- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 58 - จัดซื้อของใหม่
บทที่ 58 - จัดซื้อของใหม่
บทที่ 58 - จัดซื้อของใหม่
บทที่ 58 - จัดซื้อของใหม่
เอ็นนิโอที่กำลังงัวเงียรู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิด เขาเกือบจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแล้ว แต่จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาจนเต็มตา
เขาขยี้ตาพลางจ้องมองมอริสท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน
"มีรถมาแล้ว" มอริสลดเสียงต่ำลง
ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เสียงพูดคุยที่ในช่วงกลางวันอาจไม่มีใครได้ยิน กลับถูกตรวจพบได้ง่ายในยามค่ำคืน
เอ็นนิโอชะโงกหน้าออกไปมองที่หัวมุมถนน รถบรรทุกคันหนึ่งกำลังขับเคลื่อนมาอย่างช้าๆ
เมื่อตอนกลางวันเขาไปหาหมอที่สถานพยาบาลชุมชนมาแล้ว หมอตรวจดูแล้วบอกว่ากระดูกปลายแขนด้านหัวแม่มือของเขาไม่ได้หักรุนแรงนัก ใส่เฝือกไว้ประมาณสี่สัปดาห์ก็ถอดออกได้ แต่ถ้าจะให้หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือนขึ้นไป
และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามยกของหนัก
นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่คนจนหวาดกลัวการบาดเจ็บเป็นที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการเงินมารักษาบาดแผลเท่านั้น แต่ที่ยุ่งยากกว่าคือพวกเขามีโอกาสจะตกงานเพราะอาการบาดเจ็บนั้นได้
เดิมทีเอ็นนิโอมีงานทำอยู่ แต่ตอนนี้ดูท่าทางจะแห้วแน่นอนแล้ว ซึ่งนี่ก็ยิ่งทำให้เขาเคียดแค้นเคนต์มากขึ้นไปอีก
รถบรรทุกไม่สามารถเลี้ยวเข้าไปในตรอกที่บ่อนตั้งอยู่ได้ จึงจอดเทียบอยู่ที่ริมถนน มอริสดึงตัวเอ็นนิโอกลับเข้ามาในตรอก "เดี๋ยวฉันจะปีนขึ้นไปบนรถ"
เอ็นนิโอเบิกตากว้าง "เรื่องนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของฉันนะ"
มอริสส่ายหัว "แกตัวสูง แต่ฉันตัวเตี้ย พวกมันไม่สังเกตเห็นฉันง่ายๆ หรอก อีกอย่างพวกมันก็สนิทกับพ่อฉันดี ต่อให้ถูกจับได้ ฉันก็แค่บอกว่าอยากจะมาลักเล็กขโมยน้อย พวกมันก็คงไม่ทำอะไรฉันหรอก"
"อย่างมากก็แค่โดนซ้อมสักมื้อ"
เอ็นนิโอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง "ฉันยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของฉันอยู่ดี"
มอริสยังคงส่ายหน้ายืนกราน
ในระหว่างที่คุยกัน พวกลูกน้องในบ่อนก็เริ่มเข็นรถลากคันเล็กขนโต๊ะพนันออกมาแล้ว
โต๊ะพนันเหล่านี้ล้วนมีโครงสร้างเป็นไม้ สามารถถอดประกอบได้ จึงดูไม่หนักหนาอะไรนัก
จุดนี้แตกต่างจากโต๊ะพนันในกาสิโนของตระกูลคอดัก เพื่อแสดงถึงความหรูหราโอ่อ่า พวกนั้นจะใช้หน้าโต๊ะที่ทำจากหินอ่อนแล้วปูทับด้วยผ้ากำมะหยี่ชั้นดี ซึ่งให้สัมผัสที่ดีกว่ามาก
แต่นั่นก็ทำให้โต๊ะเคลื่อนย้ายได้ลำบากเช่นกัน
เมื่อคนกลุ่มนั้นขนของรอบแรกเสร็จ มอริสก็เลียริมฝีปาก "ไม่ทันแล้ว ฉันไปก่อนนะ แกพยายามตามมาให้ทันล่ะ มันต้องทิ้งรอยล้อรถไว้แน่ๆ"
พูดจบโดยไม่รอให้เอ็นนิโอได้โต้แย้งอะไร เขาก็ทำตัวลีบพุ่งไปที่ข้างรถบรรทุก ใช้เท้าเหยียบล้อรถแล้วส่งตัวขึ้นไปบนกระบะรถบรรทุกทันที
เขาหาที่ซ่อนในซอกแคบๆ ที่เป็นมุมอับสายตา พยายามผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด
การขนย้ายทั้งหมดใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เอ็นนิโอมองดูเคนต์กับลูกน้องขับรถสองคันตามหลังรถบรรทุกไป แม้ความเร็วของรถบรรทุกจะไม่มากนัก แต่เขาก็คลาดสายตาไปอย่างรวดเร็ว จึงทำได้เพียงตามรอยล้อบนพื้นถนนไปเรื่อยๆ
จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ไปไหนไกลเลยสักนิด
กลุ่มลูกค้าหลักที่คนอย่างเคนต์ให้บริการคือชาวจักรวรรดิ ไม่ว่าพวกเขาจะย้ายไปที่ไหน ก็จะไม่มีวันไปจาก "ย่านจักรวรรดิ" อย่างแน่นอน
ในความเป็นจริง ตามแผนผังการปกครองที่เป็นทางการไม่ได้มีการระบุว่ามี "ย่านจักรวรรดิ" อะไรทำนองนั้น มีเพียงชื่อถนนเท่านั้น
แต่ในฐานะกลุ่มผู้อพยพใหม่ ชาวจักรวรรดิจะเลือกอยู่อาศัยในที่ที่มีเพื่อนร่วมชาติอยู่กันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมืองจินกั่งจึงมีชาวจักรวรรดิกว่าร้อยละเจ็ดสิบอาศัยอยู่แถบนี้ และที่นี่จึงกลายเป็น "ย่านจักรวรรดิ" ไปโดยพฤตินัย
เมื่อปีที่แล้ว ศาลาว่าการเมืองได้ประกาศใช้ "แผนที่เมืองจินกั่งฉบับใหม่" พื้นที่แถวนี้จึงถูกระบุชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ย่านจักรวรรดิ" ถือเป็นการยอมรับตามที่ชาวบ้านเรียกกัน
ย่านจักรวรรดิตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของย่านท่าเรือ มีสองแก๊งใหญ่ที่ปกครองที่นี่
แก๊งแรกคือแก๊งคามิลล์ และอีกแก๊งคือแก๊งเรดด็อก
ย่านของแก๊งคามิลล์จะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่แก๊งเรดด็อกนั้นครอบคลุมพื้นที่ถึงสองเขต ส่วนรายย่อยลงไปก็ยังมีแก๊งเล็กแก๊งน้อยหรือกลุ่มอิทธิพลย่อยๆ อีก แต่เนื่องจากพวกนั้นไม่ได้มีลักษณะเป็นมาเฟียเต็มตัวจึงไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก
ตัวอย่างเช่น หากเอ็นนิโอและเพื่อนๆ ยังคงเดินร่อนเร่ไปตามท้องถนน และเริ่มกำหนดขอบเขตพื้นที่กิจกรรมของตนเองโดยใช้ย่านที่พักอาศัยเป็นเส้นแบ่งเขต พร้อมกับปะทะกับพวกเด็กเกเรเจ้าถิ่นเดิมจนชนะมาได้
"
เมื่อนั้นเอ็นนิโอและเพื่อนๆ ก็จะถูกนับว่าเป็น "ตระกูลประจำย่าน" กลุ่มที่เรียกว่าตระกูลประจำย่านนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแก๊งมาเฟียเสมอไป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากถูกรังแกมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านการกรรโชกทรัพย์และพวกตำรวจ
ในสหพันธรัฐ "ตระกูลประจำย่าน" พบได้ทั่วไป และมีมาเฟียขนาดใหญ่ไม่น้อยที่มีจุดเริ่มต้นมาจากตระกูลประจำย่านเหล่านี้นี่แหละ
แก๊งประเภทนี้ในช่วงเริ่มพัฒนาจะเติบโตได้รวดเร็วมาก และมีความสามัคคีกันสูงยิ่ง
ยกตัวอย่างเช่น แก๊งอื่นในย่านจักรวรรดิอย่างแก๊งเรดด็อก
แต่มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง นั่นคือเมื่อขนาดขยายตัวไปถึงจุดหนึ่งแล้วหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างให้ทันท่วงที ก็จะเติบโตต่อไปได้ยาก
ในฐานะชาวจักรวรรดิ เคนต์ย่อมไม่ย้ายไปไหนไกลแน่นอน หากย้ายไปไกลเกินไป อย่าว่าแต่เรื่องที่ท้องที่นั้นอาจมีบ่อนใต้ดินอยู่ก่อนแล้วเลย ลำพังแค่พวกตระกูลมาเฟียเจ้าถิ่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่ายๆ และนี่ก็ถือเป็นการข้ามถิ่นเช่นกัน
แล้วจะไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในสภาพแวดล้อมใหม่พร้อมกับต้องหาลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยยอมเสี่ยงอันตรายขนาดนั้นไปทำไม?
พวกเขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น ดังนั้นในขณะที่วัยรุ่นทั้งสองคนคิดว่าพวกนั้นจะหนีไปไกลๆ แต่ความจริงแล้วกลับย้ายไปถัดไปเพียงไม่กี่ช่วงตึกเท่านั้นเอง
รถบรรทุกค่อยๆ จอดเทียบที่ริมถนน พวกเคนต์เดินทางมาถึงก่อนแล้ว
ครั้งนี้สถานที่ยังคงเป็นห้องใต้ดิน ซึ่งทั้งมิดชิดและปลอดภัยกว่า
กลุ่มคนเริ่มขนของ มอริสหาจังหวะที่เหมาะสมแอบหนีออกมาได้สำเร็จ
ทั้งสองคนใช้บันไดหนีไฟหาที่ซ่อนเพื่อสังเกตการณ์ มองดูคนพวกนั้นขนของเข้าไปในห้องใต้ดิน แล้วปิดประตูลงโดยไม่ออกมาอีกเลย
จนกระทั่งถึงช่วงเช้าตรู่ พวกเขาก็ยังไม่ได้ก้าวเท้าออกมาเลยแม้แต่คนเดียว
สายของวันที่สอง แลนซ์พาเออร์วินและเมโร่ไปที่บริษัทของอัลเบอร์โต เขาตั้งใจจะซื้อรถเพิ่มอีกสองคัน
"ตอนนี้พวกเรามีคนอยู่ประมาณสามสิบคนแล้ว ถ้าบวกกับพวกเพื่อนใหม่ด้วย มีแค่ผมคนเดียวที่ขับรถเป็น และมีรถแค่คันเดียวมันเริ่มไม่พอแล้วครับ"
แลนซ์อธิบายเหตุผล อัลเบอร์โตย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะต่อให้แลนซ์ไม่ซื้อ รถพวกนี้เขาก็ต้องหาวิธีโละทิ้งในราคาถูกอยู่ดี
ขายเป็นเงินได้ ย่อมดีกว่าทิ้งไปเปล่าๆ
อัลเบอร์โตให้แลนซ์ไปเลือกก่อน พร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวจะมีเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้
ทั้งสามคนมาที่ลานจอดรถ เออร์วินและเมโร่มองดูพวกรถหรูจนน้ำลายแทบหก
ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่รักรถ ต่อให้เป็นพวกไม้ป่าเดียวกันก็ตาม!
หากในตอนนั้นมีทางเลือกให้เลือกระหว่างสาวสวยกับรถ พวกเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะเลือกรถที่ส่องประกายวิบวับพวกนี้ แทนที่จะเลือกผู้หญิง!
ทว่าน่าเสียดายที่รถหรูพวกนี้แม้แต่แลนซ์เองก็ซื้อไม่ไหว สุดท้ายท่ามกลางสายตาละห้อยของทั้งสองคน เขาจึงพาพวกเขามายังลานจอดรถเก่าๆ โทรมๆ แทน
ราคาคันละไม่กี่ร้อยเหรียญ
เมื่อครู่เพิ่งจะดูรถหรูมา พอมาเห็นรถโทรมๆ พวกนี้เข้า ก็รู้สึกทำใจยอมรับลำบากนิดหน่อย แต่ทั้งสองคนก็รู้ดีว่าตอนนี้พวกเขายังไม่มีปัญญาซื้อรถหรูพวกนั้นหรอก ต่อให้เป็นตัวแลนซ์เองก็ยังซื้อไม่ไหว
การเลือกซื้อรถเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะ แต่ยังดีที่ทุกคนเป็นคนกันเอง เจมี่จึงเลือกให้พวกเขาสองคัน รวมราคาแล้วเก้าร้อยเหรียญ
ราคานี้ถือว่ามิตรภาพสุดๆ แล้ว เงินเก้าร้อยเหรียญถ้าไปซื้อข้างนอกอาจจะได้แค่คันเดียว แต่ที่นี่คือราคาสองคัน
แลนซ์ลองขับดูแล้วรู้สึกว่าไม่เลว นอกจากพวงมาลัยจะหนักไปหน่อย อย่างอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร
และเจมี่ยังรับปากว่าถ้ารถมีปัญหาให้ส่งมาซ่อมได้ ตราบใดที่ไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ราคาแพง เขาจะช่วยจัดการให้ฟรี
หลังจากเลือกสรรรถได้แล้ว แลนซ์ก็ให้เออร์วินและเมโร่หัดขับรถ ส่วนเขาเองก็ไปที่ห้องทำงานของอัลเบอร์โต
"มานั่งสิ!" อัลเบอร์โตดีใจมาก แตกต่างจากครั้งก่อนที่เอาแต่กลุ้มใจจนหน้าดำคร่ำเครียด เขาถึงกับยื่นซิการ์ให้แลนซ์มวนหนึ่ง "ซิการ์แฮนด์เมดของแท้ส่งตรงจากมูซูรี เขาว่ากันว่าพวกนี้ม้วนขึ้นบนหน้าขาของหญิงพรหมจรรย์เลยนะ!"
"อย่าสูดเข้าปอดล่ะ!" เขากำชับ พร้อมกับบอกแลนซ์ถึงวิธีตัด วิธีลน และวิธีลิ้มรส
ความจริงแล้วแลนซ์รู้วิธีพวกนี้อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้แล้วหัดตามไปหนึ่งรอบ เมื่อลองสูบคำแรกเข้าไป เขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจอะไรเป็นพิเศษ ก็แค่ซิการ์ธรรมดาๆ มวนหนึ่ง
"เลือกรถเสร็จแล้วเหรอ เท่าไรล่ะ?"
"เก้าร้อยเหรียญครับ"
อัลเบอร์โตส่ายหัว "ฉันให้ฟรี"
แลนซ์ไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาจึงแสร้งลองตอบกลับไปว่า "ตอนนี้ผมยังทันที่จะไปเลือกรถหรูสักคันไหมครับ?"
อัลเบอร์โตหัวเราะร่าพลางส่ายหน้า "ไม่ทันแล้วล่ะสิ ถ้าก่อนหน้านี้นายเลือกจริงๆ ฉันก็คงจะให้นายไปแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ได้ โอกาสมีเพียงครั้งเดียว!"
พูดจบเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "ครั้งก่อนนายให้ฉันกักตุนเหล้าไว้ล็อตหนึ่ง"
"ครับ ผมจำได้"
ก่อนหน้านี้อัลเบอร์โตปวดหัวมากเรื่องกลุ่มพันธมิตรห้ามจำหน่ายสุรา แลนซ์จึงแนะนำให้เขากักตุนเหล้าเอาไว้ ในตอนนี้การซื้อขายและเก็บสะสมเหล้ายังคงเป็นเรื่องถูกกฎหมาย การได้ครอบครองเหล้าจำนวนมหาศาลอย่างถูกต้องในขณะที่กฎหมายยังอนุญาต เมื่อกฎหมายห้ามจำหน่ายสุราเริ่มมีผลบังคับใช้ สิ่งนี้ย่อมกลายเป็นเงินเป็นทองอย่างแน่นอน
อัลเบอร์โตเดินมาหาแลนซ์แล้วนั่งลงบนโต๊ะพลางถือซิการ์ไว้ในมือ เขาโบกไม้โบกมือด้วยท่าทางคึกคักอย่างยิ่ง "ฉันทำตามคำแนะนำของนาย กักตุนเหล้าไว้เพียบเลย ตอนนี้ราคามันพุ่งปรี๊ด ฉันกำไรมหาศาลเลย!"
"แลนซ์ นี่คือความดีความชอบของนาย ฉันนึกว่านายจะเลือกรถหรูซะอีก แต่นายดัน..." เขาแสดงสีหน้าขี้เล่นเชิงว่า "เรื่องนี้จะโทษฉันไม่ได้นะ"
เขาพูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ฉันได้ยินฟอร์ดิสบอกว่านายกำลังเจออุปสรรค อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม?"
แลนซ์ส่ายหัว "ผมจัดการได้ครับ"
เขาไม่อยากติดค้างน้ำใจอัลเบอร์โตมากเกินไป หนี้บุญคุณนั้นทดแทนได้ยาก ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจจะต้องพลาดท่าเพราะหนี้บุญคุณนี้ก็ได้ เรื่องแบบนี้มีให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่านั่นคือหลุมพราง หากกระโดดลงไปย่อมต้องบาดเจ็บจนพิการแน่นอน แต่ถ้าไม่กระโดด คนอื่นก็จะหาว่าไร้สัจจะ ลืมบุญคุณคน
พอกระโดดลงไป นอกจากคนอื่นจะบอกว่ารักษาคำพูดแล้ว ส่วนใหญ่กลับจะมองว่าโง่เขลามากกว่า และตัวเองก็ยังต้องบาดเจ็บหนักอีกด้วย ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่มเขาจึงไม่ยอมเปิดโอกาสให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าคุณอยากจะขอบคุณผม ก็ให้ปืนผมเพิ่มอีกสักไม่กี่กระบอกแล้วกันครับ ช่วงนี้ผมอาจจะต้องการมัน"
เรื่องแบบนี้สำหรับอัลเบอร์โตแล้วถือเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว เขาเองก็ไม่ใช่พลเมืองสหพันธรัฐ และมีแก๊งใหญ่คอยหนุนหลังอยู่แล้ว ความคิดที่จะมาดูแลรักษาความสงบสุขให้สหพันธรัฐนั้นไม่มีอยู่ในหัวเขาเลย การจะหาปืนพกที่ไร้เลขทะเบียนมาให้สักไม่กี่กระบอกก็แค่โทรศัพท์สายเดียวเท่านั้นเอง
หลังจากคุยกันสั้นๆ ถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต แลนซ์ก็ขอตัวลากลับก่อน
ตอนที่จากมา เออร์วินและเมโร่สามารถขับรถออกไปเองได้แล้ว นอกจากจะได้รถมาสองคันแล้ว ยังได้ปืนพกติดมือมาอีกห้ากระบอกด้วย
(จบแล้ว)