เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - รักษาแบบตายเอาดาบหน้า

บทที่ 14 - รักษาแบบตายเอาดาบหน้า

บทที่ 14 - รักษาแบบตายเอาดาบหน้า


จางจงเหวินเดินตามคนที่มาเคาะประตูออกไปโดยไม่ได้บอกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น สงสัยคงจะกลัวรบกวนการรักษาทางฝั่งนี้ ตอนที่ออกไปเขาก็ยังช่วยปิดประตูให้ด้วย

ผ่านไปสองสามนาที เซี่ยฝานก็ทำการรักษาเสร็จสิ้น

ครีมสกัดเห็ดที่แปะอยู่บนกระดูกสันหลังส่วนเอวของเฉินซานถูกดูดซึมไปประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือกลายเป็นเศษซากสีเทาขาว แค่เป่าเบาๆ ก็ปลิวหายไปหมด

ที่เป็นแบบนี้ หนึ่งคือเพราะวัตถุดิบยังไม่ดีพอ สองคือพลังเห็ดของเขายังไม่แกร่งพอ แถมภาชนะที่ใช้เคี่ยวยังห่วยแตกอีกต่างหาก

แต่ถึงจะมีสรรพคุณแค่หกสิบเปอร์เซ็นต์ มันก็เพียงพอแล้ว

"ท่านเฉิน กระดูกสันหลังของคุณไม่มีปัญหาแล้วนะครับ ลองลุกขึ้นยืนดูสิครับ" น้ำเสียงของเซี่ยฝานแฝงไว้ด้วยการให้กำลังใจ

เฉินซานตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากโซฟา เขาใช้สองมือยันโซฟาไว้ แล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง

ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทา ต้องลองอยู่หลายครั้งกว่าจะยืนได้มั่นคง อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นดีใจมากเกินไป เขาก็เลยลองก้าวเดินไปข้างหน้า แต่พอยกขาขึ้นร่างกายก็เสียสมดุลทำท่าจะล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น

เซี่ยฝานคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงรีบพุ่งเข้าไปกอดประคองเฉินซานเอาไว้ แล้วช่วยพยุงให้เขากลับไปนั่งบนรถเข็น

"ท่านเฉิน ขาทั้งสองข้างของคุณไม่ได้ใช้งานมาสามปีแล้ว กล้ามเนื้อจึงลีบแบนและไม่มีแรง ต้องอาศัยการบำรุงและทำกายภาพบำบัดสักระยะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไม่เกินครึ่งปีคุณก็จะสามารถกลับมาเดินได้ปกติแล้วล่ะครับ" เซี่ยฝานกล่าว

แววตาของเฉินซานเปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้งใจ "เสี่ยวเซี่ย ฉันขอบใจเธอมากจริงๆ ฉันรู้ว่าเธอไม่ยอมรับเงิน แต่ถ้าวันข้างหน้าเธอมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ก็มาหาฉันได้ตลอดเลยนะ ฉันจะช่วยเธออย่างสุดความสามารถเลย"

เซี่ยฝานฉีกยิ้มกว้างด้วยใบหน้าซื่อบริสุทธิ์และใจดี ทว่าในใจกลับกำลังขมขื่นสุดๆ

โธ่เอ๊ย ลุงครับ ถ้าลุงยัดเยียดให้อีกสักรอบผมก็ยอมรับแล้วล่ะ ...

อุบัติเหตุทางการแพทย์ช่วงก่อนปีใหม่ถือเป็นรอยด่างพร้อยในชีวิตเขา และมันจะส่งผลเสียต่อความก้าวหน้าในอนาคตของเขาด้วย การจะลบรอยด่างพร้อยนี้ทิ้งไปก็แค่ใช้เงินห้าหมื่นหยวน แต่เขาไม่มีนี่สิ!

จู่ๆ ประตูห้องทำงานก็เปิดออก จางจงเหวินเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

"ผู้อำนวยการจาง เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ" พออยู่ในโรงพยาบาล เซี่ยฝานก็เปลี่ยนสรรพนามจากคุณลุงจางมาเรียกตามตำแหน่งหน้าที่การงานแทน ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญรับเชิญของโรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่งแล้วนี่นา

น้ำเสียงของจางจงเหวินหนักอึ้ง "เมื่อวานซืนทางโรงพยาบาลรับคนไข้มาคนนึง เขาคือหูปิน ลูกชายของหูเจียวั่ง นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองเรา อาการคือถูกพิษ แต่ทางแผนกชันสูตรกลับตรวจหาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นพิษอะไร คนไข้หมดสติไม่ฟื้นมาตลอด และวันนี้อาการก็เกิดทรุดหนักกะทันหัน ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการกู้ชีพน่ะ"

เซี่ยฝานถามด้วยความงุนงง "ผู้อำนวยการจาง นี่มันก็เป็นขั้นตอนปกตินี่ครับ แล้วคุณจะกลุ้มใจไปทำไม"

จางจงเหวินขมวดคิ้ว "หูเจียวั่งคนนั้นเป็นพวกนักเลงหัวไม้สร้างตัว ในยุคแปดศูนย์เก้าศูนย์เขาเป็นนักเลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก มีอิทธิพลทั้งในวงการมืดและวงการสว่าง เป็นตัวอันตรายที่รับมือยากสุดๆ เลยล่ะ"

"ผู้อำนวยการจาง คุณทำงานอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง จะไปกลัวพวกเดินเส้นทางสายมืดทำไมกันล่ะครับ ต่อให้ลูกชายเขาตาย ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา เขาจะทำอะไรคุณได้" เซี่ยฝานก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

เฉินซานช่วยเสริม "ใช่ จงเหวิน ฉันว่าเสี่ยวเซี่ยพูดถูกนะ ยุคนี้กฎหมายบ้านเมืองเข้มงวด เขาไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหรอก นายจะไปกลัวเขาทำไม"

จางจงเหวินถอนหายใจ "ฉันไม่ได้กลัวว่าหูเจียวั่งจะมาทำอะไรฉันหรอก ที่ฉันกลุ้มใจก็เพราะทางโรงพยาบาลเรากำลังมีโครงการขยายตึกผู้ป่วยใน แล้วที่ดินผืนที่โรงพยาบาลเราต้องการก็เป็นของตระกูลหูพอดี ตอนแรกเราตกลงเจรจากันได้เกือบจะลงตัวแล้วด้วย แต่ถ้าลูกชายเขามาตายที่นี่ ฉันว่าการเจรจาคงล่มไม่เป็นท่าแน่ๆ"

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะยุ่งยากจริงๆ นั่นแหละ งั้นทำไมไม่ลองให้เสี่ยวเซี่ยไปดูอาการเขาล่ะ" เฉินซานเสนอแนะ

นี่แหละคือจุดประสงค์หลักที่ท่านผู้อำนวยการเดินเข้ามาหาถึงที่นี่ไม่ใช่หรือไง

จางจงเหวินเอ่ยหยั่งเชิง "เสี่ยวเซี่ย เรื่องถอนพิษนี่เธอถนัดไหม"

เซี่ยฝานตอบ "พาผมไปดูอาการคนไข้ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีเถอะครับ"

"ไปๆๆ พวกเราไปดูกันเถอะ" จางจงเหวินรีบก้าวเท้าเดินนำไปอย่างรวดเร็ว

บริเวณทางเดินหน้าห้องฉุกเฉินมีคนมารวมตัวกันอยู่กลุ่มใหญ่ มีทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลและญาติของคนไข้ พวกเขากำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด

"ถ้าลูกชายฉันต้องมาตายในโรงพยาบาลของพวกแก พวกแกทุกคนก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!" ชายชราคนหนึ่งแผดเสียงลั่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน อารมณ์ของเขาอยู่ในสภาวะใกล้จะระเบิดเต็มที

ชายชราคนนั้นอายุล่วงเลยวัยหกสิบไปแล้ว รูปร่างสูงผอม สวมเสื้อแจ็กเก็ตผ้าไหมเซียงอวิ๋นซา ที่นิ้วหัวแม่มือขวาสวมแหวนหยกสีเขียวมรกตเม็ดโต ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวหรือบุคลิกท่าทาง ล้วนดูเหมือนเศรษฐีหน้าใหม่ในยุคสังคมเก่าไม่มีผิด

ชายชราคนนี้ก็คือหูเจียวั่ง ผู้ก่อตั้งบริษัทเหอสีเรียลเอสเตตนั่นเอง ว่ากันว่าตอนที่เขาสร้างชื่อเสียงที่สระเหลียนฮวา เขาใช้มีดหั่นแตงโมแค่เล่มเดียวบุกเดี่ยวเข้าไปฟาดฟันกับแก๊งนักเลงนับสิบคนอย่างห้าวหาญ ดุดันจนน่าขนลุก

มิน่าล่ะ รังสีอำมหิตถึงได้แผ่ซ่านรุนแรงขนาดนี้

หูเจียวั่งเหลือบไปเห็นจางจงเหวินที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที "จางจงเหวิน ไอ้ลูกหมา ในที่สุดแกก็โผล่หัวมาสักทีนะ!"

เสียงตวาดกร้าวของเขาทำให้สถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายเงียบกริบลงในพริบตา

ใบหน้าของจางจงเหวินเจื่อนลงเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็เป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่ง แถมตรงนี้ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอยู่อีกตั้งหลายคน โดนด่ากราดต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ แล้วความน่าเชื่อถือในฐานะผู้อำนวยการของเขาจะเอาไปไว้ที่ไหนล่ะ

แต่หูเจียวั่งก็ยังไม่ยอมเลิกรา เขาตะคอกใส่ด้วยความโกรธแค้นอีกประโยค "จางจงเหวิน ข้ามีลูกชายแค่คนเดียว ถ้าเขาต้องมาตายในโรงพยาบาลของแก ข้าจะขอแลกชีวิตกับแก!"

จางจงเหวินเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างเหมือนกัน "คุณพูดจาให้มันดีๆ หน่อย พวกเรากำลังพยายามกู้ชีพอย่างเต็มที่ ถึงคุณจะโวยวายให้ฟ้าถล่มมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก"

สถานการณ์แบบนี้เซี่ยฝานก็ไม่กล้าพูดสอดขึ้นมา ได้แต่รู้สึกไม่พอใจแทนจางจงเหวินอยู่ลึกๆ

แต่ในตอนนั้นเองประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก

หมอคนหนึ่งเดินออกมา เขาถอดหน้ากากอนามัยออกพลางเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสลด "ขอโทษด้วยครับ พวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่คนไข้จากไปแล้วครับ"

ญาติๆ ของหูปินที่รออยู่ตรงทางเดินต่างส่งเสียงร้องไห้ระงมในพริบตา

หูเจียวั่งทุบอกชกตัว ร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญ "ลูกพ่อ! ลูกชายของพ่อ!"

ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนสองคนที่น่าจะเป็นบอดี้การ์ดรีบเข้ามาประคองหูเจียวั่งไว้ทั้งซ้ายและขวา ไม่ให้เขาล้มพับลงไปกับพื้น

จางจงเหวินถอนหายใจยาว "สุดท้ายก็มาสายไปก้าวหนึ่งสินะ"

เซี่ยฝานเอ่ยขึ้น "ผู้อำนวยการจาง ให้ผมลองเข้าไปดูเถอะครับ"

จางจงเหวินรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก "คนตายไปแล้ว เธอเข้าไปจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ"

เซี่ยฝานกล่าว "ในสถานการณ์แบบนี้ ก็คงต้องลองรักษาแบบตายเอาดาบหน้าแล้วล่ะครับ"

"งั้นเธอก็ลองเข้าไปดูละกัน" จางจงเหวินก็หมดหนทางแล้วเหมือนกัน

เซี่ยฝานเดินตรงเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

หมอคนนั้นมองด้วยสายตาประหลาดใจและกำลังจะอ้าปากถาม แต่จางจงเหวินชิงพูดขึ้นก่อน "นั่นคือหมอเทวดาเซี่ย เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษของโรงพยาบาลเรา ให้เขาลองดูเถอะ"

หมอคนนั้นจึงยอมหลีกทางให้

ตามกฎแล้วการจะเข้าไปในห้องฉุกเฉินต้องสวมชุดปลอดเชื้อ แต่ในเมื่อคนตายไปแล้ว ใครจะมาสนเรื่องชุดปลอดเชื้ออะไรกันอีกล่ะ

พอเดินเข้าไปในห้อง เซี่ยฝานก็พุ่งตรงไปยังเตียงผ่าตัดทันที

บนเตียงผ่าตัดมีชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่ ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเขียวคล้ำ

เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่อยู่ข้างเตียงผ่าตัดแสดงเส้นตรงเป็นแนวยาว อัตราการเต้นของหัวใจเป็นศูนย์ เขาได้ไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้ว

เซี่ยฝานไม่กล้ารอช้า เขารีบเปิดกล่องยาใบเล็ก หยิบเข็มทองน้ำไม้ไฟออกมาทันที

หูเจียวั่งเดินเข้ามาโดยมีบอดี้การ์ดสองคนคอยพยุง ตอนนี้สภาพจิตใจของเขาแตกสลายไปแล้ว เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบจะขาดใจและพูดอะไรไม่ออกเลย

ญาติๆ ตระกูลหูก็ร้องห่มร้องไห้ตามเข้ามา ภายในห้องฉุกเฉินวุ่นวายไปหมด

เซี่ยฝานตวาดเสียงกร้าว "ทุกคนเงียบหน่อย!"

หูเจียวั่งและคนในตระกูลหูถึงกับชะงักงัน เสียงร้องไห้หยุดชะงักไปชั่วขณะ

เซี่ยฝานยกมือขึ้นแล้วฝังเข็มทองน้ำไม้ไฟแทงทะลุเข้าไปในหัวใจของหูปินโดยตรง

เข็มเทวะเห็ดไท่!

บุคลากรทางการแพทย์หลายคนถึงกับเบิกตากว้าง ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก

บ้าไปแล้ว!

นี่ผู้อำนวยการจางไปเชิญหมอเทวดามาจากโรงถ่ายภาพยนตร์เหิงเตี้ยนหรือเปล่าเนี่ย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - รักษาแบบตายเอาดาบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว