เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - ฉันไม่เคยล้อเล่น

บทที่ 2 - ฉันไม่เคยล้อเล่น

บทที่ 2 - ฉันไม่เคยล้อเล่น


บทที่ 2 - ฉันไม่เคยล้อเล่น

เถ้าแก่ร่างอ้วนนมองแลนซ์ด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงกับเหี้ยมเกรียม แต่มันให้ความรู้สึกของการกดขี่จากที่สูง "ก่อนที่แกจะทำให้ฉันโมโห แกควรรีบไสหัวไปถูพื้นใหม่อีกรอบซะ"

การจ้างแรงงานเถื่อน การขูดรีดแรงงานเถื่อน ถ้าพวกนายทุนรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กดขี่คนงาน พวกเขาคงไม่ทำมาตั้งแต่ต้น คนที่จะเรียกตัวเองว่านายทุนหรือว่าที่นายทุนได้ อย่างน้อยต้องผ่านด่านความละอายใจของตัวเองไปให้ได้ก่อน

ทั้งสองจ้องหน้ากันครู่หนึ่ง แลนซ์ยกมือขึ้นถอยหลังไปสองก้าว "ตามใจคุณครับ ท่าน"

เถ้าแก่พอใจกับท่าทางของเขาในตอนนี้มาก เขายังคงพยักหน้ายิ้มกริ่ม "ฉันชอบให้แกเรียกฉันว่า 'บอส' ต่อไปก็เรียกแบบนี้แหละ"

"ตามบัญชาครับ บอส"

เถ้าแก่ไล่เขาไปอย่างอารมณ์ดี "ไสหัวไปได้แล้ว!"

แลนซ์เดินเลี่ยงออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาหยิบไม้ม็อบที่เพิ่งแขวนไว้ลงมาอีกครั้ง เตรียมจะถังไปตักน้ำร้อน ตอนนั้นเองเขาก็เห็นเด็กฝึกงานยืนจ้องเขาอยู่ที่ประตูห้องครัว

บนหน้าของหมอนั่นมี... ความรู้สึกเหนือกว่าอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกำลังเยาะเย้ยแลนซ์อยู่

แลนซ์มองหน้ามัน แต่มันกลับถลึงตาจ้องกลับอย่างไม่ลดละ

"เดือนนี้ฉันต้องจ่ายเงินให้เขาแค่สามเหรียญ ส่วนแกน่ะ ต้องจ่ายให้เขาตั้งสิบเหรียญ!"

ก่อนที่เด็กฝึกงานจะทันได้พูดอะไร แลนซ์ก็ชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน "ที่บ้านเกิดของฉันมีคำกล่าวว่า สุนัขที่แสนดีจะไม่ขวางทางเดินของคน"

ด้วยสัญชาตญาณ เด็กฝึกงานถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่หลังจากนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ

แลนซ์เดินไปยังห้องหม้อน้ำท่ามกลางเสียงสบถสาปแช่งของมัน

ร้านขนมปังมีเตาอบขนาดใหญ่ ไม่ใช่แบบที่ใช้ไฟฟ้าหรือแบบใช้ในครัวเรือน แต่มันเป็นเตาฟืนขนาดมหึมาที่ต้องใส่ฟืนเผาไฟไว้ตลอดเวลา เพื่อให้ใช้ความร้อนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เตาอบส่วนใหญ่จึงมักจะติดท่อทองแดงเอาไว้ภายใน

ในท่อทองแดงมีน้ำ เมื่อน้ำถูกความร้อนจนกลายเป็นไอ ไอน้ำจะไหลตามท่อไปลงที่ก้นถังน้ำอีกถังหนึ่ง เมื่อไอน้ำพุ่งออกมา มันจะช่วยทำให้น้ำในถังร้อนขึ้น

ถังน้ำใบใหญ่นี้มีความจุถึงสามร้อยแกลลอน ตอนตีสี่น้ำจะถูกเติมจนเต็ม และประมาณแปดโมงเช้ามันจะเดือดพล่าน รักษาอุณหภูมิไว้ที่เก้าสิบองศาเซลเซียสไปจนถึงตอนค่ำ

เพื่อประหยัดค่าน้ำยาทำความสะอาด เถ้าแก่สั่งให้แลนซ์ใช้น้ำที่เกือบเดือดจัดถูพื้น

ข้อแรกคือน้ำร้อนช่วยขจัดคราบน้ำมันและเศษขนมปังที่จับตัวเป็นก้อนได้ดีกว่า ซึ่งช่วยให้เถ้าแก่ประหยัดเงินค่าน้ำยาทำความสะอาดไปได้โข ข้อที่สองคือพื้นจะแห้งเร็วกว่า

พื้นร้านที่เพิ่งจะเช็ดสะอาดไปหยกๆ แลนซ์ต้องลงแรงถูมันใหม่อีกรอบ

ในช่วงสองวันต่อมา แลนซ์ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่ขัดขืนต่อการกลั่นแกล้งของเถ้าแก่ ตอนนี้เขาต้องการที่พักอาศัยจริงๆ

การจะเดินออกไปจากที่นี่มันง่ายมาก แต่หลังจากออกไปแล้วจะกินอะไร จะนอนที่ไหน นั่นคือปัญหา ดังนั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะหาทางที่มั่นคงกว่านี้ก่อนค่อยคิดเรื่องจากไป

ส่วนเรื่องที่ถูกขูดรีดและกดขี่น่ะหรือ?

เขาต้องเอาคืนแน่ เขาไม่ใช่พวกประเภทยอมถูกรังแกแล้วเงียบปากหรอก

วันหยุดสุดสัปดาห์ เวลาประมาณสิบโมงเช้า ธุรกิจในร้านขนมปังกำลังไปได้สวย

ตั้งแต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่สหพันธรัฐเริ่มใช้ระบบวันหยุดสองวันต่อสัปดาห์ ก็เริ่มมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาดีๆ ในวันหยุด การออกไปเที่ยวชานเมืองหรือการล้อมวงกินข้าวล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี แม้แต่คนจนในย่านเมืองชั้นล่างก็ยังมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้น

แลนซ์ร้อนจนเหงื่อโซมกาย เขามีงานต้องทำไม่จบไม่สิ้น

และในช่วงใกล้เที่ยง ตอนที่ลูกค้าเริ่มซาลง ทันใดนั้นเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ชายสองคนสวมเสื้อเชิ้ตทับด้วยเสื้อกั๊ก สวมหมวกแก๊ปเดินเข้ามา

ทั้งสองดูอายุยังไม่มากนัก ราวๆ ยี่สิบต้นๆ ใบหน้าดูดุร้าย แววตาคมกริบเหมือนใบมีดที่สามารถแทงทะลุหัวใจคนให้สั่นสะท้านได้

เถ้าแก่ร่างอ้วนที่อยู่มุมร้านรีบเดินไปที่เครื่องเก็บเงินทันที ชายหนุ่มสองคนก้าวเท้าอย่างคล่องแคล่วไปยืนตรงข้ามเถ้าแก่ หนึ่งในนั้นถอดหมวกออก จับตรงปีกหมวกแล้วยื่นไปทางเถ้าแก่

เถ้าแก่รีบดึงลิ้นชักเครื่องเก็บเงินออก หยิบธนบัตรปึกหนึ่งออกมา นับเงินห้าสิบเหรียญใส่ลงไปในหมวก

"เพิ่มอีกสิบเหรียญ ราคาขึ้นแล้ว" ชายหนุ่มร่างเตี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เถ้าแก่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เงียบไป เขานับธนบัตรใบละสองเหรียญเพิ่มอีกห้าใบใส่ลงไป

ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนข้างๆ สวมหมวกแก๊ปกลับเข้าที่เดิม แล้วหยิบขนมปังมูลค่ายี่สิบห้าเซนต์ไปชิ้นหนึ่ง เขาเอ่ยทักทายเถ้าแก่ก่อนจะเดินจากไป

บางทีอาจเป็นเพราะ... ด้านที่อ่อนแอและไม่แข็งกร้าวของตนถูกแลนซ์เห็นเข้า ใบหน้าที่เคยนอบน้อมและดูเหมือนจะอัดอั้นตันใจของเถ้าแก่จึงเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที——

"แกจะยืนบื้ออยู่อีกนานไหม?"

"ไม่เห็นหรือไงว่ามีงานต้องทำตั้งเยอะแยะ?"

"จำคำที่ฉันเคยบอกไว้ให้ดี อย่าให้ฉันต้องมาตะคอกใส่แกบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นแกจะเสียใจ!"

เมื่อเห็นเถ้าแก่ทำท่าทางฉุนเฉียวเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย แลนซ์เพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วทำงานในมือต่อไป

วันนี้อาจเป็นวันซวยของเถ้าแก่ ไม่ได้หมายความว่าเขาตายนะ แต่หมายถึงโชคของเขาไม่ค่อยดีนัก

ช่วงบ่ายโมงเป็นเวลาที่ค้าขายเงียบเหงาที่สุด เสียงกระดิ่งประตูทำให้แลนซ์ที่กำลังงัวเงียต้องตื่นเต็มตา เถ้าแก่กับลูกสาวไปนอนพักผ่อนแล้ว ทั้งที่อ้วนขนาดนั้นยังจะนอนกลางวันอีก บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่พวกเขาอ้วนก็ได้

ผู้ที่เข้ามาคือตำรวจสองนาย สวมเครื่องแบบที่ตัดเย็บอย่างประณีตดูหล่อเหลา ตราตำรวจสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟ

"ท่านทั้งสองต้องการอะไรดีครับ?"

"เรามีโดนัทที่เพิ่งออกจากเตา โรยน้ำตาลสองเท่าเลยนะครับ"

"ถ้าท่านซื้อสักกล่อง เรามีกาแฟแถมให้ด้วยครับ"

กาแฟที่แถมน่ะทำจากเศษเมล็ดกาแฟที่ซื้อมาหกปอนด์ต่อหนึ่งเหรียญ ในกระบวนการผลิตปกติจะมีเมล็ดกาแฟจำนวนมากที่แตกละเอียดแล้วถูกร่อนออก เมล็ดที่สมบูรณ์และเม็ดใหญ่จะถูกขายในราคาสูงที่สุด ส่วนเศษเมล็ดกาแฟที่อยู่ชั้นล่างสุดผสมกับกิ่งไม้แห้งหรือเปลือกเมล็ดกาแฟคั่ว คือราคาหนึ่งเหรียญต่อหกปอนด์ กาแฟแบบนี้พอดื่มเข้าไปแล้วรสชาติก็ไม่ต่างจากของราคาแพงนักหรอก เพราะทั้งคู่ก็คือของราคาถูกเหมือนกัน

ลูกค้าแยกไม่ออกหรอกว่ามันคืออะไร ขอแค่รสชาติไม่แย่จนเกินไปและมีของฟรีมาล่อใจ ก็ย่อมมีคนเอาทั้งนั้น

ในตอนนั้นไม่มีลูกค้าอยู่ในร้าน ตำรวจร่างอ้วนคนหนึ่งพลิกป้าย "เปิดทำการ" เป็น "ปิดทำการ" ทันทีที่ก้าวเข้ามา แล้วยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู ส่วนอีกคนที่เป็นชายร่างผอมสูงเดินไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วนั่งลง "จอนนี่ล่ะ?"

จอนนี่คือชื่อของเถ้าแก่ร่างอ้วน แลนซ์บุ้ยหน้าไปข้างหลัง "นอนอยู่ครับ"

"ไปปลุกมันมา บอกว่าเพื่อนเก่ามาหา"

แลนซ์ไม่มีความรู้สึกผูกพันกับร้านขนมปังแห่งนี้เลย เขารู้สึกได้ว่าตำรวจคนนี้มาหาเรื่องแน่ และเขาก็ยินดีที่จะได้เห็นเถ้าแก่ขายหน้า เขาจึงรีบวิ่งไปที่ห้องพักเคาะประตูแรงๆ ไม่นานนักเสียงด่าทอของจอนนี่ก็ดังออกมาจากห้อง ประมาณสองนาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยความโกรธจัด "แกจะตายหรือไงฮะ?"

"แกไม่รู้หรือไงว่าคนเราถ้าไม่ได้นอนกลางวันจะแก่เร็ว?"

"ถ้าแกไม่มีเหตุผลดีๆ ที่มารบกวนการพักผ่อนของฉัน ฉันจะหักเงินแกสองเหรียญ!"

แลนซ์รอให้เขาพ่นอารมณ์ฉุนเฉียวจากการถูกปลุกจนจบ แล้วจึงชี้ไปข้างหลัง "มีเพื่อนเก่าของคุณมารอพบอยู่ครับ เป็นตำรวจ"

สีหน้าของเถ้าแก่เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความวิตกกังวลทันที เขาคลำเสื้อผ้าบนตัว ทำท่าจะถอยกลับเข้าห้อง แต่สุดท้ายก็จำต้องเดินออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาอยากจะหนี

เมื่อทั้งสองกลับมาที่ห้องโถง ท่านตำรวจก็กำลังเอร็ดอร่อยกับขนมปังรสเลิศอยู่แล้ว เขาหยิบขนมปังที่แพงที่สุด และยังแกะแฮมเกรดพรีเมียมกินหนึ่งกล่อง การมองดูเขากินอย่างช้าๆ ให้ความรู้สึกที่พิลึกกึกกือ ราวกับว่า... นี่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา

อย่างน้อยตำรวจคนหนึ่งก็ไม่ควรมานั่งอยู่ในส่วนรับประทานอาหารของร้านขนมปังในช่วงเวลาที่เขาน่าจะทำงานอยู่ แล้วมานั่งละเมียดกินอย่างมีมารยาทแบบนี้

"ขนมปังรสชาติใช้ได้ แฮมก็คุณภาพดี แถวนี้มีแต่ฝีมือแกที่เจ๋งที่สุด" นายตำรวจเอ่ยชมก่อนจะยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวไม่กี่ทีก็กลืนลงไป จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเศษขนมปังหรือคราบน้ำมันที่อาจหลงเหลือที่มุมปาก "ถึงเวลาจ่ายเงินของไตรมาสนี้แล้วนะ"

เถ้าแก่พูดจาอย่างนอบน้อม เสียงไม่ดังโฉ่งฉ่างเหมือนตอนพูดกับแลนซ์หรือเด็กฝึกงานเลยสักนิด "ปกติควรจะจ่ายเดือนหน้าไม่ใช่หรือครับ?"

เดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม คือช่วงเวลาที่ต้องจ่ายค่าคุ้มครอง แน่นอนว่าพวกเขาไม่เรียกแบบนั้น เงินจำนวนนี้ถูกเรียกว่า "กองทุนประกันความปลอดภัย" จ่ายให้หัวหน้าตำรวจในย่านนี้ เพื่อประกันความปลอดภัยให้เหล่าร้านค้า

หากมีใครมาปล้นร้าน พวกเขาจะพยายามจับโจรให้ได้และคืนเงินให้ แต่ก็แค่พยายามเท่านั้น ในความเป็นจริงจนถึงตอนนี้ ปีนี้เกิดเหตุปล้นและลักทรัพย์บนถนนสายนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบครั้ง แต่ก็ยังจับใครไม่ได้เลย บางคนแอบพูดลับหลังว่าจริงๆ แล้วพวกเขาจับได้นะ แต่แอบงุบงิบเงินเอาไว้เอง

ใช่ว่าไม่มีใครพยายามขัดขืน แต่ผลของการขัดขืนไม่สู้ดีนัก แทบจะทุกๆ สองสามวันจะถูกขโมยของสักครั้ง หนึ่งในเจ้าของร้านพยายามต่อต้านด้วยการนอนเฝ้าร้าน แต่คืนนั้นเขากลับเจอหัวขโมยและถูกแทงจนบาดเจ็บสาหัส จนถึงตอนนี้ยังจับใครไม่ได้เลย! ตราบใดที่ไม่ยอมจ่ายเงิน ก็มักจะมีปัญหาตามมาเสมอ คนที่ขัดขืนสุดท้ายก็ต้องยอมจ่าย แถมยังต้องจ่ายหนักกว่าเดิม

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะดำเนินธุรกิจบนถนนสายนี้ได้อย่างสงบสุข

นายตำรวจเอียงคอเล็กน้อย "หลายปีมานี้ฉันคอยดูแลพวกแกอย่างดี จนทำให้ฉันเสียโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไป"

"ตอนนี้มีทางเลือกดีๆ รออยู่ ถ้าสำเร็จฉันจะได้เข้าทำงานที่สำนักงานใหญ่ของเขตทันที"

"แต่ตอนนี้ฉันยังขาดเงินทุนหมุนเวียนอยู่นิดหน่อย แกคงไม่ทำให้ฉันลำบากใจใช่ไหม?"

ริมฝีปากของเถ้าแก่สั่นระริก สุดท้ายเขาก็ยังเลือกที่จะไม่ต่อต้าน "ผมจะไปเอามาให้ครับ"

นายตำรวจเผยรอยยิ้มที่ดูสดใสขึ้นมาทันที "ฉันรู้ว่าแกเข้าใจฉันที่สุด ถ้าฉันได้เข้าไปอยู่ในสำนักงานใหญ่ ฉันรับประกันว่าแกจะไม่ถูกพวกแก๊งมาเฟียรบกวนอีก"

คำพูดนี้ไม่มีใครเชื่อสักคน

ไม่นานนักเถ้าแก่ก็นำเงินสองร้อยเหรียญเดินออกมา บางทีการที่แลนซ์ยืนอยู่ข้างๆ อาจทำให้เถ้าเขารู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง เขาจึงไม่ได้ถูกไล่ไปไหน

นายตำรวจนับเงินดู ทั้งหมดเป็นธนบัตรใบละสิบและยี่สิบเหรียญ นับไม่กี่ใบก็เสร็จ

"ขอเพิ่มอีกสองร้อย รอบนี้ขอเก็บล่วงหน้าครึ่งปีเลยละกัน"

เถ้าแก่มีสีหน้าตระหนก "ไม่เคยมีกฎแบบนี้มาก่อนเลยนะครับ!"

นายตำรวจใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เพิ่งเช็ดปากเสร็จซึ่งยังมีรอยเปื้อนวางทิ้งไว้บนโต๊ะ แล้วจ้องเถ้าแก่เขม็ง "ตอนนี้มีแล้วไง"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2 - ฉันไม่เคยล้อเล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว