- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 31 - หวดโฮมรัน
บทที่ 31 - หวดโฮมรัน
บทที่ 31 - หวดโฮมรัน
บทที่ 31 - หวดโฮมรัน
เมื่อได้ยินเรื่องรถดูดส้วม อัลเบอร์โตก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที "นายคิดจะฉีดสิ่งปฏิกูลให้เต็มร้านอาหารของมันเลยเหรอ?"
"นั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ใครมันจะอยากนั่งทานข้าวในบ่อส้วมกันล่ะ?"
แลนซ์ปฏิเสธความเป็นไปได้นั้น "แม้ผมจะไม่อยากทำให้คุณผิดหวัง แต่ถ้าเราฉีดสิ่งปฏิกูลเข้าไปในร้าน เราจะทำผิดกฎหมายครับ"
"ทั้งค่าปรับ ค่าทำความสะอาดสิ่งสกปรกเหล่านั้น หรือแม้แต่อาจจะต้องลงหนังสือพิมพ์ขอโทษด้วยซ้ำ ค่าเสียหายเหล่านี้อาจจะสูงกว่าเงินที่เขาติดหนี้คุณเสียอีก"
อัลเบอร์โตครุ่นคิดตาม แล้วก็เห็นด้วยกับมุมมองของแลนซ์ สิ่งที่เขาต้องการคือเงินและการได้ระบายอารมณ์ ไม่ใช่การต้องมาจ่ายค่าชดเชยหรือต้องไปขอโทษใคร
"งั้นนายตั้งใจจะทำยังไงล่ะ?"
แลนซ์ไม่ได้บอกออกมาตรงๆ "ถ้าช่วงห้าโมงครึ่งคุณไม่มีธุระอะไร ลองแวะมาแถวนี้สิครับ ผมเชื่อว่าไม่นานเขาจะต้องร้องขอความเมตตาแน่นอน"
"ตกลง ฉันจะไปให้เร็วหน่อย แสดงอะไรประหลาดใจให้ฉันดูด้วยนะแลนซ์!"
"นายโทรไปเบอร์นี้นะ เขาจะจัดหารถดูดส้วมที่บรรทุกสิ่งปฏิกูลมาเต็มคันรถให้เอง"
เมื่อเห็นว่าอัลเบอร์โตกำลังจะวางสาย แลนซ์จึงรีบถามขึ้น "คุณสนใจหุ้นของร้านอาหารไหมครับ?"
อัลเบอร์โตชะงักไปครู่หนึ่ง "ถึงร้านนี้จะทำกำไรได้ดี แต่ฉันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการบริหารร้านอาหาร และก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ด้วย"
ในเมื่อเขาไม่สนใจ แลนซ์ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ความจริงแล้วร้านอาหารแห่งนี้ยังมีมูลค่าแฝงอยู่อีกมาก
หลังจากวางสาย แลนซ์โทรไปตามเบอร์ที่อัลเบอร์โตให้ไว้ พบว่าเป็นบริษัทให้บริการด้านสุขาภิบาลที่รับเหมาดูแลพื้นที่แถบนั้น
งานอย่างหนึ่งของพวกเขาคือการสูบสิ่งปฏิกูลจากส้วมสาธารณะเข้าสู่รถดูดส้วม เพื่อนำไปกำจัดในสถานที่เฉพาะทาง
งานประเภทนี้ถ้าทำตอนอากาศเย็นก็ยังพอไหว แต่ถ้าต้องทำตอนฤดูร้อนมันชวนให้สติแตกจริงๆ!
ต่อให้ไม่ได้สัมผัสกับท่อดูดโดยตรง แค่นั่งอยู่ในห้องคนขับ เมื่อวิ่งไปสักพักกลิ่นเหม็นก็จะติดตัวไปทุกที่
ดังนั้นส่วนใหญ่รถดูดส้วมจึงมักจะปฏิบัติงานกันในช่วงกลางดึก
แลนซ์เจรจาเบื้องต้นสั้นๆ แล้วจึงเดินทางไปยังสถานที่จอดรถดูดส้วม คนขับกำลังยืนพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้
เมื่อเห็นแลนซ์มา เขาก็ไม่มีความคิดที่จะจับมือด้วย "คุณคงไม่อยากจับมือกับผมหรอก พวกนักวิทยาศาสตร์บอกว่างานแบบพวกผมมีเชื้อแบคทีเรียเต็มไปหมดทั้งตัว"
เขาถากถางตัวเองก่อน แล้วจึงถามต่อว่า "สรุปว่า... คุณมีอะไรให้ผมรับใช้อย่างนั้นเหรอครับ?"
แลนซ์กวาดตามองรถดูดส้วมคันนั้น "คืนนี้มีงานที่ต้องให้คุณช่วยประสานงานหน่อย ความเสียหายทั้งหมดบริษัทจะเป็นคนรับผิดชอบเอง คุณคงไว้ใจคุณคอตติได้"
คนขับไม่ได้ปฏิเสธ "คุณคอตติเป็นคนที่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว แต่คุณต้องการให้ผมทำอะไรล่ะ?"
แลนซ์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสองก้าว แล้วกระซิบถึงสิ่งที่เขาต้องการให้ทำในช่วงค่ำ...
ช่วงสี่โมงเย็นเศษ อัลเบอร์โตที่เริ่มนั่งไม่ติดที่ก็ตะโกนเสียงดัง "ไอ้ฟอร์ดิสกลับมาหรือยัง?"
"โทรตามมันที ฉันต้องการให้มันพาฉันออกไปข้างนอกหน่อย!"
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ฟอร์ดิสก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาพร้อมเหงื่อท่วมตัว "อากาศบ้าๆ นี่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เลย คุณต้องการให้ผมทำอะไรครับบอส?"
อัลเบอร์โตสวมเสื้อผ้าชุดลำลองเนื้อบาง ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในรสนิยมที่แปลกประหลาดที่สุดของคนสหพันธรัฐ
พวกเขาดูเหมือนจะไม่มีแนวคิดเรื่องฤดูกาลในการแต่งกาย ในฤดูร้อนอาจเห็นคนสวมชุดสูทเต็มยศเดินไปมา แต่ในฤดูหนาวที่มีหิมะตกอาจมีคนสวมกางเกงขาสั้น
แน่นอนว่าเพื่อความดูดีหรือตามแฟชั่น เรื่องฤดูกาลจึงไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขาเลย
ฟอร์ดิสขมวดคิ้ว "ต้องพกปืนไปด้วยไหม?"
"ปืน?" อัลเบอร์โตเบิกตากว้างมองเขา "แน่นอนว่าต้องพกไป เราไม่ได้จะไปทำเนียบประธานาธิบดีสักหน่อย ทำไมจะไม่พกล่ะ?"
"นายเป็นคนขับ แลนซ์บอกว่าเดี๋ยวจะมีละครดีๆ ให้ฉันดู ฉันเริ่มจะรอไม่ไหวแล้ว!"
ฟอร์ดิสขับรถพาอัลเบอร์โตไปยังร้านกาแฟที่แลนซ์บอกไว้ ทันทีที่เข้าไป ก็เห็นแลนซ์นั่งอยู่ริมหน้าต่างกำลังอ่านนิตยสาร
เมื่อเห็นอัลเบอร์โตเดินเข้ามา แลนซ์ก็ลุกขึ้นต้อนรับ
เขาสั่งน้ำส้มคั้นใส่น้ำแข็งมาสองแก้ว แล้วนั่งลงข้างๆ แลนซ์ "สรุปว่า... นายจะให้ฉันดูอะไร?"
แลนซ์มองนาฬิกาข้อมือ "ร้านอาหารของคุณแอนเดอร์สันเริ่มเปิดให้บริการช่วงค่ำตอนห้าโมงครึ่ง แต่ช่วงแรกจะยังไม่มีคนเท่าไหร่ ผมจึงจัดเตรียมการแสดงไว้ตอนห้าโมงสี่สิบห้าครับ"
"พอใกล้หกโมงเย็น บรรดาบริษัทแถวนี้จะเริ่มเลิกงาน ผู้คนจะเริ่มมองหาที่ทานข้าว ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงพอดีที่สุด เราต้องรอกันอีกสักพักครับ"
อัลเบอร์โตยักไหล่ "นายเป็นผู้กำกับ นายว่ายังไงฉันก็ว่าตามนั้น"
คราวนี้แลนซ์ถามถึงอีกเรื่องหนึ่ง "คุณคอตติครับ ผมสังเกตเห็นว่าในกฎหมายของสหพันธรัฐมีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องเงินกู้นอกระบบอยู่ด้วย"
อัลเบอร์โตพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อฟังจบ "แล้วยังไงล่ะ?"
"ดังนั้นหากพูดตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดแล้ว คุณคอตติครับ ธุรกิจของคุณถือว่าผิดกฎหมายนะครับ"
อัลเบอร์โตไม่ได้ปฏิเสธ "ใช่ ดังนั้นต่อให้เราเซ็นสัญญากับแอนเดอร์สัน เขาก็สามารถฉีกสัญญาทิ้งโดยไม่จ่ายเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้เราได้เลย และเราก็ไม่มีวิธีอื่นจัดการนอกจากจะหาเรื่องวุ่นวายไปให้เขา"
ในช่วงเวลานี้ แม้รัฐบาลสหพันธรัฐจะมีการตรากฎหมายควบคุมเงินกู้นอกระบบออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังนัก
ปัจจุบันอัตราภาษีสูงขึ้น ระดับการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินในมือของผู้คนจึงไม่เคยพอใช้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมแม้แต่ธนาคารเองยังเริ่มเสนอสินเชื่อส่วนบุคคลให้แก่คนธรรมดา เพราะคนทั่วไปไม่มีเงินจริงๆ
ดูเหมือนเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หากพิจารณาถึงรากฐานแล้ว ความรุ่งเรืองนี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากการบริโภคเงินล่วงหน้า
หากวันใดที่การบริโภคเริ่มลดระดับลง เศรษฐกิจทั้งหมดของสหพันธรัฐจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ดังนั้นแม้รัฐบาลจะรู้ถึงพิษภัยของเงินกู้นอกระบบที่มีต่อสังคม แต่เพื่อให้ประชาชนมีเงินไว้ใช้จ่ายและไม่สร้างปัญหาให้รัฐบาล พวกเขาจึงไม่ได้เข้มงวดกับการควบคุมเงินกู้นอกระบบมากนัก
ขอเพียงไม่ให้ถึงขั้นมีคนตาย หรือเกิดคดีร้ายแรงที่แพร่หลายไปทั่ว พวกเขาก็จะไม่เข้ามาแทรกแซงโดยตรง
ในทุกหัวถนนแทบจะมีบริษัทการเงินอยู่หลายแห่ง หากรัฐบาลสหพันธรัฐเข้มงวดจริงๆ ก็คงไม่มีบริษัทพวกนี้มากมายขนาดนี้
แต่ถ้าเจอคนที่ยอมสู้คดีด้วยจริงๆ อย่างคุณแอนเดอร์สัน อัลเบอร์โตเองก็จนปัญญาเหมือนกัน
บางเรื่องมันก็เป็นแบบนี้ คุณทำไปไม่มีใครว่า แต่พอคุณเอามันขึ้นมาวางบนโต๊ะ หรืออยู่ภายใต้แสงไฟจ่อหน้า ก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป
นี่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ที่ดีและความยุติธรรมทางตุลาการของสหพันธรัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักที่สหพันธรัฐใช้โฆษณาตัวเองต่อชาวโลก
แลนซ์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่จดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ เพราะเขาพบว่าในเรื่องนี้มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนั้น เขาต้องการ "ทุน" บางอย่างก่อน
ในการสนทนาเรื่อยเปื่อย อัลเบอร์โตพูดถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของลีกเบสบอลในเดือนตุลาคม เขากับฟอร์ดิสถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
กีฬาเบสบอลในฐานะกีฬาที่รัฐบาลสหพันธรัฐส่งเสริม อาจกล่าวได้ว่าผู้คนจำนวนมากเติบโตมาพร้อมกับกีฬาชนิดนี้
ในเรื่องนี้ รัฐบาลสหพันธรัฐทำได้ไม่เลวนัก แทนที่จะส่งเสริมการเต้นรำหรือการอ่านหนังสือ พวกเขากลับผลักดันกีฬาระดับปะทะที่รุนแรงให้เป็นที่นิยมมาโดยตลอด
บางคนบอกว่า นี่คือแผนการเพื่อให้ผู้คนในวัยผู้ใหญ่มีความสามารถในการรับแรงกดดันได้ดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับการขูดรีดจากเหล่านายทุน
แต่บางคนก็บอกว่า นี่จะช่วยให้ผู้คนมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ และยังสร้างความมั่นใจได้อีกด้วย
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กีฬาเบสบอลคือกีฬาที่ร้อนแรงที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน
ทั้งคู่คุยกันตั้งแต่คนหวดลูกของทีมกอนโดลาในครั้งนี้ ไปจนถึงเรื่องเมียของมือขว้างหลักแอบคบชู้แล้วโดนจับได้ ไม่มีเรื่องไหนที่พวกเขาไม่คุย
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก รู้ตัวอีกทีก็ห้าโมงสี่สิบนาทีแล้ว
แลนซ์ขัดจังหวะการคาดเดาแชมป์และการวางแผนซื้อสลากกินแบ่งของทั้งคู่ "การแสดงของเรากำลังจะเริ่มแล้วครับคุณคอตติ บางทีคุณอาจจะอยากเห็นมันเกิดขึ้นเป็นคนแรก"
อัลเบอร์โตมองนาฬิกาข้อมือ จบการสนทนากับฟอร์ดิส เขายกน้ำส้มที่เหลือเพียงเล็กน้อยขึ้นดื่มจนหมด แล้วสั่งเพิ่มอีกแก้ว
"สรุปว่า ตอนนี้บอกฉันได้หรือยังว่าจะเกิดอะไรขึ้น?"
ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามถนนเปิดไฟนีออนแล้ว ชื่อร้านและภาพนีออนจำลองของคุณแอนเดอร์สันเริ่มส่องแสงระยิบระยับ
กระทะในมือของเขาถูกทำเป็นไฟเส้นที่ขยับขึ้นลงได้ ดูเหมือนเขากำลังปรุงอาหารอยู่จริงๆ
ท้องฟ้าฤดูร้อนยังไม่มืดเร็วนัก ห้าโมงครึ่งท้องฟ้ายังสว่างอยู่ แต่ก็เริ่มมีสีสลัวๆ ลงมาบ้างแต่ไม่ชัดเจนนัก
ในตอนนั้นเอง รถดูดส้วมคันหนึ่งค่อยๆ ขับมาจากที่ไกลๆ อัลเบอร์โตเห็นมันได้ในทันที
แลนซ์ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป "ผมตั้งใจจะสร้างอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นมา รถคันหนึ่งจะพุ่งชนรถดูดส้วม แล้วมันก็จะคว่ำลง จากนั้นสิ่งปฏิกูลจะไหลนองไปทั่วถนนหน้าร้านอาหารทั้งหมด"
"นักข่าวก็เตรียมพร้อมแล้ว หน้าข่าวสังคม พาดหัวข่าวพรุ่งนี้เลย"
"คนขับคือคนของเราเอง อุบัติเหตุทางรถยนต์แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม จะไม่มีใครถูกจับกุมหรือคุมขัง"
"ผมถามคนขับมาแล้ว ต่อให้รถคว่ำ พวกเขาก็มีประกันของบริษัทประกันภัย ถึงประกันจะปฏิเสธการจ่าย ค่าซ่อมอย่างมากก็แค่ห้าสิบบาท"
อัลเบอร์โตและฟอร์ดิสมองแลนซ์ด้วยความอึ้งตะลึง เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคนคนนี้น่ากลัวจริงๆ แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มเต็มไปด้วยความคาดหวัง!
ห้าโมงสี่สิบนาที รถดูดส้วมค่อยๆ แล่นมาถึงทางแยกหน้าร้านอาหาร วินาทีต่อมา รถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากอีกหัวมุมถนนด้วยความเร็วระดับหนึ่ง แล้วชนเข้าที่ด้านข้างของรถดูดส้วมอย่างจัง
รถดูดส้วมที่จุดศูนย์ถ่วงอยู่ด้านบนอยู่แล้วก็พลิกคว่ำทันที น้ำปฏิกูลที่เต็มอยู่ค่อนถังก็ระเบิดพุ่งออกมาจากฝาถังที่ปิดไม่สนิทในจังหวะที่ถังกระแทกพื้น อย่าว่าแต่พื้นหน้าร้านอาหารเลย แม้แต่บนกระจก หรือข้างในประตูใหญ่ ก็เลอะเทอะไปด้วยก้อนสิ่งปฏิกูลและน้ำปฏิกูลหลากสี
พร้อมกับเสียงกรีดร้องของสุภาพสตรีคนหนึ่งดังขึ้น ทั้งถนนก็กลับมาคึกคักทันที!
นอกจากเสียงกรีดร้องของสุภาพสตรีคนนั้นแล้ว อัลเบอร์โตดูเหมือนจะได้ยินคำว่า "บัดซบ" ของคุณแอนเดอร์สันแว่วมาด้วย!
(จบแล้ว)