- หน้าแรก
- ระบบรีไซเคิล พลิกของเก่าไร้ค่าเป็น 100,000 หยวน
- บทที่ 29 – เกมจิตวิทยาบนโต๊ะอาหาร
บทที่ 29 – เกมจิตวิทยาบนโต๊ะอาหาร
บทที่ 29 – เกมจิตวิทยาบนโต๊ะอาหาร
บทที่ 29 – เกมจิตวิทยาบนโต๊ะอาหาร
ร้านอาหารชุนวั่งโหลวในยามเย็นคลาคล่ำไปด้วยลูกค้ากระเป๋าหนัก กลิ่นหอมของอาหารจีนระดับภัตตาคารอบอวลไปทั่ว แต่ในห้องส่วนตัวชั้นบนสุด บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เย่หรานนั่งอยู่เพียงลำพังบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก วางกล่องไม้โบราณไว้บนโต๊ะตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาของเขาจับจ้องไปยังจอกน้ำชาที่ไอร้อนค่อยๆ ระเหยขึ้นมา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หน้าประตูห้องทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปในทันที ประตูไม้ถูกผลักเปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มสามคนก้าวเข้ามา ใบหน้าของพวกเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว ชายที่เดินนำหน้าสุดคือ 'หลิวซาน' มือขวาคนสำคัญของตระกูลหลิวที่ดูแลด้านธุรกิจสีเทาทั้งหมด
หลิวซานเดินตรงมาที่โต๊ะ กวาดสายตามองเย่หรานด้วยความดูแคลน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม "คุณคือเย่หรานสินะ? ความกล้าหาญของคุณน่าชื่นชม แต่บางครั้งความกล้าโดยไม่ดูสถานการณ์ก็เป็นจุดจบของชีวิต"
เย่หรานไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาบรรจงรินน้ำชาใส่จอกอย่างเชื่องช้า "นั่งสิ อย่าเพิ่งรีบร้อน งานเลี้ยงอาหารค่ำวันนี้ผมเป็นเจ้าภาพ เชิญสั่งเมนูที่ต้องการได้เลยครับ"
"เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินข้าว" หลิวซานกล่าวเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังขยับเข้ามาคุมเชิงที่ประตูทางออก "ส่งของชิ้นนั้นมาให้เรา แล้วคุณจะเดินออกไปจากร้านนี้ได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณแล้ว"
เย่หรานวางกาน้ำชาลง จังหวะที่มันกระทบกับโต๊ะไม้หินอ่อนดัง 'กึก' นั้นช่างฟังดูบาดหูในความเงียบ เย่หรานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง
"ของชิ้นนี้ไม่ใช่สมบัติของตระกูลหลิว แต่มันคือหลักฐานการยักยอกสมบัติชาติในช่วงสงคราม" เย่หรานเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ถ้าผมจำไม่ผิด กฎหมายในตอนนี้... หลักฐานที่เกี่ยวกับสมบัติชาติถือเป็นของแผ่นดิน และตระกูลที่พยายามปกปิดมัน ก็มีโทษหนักพอกัน"
"นายกำลังเล่นกับไฟ" หลิวซานโน้มตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยแววอาฆาต "ตระกูลหลิวมีวิธีจัดการกับคนที่ชอบยื่นมือเข้ามาในเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของตัวเองมากมายนัก คุณยังเด็ก อนาคตยังอีกไกล อย่าให้มันจบลงเพราะสมุดเล่มเดียวเลย"
เย่หรานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบสมุดบันทึกออกมาจากกล่อง แต่แทนที่จะส่งให้อีกฝ่าย เขากลับเปิดหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยรายชื่อตัวเลข และรอยตราประทับสีแดงฉานของหน่วยงานรัฐในอดีตให้หลิวซานดูเพียงแวบเดียว
"ตระกูลหลิวที่แสนยิ่งใหญ่ กลับกังวลกับสมุดเล่มเดียวจนต้องส่งคนมาถึงที่นี่... ถ้าผมไลฟ์สดเปิดเผยเนื้อหาในหน้านี้ตอนนี้ คิดว่าหุ้นของตระกูลหลิวในตลาดหลักทรัพย์จะร่วงไปกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ?"
"นาย!" หลิวซานชะงัก ลุกขึ้นยืนทันที ความอดทนของเขาเริ่มถึงขีดจำกัด
เย่หรานไม่สะทกสะท้าน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา พลิกหน้าจอโชว์ให้เห็นสถานะการสตรีมมิ่งที่พร้อมทำงานเต็มรูปแบบ "ใจเย็นครับ ตอนนี้คนดูในไลฟ์ผมมีอยู่สามแสนคน และทุกคนกำลังรอฟังเรื่องเล่าก่อนอาหารค่ำเกี่ยวกับ 'ความลับ' ของจินหลิงอยู่พอดี... คุณอยากให้พวกเขาฟังพร้อมกันไหมล่ะ?"
หลิวซานชะงักค้าง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเจอคนหนุ่มที่กล้าเดิมพันด้วยชีวิตแบบนี้ ความได้เปรียบที่เคยอยู่ในมือเขา กลับถูกเย่หรานฉกชิงไปจนหมดสิ้นในพริบตา
"คุณต้องการอะไร?" หลิวซานถามด้วยเสียงที่กดต่ำลง พยายามสะกดอารมณ์โกรธที่กำลังเดือดพล่าน
เย่หรานยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายแวววับ "ไม่มากครับ ผมต้องการแค่สามอย่าง หนึ่ง... เงินสดห้าล้านหยวนเพื่อซื้อความเงียบของผม สอง... ข้อมูลแหล่งที่มาของของเก่าทั้งหมดที่พวกคุณกำลังกว้านซื้อในตลาด และสาม... รับปากผมว่าอย่าได้แตะต้องผมหรือคนรอบตัวผมเด็ดขาด ไม่งั้น... สมุดเล่มนี้จะถูกส่งถึงมือตำรวจในวินาทีถัดไป"
ในห้องอาหารที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลับกลายเป็นสมรภูมิทางจิตวิทยาที่ตึงเครียดที่สุด หลิวซานจ้องมองเย่หรานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เขาไม่คิดว่าคนธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถคุมเกมตระกูลหลิวได้อยู่หมัดขนาดนี้ เย่หรานไม่ใช่แค่เด็กโชคดี แต่นี่คือนักล่าที่มีเขี้ยวเล็บคมกริบ
[จบบท]