมอนั่นเสียอีก ที่แท้ก็คู่บรรลัยพอๆ กันนั่นแหละ" น้ำเสียงแสร้งทำเป็นประหลาดใจเกินจริงของอวิ๋นหมิง เรียกเสียงหัวเราะครืนจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
"ตระกูลเหยียนก็มีปัญญาแค่นี้แหละ ตระกูลฉีของพวกเรายินดีจ่ายหกแสนหกหมื่นหินวิญญาณเพื่อซื้อโอสถสร้างรากฐานเม็ดนี้ สหายธรรมท่านเห็นว่าอย่างไร"
การที่คนตระกูลเหยียนไม่มีปัญญาจ่าย ไม่ได้หมายความว่าตระกูลอื่นจะจ่ายไม่ไหว
มุมปากของอวิ๋นหมิงยกขึ้นเล็กน้อย เรื่องราวเริ่มเป็นไปตามที่เขาต้องการแล้ว
เขาจึงรีบปรบมือรัวๆ ทำเสียงเลียนแบบค้อนประมูลทันที "ตระกูลฉีให้หกแสนหกหมื่นครั้งที่หนึ่ง! มีใครจะให้ราคามากกว่านี้อีกไหม!"
"ข้าให้หกแสนเจ็ดหมื่นหินวิญญาณ!"
"หกแสนแปดหมื่น!"
"เจ็ดแสน!"
"เจ็ดแสนหนึ่งหมื่น!"
สถานการณ์เริ่มบานปลายเหนือการควบคุม เสียงตะโกนแข่งราคากันดังขึ้นไม่ขาดสาย
"ข้าให้เจ็ดแสนห้าหมื่น! หวังว่าทุกท่านจะไว้หน้าตระกูลฉินแห่งแคว้นหว่านโจวของข้าบ้างนะ!"
ชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามผู้หนึ่งเดินก้าวออกมา เมื่อสังเกตจากรูปร่างและกลิ่นอายพลังของเขาแล้ว น่าจะเป็นถึงปรมาจารย์ขั้นจินตันเลยทีเดียว
แต่อวิ๋นหมิงกลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย "สหายธรรมท่านนี้ การประมูลก็ต้องมีกฎเกณฑ์สิ จะมาข่มขู่คนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ"
ฉินหยวนไม่คิดเลยว่า คนตรงหน้าจะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ สามารถเผชิญหน้ากับเขาด้วยท่าทีสงบนิ่งได้
อันที่จริงอวิ๋นหมิงกลัวจนแทบจะฉี่ราดอยู่แล้ว เขาไม่คิดเลยว่าจะมีปรมาจารย์ขั้นจินตันออกมาเพ่นพ่านอยู่ข้างนอกแบบนี้ พวกระดับนี้ไม่ควรจะนั่งรอประมูลของเหลวควบจินตันเบญจธาตุกับโอสถทารกเร้นลับอยู่ข้างในหรอกหรือ ว่างจัดหรือไงถึงได้มาแย่งโอสถสร้างรากฐานของศิษย์ขั้นหลอมปราณตัวเล็กๆ แบบเขาเนี่ย
แต่อวิ๋นหมิงก็รู้ดีว่า เมื่ออยู่ข้างนอกเราต้องสร้างตัวตนขึ้นมาเอง ยิ่งเราทำตัวปอดแหก อีกฝ่ายก็จะยิ่งได้ใจและแข็งกร้าวใส่
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในเขตของสำนักเมฆาอัสดง ต่อให้หมอนี่จะเป็นขั้นจินตัน ก็คงไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก
และเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ อวิ๋นหมิงมั่นใจในคัมภีร์พรางฟ้าบรรพกาลของตนเองแบบสุดๆ
ฉินหยวนเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน ถึงเขาจะมองเห็นคนตรงหน้า แต่เขากลับไม่สามารถมองทะลุผ้าคลุมหน้าสีดำเพื่อดูหน้าตาที่แท้จริงได้เลย ไม่ว่าเขาจะพยายามส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปสอดแนมแค่ไหน ก็ไม่เป็นผลเลยสักนิด
เรื่องนี้ทำให้ฉินหยวนแอบตกใจอยู่ไม่น้อย มีความเป็นไปได้สองทาง ทางแรกคือคนผู้นี้ดวงดีสุดๆ ไม่รู้ไปได้ของวิเศษที่ช่วยปกปิดกลิ่นอายระดับนี้มาจากไหน ทางที่สองคือเขามีอาจารย์หรือผู้อาวุโสคอยหนุนหลังอยู่และมอบของชิ้นนี้ให้
ฉินหยวนค่อนข้างเอนเอียงไปทางข้อหลังมากกว่า เพราะถ้าเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่บรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานแล้ว จะมาซื้อโอสถสร้างรากฐานไปทำไมกัน
เมื่อคิดเชื่อมโยงได้แบบนี้ ฉินหยวนจึงไม่กล้าผลีผลามทำอะไรวู่วาม
"ข้าฉินหยวนไม่ได้ข่มขู่ใคร ที่บอกชื่อเสียงเรียงนามไปก็เพื่อยืนยันว่าข้ามีปัญญาจ่ายหินวิญญาณจำนวนมากขนาดนี้ได้จริงๆ ก็เท่านั้น"
อวิ๋นหมิงย่อมไม่เชื่อคำพูดพล่อยๆ ของเขาอยู่แล้ว จึงสวนกลับไปทันควัน "แล้วทำไมท่านต้องให้คนอื่นไว้หน้าท่านด้วยล่ะ เป็นผู้ฝึกตนขั้นจินตันแล้วมันน่าเกรงขามนักหรือไง"
คำพูดของอวิ๋นหมิงทำเอาคนฟังแทบช็อก ประโยคนี้ทำเอาทุกคนรอบข้างถึงกับสูดปากด้วยความหวาดเสียว หลายคนถึงกับถอยหลังกรูดไปหลายก้าว เพราะกลัวว่าเลือดของอวิ๋นหมิงจะกระเด็นมาโดนตัวตอนที่ถูกฆ่าตาย
ฉินหยวนเองก็ไม่ได้ยินใครกล้าพูดจาแบบนี้กับเขามานานมากแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะมองอวิ๋นหมิงด้วยสายตาประเมินค่าใหม่
แต่เขาก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ ไม่ยอมปล่อยให้อารมณ์โกรธพลุ่งพล่านเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของอวิ๋นหมิง อีกอย่างที่นี่คือเขตแดนของสำนักเมฆาอัสดง หากเขาลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นได้
"สหายตัวน้อยช่างอารมณ์ร้อนเสียจริง หรือว่าฝึกวิชาจนธาตุไฟเข้าแทรก หากเจ้ายินดี นอกจากหินวิญญาณเจ็ดแสนห้าหมื่นก้อนแล้ว ข้ายังสามารถชี้แนะแนวทางให้เจ้าได้อีกด้วยนะ"
ฉินหยวนแสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งดูขัดกับรูปลักษณ์ที่เคร่งขรึมของเขาอย่างสิ้นเชิง
"ไม่เป็นไรหรอก วิชาที่ข้าฝึกท่านดูไม่เข้าใจหรอก ตกลงว่ามีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหม"
เมื่อได้ยินอวิ๋นหมิงปฏิเสธ หลายคนก็รู้สึกเสียดายแทน นี่คือคำชี้แนะจากปรมาจารย์ขั้นจินตันเชียวนะ ผู้ฝึกตนขั้นจินตันในแคว้นต้าเฉียนทั้งหมดรวมกันยังมีไม่ถึงยี่สิบคนเลย เขาปฏิเสธไปได้ยังไงกัน
พอได้ยินอวิ๋นหมิงถามว่ามีใครจะเสนอราคาอีกไหม ก็ไม่มีใครกล้าตอบรับเลยสักคน ใครจะกล้าไปกระตุกหนวดเสือปรมาจารย์ขั้นจินตันกันล่ะ
เมื่อเห็นรอบด้านเงียบกริบ มีแต่พวกอยากรู้อยากเห็นยืนดูอยู่เต็มไปหมด อวิ๋นหมิงก็ได้แต่แอบเสียดายอยู่ในใจ
แต่พริบตาต่อมา เขาก็เหลือบไปเห็นคนที่เคยหัวเราะเยาะเขาแอบลอบยิ้มอยู่ แผนการที่ถูกปรมาจารย์ขั้นจินตันผู้นี้ขัดจังหวะ ก็ไม่ใช่ว่าจะเอามาใช้ต่อไม่ได้เสียหน่อย
เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า "ในเมื่อท่านผู้อาวุโสเสนอราคามาเจ็ดแสนห้าหมื่น ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ยื่นหมูยื่นแมวกันเลยก็แล้วกัน"
อวิ๋นหมิงหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมา ฉินหยวนส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นโอสถสร้างรากฐานของแท้แน่นอน
ฉินหยวนถอดแหวนมิติที่สวมอยู่ออกมา แล้วควบคุมให้มันลอยไปตรงหน้าอวิ๋นหมิง "ในนั้นมีหินวิญญาณห้าแสนก้อน กับของวิเศษหายากอีกนิดหน่อย มูลค่ารวมแล้วน่าจะแปดแสนหินวิญญาณกว่าๆ ว่าอย่างไร"
อวิ๋นหมิงคว้าแหวนวงนั้นมาสวมไว้ที่นิ้วตัวเองทันที แต่พอส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปตรวจสอบ กลับพบว่ามีรอยประทับจิตวิญญาณของฉินหยวนติดอยู่ ทำให้เขาเปิดดูไม่ได้
"ท่านไม่ให้ข้าตรวจสอบของข้างใน แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่ามีหินวิญญาณห้าแสนก้อนอยู่จริงๆ"
"ส่งโอสถสร้างรากฐานมาให้ข้าก่อน"
"ท่านเป็นถึงปรมาจารย์ขั้นจินตัน ยังจะกลัวข้าเชิดของหนีอีกหรือไง"
ฉินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่คิดดูแล้วก็จริงของมัน เขาจึงสะบัดมือเบาๆ รอยประทับจิตวิญญาณบนแหวนก็สลายหายไปทันที
ในพริบตาที่รอยประทับสลายไป อวิ๋นหมิงก็ขว้างขวดกระเบื้องใส่โอสถออกไปทันที
แต่เขาไม่ได้ขว้างให้ฉินหยวน เขากลับขว้างมันไปทางคนของตระกูลเหยียนทั้งสองคนแทน
"ไอ้เด็กบัดซบ!" ฉินหยวนซัดฝ่ามือใส่อวิ๋นหมิงทันที พร้อมกับยื่นมืออีกข้างออกไปคว้าโอสถสร้างรากฐานกลางอากาศ
อวิ๋นหมิงย่อมไม่ยอมให้โดนโจมตีง่ายๆ เขาแอบเปิดใช้งานยันต์เคลื่อนย้ายมิติขนาดย่อมระดับสามขั้นสูงที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ชูนิ้วกลางแจกของลับให้คนรอบข้าง แล้วร่างของเขาก็ฉีกกระชากมิติหายวับไปในพริบตา
ส่วนคนของตระกูลเหยียนทั้งสองคนนั้น ไม่รู้ว่าโง่จริงหรือแกล้งโง่ ถึงได้กล้ายื่นมือออกไปรับขวดหยกที่ใส่โอสถสร้างรากฐานในสถานการณ์แบบนี้
แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะโดนขวด ขวดหยกก็ระเบิดออก โอสถนับสิบเม็ดปลิวว่อนกระจายไปทั่ว น่าแปลกที่โอสถทุกเม็ดล้วนแผ่กลิ่นอายของโอสถสร้างรากฐานออกมาทั้งสิ้น
สถานการณ์พลิกผันกลายเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตา
ฉินหยวนสมกับที่เป็นปรมาจารย์ขั้นจินตัน เพียงแค่กวาดมือวูบเดียวก็สามารถคว้าโอสถมาได้เกินครึ่ง แต่เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป จึงยังมีโอสถอีกสองสามเม็ดที่หลุดรอดสายตาไปได้
เขาก้มลงมองโอสถในมือ คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เพราะเขาสังเกตเห็นว่าโอสถพวกนี้เริ่มมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไป ค่อยๆ กลายสภาพเป็นโอสถคืนวสันต์ทีละเม็ดๆ
เขากำมือเบาๆ โอสถคืนวสันต์เหล่านั้นก็แหลกละเอียดกลายเป็นผุยผง จากนั้นเขาก็ตวัดสายตาอันดุดันไปมองคนของตระกูลเหยียนสองคนที่กำลังวิ่งไล่ตะครุบโอสถสร้างรากฐานอย่างเอาเป็นเอาตาย
[จบแล้ว]