- หน้าแรก
- ระบบจำลองสรรพสิ่ง
- บทที่ 76 สำนักฟ้าบรรพกาล
บทที่ 76 สำนักฟ้าบรรพกาล
บทที่ 76 สำนักฟ้าบรรพกาล
บทที่ 76 สำนักฟ้าบรรพกาล
เว่ยอันรู้สึกดั่งตนเองเป็นใบไม้ร่วงท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง ปลิวว่อนไปอย่างไร้ทิศทางดุจวิญญาณอ้างว้าง
ตูม!
เว่ยอันหมุนตัวไปมา พลันร่างกระทบผิวน้ำ
จากนั้นร่างก็เหมือนก้อนหินที่ถูกขว้าง กระเด้งกระดอนบนผิวน้ำ ก่อนดำดิ่งสู่ห้วงน้ำลึก
น้ำลึกยิ่งนัก
เว่ยอันจมลงลึกสิบห้าถึงสิบหกเมตรก่อนหยุด ในที่สุดเขาก็สามารถควบคุมกายได้อีกครั้ง
เขาใช้วิชากลั้นหายใจ ว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ
ฉิว ฉิว ฉิว...
บนผิวน้ำ เศษหินและท่อนไม้นับไม่ถ้วนร่วงหล่นราวห่าฝน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับอยู่กลางสนามรบ
โครม! หินก้อนมหึมาตกลงใกล้เว่ยอัน สร้างคลื่นน้ำสูงซัดเขาจมลง
กลืก กลืก กลืก...
เว่ยอันสูญเสียการควบคุมอีกครั้ง ร่างถูกคลื่นน้ำบ้าคลั่งหมุนวน
โชคดีที่เขาฝึกวิชากลั้นหายใจจนแตกฉาน หายใจเบายาว กักเก็บลมหายใจได้นาน แม้อยู่ใต้น้ำก็ยังหายใจได้
มิเช่นนั้น แม้จะเป็นนักสู้ระดับ 5 ก็คงจมน้ำตายอย่างน่าอนาถ
เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด ความวุ่นวายบนผิวน้ำค่อย ๆ สงบ
เว่ยอันลอยขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้ง มองไปรอบทิศ จึงพบว่าตนตกอยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ ห่างจากฝั่งอย่างน้อยสามร้อยเมตร
ฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง หมอกบาง ๆ ปกคลุมผิวน้ำ ทัศนวิสัยพร่ามัว
เว่ยอันสูดหายใจลึก ว่ายมุ่งหน้าสู่ฝั่ง
บนผิวน้ำมีสิ่งของลอยเกลื่อน ทั้งท่อนไม้ ไม้ไผ่ เสื้อผ้าไม่รู้ที่มา และ...
เว่ยอันหยุดชะงัก เบื้องหน้าเป็นซากวัวสีเหลืองที่ถูกฉีกขาด ครึ่งล่างหายไป ไส้พุงทะลักออกมา แมลงวันบินว่อนตอมไม่หยุด
บนผิวน้ำยังมีชิ้นส่วนศพมากมาย!
ทั้งซากสัตว์ป่าที่ถูกฉีกขาด และศพมนุษย์!
เว่ยอันหลบซากวัว ว่ายต่อไป ระหว่างทางพบศพมนุษย์สองศพ แขนขาขาดวิ่น น่าสยดสยอง
"เอ๊ะ มีคนรอดชีวิต?"
ทันใดนั้น เว่ยอันเห็นร่างหนึ่งนอนคว่ำอยู่บนท่อนไม้
ดูจากเสื้อผ้าแล้วน่าจะเป็นสตรี สวมชุดกระโปรงสีชมพู
แต่กระโปรงของนางขาดวิ่น เผยให้เห็นแผ่นหลังทั้งหมด
ช่างเป็นแผ่นหลังที่งดงาม!
โครงกระดูกได้สัดส่วน ผิวละเอียดขาวผ่อง นุ่มนวลดั่งหิมะ
เว่ยอันว่ายเข้าไปใกล้ สังเกตอย่างละเอียด หญิงสาวสลบไม่ได้สติ ผมยาวปรกใบหน้าครึ่งหนึ่ง มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก
"ตื่นสิ..."
หลังลังเลครู่หนึ่ง เว่ยอันผลักตัวหญิงสาวเบา ๆ นางเพียงครางเบา ๆ แต่ไม่ตื่น
เห็นดังนั้น เว่ยอันจึงผลักท่อนไม้พาหญิงสาวว่ายเข้าฝั่ง เขาปีนขึ้นฝั่งก่อน แล้วจึงดึงนางขึ้นจากน้ำ
หญิงสาวนอนอยู่บนพื้น เส้นผมสยายตามธรรมชาติ เผยให้เห็นใบหน้างามของหญิงสาว เครื่องหน้าประณีต คิ้วตาดั่งภาพวาด กิริยางดงาม นับว่าเป็นหญิงงามระดับสูง
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตายิ่งกว่าคือรูปร่างของนาง ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก ทรวงอกขาวผ่องราวกระต่ายหยกคู่
เมื่อเว่ยอันเคลื่อนย้ายนาง กระต่ายหยกก็กระเพื่อมไหว ชวนให้ปากแห้งลิ้นแข็ง
หญิงสาวเนื้อตัวเปลือยเปล่า ส่วนเว่ยอันก็ไม่ดีไปกว่ากัน เสื้อนอกและกางเกงขาดวิ่น
สิ่งที่ทำให้เขาหนักใจยิ่งกว่าคือ คัมภีร์วิชาที่จดไว้ถูกน้ำทำลายหมด ห่อสัมภาระก็หายไป นั่นหมายความว่าหน้ากากหนังมนุษย์และยาพิษที่เก็บไว้สูญหายไปทั้งหมด
ขาดทุนย่อยยับ!
สิ่งเดียวที่ไม่สูญหายคือเงิน ทั้งหมดถูกเก็บในระบบ สามารถเบิกใช้ได้ทุกเมื่อ
เว่ยอันถอดเสื้อนอกคลุมร่างหญิงสาว เงยหน้ามองรอบ ๆ จู่ ๆ ก็เห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ครึ่งท่อนปักอยู่บนหาดทราย
พอมองดี ๆ ก็รู้สึกคุ้นตา
"เอ๊ะ นี่มันรูปเคารพในหอเฉี่ยวเจิน มิใช่หรือ?" เว่ยอันเดินเข้าไปใกล้ เห็นมูลค้างคาวบนรูปปั้น ยิ่งดูยิ่งคุ้นตา
ต้นไม้ริมฝั่งถูกถอนรากถอนโคนหรือล้มระเนระนาด ราวกับพายุพัดผ่าน ภาพที่เห็นช่างน่าสะพรึงกลัว
"อืม..."
จู่ ๆ หญิงสาวก็ฟื้นขึ้นมา
เว่ยอันถอยหลังไปหลายก้าว นั่งขัดสมาธิ เบือนหน้าไปอีกทาง แกล้งทำเป็นชมพระอาทิตย์ขึ้น
ไม่นาน หญิงสาวก็ฟื้นคืนสติ ทันใดนั้นก็พบว่าตนเปลือยกาย มีเพียงเสื้อนอกแปลกหน้าคลุมร่าง จิตใจพลันเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดหวั่น
นางรีบห่มเสื้อให้แน่น มองไปรอบ ๆ ไม่นานก็เห็นเว่ยอันที่กำลังมองไปอีกทิศทาง
"ร่างกายของข้าถูกชายผู้นี้เห็นหมดแล้วหรือ?!"
นางกลอกตาไปมา หัวใจเต้นรัว ความรู้สึกสับสนปนเป ชั่วขณะนั้นอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล
แต่นางสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าถามว่า "ขออภัย ท่านคือ?"
เว่ยอันทำเป็นตกใจหันมา ประสานมือกล่าว "คุณหนู ข้าและเจ้าต่างตกลงในทะเลสาบ เจ้าสลบไป ข้าบังเอิญตกลงมาใกล้ ๆ จึงช่วยดึงเจ้าขึ้นฝั่ง"
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามว่า "ใบหน้าของท่าน บาดเจ็บหรือ?"
"ใบหน้าของข้า?"
เว่ยอันลูบใบหน้า หัวใจกระตุกวูบ
แย่แล้ว!
หน้ากากหนังมนุษย์ขาด!
ในคลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัว ทั่วร่างของเว่ยอันถูกต้นไม้และก้อนหินกระแทก หรือถูกเศษไม้และหินแหลมบาด ใบหน้าก็ไม่เว้น
แต่เพราะทั่วร่างของเขาแข็งแกร่งดั่งทองแดงเหล็กกล้าระดับสอง แข็งดั่งหินผา ตัวเขาจึงไม่เป็นอะไร แต่หน้ากากหนังมนุษย์ที่สวมอยู่ไม่โชคดีเช่นนั้น แตกและหลวม
"ไม่นึกว่าข้าจะต้องเผยโฉมหน้าที่แท้จริง"
เว่ยอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ยังคงสวมหน้ากากหนังที่หลวม ยิ้มพลางกล่าว "คุณหนู ข้าไม่เป็นไร เจ้าเดินได้หรือไม่?"
หญิงสาวลองลุกขึ้นยืน พยักหน้าตอบ "ข้าเดินได้"
"ดี!"
เว่ยอันลุกขึ้นยืนเช่นกัน "งั้นเราก็แยกกันตรงนี้ หวังว่าจะได้พบกันอีก"
เขาหมุนตัวจะเดินจากไป
"รอก่อน"
หญิงสาวพลันเรียกเว่ยอันไว้ ถามว่า "ที่นี่คือที่ใดหรือ?"
"เอ่อ..."
เว่ยอันส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น "ที่จริงข้าก็ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด"
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง เสนอว่า "หากเช่นนั้น พวกเราไปด้วยกันก่อน รอหาทางออกได้แล้วค่อยว่ากัน"
"...ก็ดี"
เว่ยอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ตกลง แล้วถามว่า "ขอถามนามของคุณหนู จะเรียกเจ้าว่าอย่างไร?"
"หลิวเพียวเพียว แล้วท่านล่ะ?"
"จางซานเฉียว"
หลังจากแนะนำตัว ชายหญิงทั้งสองก็ออกจากริมฝั่ง เดินสำรวจไปข้างหน้า
ทั้งสองต่างมีความรู้สึกแปลก ๆ
หลิวเพียวเพียว: เขาเห็นร่างกายข้าแล้ว จะทำอย่างไรดี ต้องยอมแต่งงานกับเขาหรือไม่?
เว่ยอัน: นางอาจเห็นใบหน้าข้าแล้ว จะทำอย่างไรดี ต้องฆ่าปิดปากหรือไม่?
ทั้งสองเดินไปได้ราวสองสามร้อยเมตร จู่ ๆ ก็พบซากปรักหักพังตรงหน้า
"ที่นี่คือ หอเฉี่ยวเจิน!"
เว่ยอันจำสถานที่นี้ได้ในทันที คือวัดเต๋าที่เขาพักอยู่เมื่อคืน
แต่หอเฉี่ยวเจินถูกพลังมหาศาลทำลายจนย่อยยับ แม้แต่รูปเคารพก็ถูกพัดปลิวไปติดริมฝั่ง
เดินต่อไปอีกหลายลี้
เว่ยอันพบหมู่บ้านอีกแห่ง บ้านเรือนและโรงนาทั้งหมดพังทลาย ทุ่งนาก็ยับเยิน ซากศพคนและสัตว์เลี้ยงกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
"แบะ แบะ แบะ!"
ลูกแกะตัวหนึ่งที่ตกลงไปในหลุม รอดชีวิตจากหายนะครั้งนี้อย่างน่าอัศจรรย์
ทั้งสองไม่พูดอะไร เดินต่อไปข้างหน้า
ทันใดนั้น แมลงประหลาดคล้ายด้วงเต่าทองสีรุ้งสองตัวบินมา เกาะที่ตัวหญิงสาว
หญิงสาวแสดงสีหน้ายินดีทันที มองไปรอบ ๆ
"เป็นอะไรหรือ?"
เว่ยอันรู้สึกใจหวิว ถาม
"ท่านแม่ของข้ากำลังมา" หญิงสาวนิ่งไปครู่ ตอบ
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวีดหวิวก็ดังมา
ร่างหนึ่งเคลื่อนผ่านพื้นมา ใช้วิชาเบาตัวขั้นสูงลอยเหนือหญ้า วิ่งมาอย่างรวดเร็วจากที่ไกล ลงมาตรงหน้าหญิงสาว
"เพียวเพียว!"
สตรีผู้นั้นแต่งกายแบบนักพรต ดูอายุราวสามสิบกว่าถึงสี่สิบ งดงามเปี่ยมเสน่ห์ สง่างาม รูปโฉมและกิริยาคล้ายคลึงกับหลิวเพียวเพียวอยู่หลายส่วน ดูก็รู้ว่าเป็นแม่ลูกกัน
"แม่!"
หลิวเพียวเพียวร้องไห้ออกมา โผเข้าสู่อ้อมกอดนักพรตหญิง
"ดีแล้ว ๆ ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว"
นักพรตหญิงปลอบประโลมครู่หนึ่ง แล้วทำหน้าเคร่ง ชี้ไปที่หน้าผากหลิวเพียวเพียว ต่อว่าว่า "เด็กบ้า ใครให้เจ้ากล้าแอบออกมา? การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือระดับ 1 เจ้ามีสิทธิ์ดูด้วยหรือ?"
หลิวเพียวเพียวเบะปาก ยอมรับคำต่อว่าอย่างว่าง่าย พูดเบา ๆ ว่า "ก็ไม่ใช่ความผิดข้าทั้งหมดนะ ข้าก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะลงมาต่อสู้บนพื้นดิน"
นักพรตหญิงได้ยินดังนั้น ก็นิ่งเงียบไปครู่ ถอนหายใจพลางกล่าว "ยอดฝีมือระดับ 1 ทรงพลังเพียงใด ประมุขสำนักหลิงคงและซ่านหลิงเจินเหรินต่อสู้กันบนพื้นดินเพียงครู่เดียว ก็ทำลายทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ หายนะเช่นนี้ ผู้คนและสัตว์ต้องตายไปมากเท่าใด"
พูดถึงตรงนี้ นักพรตหญิงหันมามองเว่ยอัน
ที่จริงนางสังเกตเห็นเว่ยอันตั้งแต่แรกแล้ว ใบหน้าสวมหนังที่ขาดวิ่น เสื้อผ้า...
อยู่บนตัวลูกสาวหลิวเพียวเพียวของนาง?!
ระหว่างคิ้วของนักพรตหญิงผุดประกายเย็นชา ถามว่า "เพียวเพียว ทำไมเจ้าถึงสวมเสื้อผ้าบุรุษ?"
หลิวเพียวเพียวชำเลืองมองเว่ยอัน พูดเบา ๆ ว่า "เสื้อผ้าของข้าถูกทำลาย ตัวข้าก็ถูกแรงกระแทกจากการต่อสู้พัดกระเด็น ตกลงในทะเลสาบและสลบไป พี่จางซานเฉียวผู้นี้เป็นผู้ช่วยข้าไว้"
จางซานเฉียว?
นักพรตหญิงเข้าใจในใจ กล่าวว่า "ข้าคือฮั่นหมิงเจียว มาจาก 'สำนักฟ้าบรรพกาล' (ต้วอักษรตัวแรกภาษาจีนคือ 盘 ซึ่งก็เหมือนกับผานกู่ แต่ตัวหลังไม่ใช่ แต่ก็เป็นสำนักผานกู่นั่นแหละ) ขอบคุณสหายที่ช่วยชีวิตลูกสาวข้า"
เว่ยอันรีบกล่าว "เป็นเพียงการช่วยเหลือตามโอกาส ไม่สมควรกล่าวถึง"
ฮั่นหมิงเจียวยิ้มถาม "สหายสามารถรอดพ้นจากหายนะได้อย่างปลอดภัย คงเป็นผู้มีวิทยายุทธ์ ไม่ทราบว่าท่านมาจากสำนักใด?"
เว่ยอันนิ่งไปครู่ ตอบว่า "เคยเป็นศิษย์ฆราวาสของวัดเสวียนคง ตอนนี้เป็นเพียงนักเดินทางไร้สังกัด"
ฮั่นหมิงเจียวพยักหน้า ยิ้มกล่าว "หากเช่นนั้น โปรดแวะเยือนสำนักฟ้าบรรพกาลของพวกเรา ให้แม่ลูกเราได้ตอบแทนบุญคุณท่าน"