เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - ความสัมพันธ์ระหว่างพลังเห็ดกับเห็ด

บทที่ 13 - ความสัมพันธ์ระหว่างพลังเห็ดกับเห็ด

บทที่ 13 - ความสัมพันธ์ระหว่างพลังเห็ดกับเห็ด


กินข้าวเสร็จเฉินซานจะให้อั่งเปา แต่เซี่ยฝานก็ปฏิเสธหัวชนฝาไม่ยอมรับเด็ดขาด

ถ้าขืนรับอั่งเปาซองนี้ก็เท่ากับเป็นการหักหน้าจางจงเหวินน่ะสิ

พอกลับมาถึงร้านขายยา

เซี่ยฝานก็นำสมุนไพรราคาถูกจำนวนหนึ่งมาปูลาดลงบนเตียงเดี่ยว แล้วล้มตัวลงนอนบนกองสมุนไพรเหล่านั้น

เขาขจัดความสับสนวุ่นวายในใจออกไป จากนั้นก็เริ่มโคจรเคล็ดวิชาเห็ดใหญ่เพื่อฝึกฝนพลังเห็ด

พลังเห็ดสายเล็กๆ แผ่ซ่านออกจากร่าง แทงทะลุเข้าไปในกองสมุนไพรที่ปูไว้บนเตียง มันลุกลามราวกับเส้นใยเห็ด ก่อนที่กระแสพลังงานอันอบอุ่นจะไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายของเขา

ขนาดนอนหลับก็ยังฝึกฝน

จู่ๆ เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจในตัวเองขึ้นมา บนโลกใบนี้ยังมีใครขยันขันแข็งได้เท่าเขาอีกไหมเนี่ย

หลังจากซาบซึ้งใจในตัวเองได้ไม่นาน คนที่ตั้งใจฝึกฝนก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ฟ้าสางแล้ว

เซี่ยฝานตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเป็นชายชาตรีที่แข็งขัน

แถมยังดูแข็งแกร่งดุดันยิ่งกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าเกี่ยวพันกับการฝึกฝนพลังเห็ด

ความมุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนของเขายิ่งแน่วแน่มากขึ้น ตัดเรื่องที่ว่าจะได้เป็นเซียนหรือเปล่าออกไปก่อน แค่ผลลัพธ์ที่เห็นผลทันตาแบบนี้มันก็คุ้มค่าสุดๆ แล้ว

หลังจากลงจากเตียง เซี่ยฝานก็ตรวจสอบสภาพของสมุนไพรดูเล็กน้อย

บริเวณที่เขานอนทับมีร่องรอยการเหี่ยวเฉาของสมุนไพรอย่างเห็นได้ชัด

ผลลัพธ์จากการฝึกฝนครั้งนี้เทียบไม่ได้กับตอนที่อยู่ใต้ต้นสนไซเปรสที่บ้านเกิด แต่การใช้สมุนไพรก็ยังให้ผลดีกว่าการปูกิ่งไม้ใบไม้แห้งธรรมดานอน

ดูเหมือนว่าการใช้เคล็ดวิชาเห็ดใหญ่ฝึกฝนพลังเห็ด จะต้องทำควบคู่ไปกับสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตของเห็ดจริงๆ ถึงจะได้ผลดีที่สุด

เดี๋ยวก่อนสิ!

จู่ๆ เซี่ยฝานก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาข้อหนึ่ง "สมุนไพรธรรมดาให้ผลดีกว่ากิ่งไม้ใบไม้แห้งทั่วไป งั้นถ้าใช้สมุนไพรล้ำค่ามาฝึกฝน ผลลัพธ์มันจะไม่ยิ่งดีกว่าสมุนไพรธรรมดาเหรอ แล้วถ้าเอาสมุนไพรล้ำค่าพวกนั้นไปปูไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่โบราณ ผลลัพธ์การฝึกฝนมันจะไม่ยิ่งทะลุปรอทไปเลยหรือไง"

แต่พอคิดได้ว่าการซื้อสมุนไพรต้องใช้เงิน ความกระตือรือร้นของเขาก็มอดดับลงในพริบตา

แค่สมุนไพรธรรมดาเขายังเสียดายเลย นับประสาอะไรกับสมุนไพรล้ำค่าล่ะ สรุปง่ายๆ ก็คือจนนั่นแหละ

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จและเดินออกจากบ้าน เซี่ยฝานก็เกือบจะเดินชนใครบางคนเข้า

ทังเจียลี่มายืนอยู่หน้าประตูซะงั้น

เซี่ยฝานทำหน้าเหวอ นึกว่าตัวเองกำลังเจอบั๊กในเกม เขาเดินถอยหลังกลับไปปิดประตู แล้วค่อยเปิดประตูเดินออกมาใหม่อีกรอบ

ทังเจียลี่ยังคงยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าและสภาพจิตใจของเธอดูเหมือนคนที่เพิ่งถูกชายฉกรรจ์รุมย่ำยีมาทั้งคืนยังไงยังงั้น

เซี่ยฝานขมวดคิ้ว "คุณมาทำไม"

"ฉันโดนเฉาหยางไล่ออกแล้ว" ทังเจียลี่อ้าปากพูดปุ๊บ ความเคียดแค้นก็พวยพุ่งปะทะหน้าเขาทันที

"นั่นมันก็สมควรแล้วนี่" เซี่ยฝานไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงเดินชนเบียดร่างของเธอให้พ้นทางไปดื้อๆ

"พวกแกทุกคนรังแกฉัน! ทำไมฉันถึงได้ซวยแบบนี้ ทำไม!" ทังเจียลี่ร้องไห้โฮออกมาซะงั้น

คนประเภทเดียวกันย่อมดึงดูดกัน ผู้หญิงที่คบหาเป็นเพื่อนสนิทกับอดีตภรรยาของเขาได้ ก็ชอบเล่นใหญ่ใส่ไข่ให้ตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ

"ประสาท" เซี่ยฝานดึงประตูปิดแล้วเดินจากไป

"เซี่ยฝาน ฉันมาหาคุณก็เพื่อจะบอกว่า อุบัติเหตุทางการแพทย์ที่ทำให้คุณต้องเสียใบอนุญาตเปิดร้านขายยาไปน่ะ มันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกนะ แต่มีคนจงใจทำ เรื่องนี้ฉันเป็นคนวิ่งเต้นเอง มีคนจ่ายเงินแล้วก็มีคนรับเงิน ฉันมีทั้งประวัติการโอนเงินแล้วก็คลิปเสียงบันทึกไว้ด้วย"

เซี่ยฝานสะดุ้งในใจ เขารีบซักไซ้ "ใครเป็นคนจ่ายเงิน แล้วใครเป็นคนรับเงิน"

"ฉันไม่ให้คุณฟรีๆ หรอกนะ เอาเงินมาห้าหมื่น แล้วฉันจะบอกความจริงพร้อมกับให้หลักฐานคุณไป"

"ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้หลอกผม คุณเอามาให้ผมดูก่อนสิ แล้วผมถึงจะจ่ายเงินให้"

"ไม่ได้ ต้องจ่ายเงินมาก่อนถึงจะให้ของ"

"งั้นก็รอรับโทรศัพท์ผมละกัน เดี๋ยวผมจะติดต่อไป" เซี่ยฝานอยากได้หลักฐานนั่นจริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเงินเลย

"ตกลง ฉันจะรอโทรศัพท์จากคุณนะ" ทังเจียลี่หันหลังเดินจากไป พอเดินไปถึงข้างรถ เธอก็หันกลับมาพูดทิ้งท้าย "ซูมู่เฉิงมันเป็นผู้หญิงร้ายลึกแอ๊บใส คุณอยู่ห่างๆ ยัยนั่นไว้จะดีกว่า"

เซี่ยฝานไม่รู้สึกรู้สาอะไร

เมื่อก่อนเขาไม่รู้หรอกว่าซูมู่เฉิงเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่พอหย่ากันแล้ว เขาก็มองเห็นธาตุแท้ของเธอกระจ่างแจ้งแล้วล่ะ

เซี่ยฝานแวะกินมื้อเช้าง่ายๆ ที่ร้านขายอาหารเช้าแถวนั้น จากนั้นก็สแกนคิวอาร์โค้ดปลดล็อกจักรยานสาธารณะแล้วปั่นออกไป

โรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่งเมืองจิ่นเฉิง

ประตูลิฟต์เปิดออก เซี่ยฝานหิ้วกล่องยาใบเล็กเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานผู้อำนวยการที่อยู่สุดทางเดิน

เพิ่งจะเดินไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ สวีรุ่ยก็เดินออกมาจากห้องฝ่ายบุคคล

สี่ตาประสานกัน

ทางเดินที่เงียบสงัดราวกับมีลมหนาวอันแสนยะเยือกพัดผ่าน

ถึงแม้เซี่ยฝานจะยังไม่ได้หลักฐานมาจากมือทังเจียลี่ และทังเจียลี่ก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนรับเงิน แต่จากหลักการที่ว่าใครได้ประโยชน์สูงสุดคนนั้นก็คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง เขาก็พอจะเดาออกว่าคนที่รับเงินก็คือไอ้เวรตะไลตรงหน้านี่แหละ

"แกมาทำอะไรที่นี่" น้ำเสียงของสวีรุ่ยแข็งกร้าวมาก

เซี่ยฝานยกมือขึ้น มองข้ามไหล่สวีรุ่ยไปทางด้านหลัง แล้วเอ่ยทักทายอากาศธาตุ "สวัสดีครับผู้อำนวยการจาง"

สวีรุ่ยรีบหันขวับกลับไปมองด้วยความลนลาน

ฝ่ามือที่ยกขึ้นสูงของเซี่ยฝานก็ตบฉาดเข้าที่หลังหัวของสวีรุ่ยอย่างจัง

เพียะ! เสียงตบดังสนั่น

สวีรุ่ยถูกตบจนหน้ามืดตาลาย เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "ไอ้บ้าเอ๊ย แก ... "

แต่ในตอนนั้นเองประตูห้องทำงานผู้อำนวยการก็เปิดออก จางจงเหวินเดินออกมาจากห้อง พอเห็นเซี่ยฝาน ใบหน้าซูบผอมของเขาก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรทันที

"เสี่ยวเซี่ย เธอมาแล้วเหรอ รีบเข้ามาสิ ฉันรอเธออยู่ตั้งนานแน่ะ"

สวีรุ่ยจำต้องลดมือที่ง้างขึ้นลงอย่างเสียไม่ได้

จางจงเหวินปรายตามองสวีรุ่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงดุ "สวีรุ่ย เธอมาทำอะไรตรงนี้ รีบกลับไปทำงานของเธอได้แล้ว!"

ในชั่ววินาทีนั้นความเคียดแค้นที่รวมตัวกันบนร่างของสวีรุ่ยก็จับตัวเป็นก้อนราวกับน้ำแข็งในช่องฟรีซ แววตาของเขายะเยือกจับขั้วหัวใจ

เซี่ยฝานเดินผ่านหน้าเขาไป พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าไม่มีน้ำยาก็อย่าพยายามฝืนทำเท่เลย มันดูน่าสมเพชน่ะ"

สวีรุ่ยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ก็แค่หมอบ้านนอก แกมีสิทธิ์อะไรมาหัวเราะเยาะฉัน แกคอยดูเถอะ ฉันจะทำให้แกรับกรรมอย่างสาสมเลย!"

เซี่ยฝานแค่นหัวเราะเยาะ แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานผู้อำนวยการ

รอให้เขาได้หลักฐานมาจากทังเจียลี่ก่อนเถอะ เขาจะทำให้ไอ้หมอนี่ร้องไห้ไม่ออกเลยคอยดู!

"เสี่ยวเซี่ย ผู้อำนวยการสวีคุยอะไรกับเธอเหรอ" จางจงเหวินรู้สึกผิดสังเกต จึงเอ่ยถามขึ้นในจังหวะที่สวีรุ่ยกำลังจะหันหลังเดินจากไป

เซี่ยฝานฟ้องทันที "เขาขู่ผมครับ บอกไม่ให้ผมมาที่โรงพยาบาลนี้ แถมยังบอกว่าจะทำให้ผมรับกรรมอย่างสาสมด้วย"

จางจงเหวินโกรธจัดขึ้นมาทันที เขาตวาดลั่น "ผู้อำนวยการสวี เดี๋ยวแวะมาพบฉันที่ห้องทำงานหน่อยนะ!"

สวีรุ่ย " ... "

ไอ้บ้าเอ๊ย!

ไอ้หมอนี่ไม่เพียงแต่ตบหัวเขา แต่ยังกล้าฟ้องเจ้านายต่อหน้าต่อตาเขาอีก!

"สวีรุ่ย ฉันพูดกับเธอได้ยินหรือเปล่า" จางจงเหวินเรียกชื่อเต็มเสียงแข็ง

สวีรุ่ยจำต้องหันกลับไป ฝืนฉีกยิ้มจอมปลอม "รับทราบครับผู้อำนวยการ"

จางจงเหวินแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ

เมื่อก่อนเขามีความประทับใจในตัวสวีรุ่ยมาก และตั้งใจจะปั้นให้เป็นแพทย์หัวกะทิของโรงพยาบาล แต่ตั้งแต่รู้จักกับเซี่ยฝาน เขาก็รู้สึกแย่กับสวีรุ่ยลงเรื่อยๆ พอเอามาเทียบกับเซี่ยฝานแล้ว สวีรุ่ยนี่มันห่างชั้นกันลิบลับเลย

เซี่ยฝานเดินเข้าไปในห้องทำงานผู้อำนวยการ เฉินซานมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"เสี่ยวเซี่ย มาแล้วเหรอ" เฉินซานยิ้มแย้มแจ่มใส

"สวัสดีครับท่านเฉิน" เซี่ยฝานทักทายอย่างมีมารยาท

ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ เซี่ยฝานก็เปิดกล่องยาใบเล็กที่นำติดตัวมา หยิบครีมสกัดเห็ดและเข็มทองน้ำไม้ไฟออกมา

เฉินซานล้มตัวลงนอนคว่ำบนโซฟาและเลิกเสื้อแจ็กเก็ตขึ้นด้วยตัวเอง

เซี่ยฝานเดินเข้าไปหา นำครีมสกัดเห็ดก้อนหนึ่งแปะลงบนกระดูกสันหลังส่วนเอวข้อที่สาม จากนั้นก็ฝังเข็มลงไป

เข็มเทวะเห็ดไท่!

พลังเห็ดไหลไปตามเข็ม ห่อหุ้มกระดูกสันหลังส่วนเอวที่ได้รับบาดเจ็บไว้ราวกับเส้นใยเห็ด

ก๊อกๆๆ!

มีคนเคาะประตู "ผู้อำนวยการแย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - ความสัมพันธ์ระหว่างพลังเห็ดกับเห็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว