เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ลิ่วล้อรับมือยาก

บทที่ 6 - ลิ่วล้อรับมือยาก

บทที่ 6 - ลิ่วล้อรับมือยาก


บทที่ 6 - ลิ่วล้อรับมือยาก

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

อวิ๋นหมิงลองสัมผัสระดับพลังของเซียวฮ่าวดู แต่กลับพบว่าเขามองระดับพลังของอีกฝ่ายไม่ออกเลย

เขาแอบตกใจอยู่ในใจแต่ยังคงตีหน้าซื่อถามไปว่า "แค่นั้นเองหรือขอรับ"

"แค่นั้นแหละ ถ้าอยากเรียน ในหอตำรามีคัมภีร์พื้นฐานการปรุงโอสถให้อ่านอยู่ แต่สูตรยาและวัตถุดิบเจ้าต้องไปหาซื้อเอาเองนะ ส่วนเตาหลอมก็เช่าของหอโอสถเอาได้ ไม่อย่างนั้นเตาหลอมระดับหนึ่งขั้นต่ำเตาเดียวก็ราคาปาเข้าไปเกือบร้อยก้อนหินวิญญาณแล้ว" เซียวฮ่าวอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมให้ฟัง

"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ หากข้าผ่านการทดสอบเมื่อไหร่ ข้าจะเลี้ยงเหล้าท่านนะขอรับ" อวิ๋นหมิงประสานมือขอบคุณ

"ตกลง งั้นข้าจะรอเจ้ามาเลี้ยงก็แล้วกัน" ดูเหมือนเซียวฮ่าวจะไม่ได้เก็บคำพูดของอวิ๋นหมิงมาใส่ใจเท่าไหร่นัก

พูดจบเซียวฮ่าวก็เดินจากไป หายเข้าไปในส่วนลึกของหอโอสถ

อวิ๋นหมิงเองก็ไม่ได้อยู่รอ เขาวางแผนจะไปที่หอตำราดูก่อน ถึงแม้ตัวเองจะมีคัมภีร์โอสถเบื้องต้นที่ระบบยัดใส่สมองมาให้แล้ว แต่เอาไปเทียบกับของในสำนักดูก่อนน่าจะดีกว่า

เมื่อมาถึงหอตำรา ผู้อาวุโสที่เฝ้าหอเพียงแค่ปรายตามองอวิ๋นหมิงแวบเดียว อวิ๋นหมิงก็รู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งไปถึงตับไตไส้พุง

แต่โชคดีที่ผู้อาวุโสท่านนี้ไม่ได้พบความผิดปกติอะไร จึงพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "ศิษย์สายนอก เข้าได้แค่ชั้นหนึ่งเท่านั้น จำไว้" พูดจบก็เลิกสนใจอวิ๋นหมิงไปเลย

อวิ๋นหมิงรับคำ "ขอรับ ศิษย์จำไว้แล้ว"

แต่เพิ่งจะเข้าไปในหอตำราได้ไม่ทันไร อวิ๋นหมิงก็เดินกลับออกมาเสียแล้ว

พอเดินมาได้ไกลพอสมควรแล้ว เขาหามุมลับตาคนแล้วสบถด่าเสียงขุ่น "บ้าเอ๊ย ดูได้แค่หน้าปก ถ้าจะยืมอ่านต้องจ่ายตั้งสิบก้อนหินวิญญาณ ทำไมไม่ไปปล้นกันเลยวะ"

แต่พอคิดว่าการเข้าหอโอสถเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ อวิ๋นหมิงก็เลยเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

ชื่อ: [อวิ๋นหมิง] ระดับพลัง: [ขั้นหลอมปราณระดับสี่] เคล็ดวิชา: [เคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียน] (ระดับสีม่วง) [คัมภีร์โอสถเบื้องต้น] (ระดับสีฟ้า) จำนวนสิทธิ์สุ่ม: [140] ความมั่งคั่ง: 0

"ลองกดสุ่มสักยี่สิบสุ่มดูก่อนแล้วกัน"

"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้รับไอเทมดังต่อไปนี้: หินวิญญาณระดับต่ำ 1 ก้อน (ระดับสีขาว) ... หินวิญญาณระดับกลาง 1 ก้อน! (ระดับสีฟ้า) หินวิญญาณระดับกลาง 1 ก้อน! (ระดับสีฟ้า)"

อวิ๋นหมิงคำนวณดู ได้หินวิญญาณระดับต่ำสิบแปดก้อน ระดับกลางสองก้อน ของเดิมในตัวมีอยู่สามก้อน แถมเพิ่งไถมาได้อีกสิบห้าก้อน

ถ้านับรวมเป็นหินวิญญาณระดับต่ำทั้งหมด เขาก็มีหินวิญญาณระดับต่ำรวมสองร้อยสามสิบหกก้อน

แน่นอนว่าเขาคงไม่เอาหินวิญญาณระดับกลางออกมาใช้แน่ๆ มันจึงกลายเป็นแสงไหลเข้าไปเก็บเป็นค่าความมั่งคั่งในระบบชั่วคราว

ส่วนเขาก็พกหินวิญญาณสามสิบหกก้อนใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินกลับเข้าไปในหอตำราอีกครั้ง

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม อวิ๋นหมิงก็เดินหน้าดำคร่ำเครียดออกมาอีกรอบ

"ขาดทุนย่อยยับ!"

อวิ๋นหมิงนึกไม่ถึงเลยว่า ตำราพื้นฐานการปรุงโอสถในหอตำราของสำนักจะตื้นเขินขนาดนี้ เมื่อเอาไปเทียบกับคัมภีร์โอสถเบื้องต้นที่ระบบยัดใส่สมองให้เขาแล้ว มันช่างห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว

อวิ๋นหมิงพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ก้มมองหินวิญญาณในมือที่ตอนนี้เหลือแค่ยี่สิบหกก้อน ไม่รู้ว่าจะพอซื้อวัตถุดิบสำหรับทำโอสถรวมปราณหรือเปล่า

ก่อนจะไปซื้อวัตถุดิบทำโอสถรวมปราณที่ตลาดของสำนัก อวิ๋นหมิงก็แวะไปลงทะเบียนที่หอภารกิจ เพื่อเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายนอกอย่างเป็นทางการเสียก่อน

ศิษย์สายนอกจะได้รับหินวิญญาณรายเดือนเพิ่มเป็นหนึ่งร้อยก้อน ได้ชุดศิษย์สายนอกหนึ่งชุด ป้ายประจำตัวหนึ่งอัน ดาบยาวซึ่งเป็นอาวุธระดับหนึ่งขั้นต่ำหนึ่งเล่ม และยังสามารถไปเลือกคาถาระดับหนึ่งขั้นต่ำที่หอตำราได้ฟรีอีกหนึ่งเล่มด้วย

พอได้ยินว่าจะได้หินวิญญาณเดือนละร้อยก้อน อวิ๋นหมิงก็ดีใจแทบเนื้อเต้น แต่ตอนที่ไปเบิก ศิษย์พี่ที่หอภารกิจกลับบอกว่าเดือนนี้ไม่มีให้ ต้องรอรับของเดือนหน้า ทำเอาอวิ๋นหมิงเหมือนโดนสาดน้ำเย็นเข้าอย่างจัง

เขากลับมาที่หอตำราอีกครั้ง เพื่อเลือกคาถาที่เหมาะกับตัวเอง

"คาถาลูกไฟงั้นรึ ธรรมดาไป"

"คาถาโล่ทองคำ ก็งั้นๆ"

"คาถาใบมีดวายุ หืม ทำไมเล่มนี้ต้องเสียหินวิญญาณร้อยก้อนด้วย บ้าจริง เป็นถึงคาถาระดับหนึ่งขั้นกลางเชียวรึ"

เลือกไปเลือกมา สุดท้ายอวิ๋นหมิงก็หยิบมาแค่ 'เคล็ดวิชาพฤกษา' ซึ่งเป็นคาถารักษาอาการบาดเจ็บระดับหนึ่งขั้นต่ำมาเล่มเดียว

การเข่นฆ่าไม่ใช่สไตล์ของเขา เขาเป็นคนมีเมตตาจิตต่างหาก

พอเลือกคาถาเสร็จ อวิ๋นหมิงก็เดินออกจากหอตำราไปอย่างไม่ไยดี สถานที่แห่งนี้มีแต่ทำให้เขาช้ำใจ หินวิญญาณสิบก้อนนั้นเขาจะจำฝังใจไปจนตายเลยคอยดู

ตอนที่กลับมาถึงกระท่อมของตัวเอง อวิ๋นหมิงก็บังเอิญเจออวิ๋นซินเข้าพอดี แถมอวิ๋นซินยังเดินมากับไอ้สามตัวจากหอโอสถนั่นด้วย

"อวิ๋นหมิง! จะ เจ้าไม่เป็นอะไรเลยรึ" ทั้งสี่คนมองอวิ๋นหมิงด้วยความตกตะลึง พวกเขากวาดสายตามองขึ้นลง พยายามจะหาร่องรอยบาดแผลบนตัวอวิ๋นหมิงให้ได้

อวิ๋นหมิงเลิกคิ้วขึ้น นึกในใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้คงฝีมือพวกมันแน่ๆ

วิญญาณนักแสดงตุ๊กตาทองจึงเข้าประทับร่างทันที เขายกมือขึ้นกุมหน้าอก ทำทีเป็นหอบหายใจรวยริน

"อวิ๋นซิน เจ้ารู้อะไรมาใช่ไหม เจ้าเป็นคนจ้างคนมาดักทำร้ายข้าใช่ไหม!"

เมื่อเห็นสภาพปางตายของอวิ๋นหมิง อวิ๋นซินก็รู้สึกเหมือนได้ระบายความแค้นที่อัดอั้นมานาน เขาแหงนหน้าหัวเราะลั่น "ดี ดีมาก! ใช่แล้ว ข้านี่แหละที่เป็นคนส่งคนไปสั่งสอนเจ้า จะได้รู้ซะบ้างว่าจุดจบของการไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมันเป็นยังไง!"

อีกสามคนพอเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่าอย่างสะใจ "ไอ้น้อง จำใส่กะโหลกไว้ให้ดี เกิดเป็นคนอย่าหยิ่งให้มันมากนัก ไม่งั้นบทจะซวยขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้ตัวหรอก"

อวิ๋นหมิงชี้มืออันสั่นเทาไปที่พวกมันทั้งสามคนแล้วถามว่า "พวกเจ้าสามคนก็มีส่วนร่วมด้วยงั้นรึ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้วเว้ย!"

สิ้นเสียงหัวเราะ ร่างของอวิ๋นหมิงก็หายวับไปจากสายตาของพวกมัน จากนั้นทั้งสี่คนก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว กว่าจะตั้งสติได้ก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว คนอื่นๆ ต่างก็นอนร้องโอดโอยกลิ้งระเนระนาดกันเต็มพื้นไปหมด

อวิ๋นหมิงตบหน้าไอ้หัวโจกเบาๆ "เอาล่ะ รู้อะไรก็รีบคายออกมาให้หมด"

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกกล้าลงมือเชียวรึ!" ไอ้หัวโจกร้องเสียงหลง

เพียะ!

อวิ๋นหมิงตบหน้ามันไปฉาดใหญ่ จนแก้มซ้ายของมันบวมฉึ่งขึ้นมาทันที

"ให้โอกาสอีกรอบ พูดมาดีๆ"

"กะ แก แก..." ไอ้หัวโจกพูดจาติดอ่าง ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

เพียะ! อีกฉาดตามมาติดๆ คราวนี้แก้มขวาก็บวมฉึ่งเท่ากันเป๊ะ

"พูดมาให้ชัดๆ ผู้อาวุโสเฉียนส่งคนมาตีขาข้าให้หักทำไม" อวิ๋นหมิงถามย้ำ

"กะ แก แกยู้จักผู้อาวุโสเฉียนด้ายงาย" แก้มที่บวมเป่งทำให้มันพูดจาอู้อี้ฟังไม่ค่อยถนัด แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความตกใจในน้ำเสียง

ประกายแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นที่มือของอวิ๋นหมิง มันคือพลังของเคล็ดวิชาพฤกษา อาการบวมที่หน้าของไอ้หัวโจกเริ่มยุบลงอย่างรวดเร็ว

ไอ้หัวโจกทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็รู้สึกสบายหน้าขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ไม่แสบร้อนเหมือนเมื่อกี้แล้ว

"เจ้าแค่เล่าทุกอย่างที่เจ้ารู้มาให้ข้าฟัง มันยากตรงไหน"

"ขะ ข้าไม่มีทางปริปากเด็ดขาด!" มันหลงนึกว่าอวิ๋นหมิงกลัว เลยยอมใช้เคล็ดวิชาพฤกษารักษาให้

เพียะ! เพียะ!

แต่ใครจะไปคิดว่าอวิ๋นหมิงจะตบซ้ำลงไปอีกสองฉาดเต็มๆ

ใบหน้าที่เพิ่งจะหายบวมด้วยพลังของเคล็ดวิชาพฤกษาบวมฉึ่งขึ้นมาอีกรอบ ขณะที่มันกำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย แสงสีเขียวบนมือของอวิ๋นหมิงก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง

พวกที่นอนกองอยู่ข้างๆ ต่างก็พากันสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับลอบกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

สายตาที่พวกมันมองอวิ๋นหมิงราวกับกำลังมองดูปีศาจร้ายก็ไม่ปาน

"ขะ ข้ายอมแล้ว ข้าจะเล่าให้ฟังหมดเลย!" ไอ้หัวโจกกลัวจนฉี่จะราดแล้ว ในสายตาของมันอวิ๋นหมิงก็คือไอ้โรคจิตดีๆ นี่เอง

อวิ๋นหมิงแอบผิดหวังเล็กน้อย โดนตบไปแค่สองทีก็ยอมคายแล้วรึ

"ว่ามาสิ ข้าฟังอยู่ ข้าไปทำอะไรให้ผู้อาวุโสเฉียนคนนี้ขัดเคืองใจตอนไหนกัน"

"ผะ ผู้อาวุโสเฉียนเป็นผู้อาวุโสสายนอก อยู่ขั้นหลอมปราณระดับเจ็ด กากโอสถทั้งหมดในหอโอสถจะต้องถูกเก็บรวบรวมไปส่งให้ผู้อาวุโสเฉียน แต่เจ้าดันทำความสะอาดเตาหลอมได้เร็วแถมยังสะอาดหมดจดเกินไป กากโอสถพวกนั้นเจ้าก็กวาดทิ้งไปจนเกลี้ยง ผู้อาวุโสเฉียนก็เลยไม่พอใจ"

"แล้วผู้อาวุโสเฉียนจะเอากากโอสถพวกนั้นไปทำอะไร"

"ระ เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"แล้วทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับข้าเลย"

ไอ้หัวโจกหันไปมองหน้าอีกสองคนที่เหลือ ทุกคนต่างพากันรูดซิปปากเงียบกริบ

เห็นหน้าพวกมัน อวิ๋นหมิงก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว

ที่แท้ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาทำงานในหอโอสถ ไอ้สามตัวนี้กะจะใช้อำนาจความเป็นรุ่นพี่ข่มขู่เด็กใหม่ แต่เขาดันไม่ยอมลงให้ พวกมันก็เลยผูกใจเจ็บและจงใจปิดบังเรื่องของผู้อาวุโสเฉียนเอาไว้

มองดูไอ้สามตัวนี้แล้วอวิ๋นหมิงก็แค่นหัวเราะด้วยความโกรธ ช่างเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่าพญายมพบง่ายแต่พวกผีน้อยลิ่วล้อนี่รับมือยากจริงๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ลิ่วล้อรับมือยาก

คัดลอกลิงก์แล้ว