- หน้าแรก
- โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว
- บทที่ 73: ความสุขสำราญถึงขีดสุด
บทที่ 73: ความสุขสำราญถึงขีดสุด
บทที่ 73: ความสุขสำราญถึงขีดสุด
บทที่ 73: ความสุขสำราญถึงขีดสุด
“เจ้าค่ะ”
หรูอวี้และหรูซินได้ยินคำพูดของหลู่หยาง ทั้งคู่ก็รีบพยักหน้าตอบรับเบาๆ
...
เวลาผ่านไปหนึ่งคืนอย่างรวดเร็ว
เพื่อมอบความทรงจำที่งดงามให้แก่หรูอวี้กับหรูซิน หลู่หยางจึงไม่ได้ร่วมหลับนอนกับพวกนางพร้อมกัน แต่แยกพวกนางไว้คนละห้อง โดยช่วงหัวค่ำเขาไปที่ห้องของหรูอวี้ และช่วงดึกจึงไปที่ห้องของหรูซิน
เมื่อหลู่หยางตื่นขึ้นในวันต่อมา พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มออกมาวูบหนึ่ง
เมื่อคืนนี้ เดิมทีหลู่หยางนึกว่าวิชาในห้องหอของยุคโบราณ คงไม่ต่างจากกระบวนท่าในภาพยนตร์
ทว่าสุดท้ายเขาก็พบว่าตนเองคิดผิด และผิดไปไกลโขเลยทีเดียว
กระบวนท่าในยุคปัจจุบัน เมื่อเทียบกับวิชาในห้องหอของพวกหรูซินแล้ว ช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ลำพังเพียงชั้นเชิงและการปรนนิบัติก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว
สรุปโดยรวมคือ เมื่อคืนนี้หลู่หยางได้รับความสุขสำราญถึงขีดสุดจริงๆ
...
หลังจากหลู่หยางตื่นได้ไม่นาน หรูอวี้ที่อยู่ข้างกายก็ตื่นตามมา
เมื่อนางเห็นว่าหลู่หยางตื่น ก็รีบกล่าวกับหลู่หยางด้วยความนอบน้อมทันทีว่า “นายท่าน ให้ข้าน้อยปรนนิบัติท่านสวมเสื้อผ้าเถิดเจ้าค่ะ”
หรูอวี้ได้กลายเป็นสาวใช้หน้าห้องของหลู่หยางแล้ว คำเรียกขานย่อมต้องเปลี่ยนไปตามระเบียบ
หลังจากพูดจบ นางก็ตั้งท่าจะลุกขึ้น แต่ทันทีที่นางขยับร่างกาย ร่างทั้งร่างก็พลันอ่อนระทวยล้มพับลงบนเตียงอีกครั้ง
แม้หรูอวี้จะได้รับการฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่เด็ก แต่หลู่หยางนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ลำพังเพียงร่างกายของหรูอวี้ ย่อมไม่อาจทนทานจนลุกขึ้นมาเดินเหินได้ปกติในวันรุ่งขึ้นแน่นอน
“เอาเถอะ ไม่ต้องมาปรนนิบัติข้า เจ้าพักผ่อนให้ดี ข้าจะสั่งคนให้จัดหาสาวใช้มาคอยดูแลเจ้ากับหรูซินเอง” หลู่หยางมองท่าทางของหรูอวี้แล้วยิ้มพลางส่ายหน้าพูด
“ขอบพระคุณนายท่านเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หยาง หรูอวี้เผยรอยยิ้มออกมาทันที นางรู้สึกมีความสุขมาก
การที่หลู่หยางพูดเช่นนี้ แสดงว่าในใจของเขามีพวกนางอยู่แล้ว ต่อไปย่อมไม่มีใครกล้ารังแกพวกนางได้อีก
“พักผ่อนเถอะ” หลู่หยางบอกหรูอวี้
หลังจากพูดจบ หลู่หยางก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าด้วยตัวเอง แล้วจึงเดินออกจากห้องไป
หลังจากออกจากห้องได้ไม่นาน หลู่หยางก็เห็นหลู่เม่าจงพ่อบ้านตระกูลหลู่มาเข้าพบ
“คารวะท่านผู้นำ” เมื่อหลู่เม่าจงเห็นหลู่หยาง ก็รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันที
“เรื่องสาวน้อยคู่นั้นในห้องของข้ามันคืออะไรกัน? เจ้าเป็นพ่อบ้านตระกูลหลู่ อย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้” หลู่หยางมองหลู่เม่าจงแล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอท่านผู้นำโปรดประทานอภัยด้วยขอรับ เรื่องนี้สุดวิสัยจริงๆ ท่านขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลมาปีกว่าแล้ว อย่าว่าแต่แต่งภรรยาเลย แม้แต่รับอนุหรือสาวใช้หน้าห้องก็ยังไม่มี ท่านคือผู้นำตระกูลหลู่ ต่อให้ท่านจะไม่ฝักใฝ่ในนารีเพียงใด แต่จะไม่มีเลยสักคนก็ไม่ได้ขอรับ หากข่าวแพร่ออกไป เกรงว่าจะทำให้พวกสายรองในตระกูลหลู่คิดชิงอำนาจเอาได้นะขอรับ”
“ดังนั้นบ่าวจึงถือวิสาสะ เลือกสาวน้อยสองนางมาปรนนิบัติรับใช้ท่านผู้นำขอรับ” หลู่เม่าจงมองหลู่หยางพลางรายงานด้วยความนอบน้อม
“ก่อนหน้านี้ข้ามีเหตุผลบางประการ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ฝักใฝ่ในนารีหรอกนะ เอาเถอะ ครั้งนี้ข้าจะละเว้นให้ แต่ครั้งหน้าข้าไม่หวังจะเห็นเจ้าถือวิสาสะเช่นนี้อีก มิเช่นนั้น เจ้าจะต้องถูกลงโทษตามกฎของตระกูล” หลู่หยางมองหลู่เม่าจงพูดเสียงเย็นชา
“รับทราบขอรับ” หลู่เม่าจงรีบตอบรับด้วยความเคารพทันที
“สาวน้อยหรูอวี้กับหรูซินสองคนนั้นข้ารับไว้แล้ว นับจากนี้พวกนางคือสาวใช้หน้าห้องของข้า เจ้าจงไปจัดการเรื่องสวัสดิการของพวกนางในตระกูลหลู่เสียใหม่” หลู่หยางสั่งการ
“รับทราบขอรับ” หลู่เม่าจงพยักหน้าทันที
“หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว บ่ายวันนี้จงตามข้าออกจากกังหนำ มุ่งหน้าไปยังเขาบู๊ตึ๊งเพื่อร่วมงานฉลองวันเกิดครบหนึ่งร้อยปีของจางซานฟง” หลู่หยางบอกหลู่เม่าจง
“รับทราบขอรับ” หลู่เม่าจงพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง
จากนั้นหลู่เม่าจงก็นำทางหลู่หยางไปยังสถานที่ทานอาหารเพื่อรับประทานมื้อเช้า
แม้อาหารเช้าจะดูเรียบง่าย แต่มันไม่ธรรมดา ลำพังเพียงมื้อเดียวก็เพียงพอให้ครอบครัวธรรมดาใช้ชีวิตอยู่ได้ถึงยี่สิบสามสิบปีเลยทีเดียว
ในตอนที่หลู่หยางกินมื้อเช้า หลู่เม่าจงก็ขอตัวออกไปจัดการเรื่องทรัพยากรให้หรูซินกับหรูอวี้
สุดท้ายหลู่เม่าจงเลือกสาวใช้มาให้ทั้งสองนางคนละห้าคน ในขณะเดียวกันยังยกระดับสวัสดิการของพวกนางให้เท่ากับระดับที่สายตรงตระกูลหลู่ควรจะได้รับ
ตามหลักแล้ว สาวใช้หน้าห้องไม่ควรได้รับสวัสดิการที่สูงส่งเพียงนี้
ทว่าย่อมต้องดูจังหวะเวลาด้วยเช่นกัน
ตอนนี้หลู่หยางยังไม่มีภรรยาหรืออนุภรรยา หรูอวี้กับหรูซินจึงเป็นสาวใช้หน้าห้องเพียงสองคนในตอนนี้
หากวันหน้าเกิดตั้งครรภ์ทายาทของหลู่หยางขึ้น ย่อมต้องมีฐานะสูงส่งขึ้นตามลูกเป็นแน่ การจะขึ้นเป็นภรรยาเอกอาจจะยากเพราะฐานะไม่คู่ควร แต่การเป็นอนุภรรยานั้นย่อมไม่มีปัญหา
อนุภรรยาของบ้านอื่นอาจจะไม่มีฐานะอะไรนัก แต่สำหรับอนุภรรยาของผู้นำตระกูลหลู่ ฐานะย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
หากจะบอกว่าไม่ด้อยไปกว่าสนมของฮ่องเต้เลย มันก็คงไม่เกินจริงนัก
ด้วยเหตุนี้ หลู่เม่าจงจึงไม่กล้าเสียมารยาท
หลังจากจัดหาสาวใช้เสร็จ หลู่เม่าจงก็สั่งให้สาวใช้เหล่านั้นนำของบำรุงร่างกายมุ่งหน้าไปยังห้องของหลู่หยางเพื่อปรนนิบัติพวกหรูอวี้ทันที
...
เวลาผ่านไปจนถึงยามเที่ยง
หลู่หยางเตรียมตัวออกจากกังหนำเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขาบู๊ตึ๊ง
ก่อนจะจากไป หลู่หยางแวะไปหาพวกหรูอวี้ เมื่อพวกนางได้ยินว่าหลู่หยางจะออกจากกังหนำ ต่างก็พากันบอกว่าจะขอตามไปปรนนิบัติรับใช้ด้วย
ทว่าหลู่หยางปฏิเสธ เพราะตอนนี้สาวน้อยทั้งสองแทบจะลุกจากเตียงไม่ไหว
หลู่หยางสั่งให้ทั้งสองรออยู่ที่บ้านจนกว่าเขาจะกลับมา แล้วจึงออกเดินทาง