เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 เสียงร้องไห้ของเสิ่นหงทำให้เสิ่นหย่งซานปวดหัว

บทที่ 9 เสียงร้องไห้ของเสิ่นหงทำให้เสิ่นหย่งซานปวดหัว

บทที่ 9 เสียงร้องไห้ของเสิ่นหงทำให้เสิ่นหย่งซานปวดหัว


บทที่ 9 เสียงร้องไห้ของเสิ่นหงทำให้เสิ่นหย่งซานปวดหัว

เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองซูอิง

เมื่อเห็นซูอิงยืนกอดอกมองเขาราวกับกำลังชมการแสดงสนุกๆ คิ้วของเสิ่นหย่งซานก็ขมวดแน่นขึ้น

เขามองผู้อำนวยการอู๋และถามอย่างสุภาพ "ผู้อำนวยการอู๋ครับ น้องสาวผมไม่เคยทำงานล้างห้องน้ำมาก่อนเลย พอจะจัดหางานอื่นให้น้องสาวผมได้ไหมครับ?"

ผู้อำนวยการอู๋มองซูอิง เมื่อเห็นว่าซูอิงไม่มีท่าทีจะสอดมือเข้ามายุ่ง เขาก็ยิ้มให้เสิ่นหย่งซานและพูดว่า "เสี่ยวเสิ่น คุณก็รู้ว่าโรงงานเครื่องจักรของเราตำแหน่งเต็มหมดแล้ว จะมีงานอื่นให้ทำได้ที่ไหนล่ะ? ถ้าน้องสาวคุณเต็มใจทำ เราจะให้ค่าจ้างสิบหยวนต่อเดือนพร้อมที่พักในหอพักให้ ถ้าไม่ทำก็ช่างเถอะ"

เมื่อผู้อำนวยการอู๋พูดมาขนาดนี้ เสิ่นหย่งซานก็พูดอะไรไม่ออกอีก

เขาจ้องมองซูอิงด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชา

เขาเอื้อมมือดึงซูอิงหลบไปด้านข้างและคาดคั้น "งานที่คุณหาให้น้องสาวผมคือล้างห้องน้ำงั้นเหรอ? คุณไม่เคยตั้งใจจะหางานดีๆ ให้น้องผมเลยใช่ไหม?"

"งานไม่มีแบ่งชนชั้นวรรณะหรอกนะ คุณคิดว่างาบล้างห้องน้ำมันหาง่ายนักเหรอ? ถ้าน้องสาวคุณไม่อยากทำ ก็มีคนรอทำอีกเยอะแยะ อีกอย่างคุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าด้วยการศึกษาของเธอ เธอจะทำอะไรได้? อ่านหนังสือออกไหม? คิดเลขเป็นหรือเปล่า? ถ้าฉันให้เธอเป็นผู้จัดการโรงงาน เธอจะทำได้เหรอ?"

พูดจบ ซูอิงก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจสีหน้าของเสิ่นหย่งซานเลย

เสิ่นหงยังคงยืนร้องไห้อยู่ที่เดิม เมื่อเห็นซูอิงเดินจากไป เธอก็เริ่มลนลาน

เธอรีบหันมาต่อว่าเสิ่นหย่งซานทันที "ทำไมพี่ต้องไปเถียงกับเขาล่ะ? ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ เขาจะหางานล้างห้องน้ำให้ฉันทำเหรอ? นี่มันใช่งานที่คนเขาทำกันที่ไหนเล่า? ฉันไม่รู้ล่ะ พี่รีบไปตามซูอิงกลับมาเลยนะ ฉันไม่อยากล้างห้องน้ำ ฉันอยากทำงานในออฟฟิศ"

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายของเธอ เสิ่นหย่งซานก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

"จะทำหรือไม่ทำก็เรื่องของแก แกเรียนไม่จบประถมด้วยซ้ำ อ่านหนังสือก็แทบไม่ออก ยังริอยากจะทำงานในออฟฟิศอีกเหรอ? ทำไมแกไม่บินขึ้นฟ้าไปเลยล่ะ?" เสิ่นหย่งซานตวาดใส่เสิ่นหงอย่างเหลืออด

วันนี้เสิ่นหงตั้งใจมาทำงานอย่างอารมณ์ดี ใครจะไปรู้ว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้ ยิ่งโดนเสิ่นหย่งซานตวาดใส่ เธอก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ

"ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่นั่นแหละ! เงินที่บ้านเอาไปส่งเสียพี่เรียนหมด ฉันถึงต้องเรียนไม่จบประถม เสิ่นหย่งซาน ฉันจะกลับบ้านไปฟ้องพ่อกับแม่"

พูดจบ เสิ่นหงก็วิ่งร้องไห้ออกไป เสิ่นหย่งซานทำได้เพียงยืนถอนหายใจ

เมื่อนึกถึงคำพูดของเสิ่นหงเมื่อครู่ เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจจะไปหาซูอิง

ถ้าซูอิงเปลี่ยนใจหางานล้างห้องน้ำให้น้องสาวเขาเพราะคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ เขาจะเป็นคนไปขอโทษเธอเอง

หลังจากเดินออกจากสำนักงานโรงงาน ซูอิงกำลังจะไปซื้อของ ก็เห็นหลินหนานและซูอี้เดินเข้ามาพอดี

เมื่อเห็นซูอิง ซูอี้ก็ร้องทัก "อิงอิง จะไปไหนน่ะ?"

"พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ เพิ่งกลับมาเหรอคะ! ดีเลย หนูจะไปซื้อเนื้อสัตว์มาทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงมื้อเที่ยงนี้ค่ะ" ซูอิงพูดพร้อมรอยยิ้ม

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูอิงทำให้หลินหนานตกใจเล็กน้อย

ปกติเวลาเจอกัน ซูอิงมักจะทำหน้าบูดบึ้งใส่เธอ อย่าว่าแต่จะยิ้มเลย แค่จะให้พูดด้วยสักคำยังยาก

เธอย่อมรู้ดีว่าซูอิงไม่ชอบเธอ แต่เห็นแก่ซูอี้ เธอจึงพยายามเข้าหาซูอิงให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยิ่งเธอพยายามเอาใจ ซูอิงก็ยิ่งจงใจกลั่นแกล้งเธอให้ลำบากใจมากขึ้นเท่านั้น

จนเธอไม่รู้จะทำตัวอย่างไรแล้ว

แต่วันนี้พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตก ซูอิงไม่เรียกชื่อเธอห้วนๆ แต่เรียกเธอว่าพี่สะใภ้อย่างสนิทสนม แถมยังยิ้มให้เธออีกด้วย

"น้องมีคูปองซื้อเนื้อด้วยเหรอ?" ซูอี้ถามขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของซูอิง

"ไม่ต้องห่วงค่ะ เจียงเยว่มีวิธี พี่สองคนรอทานข้าวเที่ยงได้เลย กลับบ้านไปก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูมา" ซูอิงพูดจบก็วิ่งออกไปหาเจียงเยว่

เธอรู้ว่าเวลานี้เจียงเยว่น่าจะอยู่ที่โรงหนังวิดีโอ เธอจึงตรงดิ่งไปที่นั่นทันที

เจียงเยว่ไปหาภาพยนตร์ฮ่องกงยอดฮิตมาจากไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้วัยรุ่นในเมืองถึงได้แห่กันไปที่โรงหนังวิดีโอกันให้ควั่ก

ซูอิงอยากไปดูมาตลอด แต่เจียงเยว่ก็ไม่ยอมให้ไป โดยบอกว่าหนังไม่เหมาะกับเธอ

ยิ่งเขาห้าม เธอก็ยิ่งอยากไป ดังนั้นวันนี้สบโอกาส เธอจึงตัดสินใจไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาทำอะไรอยู่

เขตบ้านพักโรงงานเครื่องจักรอยู่ห่างจากโรงหนังวิดีโอพอสมควร แถมอากาศยังร้อนอบอ้าว กว่าซูอิงจะวิ่งไปถึงก็เหงื่อท่วมตัว

เมื่อเห็นคนขายไอศกรีมอยู่หน้าโรงหนังวิดีโอ เธอจึงวิ่งไปซื้อมากัดกิน ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

ทันทีที่เดินเข้าไป เธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากข้างใน ไม่รู้ว่ากำลังฉายอะไรอยู่

ก่อนที่เธอจะหันไปดู ก็มีมือมาปิดตาเธอไว้

"มาที่นี่ได้ยังไง?" เจียงเยว่เพิ่งเห็นเงาคนคล้ายซูอิง ไม่คิดว่าจะเป็นเธอจริงๆ!

ดีนะที่เขาไหวตัวทัน ไม่ปล่อยให้เธอเห็นสิ่งที่ฉายอยู่ข้างใน

"มาปิดตาทำไม? ดูอะไรอยู่เหรอ? ฉันอยากดูด้วย" ซูอิงดึงมือเจียงเยว่ออก อาศัยจังหวะที่เขาเผลอ หันขวับไปมองดูข้างใน

เมื่อเห็นแล้ว เธอก็เงียบกริบ

นี่มัน... ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะดูหวือหวาไปหน่อยสำหรับยุคสมัยนี้ แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่คนยุคหลังได้ดูกัน มันก็เทียบไม่ติดเลยสักนิด

หนังเรื่องนี้มีแค่นักแสดงแต่งตัววาบหวิวนิดหน่อยกับเนื้อเรื่องที่ดูคลุมเครือ ส่วนอื่นๆ ก็ไม่ได้โจ่งแจ้งอะไรขนาดนั้น

จริงอยู่ที่เรื่องทำนองนี้เป็นที่นิยมในฮ่องกงตอนนั้น และผู้คนก็คุ้นเคยกับมันดี แต่ผู้คนในแถบนี้ก็ยังมีความคิดค่อนข้างหัวโบราณอยู่

"ที่นายบอกว่าหาเงิน นี่คือวิธีหาเงินของนายงั้นเหรอ?"

เธอคิดว่าเจียงเยว่เป็นคนใสซื่อ ไม่คิดเลยว่า... เมื่อเห็นเธอเข้าใจผิด เจียงเยว่ก็รีบอธิบาย "นี่ก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ตอนเขาฉายหนังอยู่ข้างใน ฉันไม่ได้เข้าไปดู ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นหนังแบบนี้"

พูดจบหน้าเขาก็แดงก่ำ แม้ว่าเขากับซูอิงจะเคย... แต่เขาเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก

ด้วยความกลัวว่าซูอิงจะโกรธ เจียงเยว่ก็เริ่มร้อนรน

"อิงอิง ที่ฉันพูดเป็นความจริงทุกคำเลยนะ เชื่อฉันเถอะนะ"

ซูอิงกำลังจะอ้าปากพูด ก็ได้ยินเสียงของเสิ่นหย่งซานดังมาจากข้างหลัง

สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เสิ่นหย่งซานแอบตามเธอมาตั้งแต่มาถึงได้ไม่นาน

เขาตั้งใจจะมาขอโทษซูอิงด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้?

เสิ่นหย่งซานด้วยบุคลิกที่ดูเคร่งขรึมเป็นทุนเดิม ประกอบกับฐานะทางบ้านที่ยากจน จึงไม่เคยย่างกรายเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลยสักครั้ง

แม้ในใจจะยิ่งรู้สึกรังเกียจซูอิง แต่เขาก็ยังคงเดินเข้าไปหา

เจียงเยว่ได้ยินเสียงจึงหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเสิ่นหย่งซาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

เขาเอื้อมมือไปจับมือซูอิงตามสัญชาตญาณ เมื่อคิดว่าเสิ่นหย่งซานยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ เขาก็ยิ่งอยากจะรีบไปจดทะเบียนสมรสกับซูอิงให้เร็วที่สุด

สายตาของเสิ่นหย่งซานจับจ้องไปที่มือที่จับกันแน่นของทั้งคู่ เขาประหลาดใจเล็กน้อย ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ก่อนหน้านี้ ซูอิงมักจะมองเจียงเยว่ด้วยสายตารังเกียจอยู่เสมอ แต่ในเวลานี้ เขากลับเห็นสีหน้าของซูอิงเปลี่ยนไป แม้จะยังคงเป็นแววตาแห่งความรังเกียจ แต่ความรังเกียจนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เจียงเยว่อย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 9 เสียงร้องไห้ของเสิ่นหงทำให้เสิ่นหย่งซานปวดหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว