- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 51 - บานประตูไม้กับโต๊ะไม้
บทที่ 51 - บานประตูไม้กับโต๊ะไม้
บทที่ 51 - บานประตูไม้กับโต๊ะไม้
บทที่ 51 - บานประตูไม้กับโต๊ะไม้
ช่วงสายของวัน เอ็นนิโอและเพื่อนอีกไม่กี่คนมาพบกันที่หน้าบ้าน ใบหน้าของทุกคนต่างประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เอ่อล้นออกมาจากใจ
เมื่อวานนี้พวกเขาปิดจ็อบไปได้สองราย เมื่อรวมค่าคอมมิชชันแล้วก็ได้เงินมาสิบเอ็ดเหรียญ ดูเหมือนเงินสิบเอ็ดเหรียญจะไม่มากนัก
ทว่าต้องเข้าใจก่อนว่า ในยุคสมัยนี้พวกผู้อพยพผิดกฎหมายที่เช่าบัตรทำงานของคนอื่นมาใช้ มักจะเหลือรายได้จริงเข้ากระเป๋าตัวเองเพียงแค่สิบกว่าเหรียญเท่านั้น
หากเพิ่มเงินจำนวนนี้เข้าไปอีกนิด มันก็เท่ากับรายได้ทั้งเดือนของผู้อพยพผิดกฎหมายคนหนึ่งแล้ว แต่พวกเขากลับใช้เวลาเพียงแค่วันเดียว
หากจะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือ ใช้เวลาเพียงแค่ช่วงบ่ายวันเดียวเท่านั้น
ความเร็วในการหาเงินเช่นนี้ทำให้ผู้คนถึงกับตาโตด้วยความอิจฉา
แลนซ์จ่ายเงินให้พวกเขาเป็นเงินสดทันที ค่าคอมมิชชันทั้งหมดถูกมอบให้ถึงมือ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยกระตุ้นให้พวกเขาอยากทำงานให้เขามากขึ้นไปอีก
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ผลประโยชน์ขับเคลื่อนไม่ได้ หากจะมี ก็คงเป็นเพราะผลประโยชน์ที่คุณลงไปนั้นมันน้อยเกินไป
เงินสิบเอ็ดเหรียญเพียงพอที่จะทำให้เหล่าผู้อพยพวัยรุ่นที่ไม่มีงานเป็นหลักแหล่งพวกนี้ยอมทุ่มเททำงานให้เขาอย่างสุดตัว
เอ็นนิโอแจกบุหรี่ให้เพื่อนพ้อง วันนี้เขาซื้อบุหรี่ซองละยี่สิบห้าเซนต์มาสูบ ปกติแล้วพวกเขามักจะซื้อบุหรี่มวนเองที่ทำกันในครอบครัวทั่วไป
นอกจากจะสำลักควันได้ง่ายแล้ว สูบเสร็จฟันยังเหลืองอ๋อยอีกด้วย แต่บุหรี่ซองเล็กแบบนี้แตกต่างออกไป นอกจากจะไม่สำลักง่ายแล้ว ฟันก็ไม่เหลืองเท่าไรนัก
ยุคนี้ยังคงเป็นใบยาสูบสด บุหรี่แบบอบแห้งยังไม่แพร่หลายสู่สาธารณะ สาเหตุหลักคือตลาดผู้สูบที่เป็นสตรีนี่ยังไม่ใหญ่พอ บริษัทบุหรี่จึงยังไม่ได้ให้ความสนใจกับกลุ่มผู้บริโภคหญิงที่กำลังก่อตัวขึ้น
เมื่อพวกผู้หญิงเริ่มเชื่อมโยงการสูบบุหรี่เข้ากับการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เมื่อนั้นบริษัทบุหรี่ถึงจะเริ่มหาวิธีทำให้พวกเธอหันมาสูบบุหรี่กันมากขึ้น
แต่ในตอนนี้ พวกเขายังคิดไม่ถึง
วัยรุ่นไม่กี่คนยืนพ่นควันอยู่ตามตรอกซอกซอย คนเดินถนนที่ผ่านไปมาต่างพากันเดินอ้อมเว้นระยะห่าง การกระทำเช่นนี้จริงๆ แล้วคือการต่อต้าน หรือกระทั่งการเหยียดหยามคนพวกนี้
ทว่าสำหรับวัยรุ่นแล้ว พวกเขากลับรู้สึกว่านี่คือ "ความแข็งแกร่ง" และ "ความเท่"
ย่านที่พักอาศัยแถวนี้ล้วนเป็นผู้อพยพจากจักรวรรดิ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงพอจะรู้จักเพื่อนบ้านในละแวกนี้บ้าง ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังคุยกันว่าบ้านไหนอาจจะต้องการกู้เงิน มอริส เด็กหนุ่มร่างเล็กที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาว่า "ฉันรู้ว่ามีที่หนึ่งที่มีคนต้องการกู้เงินเยอะแน่ๆ"
มอริสตัวไม่สูงนัก สูงเพียงประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเซนติเมตรเมื่อสวมรองเท้า แม้จะอายุสิบเจ็ดปีแล้ว และถึงแม้หลังจากนี้จะโตขึ้นได้อีกหน่อย ก็คงไม่สูงไปกว่านี้เท่าไร
เขาดูเป็นคนขาดสารอาหารอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมออกสีเหลือง สวมหมวกแก๊ปเก่าๆ เสื้อผ้าบนตัวก็เป็นของเหลือจากพี่ชายที่ซักจนสีซีดจาง
เอ็นนิโอหูผึ่งขึ้นมาทันที พ่อของเขาเลิกรากับแม่หลังจากมาถึงสหพันธรัฐ ตอนนี้เขาอาศัยอยู่กับพ่อ
เขาไม่มีความรู้สึกซาบซึ้งใจต่อชายแก่คนนี้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันเขากลับรู้สึกเคียดแค้น เพราะพ่อของเขามีนิสัยชอบใช้ความรุนแรง ซึ่งจะรุนแรงกับคนในครอบครัวเท่านั้น
พ่อของเขาทำงานในบริษัทขายตรง มีเงินเดือนพื้นฐานเพียงเดือนละยี่สิบเหรียญ และเงินเดือนนี้จะได้ก็ต่อเมื่อปิดการขายได้อย่างน้อยหนึ่งรายการเท่านั้น
จากนั้นหากขายสินค้าประจำเดือนได้เพิ่มหนึ่งชิ้น ก็จะได้รายได้เพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง
แม่ของเขาเคยเกลี้ยกล่อมให้พ่อไปหางานที่รายได้สูงและมั่นคงกว่านี้ อย่างเช่นเป็นคนงานในสายการผลิตเป็นต้น
นอกจากรายได้จะดีแล้ว ยังมีสหภาพแรงงานคอยดูแลไม่ให้ใครมารังแก รายได้ของครอบครัวก็จะคล่องตัวขึ้น
แต่พ่อของเขากลับมองว่านั่นคือการฆ่าอนาคตที่เป็นไปได้ของตนเอง เขามักจะคิดเสมอว่าเขาจะได้เป็นแชมป์นักขาย จากนั้นก็จะมีห้องทำงานเป็นของตนเอง มีบริษัทเป็นของตนเอง หรือแม้กระทั่งมีแบรนด์เป็นของตนเองในอนาคต
หลังจากเขาได้รับบัตรพำนักถาวรของสหพันธรัฐ เขาก็อ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการสร้างตำนานด้วยการขายมามากเกินไป เขาเชื่อว่าตนเองจะเป็นผู้โชคดีรายต่อไปที่กลายเป็นคนเหนือคนผ่านการเป็นนักขาย แม้ว่าหลายครั้งในแต่ละเดือน สินค้าเพียงชิ้นเดียวที่ขายได้จะเป็นสิ่งที่เขาซื้อไว้เองก็ตาม
ใครก็ตามที่บอกให้เขาเปลี่ยนงาน คนนั้นกำลังทำลายอนาคตของเขา และเขาจะโกรธจนขาดสติ!
เพื่อให้ขายสินค้าพวกนี้ได้ เขาถึงขั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด เขาไม่สนใจว่าใครจะพูดจาถากถาง หรือใครจะถ่มน้ำลายรดหน้า
การพยายามทุกวิถีทางเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ของตน และหาวิธีขายของออกไปให้ได้ คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตและจิตวิญญาณของเขา
ดูภายนอกเขาเหมือนคนขี้แพ้ที่ใครก็รังแกได้ แต่พอเขากลับถึงบ้าน เขากลับกลายเป็นจอมมารประจำบ้าน เขาคออ่อน เพียงแก้วเดียวก็เมามาย
พอเมาเขาก็จะเอาเข็มขัดฟาดเมียเพื่อระบายอารมณ์ด้านลบที่กดทับมาจากการทำงาน ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาหย่าร้างกัน
เขามักจะตีผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าเอ็นนิโอเสมอ เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนั้น แต่อาจเป็นเพราะอพาร์ตเมนต์ที่พักอยู่มันเล็กเกินไปจนไม่มีทางให้หลบเลี่ยง
สรุปก็คือ มีครั้งหนึ่งที่พ่อของเขาดื่มหนักเกินไป เขาจับผู้หญิงคนนั้นแก้ผ้าแล้วมัดแขวนไว้เฆี่ยนตีรอบหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็หอบข้าวของหนีไปในคืนนั้นเอง
พวกเขาแต่งงานกันที่จักรวรรดิ แต่ในสหพันธรัฐไม่ได้จดทะเบียนสมรส ดังนั้นหากมองในบางมุม พวกเขาก็ไม่ใช่สามีภรรยากันในสหพันธรัฐ
หลังจากผู้หญิงคนนั้นจากไป พ่อของเอ็นนิโอก็หันมาระบายอารมณ์ใส่เขาแทน ในช่วงแรกที่เขายังเด็ก เขาทำได้เพียงเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ตอนนี้เขาโตขึ้นแล้ว เริ่มรู้จักหนี เริ่มโต้กลับ และเริ่มต่อต้าน
ตอนนี้ความคิดเดียวของเอ็นนิโอก็คือ หาเงินให้ได้มากๆ แล้วหนีไปจากบ้านบ้าๆ นี่เสียที
ดังนั้นเมื่อมอริสเพื่อนของเขาบอกว่ามีสถานที่ที่มีคนต้องการกู้เงินเยอะ เอ็นนิโอจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที จนถึงขั้นรู้สึกคอแห้งผาก
เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างแรง เขาชอบกัดก้นกรอง รสขมของน้ำมันดินที่เกาะตัวกันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย "ที่ไหน?"
"ในตึกหลังบ้านของไรบี้ มีบ่อนอยู่แห่งหนึ่ง พ่อฉันไปบ่อย ที่นั่นต้องมีคนต้องการเงินแน่ๆ"
เอ็นนิโอตาเป็นประกาย "ใช่ ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน"
เขาเริ่มทนไม่ไหว "งั้นพวกเราลองไปดูตอนนี้เลยดีไหม?"
วัยรุ่นสองคนมีท่าทีลังเล แต่เมื่อทุกคนอยากไปดู พวกเขาก็จำต้องตามน้ำไป
ดังนั้นวัยรุ่นเจ็ดแปดคนจึงก้าวเดินอย่างรวดเร็วไปตามท้องถนน เกือบทุกคนที่เดินสวนมาต่างพากันหลบเลี่ยงพวกเขา และแสดงสีหน้าท่าทางรังเกียจออกมา
ไม่มีใครชอบพวกวัยรุ่นที่เดินร่อนเร่ไปมาตามถนนหรอก เพราะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรคนพวกนี้จะควักมีดสั้นออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แล้วสั่งให้คุณส่งเงินในกระเป๋าออกมาให้หมด
จากที่นี่ไปยังบ่อนที่มอริสบอกจริงๆ แล้วไม่ไกลนัก ระยะทางไม่ถึงสองกิโลเมตร หลังจากเดินมาสิบกว่านาที พวกเขาก็มายืนอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่ง
ที่นี่คือตรอกที่อยู่ด้านหลังของถนนสายหลัก ประตูไม้มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นประตูที่ทอดลงไปสู่ชั้นใต้ดิน มอริสเคาะประตู ช่องมองที่เป็นโลหะบนประตูถูกเปิดออกเสียงดังคลิก เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งอยู่ข้างใน
ดวงตาคู่นั้นกวาดมองคนกลุ่มนี้ที่ยืนอยู่หลังมอริส ก่อนจะปิดช่องนั้นลงอีกครั้ง
ในขณะที่พวกเขานึกว่าจะเข้าไปไม่ได้ ประตูกลับเปิดออกกะทันหัน
"วันนี้พ่อแกไม่ได้มานะ"
มอริสรู้สึกประหม่าเล็กน้อย "ผมพาเพื่อนมาเที่ยวครับ พวกเขาอยากมาเห็นเป็นขวัญตา"
ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าประตูพินิจพิจารณาพวกวัยรุ่นด้านหลังอีกครั้ง ในที่สุดสายตาก็มาหยุดอยู่ที่เอ็นนิโอ "พวกแกมีเงินไหม?"
เอ็นนิโอควักธนบัตรใบละห้าเหรียญออกมาสองใบ ชายฉกรรจ์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมหลีกทางให้ในที่สุด "อย่าหาเรื่องใส่ตัว ไม่งั้นพวกแกจะเสียใจ!"
เหล่าวัยรุ่นพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใบหน้ามีรอยยิ้มมากขึ้น กลุ่มคนพากันมุดเข้าไปในประตูไม้บานนั้น
อากาศภายในประตูชื้นและอบอ้าว แถมยังมีกลิ่นประหลาด เหมือนกลิ่นบูดของคนจำนวนมากที่มารวมตัวกันแล้วเกิดการหมักหมมจนเหม็นเปรี้ยว กลิ่นแบบนี้พบได้บ่อยในกลุ่มคนจรจัด
เมื่อพวกเขาเดินผ่านบันไดที่ทอดตัวลงไปประมาณสิบกว่าเมตร ก็มาถึงห้องโถงกว้าง
จะเรียกว่าห้องโถงก็ดูจะใหญ่ไปหน่อย จริงๆ แล้วมันกว้างไม่ถึงเจ็ดสิบตารางเมตร แต่มันกลับคึกคักขึ้นมาในทันที
มีโต๊ะตั้งอยู่หกตัว รอบโต๊ะเต็มไปด้วยเหล่าผีพนันที่ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อเหม็นโชย
แม้จะมีพัดลมหลายตัวกำลังทำงานอยู่ แต่มันก็ยังไม่สามารถทำให้ความร้อนในที่นี้ลดลงได้เลย
บางคนตะโกนก้อง บางคนหัวเราะบ้าคลั่ง และบางคนก็ทุบตีตัวเองด้วยความเสียดายและเจ็บปวด ในชั่วพริบตานั้น ภาพที่ดูพิลึกพิลั่นนี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวัยรุ่นเหล่านี้เกินกว่าจะจินตนาการได้!
บางคนสังเกตเห็นพวกเขา แต่พอมองเห็นมอริสแล้วก็ไม่ได้สนใจอีก มอริสคือ "ขาประจำ" ของที่นี่ เขาถูกพ่อพามาที่นี่บ่อยๆ แล้วก็มักจะถูกใช้ให้ไปวิ่งซื้อของ
ซื้อบุหรี่บ้าง ซื้อของกินบ้าง แขกคนอื่นๆ ก็จะใช้ให้เขาไปซื้อของเช่นกัน แล้วก็จะให้เงินเป็นค่าเหนื่อยสักเซนต์สองเซนต์
พวกเขาคิดว่ามอริสพาคนเหล่านี้มาเพื่อให้ได้มาเห็นเป็นขวัญตา พร้อมกับลองเสี่ยงโชคสักสองสามตา
ตราบใดที่มาเล่นพนัน เจ้าของบ่อนก็ไม่สนใจหรอกว่าคนที่คุณพามาจะเป็นใคร
ต่อให้เป็นประธานาธิบดีก็ไม่สำคัญ!
"นี่คือแบล็กแจ็ก ช่วงนี้กำลังฮิตมาก ที่นี่มีสามโต๊ะที่เป็นแบล็กแจ็ก..."
มอริสแนะนำวิธีเล่นบนโต๊ะนี้ให้พวกวัยรุ่นฟัง ที่นี่มีที่นั่งหกที่ คนที่ไม่มีที่นั่งก็สามารถวางเดิมพันในหกตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน เพียงแต่การได้นั่งลงไปย่อมให้ความรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่า
แบล็กแจ็กเพิ่งเริ่มแพร่หลายเข้ามาในสหพันธรัฐ บ่อนเกือบทุกแห่งจึงมีโต๊ะแบล็กแจ็ก และมีผู้คนให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
เมื่อเทียบกับวิธีเล่นพนันแบบอื่นที่มีกฎเกณฑ์เยอะและซับซ้อน แบล็กแจ็กกลับมีการต่อสู้ฟาดฟันและความสนุกที่ชัดเจนกว่า ทันทีที่มันเข้าสู่สหพันธรัฐ มันก็กลายเป็นเกมที่เหล่าผีพนันชาวสหพันธรัฐคลั่งไคล้ที่สุด
บนโต๊ะไม่มีชิปอะไรทั้งนั้น บ่อนใต้ดินขนาดเล็กในย่านแบบนี้ ใช้เพียงเงินสดเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีเงินวางสะพัดรวมแล้วกว่าหนึ่งร้อยเหรียญในเวลาไม่นาน ลมหายใจของเอ็นนิโอก็เริ่มหอบถี่ขึ้น เงินมากมายขนาดนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต!
แต่มอริสกลับดูสงบมาก เพราะเขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แบล็กแจ็กคือเกมแห่งคณิตศาสตร์และความน่าจะเป็น ตราบใดที่เจ้ามือไม่ได้โง่จนเกินไป ต่อให้ไม่โกงก็สามารถรับประกันโอกาสชนะเงินได้ในอัตราที่สูงมาก
สิ่งนี้ทำให้ในทุกๆ ตาจะมีคนชนะเงิน และการที่มีคนชนะเงินนี่แหละ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ล่อหลอกให้พวกผีพนันยอมเล่นต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
เพียงแค่ยืนดูได้สิบนาที เงินที่หมุนเวียนบนโต๊ะก็เกินเจ็ดแปดร้อยเหรียญไปแล้ว เอ็นนิโอกลืนน้ำลายลงคอไปหลายครั้ง เขากระทั่งอยากจะลองเล่นดูสักตา แต่กลับถูกมอริสขวางไว้
"เดี๋ยวก็ติดงอมแงมหรอก!"
(จบแล้ว)