- หน้าแรก
- ระบบจักรวรรดิเงา สร้างจักรวรรดิเงาในต่างโลก
- บทที่ 15 - งานใหม่
บทที่ 15 - งานใหม่
บทที่ 15 - งานใหม่
บทที่ 15 - งานใหม่
ในช่วงเช้า เถ้าแก่ร่างอ้วนจัดการผสมวัตถุดิบเสร็จเขาก็จากไป ปกติเขาจะไม่ค่อยออกจากร้านในช่วงเช้า เพราะมันเป็นช่วงที่ยอดขายสูงที่สุดช่วงหนึ่ง
ถนนข้างนอกนั่นทั้งสกปรกและวุ่นวาย ได้ยินลูกค้าที่มาซื้อขนมปังบอกว่า วันนี้พนักงานทำความสะอาดทั้งเมืองพากันประท้วงหยุดงาน——
นั่นคือคำเรียกที่ดูสุภาพ จริงๆ แล้วงานกวาดถนนในเมืองจินกั่ง เกือบทั้งหมดล้วนเป็นพวกผู้อพยพผิดกฎหมายที่ทำ
พวกเขาเรียกค่าตอบแทนต่ำมาก จ่ายเพียงยี่สิบห้าเหรียญ พวกเขาก็สามารถกวาดถนนสายใหญ่ได้วันละสองรอบแล้ว
ถ้าจ้างคนท้องถิ่นอย่างน้อยต้องจ่ายสามสิบห้าเหรียญ เงินสิบเหรียญดูเหมือนจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าจำนวนคนเยอะขึ้นมา มันก็เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก
พนักงานทำความสะอาดเมืองมีสองประเภท ประเภทแรกคือสังกัดสำนักงานจัดการเมือง คนกลุ่มนี้ทำงานให้รัฐบาลสหพันธรัฐ
ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานเจ้าหน้าที่รัฐ มีประกันสังคม ประกันสุขภาพ สวัสดิการต่างๆ อ้างอิงตามเจ้าหน้าที่รัฐ มีวันหยุดมากกว่าและชั่วโมงทำงานสั้นกว่า
อีกประเภทหนึ่งเป็นแบบเอกชน ตัวอย่างเช่น บริษัททำความสะอาดได้เหมางานกวาดถนนในบางพื้นที่มาจากศาลาว่าการเมืองด้วยราคาที่ค่อนข้างต่ำ
พวกเขาจะจ้างพวกผู้อพยพผิดกฎหมายมาทำงาน แล้วจ่ายเงินให้เพียงนิดเดียว ส่วนต่างที่เหลือนั่นแหละคือผลกำไรของพวกเขา
เมื่อศาลาว่าการเมืองพบว่าต้นทุนในการจ้างพนักงานทำความสะอาดเองนั้น สูงกว่าการเหมางานให้บริษัทเอกชนมาก พวกเขาก็จะเปิดประชุมแล้วเอาส่วนงานบริการสาธารณะเหล่านี้เหมาออกไป
เป้าหมายของการประหยัดงบประมาณไม่ใช่เพื่อบริการสังคมให้ดีขึ้น แต่เป็นเพื่อจะได้เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้มากขึ้นต่างหาก
ตอนนี้ความขัดแย้งระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพผิดกฎหมายในเมืองกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ต่อให้พนักงานทำความสะอาดบางคนจะเป็นคนท้องถิ่น พวกเขาก็ไม่กล้าออกไปทำงานเพียงลำพัง
ดังนั้น การถูกบังคับให้หยุดงานจึงเกิดขึ้น แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นการแสดงออกทางการเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อบอกให้ชาวเมืองรู้ว่า ควรจะสงบสติอารมณ์กันได้แล้ว
เพียงแค่คืนหนึ่งกับอีกเช้าหนึ่งที่ไม่ได้ทำความสะอาด ถนนหนทางก็ดูสกปรกขึ้นมาก กองขี้ลาขี้ม้าตามริมถนนแผ่กลิ่นเหม็นเน่าออกมาอย่างต่อเนื่องภายใต้อุณหภูมิที่สูง
ทางที่ดีวันนี้ขออย่าให้ฝนตกเลย ไม่อย่างนั้นถ้าน้ำฝนลงมาผสมกับขี้สัตว์พวกนี้ จะทำให้ทั้งถนน ทั้งเมือง อบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นนี้แน่ๆ
ช่วงยอดขายสูงสุดของวันนี้สิ้นสุดลงเร็วมาก ผู้คนมากันเช้ามาก ซื้อเสร็จก็รีบไป น้อยคนนักที่จะมานั่งคุยกันที่นี่
ประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆ รถเก๋งคันที่ฟอร์ดิสเคยขับมาก็จอดที่หน้าร้าน
เขานั่งอยู่ในรถพลางมองแลนซ์ผ่านกระจกหน้าต่างรถ แล้วกดแตร "เจ้าหนู ขึ้นรถ!"
แลนซ์ถอดผ้ากันเปื้อนส่งให้ลูกสาวเถ้าแก่ร่างอ้วน พลางกล่าวลางานสั้นๆ แล้วก็ขึ้นรถไป
"บอสอยากเจอหน้านาย" ฟอร์ดิสออกรถ พยายามขับหลบกองขี้สัตว์เหล่านั้น
แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ทำอันตรายต่อรถยนต์ แต่ถ้าขี้สัตว์มันอุดเข้าไปในร่องยางรถยนต์แล้ว การจะล้างออกมันยุ่งยากมาก
แต่บนถนนมันมีเต็มไปหมด หลบยังไงก็ไม่พ้น
"เรื่องอะไรเหรอ?" ในใจแลนซ์พอจะเดาออกบ้าง แต่เขาก็ถามออกไปคำหนึ่ง
ฟอร์ดิสส่ายหัว "บุหรี่อยู่ในช่องเก็บของ ถึงแล้วนายก็จะรู้เอง"
ระหว่างทางฟอร์ดิสไม่พูดอะไร เขาตั้งใจขับรถมาก ตามริมถนนเห็นคนเดินขบวนประท้วงได้ทั่วไป และตามตรอกซอกซอยยังเห็นคนบางกลุ่มกำลังรุมทำร้ายคนกลุ่มน้อยอยู่ด้วย
ในระหว่างนั้นแลนซ์ยังเห็นตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ พวกเขาเพียงแต่จับคนประท้วงไม่กี่คนที่เข้าร่วมรุมทำร้ายผู้อพยพผิดกฎหมายล่ามไว้กับเสาไฟริมถนน แล้วก็จากไป
ฟอร์ดิสปรายตามองแวบหนึ่ง เหมือนกำลังอธิบายให้แลนซ์ฟัง "ที่สถานีตำรวจขังคนพวกนี้ไว้จนเต็มแล้ว ไม่มีที่เหลือแล้ว และจะส่งพวกมันเข้าคุกก็ไม่ได้ เพราะงั้นเมื่อเช้านายกเทศมนตรีจึงลงนามใน 'คำสั่งฝ่ายบริหารให้จัดการในที่เกิดเหตุ' "
"พฤติกรรมประเภทนี้จะถูกล็อคไว้กับเสาไฟแถวนั้นเป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง"
แลนซ์หาบุหรี่เจอแล้ว จุดสูบมวนหนึ่ง "เรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?"
เขาเบ้ปาก "มีคนต่างถิ่นจำนวนมากกำลังหลั่งไหลมาที่นี่ นายก็น่าจะรู้ว่ามันใหญ่ขนาดไหน"
การได้มาร่วมมุงดูเป็นกิจกรรมยามว่างที่คนสหพันธรัฐคลั่งไคล้เสมอมา แต่ก็มีพวกมืออาชีพอยู่ด้วย พวกเขารับเงินมาทำงาน สหพันธรัฐไม่เคยขาดกลุ่มคนประเภทนี้เลย
ไม่ว่าคุณต้องการจะสร้างการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่แค่ไหน ในเวลาใด หรือสถานที่ใด ขอแค่จ่ายเงินให้ถึงที่ ไม่มีอะไรที่พวกเขาทำไม่ได้
ที่นี่ รถยนต์หรูหราบนท้องถนนย่อมมีอภิสิทธิ์เช่นกัน รถขับเข้าไปในตรอกซอยหลังบริษัทการเงินโดยไม่มีใครขัดขวาง ที่นั่นคือที่จอดรถของพวกเขา มีรถหรูจอดอยู่หลายคัน
ที่ประตูหลังมีชายฉกรรจ์สองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางจิบกาแฟและโม้กันไปตามเรื่อง พวกเขาเขาทักทายฟอร์ดิสแล้วจ้องมองแลนซ์ด้วยความสงสัย
"นี่คือฮาวเวิร์ด นี่คือฮาวเวิร์ดคนน้อง พ่อของพวกเขาคงดื่มเหล้าเข้าไปหน่อยตอนที่เขียนใบสูติบัตร"
ฮาวเวิร์ดผู้พี่ชูมือขึ้นเป็นเชิงไล่ "แกอย่ามาพูดเรื่องนี้ได้ไหม!"
ฟอร์ดิสยักไหล่ พลางจับแขนแลนซ์พาเข้าประตูหลังไป
เมื่อเข้าประตูหลังมาก็จะเจอห้องขนาดใหญ่เหมือนห้องพักผ่อน มีโซฟา เก้าอี้ โต๊ะกลมเล็ก รวมถึงเป้าปาเป้า เครื่องเล่นลูกเหล็ก และโต๊ะบิลเลียด
มีคนนั่งอยู่ที่นี่ไม่น้อย อาจเป็นเพราะทุกคนมักจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ พื้นห้องเวลาเหยียบลงไปจึงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกมา
พวกเขาพากันทักทายฟอร์ดิส ซึ่งฝ่ายหลังก็ตอบรับกลับไป แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยส่วนใหญ่กลับหยุดอยู่ที่ตัวแลนซ์
คนจำนวนมากที่หวาดกลัวพวกคนเหล่านี้ ความจริงแล้วถ้ายังไม่ได้ไปสะกิด "สวิตช์" ของพวกเขา พวกเขาก็หาได้น่ากลัวไม่ ออกจะคุยง่ายด้วยซ้ำ นี่คือประสบการณ์ที่แลนซ์สรุปได้
เขาเรียนรู้จากฟอร์ดิสที่จะยิ้มและทักทายคนอื่น พลางหยิบบุหรี่ของฟอร์ดิสขึ้นมาแจกไปทั่ว
"นี่คือเด็กใหม่ของบริษัทเหรอ?" ตาแก่คนหนึ่งดูเหมือนจะถูกชะตากับแลนซ์ จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
ความประทับใจเมื่อแรกพบนั้นสำคัญมาก แลนซ์เป็นคนน่ารัก หนุ่มแน่น หล่อเหลา สะอาดสะอ้าน รอยยิ้มและท่าทางทำให้หาข้อตำหนิไม่ได้เลย จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบเขา
ฟอร์ดิสแย่งบุหรี่ในมือแลนซ์ที่เกือบจะแจกหมดแล้วคืนมา "บอสอยากเจอเขา"
คนอื่นๆ จึงเงียบไป ได้แต่ขอให้เขาโชคดี
เมื่อเข้าสู่บริษัทการเงินผ่านประตูด้านข้าง พนักงานต้อนรับสาวสวยกำลังส่องกระจกแต่งหน้าอยู่ เธอได้ยินเสียงจึงชำเลืองมองมาทางนี้ ฟอร์ดิสอธิบายอีกครั้งว่า "บอสอยากเจอเขา"
เธอจึงหันกลับไปวุ่นกับการโปะแป้งบนหน้าต่อ
เดินไปจนสุดทาง เลี้ยวซ้าย ฟอร์ดิสเปิดประตูห้องทำงานออก แต่เขาไม่ได้เข้าไปด้วย "โชคดีนะ แลนซ์"
เขาก็ชอบแลนซ์อยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้ทำได้เพียงขอให้แลนซ์โชคดี
เจ้านายกำลังดูข่าวอยู่ ในหน้าจอโทรทัศน์ผู้กำกับสถานีตำรวจกำลังกล่าวเตือนประชาชนซ้ำๆ ว่าอย่าก่ออาชญากรรมง่ายๆ พร้อมทั้งแสดงผลงานของพวกเขาในรอบวันที่ผ่านมา
จับคนได้กี่คน ระงับเหตุอาชญากรรมได้กี่ครั้ง ส่วนเรื่องที่ว่าเมืองจะสงบสุขได้เมื่อไหร่นั้น กลับไม่พูดถึงเลยสักคำ
"นายดูข่าวไหม?" เขาพูดโดยไม่หันกลับมา พลางโบกมือบุ้ยใบ้ให้แลนซ์นั่งลง "อยากดื่มอะไรไปที่บาร์นะ ฉันขอดูข่าวช่วงนี้ให้จบก่อน ฉันจำได้ว่านายสูบบุหรี่ บุหรี่อยู่ในกล่องบุหรี่น่ะ"
แลนซ์หยิบบุหรี่มามวนหนึ่งจุดสูบ พลางนั่งพิงขอบโต๊ะดูข่าวไปด้วยกัน
ช่วงท้ายของข่าว ผู้กำกับระบุว่าจะทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่เพื่อให้เมืองจินกั่งกลับมาสงบสุขโดยเร็ว สิ่งที่ทำให้แลนซ์ประหลาดใจก็คือ เขาเห็นตำรวจคนที่ไปเก็บค่าคุ้มครองจากเถ้าแก่ร่างอ้วนยืนอยู่ข้างหลังผู้กำกับด้วย
"ไอ้หมอนี่มันทำหน้าที่อะไรเหรอครับ?" แลนซ์ชี้ไปที่คนคนนั้น
เจ้านายดูจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็อธิบายให้ฟัง "เขาชื่อจอห์น อย่าคิดว่าชื่อนี้มันโหลนะ ที่นี่เขามีฉายาว่า 'นกแร้ง' "
"ตอนนี้เขาถูกย้ายไปที่สถานีตำรวจเขตเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับ ยังไงซะก็ไม่ใช่คนดีหรอก"
ใครรับเงินมืด ใครไม่รับเงินมืด สำหรับคนในแวดวงนี้แล้วหาใช่ความลับไม่
แต่คนกู้นอกระบบมาบอกว่าตำรวจที่รับเงินมืดไม่ใช่คนดี มันให้ความรู้สึกที่น่าขำอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อข่าวจบลง เจ้านายก็หันกลับมา พลางส่งสัญญาณให้แลนซ์นั่งลง "ครั้งก่อนลืมแนะนำตัวไป ฉันชื่ออัลเบอร์โต คอตติ นายจะเรียกฉันว่าอัลเบอร์โต หรือคุณคอตติก็ได้"
แลนซ์พยักหน้า รับทราบ
อัลเบอร์โตลูบริมฝีปาก "ช่วงไม่กี่วันนี้ฉันดูข่าวตลอด เมื่อวานที่ท่าเรือเกิดการปะทะกันขนาดใหญ่ ได้ยินว่าพวกนายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในท่าเรือแล้วเหรอ?"
"ชั่วคราวครับ!" แลนซ์อธิบายสั้นๆ
ในฐานะเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะขอคำอธิบายในทุกเรื่อง และเขาก็จำเป็นต้องให้ความมั่นใจแก่คุณคอตติผู้นี้ด้วย
เขาหัวเราะออกมาสองสามครั้ง ไม่ได้บอกว่าหัวเราะเรื่องอะไร ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ตอนนี้กลุ่มคนต่างถิ่นพวกนี้ทำให้เมืองวุ่นวายไปหมด คนของเราเริ่มไม่พอกันแล้ว"
"ก่อนหน้านี้นายเคยให้สัญญากับฉันไว้ ว่าถ้าต้องการ พวกนายจะมาทำงานให้ฉัน ตอนนี้สัญญานั้นยังใช้ได้อยู่ไหม?"
แลนซ์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับประหลาดใจมาก "แน่นอนครับ คุณคอตติ สัญญาของผมใช้ได้เสมอไม่ว่าเวลาไหน"
"เพียงแต่... คุณก็รู้ ตอนนี้ข้างนอกสถานการณ์มันซับซ้อนนิดหน่อย เราอาจจะทำงานบางอย่างได้ไม่สะดวกนัก"
อัลเบอร์โตชูมือขึ้นขวางไม่ให้แลนซ์พูดต่อ "ฉันไม่ใช่คนโง่นะ ฉันรู้ว่าควรจัดงานอะไรให้นายทำ"
"ฉันมีบัญชีหนี้อยู่สองก้อน เจ้าสองคนนี้ตั้งใจจะหนีหนี้ เพราะงั้นนายช่วยไปทวงเงินที่พวกมันติดค้างฉันคืนมาได้ไหม?"
"ถ้านายจัดการสองเคสนี้ได้สำเร็จ หนี้ที่พวกนายติดค้างฉันอยู่ ก็ถือว่าเจ๊ากันไป"
แลนซ์ไม่ได้รับปากทันที "พวกมันติดหนี้คุณเท่าไหร่ครับ?"
อัลเบอร์โตหยิบสัญญาเงินกู้สองฉบับออกมาจากลิ้นชัก แล้วโยนลงบนโต๊ะ
เมื่อแลนซ์หยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นสัญญาที่ถูกระบุไว้อย่างเป็นทางการมาก ดูเหมือนพวกเขาก็เคยปรึกษาที่ปรึกษาทางกฎหมายมาเหมือนกัน
ยอดกู้หนึ่งพันเหรียญ ตอนนี้รวมต้นรวมดอกเป็นสามพันห้าพ้อยเหรียญ
อีกยอดกู้สองพันเหรียญ ตอนนี้เป็นห้าพันเหรียญ
เขาผิวปากออกมาทีหนึ่ง ไม่มีทิศทางการทำธุรกิจไหนจะกำไรสูงไปกว่าเงินกู้นอกระบบอีกแล้ว!
"ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะทำเรื่องนี้ไหม คุณคอตติ พวกเขามีเงินจ่ายหนี้ที่คุณติดค้างอยู่ไหมครับ?"
อัลเบอร์โตกางมือออก "แน่นอนสิ ถ้าขูดเงินจากตัวพวกมันไม่ออก ก็นำตัวพวกมันมาให้ฉัน ถือว่าพวกนายทำงานสำเร็จเหมือนกัน"
"เอาละตอนนี้ คำตอบของนายคือ?"
(จบแล้ว)