- หน้าแรก
- โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว
- บทที่ 72: หรูอวี้ หรูซิน สองพี่น้องโลลิผู้งดงาม
บทที่ 72: หรูอวี้ หรูซิน สองพี่น้องโลลิผู้งดงาม
บทที่ 72: หรูอวี้ หรูซิน สองพี่น้องโลลิผู้งดงาม
บทที่ 72: หรูอวี้ หรูซิน สองพี่น้องโลลิผู้งดงาม
แต่ถึงจะยังไม่เลื่อนระดับก็ไม่เป็นไร การได้กุมอำนาจตระกูลหลู่ที่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่พันปี ย่อมดีกว่าการมีความแข็งแกร่งระดับท็อปเพียงลำพังเสียอีก
อย่างไรเสีย ต่อให้วรยุทธ์ส่วนตัวจะสูงส่งแค่ไหน หากไม่แข็งแกร่งถึงขั้นไร้เทียมทาน ย่อมไม่อาจชิงความเป็นใหญ่ในใต้หล้าได้ด้วยตัวคนเดียว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงยามค่ำคืน
เมื่อถึงยามค่ำ หลู่เม่าจงก็นำคนมาส่งอาหาร
อาหารค่ำของหลู่หยางในฐานะผู้นำตระกูลหลู่ เรียกได้ว่าหรูหราถึงขีดสุดอย่างแท้จริง
มีอาหารทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดอย่าง แต่ละจานล้วนปรุงโดยยอดพ่อครัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแต่ละท้องที่
รสชาติเลิศล้ำ ลำพังเพียงอาหารมื้อเดียวนี้ มันก็มีมูลค่าเท่ากับเงินที่ครอบครัวธรรมดาหามาได้ทั้งชีวิต
ต่อให้เป็นในโลกปัจจุบัน มันก็มีมูลค่าหลายล้านหยวน หากรวมฝีมือของพ่อครัวเข้าไปด้วย อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า
จากจุดนี้ ย่อมจินตนาการได้ว่าตระกูลหลู่คือขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ปานใด
หลังจากทานอาหารค่ำเสร็จ หลู่หยางจึงให้หลู่เม่าจงกลับไปพักผ่อน
เมื่อหลู่เม่าจงไปแล้ว หลู่หยางก็เดินกลับไปยังห้องนอนของตนตามความทรงจำ
หลังจากกลับถึงห้อง หลู่หยางถอดเสื้อผ้าออกเตรียมจะพักผ่อน
ทว่าทันทีที่มุดเข้าไปในผ้าห่ม หลู่หยางพลันสัมผัสได้ถึงร่างเล็กๆ สองร่างที่ขดตัวอยู่ตรงมุมเตียง
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
เมื่อสัมผัสได้เช่นนั้น หลู่หยางก็เลิกผ้าห่มขึ้นทันที แล้วมองไปยังร่างทั้งสองที่มุมเตียงพลางเอ่ยถาม
เมื่อเห็นใบหน้าของทั้งสอง หลู่หยางพลันฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
เห็นเพียงที่มุมเตียงมีหญิงสาวสองคนที่หน้าตาแทบจะเหมือนกันทุกประการ บนร่างของพวกนางไม่มีเสื้อผ้าอื่นใดนอกจากเอี๊ยมเสื้อในเพียงตัวเดียวเท่านั้น
ชื่อ: หรูอวี้
สถานะ: สาวใช้ที่ตระกูลหลู่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กโดยผู้เชี่ยวชาญ
อายุ: 15
เสน่ห์: 9.6
ค่าความประทับใจ: 60
...
ชื่อ: หรูซิน
สถานะ: สาวใช้ที่ตระกูลหลู่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กโดยผู้เชี่ยวชาญ
อายุ: 15
เสน่ห์: 9.6
ค่าความประทับใจ: 60
...
“ฝาแฝด?” หลู่หยางแอบคิดในใจหลังจากอ่านคำอธิบายจบ
“หรูอวี้ คารวะท่านผู้นำเจ้าค่ะ”
“หรูซิน คารวะท่านผู้นำเจ้าค่ะ”
หรูอวี้กับหรูซินรีบกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เมื่อได้ยินคำถามของหลู่หยาง
“เหตุใดพวกเจ้าจึงมาอยู่ที่ห้องของข้า?” หลู่หยางมองหรูอวี้กับหรูซินแล้วเอ่ยถาม
ความจริงในใจของหลู่หยางพอจะคาดเดาได้ นี่คงเป็นความฟุ้งเฟ้อของตระกูลใหญ่ หรูอวี้กับหรูซินคงถูกส่งมาเพื่ออุ่นเตียงให้เขานั่นเอง
“เรียนท่านผู้นำ ข้ากับน้องสาวถูกท่านป้าหวังเลือกมาให้เป็นสาวใช้อุ่นเตียงของท่านผู้นำเจ้าค่ะ” หรูอวี้ตอบ
“ข้าเคยบอกหรือว่า ต้องการสาวใช้อุ่นเตียง?” หลู่หยางขมวดคิ้วถาม
“ได้โปรดท่านผู้นำ เมตตาให้ข้ากับน้องสาวอยู่รับใช้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ หากท่านผู้นำไม่ต้องการพวกข้า พวกข้าจะถูกท่านป้าหวังส่งไปยังหอเทียนเซียน(หอสวรรค์รัญจวน) เจ้าค่ะ” หรูอวี้ได้ยินคำพูดของหลู่หยางก็น้ำตาคลอ รีบคุกเข่าลงบนเตียงต่อหน้าหลู่หยางทันที
“ได้โปรดให้พวกข้าอยู่ด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่าไล่พวกข้าไปเลย” หรูซินเองก็มองหลู่หยางด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
“หอเทียนเซียนรึ?” เมื่อได้ยินคำพูดของพวกนาง หลู่หยางจึงนึกถึงคำอธิบายของหอเทียนเซียนขึ้นมาได้
ในยุคโบราณ หอนางโลมคือธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุด และไม่มีธุรกิจใดเทียบได้
ตระกูลหลู่ในฐานะขุมกำลังที่กระจายอยู่ทั่วหล้า ย่อมต้องมีหอนางโลมเป็นของตนเอง และหอนางโลมของตระกูลหลู่ก็คือหอเทียนเซียนนั่นเอง
มิน่าล่ะ ทั้งคู่ถึงได้หวาดกลัวนัก
หากเข้าสู่หอเทียนเซียน เส้นทางชีวิตต่อจากนี้ย่อมไม่มีวันหวนกลับได้อีก
แม้ด้วยหน้าตาของหรูอวี้กับหรูซินคงไม่ต้องขายเรือนร่าง แต่อย่างมากก็แค่ขายศิลปะไม่ขายตัว ทว่าทั้งชีวิตย่อมถือว่าพังพินาศไปแล้ว
แม้ในยุคโบราณ นางโลมที่มีชื่อเสียงจะถูกผู้คนรุมล้อมเหมือนดารานักร้องในปัจจุบัน แต่ยุคโบราณไม่ใช่ยุคปัจจุบัน การเป็นดาราในปัจจุบันคือผู้มีเกียรติ แต่ยุคโบราณมองว่าเป็นเพียงอาชีพชั้นต่ำแค่นั้นเอง
“เอาเถอะ ข้าจะไม่ไล่พวกเจ้าไป” เมื่อเห็นสาวงามระดับล่มเมืองสองคนคุกเข่าอยู่ตรงหน้า หลู่หยางย่อมไม่มีทางไล่พวกนางไปได้ลงคอ
แม้หรูอวี้กับหรูซินจะมีอายุเพียงสิบห้าปี แต่ร่างกายก็เริ่มเติบโตเป็นสาวแล้ว ส่วนที่ควรใหญ่ก็ใหญ่ ส่วนที่ควรโค้งมนยังโค้งมน โดยเฉพาะใบหน้าที่ดูเยาว์วัยราวกับเด็กน้อย นับว่าเป็นสาวน้อยโลลิที่งดงามมาก แถมยังมีถึงสองคน
หากอยู่ในโลกปัจจุบัน ย่อมต้องเป็นที่หมายปองของคนนับไม่ถ้วนแน่ๆ
ประกอบกับค่าเสน่ห์ที่สูงถึง 9.6 ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ย่อมถือเป็นสาวงามระดับสุดยอดทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อทั้งสองถูกส่งมาปรนนิบัติหลู่หยางแล้ว ต่อให้หลู่หยางไม่รับไว้ ก็ไม่อาจปล่อยให้พวกนางยังคงความบริสุทธิ์อยู่ได้
หากข่าวแพร่ออกไป มิเท่ากับทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าหลู่หยางนั้นไร้น้ำยาในเรื่องอย่างว่าหรอกรึ?
ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความรู้สึก หลู่หยางย่อมต้องเก็บหรูซินและหรูอวี้ไว้จริงๆ
แน่นอนว่าประเด็นสำคัญที่สุดคือ หลู่หยางไม่ใช่พระอิฐพระปูน ทั้งสองคนทำถึงขนาดนี้แล้ว หากเขายังปฏิเสธอีก ไม่เท่ากับว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชายหรือไง?
ส่วนค่าความประทับใจของพวกนาง หลู่หยางก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดจากอะไร มันคงเป็นค่าความประทับใจที่เกิดจากความยำเกรงต่อผู้นำตระกูล ในยุคโบราณจะไปหาความรักที่ไหนได้เล่า
สำหรับหรูซินกับหรูอวี้ การได้มาปรนนิบัติหลู่หยางถือเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ พวกนางย่อมต้องรักและภักดีต่อหลู่หยางเป็นธรรมดา
“ขอบพระคุณท่านผู้นำเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หยาง หรูซินกับหรูอวี้ก็กล่าวขอบคุณหลู่หยางด้วยความซาบซึ้งใจ
ต้องยอมรับเลยว่า อำนาจวาสนานั้นทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้จริงๆ
หากอยู่ในโลกปัจจุบัน การได้หรูซินหรือหรูอวี้คนใดคนหนึ่งมาเป็นแฟน ย่อมนับว่าโชคดีมหาศาล หากได้ทั้งสองคนคงต้องบอกว่าบรรพบุรุษคุ้มครอง นับประสาอะไรกับการที่ทั้งสองคนต้องมาปรนนิบัติรับใช้ และเมื่อได้รับอนุญาตยังต้องมารู้สึกซาบซึ้งใจขนาดนี้ ในโลกปัจจุบันไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแน่นอน ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าเพียงใดก็คงทำไม่ได้
“นับจากนี้พวกเจ้าจงเป็นสาวใช้หน้าห้องของข้าแล้วกัน วันหน้าหากพวกเจ้าทำตัวดี ข้าจะพิจารณารับพวกเจ้าเป็นอนุภรรยา” หลู่หยางมองหรูซินกับหรูอวี้พูด
“ท่านผู้นำ พวกข้าจะตั้งใจรับใช้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ ข้ากับน้องสาวต่างได้รับการฝึกฝนจากท่านป้าหวังมาตั้งแต่เด็ก เรื่องวิชาในห้องหอนั้นพวกข้าพอมีความรู้บ้าง รับรองว่าจะทำให้ท่านผู้นำพึงพอใจแน่นอนเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินว่ามีโอกาสได้เลื่อนฐานะเป็นอนุภรรยา ทั้งคู่จึงมองหลู่หยางด้วยความตื่นเต้น
อย่าว่าแต่ตำแหน่งอนุภรรยาเลย ลำพังแค่สาวใช้หน้าห้องพวกนางก็ดีใจมากแล้ว แม้ฐานะสาวใช้หน้าห้องจะต่ำต้อย แต่ก็ต้องดูว่าเป็นสาวใช้ของใคร หลู่หยางคือผู้นำตระกูลหลู่ การได้เป็นสาวใช้หน้าห้องของเขา ฐานะในตระกูลหลู่ย่อมพุ่งทะยานขึ้นสูงทันที คงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องพวกนางง่ายๆ แน่นอน
“งั้นรึ? เช่นนั้นก็ให้ข้าได้เห็นหน่อยเถอะว่า วิชาในห้องหอของพวกเจ้าเป็นอย่างไร?” หลู่หยางได้ยินคำพูดของหรูซินกับหรูอวี้ ใบหน้าเผยความสนใจออกมาวูบหนึ่ง
วิชาในห้องหอของยุคโบราณ เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ ย่อมต้องรู้สึกสงสัยเป็นธรรมดา