- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 40 - ไฟลามทุ่ง
บทที่ 40 - ไฟลามทุ่ง
บทที่ 40 - ไฟลามทุ่ง
บทที่ 40 - ไฟลามทุ่ง
เสียงหอบหายใจที่ถูกกดไว้ในห้องที่ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย ทำให้เล็บของเด็กฝึกงานฝังลึกลงไปในฝ่ามือ เลือดซึมออกมาจากรอยแผลที่แตกออกทีละนิด
ในรอยแยกของประตูที่ดำมืดนั้นดูเหมือนจะบรรจุทุกสิ่งที่เขาเกลียดชังอย่างสุดซึ้งไว้!
เขาเกลียดชังมันอย่างชัดแจ้ง อยากจะพุ่งเข้าไปโดยไม่สนชีวิตเพื่อฟาดหมัดลงบนใบหน้าอ้วนฉุนั้นแรงๆ แต่ความขี้ขลาดกลับทำให้เขาทำได้เพียงระบายความแค้นทั้งหมดไว้ในใจตรงนี้เท่านั้น
ในบางครั้งเขาไม่เข้าใจว่าโลกใบนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมดูเหมือนความโชคร้ายทั้งหมดถึงต้องมาเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง!
พ่อแม่ของเขาหย่ากันแล้ว ชายคนที่เขาเคยยึดถือเป็นเป้าหมายและแบบอย่างในชีวิต ได้พาผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าเขาถึงเจ็ดแปดปีหนีออกจากเมืองจินกั่งไป
เขาถูกตัดสินให้อยู่ในความดูแลของแม่ เพราะเขายังไม่บรรลุนิติภาวะ และพ่อของเขาก็แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการเป็นผู้ปกครองของเขา
หลังจากปรึกษาทนายความเบื้องต้นแล้ว เขาก็มาใช้ชีวิตอยู่กับแม่
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ผู้อพยพผิดกฎหมายหลั่งไหลเข้ามาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ งานหายากขึ้น ค่าจ้างก็ไม่สูง ทุกคนต่างพากันพูดถึงการพัฒนาของเมืองจินกั่ง พูดถึงความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของที่นี่ แต่ในฐานะคนท้องถิ่นดั้งเดิมของเมืองจินกั่ง เขากลับสัมผัสได้เพียงแรงกดดันจากการแข่งขันที่มหาศาลเท่านั้น
เมื่อครึ่งปีก่อน จู่ๆ แม่ของเขาก็บอกให้เขาไปเรียนวิชาชีพสักอย่าง ตอนนั้นเขาเพิ่งจะจบชั้นมัธยมปลาย หลังจากผ่านการ "สำรวจ" มาบ้าง เขาก็ได้รับรู้ว่าในบริเวณใกล้เคียงนี้ ร้านที่ธุรกิจดีที่สุดก็คือร้านขนมปังของจอนนี่
แต่ละเดือนสามารถทำเงินได้ร้อยสองร้อยบาท เงินจำนวนนี้สำหรับเด็กในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว ราวกับเป็นตัวเลขในตำนานเลยทีเดียว
จากนั้นเขาจึงถูกส่งมาที่นี่ ตลอดระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาเขาได้ใช้เงินรายได้อันน้อยนิดส่วนใหญ่ของแม่ไป แต่กลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
นอกจากเรื่องการนวดแป้ง การปั้นก้อนแป้ง ส่วนเรื่องทำอย่างไรให้ขนมปังอร่อย การผสมวัตถุดิบอย่างไร หรือแม้แต่กรรมวิธีการทำขนมปังระดับสูง เขากลับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว!
ไม่เพียงแต่ต้องทำงานให้คนอื่นฟรีๆ อย่างหนักหน่วงเท่านั้น แต่ในแต่ละเดือนเขายังต้องจ่ายเงินให้จอนนี่อีกสิบบาทด้วย
เขาเกลียดชังทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ เกลียดชังร้านนี้ เกลียดชังจอนนี่ และแม้แต่เกลียดชังตัวเอง
และตอนนี้ ยังต้องเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง คือแม่ของเขา
เพื่อที่จะประหยัดเงินจำนวนนั้น ตอนนี้เธอกำลังช่วยจอนนี่ผ่อนคลายร่างกายอยู่ในห้อง เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอเดินออกมาจากข้างในพลางจัดระเบียบเสื้อตัวบนที่ถูกทึ้งจนยุ่งเหยิง
เมื่อเห็นสายตาที่น่ากลัวของลูกชาย สีหน้าของเธอก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย
ไม่มีคำพูดใดๆ เธอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วเตรียมจะจากไป แต่เด็กฝึกงานวิ่งตามไป
"ทำไมครับ?" เขาถาม
ในซอยด้านหลังร้านขนมปัง หญิงสาวหยุดเดินแล้วหันกลับมามองเขา "เพราะฝีมือของจอนนี่นั้นดีที่สุด ถ้าลูกเรียนรู้วิชาทำขนมปังจากเขาได้ อย่างน้อยในอนาคตลูกก็ยังมีทางรอด และนี่ก็เป็นการตัดสินใจของลูกเองด้วย"
เด็กฝึกงานไม่เข้าใจ ยังคงถามต่อว่า "ทำไมครับ?"
"ทำไมแม่ถึงต้อง... ทำเรื่องพวกนั้นด้วย"
หญิงสาวยังคงสงบนิ่งเช่นนั้น "เพราะพวกเราไม่มีเงินแล้ว"
เด็กฝึกงานพลันเงียบกริบทันที แต่หญิงสาวไม่ได้หยุดคำพูดเหล่านั้นเพราะความเงียบของเขา เธอรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังเกลียดชังตนเองอยู่ "ตอนนี้ลูกไม่มีทางเลือกอื่นมากนักหรอก ไม่ลูกก็ต้องไปจากที่นี่แล้วหางานทำเพื่อเลี้ยงตัวเองให้รอดก่อน"
"เขาตกลงกับแม่แล้ว ว่าจะให้ลูกอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างน้อยอีกสามเดือน"
เด็กฝึกงานอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เขาได้ใช้เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดของครอบครัวไปจนหมดแล้ว และเธอยังต้องมาเสียสละตนเองเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ต่ออีกด้วย
ในเวลานี้การจะให้เขาจากไป มันไม่ใช่ปัญหาแค่เรื่องจะไปหรือไม่ไปง่ายๆ อย่างนั้นเสียแล้ว ดูเหมือนจะมีทางเลือกสองทาง แต่ความจริงแล้วมันแทบไม่มีทางเลือกอื่นเลย
เขาไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าต้นทุนจม แต่เขารู้ว่าถ้าหากตอนนี้เขาจากไป สิ่งที่ทุ่มเทลงไปทั้งหมดจะสูญเปล่า
เมื่อเห็นลูกชายไม่พูดอะไรอีก และนึกถึงสายตาที่ซ่อนความโกรธแค้นและน่าหวาดกลัวเมื่อครู่ สีหน้าของหญิงสาวก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอีกครั้ง
"ลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกลูก แม่ก็ตั้งใจจะไปจากที่นี่เหมือนกัน"
เด็กฝึกงานเงยหน้าขึ้นมองเธอทันที "แม่... พวกเราจะไปเมื่อไหร่ครับ?"
เธอส่ายหัว "ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นแม่คนเดียว แม่ได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งตอนทำงาน เขาเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น เขาหวังว่าแม่จะไปกับเขา และแม่ก็ตอบตกลงไปแล้ว"
"เพราะฉะนั้น... เวลาที่เหลือให้ลูกน่ะ มีไม่มากแล้วนะ"
หญิงสาวพูดจบก็จากไปทันที นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เธอคิดได้แล้ว เธอได้เสียสละสิ่งต่างๆ เพื่อลูกของตนเองมามากพอแล้ว
ทั้งเวลา ความเป็นวัยสาว เงินทอง หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี ตอนนี้เธอควรจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้างแล้ว
เด็กฝึกงานมองตามแผ่นหลังของเธอจนกระทั่งหายลับเข้าไปในซอย โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ทั้งร่างของเขาตกอยู่ในอาการมึนงง
เริ่มจากพ่อของเขา และตอนนี้ก็เป็นเธออีกคน
หลังจากยุ่งวุ่นวายกับการทำงานด้วยความชาชินมาทั้งวัน เขาก็ถูพื้นถึงสองรอบ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าพลางครุ่นคิดว่า จะต้องทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันได้ จะต้องทำอย่างไร... ถึงจะเรียนรู้วิชาทำขนมปังของจอนนี่ได้
เขาเคยคิดว่าสักวันหนึ่งเขาคงจะเรียนรู้ได้เอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไร้เดียงสาเกินไป
ในขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่นนั้น เขาคิดว่า ถ้าหากจอนนี่ไม่สามารถทำขนมปังได้ด้วยตนเอง เขาจะสามารถเข้าไปทำขนมปังแทนได้หรือไม่ และเขาจะสามารถเรียนรู้สูตรและกรรมวิธีเหล่านั้นได้หรือไม่?
เขาเข้าสู่นิทราไปพร้อมกับความคิดนี้ ในฝัน จอนนี่ได้รับบาดเจ็บจนพิการ เขาไม่สามารถทำขนมปังได้ จึงทำได้เพียงขอให้เด็กฝึกงานช่วยทำแทน
เขาได้เรียนรู้สูตรและกรรมวิธีทั้งหมดของจอนนี่ จากนั้นก็ไปเปิดร้านขนมปังเอง ขายราคาถูกกว่า ยอดขายดีกว่า ไม่นานนักจอนนี่และลูกสาวเฮงซวยของเขาก็สูญเสียรายได้จนต้องเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนน...
เช้าวันต่อมา เมื่อเด็กฝึกงานตื่นขึ้นมามองเพดานอันซอมซ่อ จึงตระหนักได้ว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี ธุรกิจเริ่มจะดีขึ้น จอนนี่จะลงมือทำขนมปังด้วยตนเองในวันนี้
หลังจากทำงานเสร็จในช่วงเช้า เขายืนรอจอนนี่อยู่ที่ห้องครัวหลังร้าน หลังจากจอนนี่เข้ามาได้ไม่นาน ก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบ
แต่พอกเริ่มลงมือ เขาก็หันกลับมามองเด็กฝึกงานทันที "แกยังมายืนเซ่ออยู่นี่ทำไมอีก?"
ในความฝันและในความคิด เด็กฝึกงานอยากจะซัดจอนนี่แรงๆ แต่ในชีวิตจริง เขากลับทำตัวนอบน้อมหวาดกลัว "ผม... ผมคิดว่าผมน่าจะช่วยงานคุณได้บ้างครับ"
จอนนี่แค่นหัวเราะออกมา "อยากจะแอบจำสูตรของฉันล่ะสิ?"
"ไสหัวออกไปซะ ไอ้เด็กเปรต อย่าคิดว่าแม่แกมาปรนเปรอฉันแล้วฉันจะต้องสอนวิชาให้แกนะ"
"คนอื่นเสนอเงินให้ฉันห้าร้อยบาท ฉันยังไม่ยอมขายวิชาเลย แม่แกน่ะมีค่าอย่างมากก็แค่ห้าบาทเท่านั้นแหละ!"
"ตอนนี้ ก่อนที่ฉันจะโมโห ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ แล้วปิดประตูด้วย!"
เด็กฝึกงานกำหมัดแน่น แต่จอนนี่ไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขารู้สถานการณ์ของเด็กฝึกงานและผู้หญิงคนนั้นดี เขาถือไพ่เหนือกว่าทั้งคู่แล้ว
"แกอยากจะต่อยฉันเหรอ ไอ้บัดซบ?" เขาเดินเข้าไปใช้มือที่เปื้อนแป้งตบหัวเด็กฝึกงานอย่างแรงหนึ่งที "ไม่เก็บข้าวของไสหัวไป ก็ไสหัวออกไปเติมน้ำในหม้อต้มซะ!"
สุดท้ายเด็กฝึกงานก็ยอมประนีประนอม เขาคลายหมัดออก "ครับ บอส" เขาถูกบังคับให้เรียกจอนนี่ว่า 【บอส】 ด้วย จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไป แต่ความเคียดแค้นกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงช่วงบ่าย คือ 【เวลาทำงาน】 ของจอนนี่ เขาจะผสมสูตรอาหารทั้งหมดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทำขนมปังหรือเค้กระดับสูงบางส่วนให้เสร็จ ส่วนที่เหลือก็รอให้เด็กฝึกงานมาทำในช่วงบ่าย
เด็กฝึกงานจึงมีเวลาว่างสองสามชั่วโมง ในขณะที่เขากำลังเติมน้ำในหม้อต้ม เขาก็นึกถึงความฝันที่กึ่งหลับกึ่งตื่นเมื่อคืนนี้
สิบกว่านาทีต่อมา เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากร้านขนมปัง
ข้อดีของการเป็นเด็กฝึกงานคนท้องถิ่นคือการมีเพื่อนฝูงบ้าง แม้งานจะยุ่งมาก แต่ในบางครั้งเขาก็ได้พูดคุยกับผู้คนบ้าง
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองจินกั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ความจริงเขารับรู้มาตลอด ทั้งความเกลียดชังที่คนท้องถิ่นมีต่อผู้อพยพ และการลุกลามจนกลายเป็นอาชญากรรมรุนแรงอย่างการชิงทรัพย์และทุบทำลายร้านค้า
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้ยินเพื่อนคนหนึ่งเล่าว่า พวกเขาได้ไปทุบทำลายร้านค้าของผู้อพยพร้านหนึ่ง และปล้นของดีๆ มาได้เพียบ
เดิมทีเรื่องนี้เขาฟังเป็นแค่เรื่องสนุกขบเคี้ยว เพราะเขาย่อมไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น และไม่กล้าทำด้วย แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่านี่คือโอกาส
ในช่วงบ่าย ประตูห้องครัวหลังร้านขนมปังก็เปิดออกในที่สุด แป้งขนมปังที่ปั้นเสร็จแล้วจำนวนมากถูกวางเรียงรายไว้บนชั้นเพื่อรอการพักตัวให้ขึ้นฟู
จอนนี่ที่เหงื่อท่วมตัวเดินออกมาพลางเปลือยอก ขนหน้าอกที่หนาทึบทำให้เขาดูเหมือนหมีไม่มีผิด!
"มุดหัวเข้าไปเฝ้าขนมปังบนชั้นพักแป้งไว้ พอได้ที่แล้วก็เอาเข้าเตาอบ ถ้าพักแป้งจนเกินเวลาหรืออบออกมาไม่ดี แกคงรู้ผลที่จะตามมานะ!"
เขาพูดพลางแสดงสีหน้าหื่นกระหายออกมาบ้าง "แม่แกถึงหน้าตาจะงั้นๆ แต่ลีลาเด็ดใช้ได้เลยนะ!"
เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติเวลาพูดแบบนี้เด็กฝึกงานจะมีความโกรธที่ถูกกดไว้ เขาชอบมองดูท่าทางโกรธจัดแต่ทำอะไรไม่ได้ของเด็กฝึกงาน มันทำให้เขารู้สึกถึง... ความสุขจากการได้ครอบงำโชคชะตาของผู้อื่น
แม้เขาจะเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ แต่เขาก็โหยหาความสุขเช่นนี้
วันนี้เด็กฝึกงานไม่ได้แสดงท่าทางที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่ต้องยอมก้มหัวเหมือนอย่างเคย เขาเพียงแค่มองจอนนี่สองที แล้วเดินเข้าห้องครัวหลังร้านไป
จอนนี่รู้สึกกร่อยๆ จึงกลับไปพักผ่อนบ้าง
หลังจากเหนื่อยล้ามาตลอดช่วงเที่ยง เขาต้องนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่มสักงีบ
วันนี้ธุรกิจดีมาก แม้เมืองจะยังมีความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมกำลังก้าวไปสู่ความมั่นคงอีกครั้ง
เริ่มมีบางคนมานั่งทานขนมปัง ดื่มกาแฟ และพูดคุยกันในร้านขนมปังบ้างแล้ว ธุรกิจของเขาจึงย่อมไม่แย่นัก
ในตอนค่ำ จอนนี่นั่งทานไก่ทอดอยู่ที่โต๊ะอาหาร พลางใช้มือที่เปื้อนน้ำมันนับเงินในกล่องเก็บเงิน
เด็กฝึกงานกำลังถูพื้นอยู่ เมื่อเขาถูไปถึงข้างประตู เขาก็แอบเปิดกลอนประตูที่ลงกลอนไว้เงียบๆ
ภายใต้เงามืดนั้น ดวงตาของเขาฉายประกายแห่งความแค้นและความสะใจออกมา...
(จบแล้ว)