- หน้าแรก
- สุดยอดหมอเทวดาพลังเห็ดสุดจะปากแจ๋ว
- บทที่ 12 - ยามตกต่ำไม่เหลียวแล ยามได้ดีแกเป็นใคร
บทที่ 12 - ยามตกต่ำไม่เหลียวแล ยามได้ดีแกเป็นใคร
บทที่ 12 - ยามตกต่ำไม่เหลียวแล ยามได้ดีแกเป็นใคร
สายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงประตูต่างหันไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์ข้าราชการ ใบหน้าสี่เหลี่ยม คิ้วดกตาโต หว่างคิ้วแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้
เซี่ยฝานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หวังซุ่น!
เลขาธิการพรรคประจำเขตใหม่เมืองจิ่นเฉิงคนปัจจุบัน ช่วงที่เกิดโรคระบาด เขาเคยเป็นแกนนำจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเพื่อช่วยเหลือต้านภัยโรคระบาด และเซี่ยฝานเองก็เคยเข้าร่วมงานประชุมระดมพลที่เขาเป็นประธานด้วย และตอนนี้คนที่นอนอยู่บนโซฟาในห้องก็คือเจ้านายเก่าของหวังซุ่นนั่นเอง
จู่ๆ ทังเจียลี่ก็ด่ากราดใส่หน้าเขา "ไอ้หน้าเหลี่ยมคิ้วดกนี่แกเป็นใคร ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของแก ไสหัวไปไกลๆ เลยไป!"
ดวงตาของเซี่ยฝานเบิกกว้างขึ้นมาทันที
บ้าเอ๊ย!
นี่มันขุนพลของใครกันเนี่ย ทำไมถึงได้ดุดันขนาดนี้!
ใบหน้าของหวังซุ่นมืดครึ้มลงทันตาเห็น
ในเขตพื้นที่ของเมืองใหม่จิ่นเฉิงแห่งนี้ ยังมีคนกล้ามาตวาดใส่เขาแบบนี้อีกเหรอเนี่ย!
แต่ทังเจียลี่ก็บ้าบิ่นจริงๆ เธอแผดเสียงซ้ำอีกรอบ "พูดด้วยไม่ได้ยินหรือไงฮะ!"
จู่ๆ เฉาหยางก็จำหน้าหวังซุ่นได้ เขาตกใจจนหน้าถอดสี รีบกระทืบเท้าใส่ทังเจียลี่อย่างแรง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างทักทาย "สวัสดีครับท่านเลขาธิการหวัง บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบท่านที่นี่"
ทังเจียลี่ถึงกับหน้าเหวอ
เลขาธิการพรรค?
เวรเอ๊ยฉันเพิ่งจะด่าเลขาธิการพรรคไปหรอกเหรอเนี่ย!
"สวัสดีค่ะท่านเลขาธิการหวัง" ซูมู่เฉิงประสานมือไว้บนตัก ก้มหน้าทักทายด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน
"พวกคุณคือ..." หวังซุ่นขมวดคิ้ว เขาจำเฉาหยางและคนพวกนี้ไม่ได้เลยสักนิด
เฉาหยางรีบยื่นนามบัตรให้ด้วยสองมือ "ท่านเลขาธิการหวัง ผมเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทชิงหย่าลี่เหรินในเขตนิคมอุตสาหกรรมพัฒนาเขตใหม่ครับ ยินดีต้อนรับท่านมาเยี่ยมชมและให้คำแนะนำที่บริษัทของเรานะครับ"
หวังซุ่นรับนามบัตรมาแล้วเดินเข้าไปข้างใน โดยไม่พูดจาไร้สาระแม้แต่ครึ่งคำ
แค่ลูกน้องในบริษัทยังอบรมสั่งสอนให้ดีไม่ได้เลย ผู้จัดการแบบนี้เขาขี้เกียจจะทำความรู้จักด้วย ที่ไม่โยนนามบัตรทิ้งลงถังขยะไปต่อหน้าต่อตาก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
สายตาของซูมู่เฉิงเลื่อนกลับมาที่เซี่ยฝานอีกครั้ง
อดีตสามีแต่งตัวซอมซ่อ แต่รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม โครงหน้าคมคายหล่อเหลาไร้ที่ติ ถ้าไม่นับเรื่องความจน ไม่มีสวัสดิการพนักงาน ไม่มีรถและไม่มีบ้าน เขาก็แทบจะไม่มีข้อเสียอะไรเลย
ทว่าเซี่ยฝานกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเลยสักนิด
ซูมู่เฉิงเลิกคิ้วขึ้น
เขาต้องกำลังร้อนตัวอยู่แน่ๆ!
ในใจของเขายังลืมฉันไม่ได้ชัวร์!
ซูมู่เฉิงรู้สึกได้ถึงความเหนือกว่าที่พุ่งพล่านขึ้นมาในใจ แต่เพียงพริบตาเดียวมันก็ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก ละครฉากใหญ่ในใจกำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
"หวังซุ่น ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ" เฉินซานเอ่ยถาม
หวังซุ่นยิ้มตอบ "สหายร่วมรบจากทางเหนือมาเที่ยว ก็เลยพามากินหม้อไฟน่ะครับ เมื่อกี้เดินผ่านมาได้ยินเสียงเจ้านายเก่าก็เลยแวะเข้ามาดู ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ"
เฉินซานปรายตามองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงประตูแล้วแค่นเสียงเย็น "ผู้อำนวยการจางพาหมอเทวดาคนนึงมารักษาโรคให้ฉัน แต่คนพวกนี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ มายืนทำตัวน่ารำคาญพูดจาถากถางอยู่หน้าประตู ฉันตักเตือนไปประโยคเดียวก็ดันมาบังคับให้ฉันขอโทษซะงั้น"
หวังซุ่นหันขวับกลับไปมองด้วยสายตาเย็นเยียบ
เฉาหยางแทบอยากจะบีบคอทังเจียลี่ให้ตายคามือ เขาตวาดลั่น "ทังเจียลี่ รีบขอโทษท่านผู้นำทั้งสองเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ทังเจียลี่ตกใจจนสติแตก รีบโค้งคำนับปลกๆ "ท่านผู้นำทั้งสอง ฉัน ฉัน ... ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ!"
เฉาหยางรีบปั้นหน้ายิ้มประจบ "ท่านเลขาธิการหวัง ท่านผู้นำอาวุโส ผมอบรมลูกน้องไม่ดีเองครับ ปล่อยให้คนข้างล่างทำตัวไร้มารยาท เดี๋ยวกลับไปผมจะจัดการลงโทษอย่างเด็ดขาด เชิญพวกท่านคุยกันตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้ามาขอชนแก้วด้วยทีหลัง"
เฉินซานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "ไม่ต้อง ไป๋หลิง ไปปิดประตู"
จางไป๋หลิงก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าลูกบิดประตูแล้วกระชากปิดอย่างแรง
ปัง!
ประตูปิดสนิท
ระดับประธานเฉาเคยต้องมาเจอเรื่องหยามเกียรติแบบนี้ที่ไหนกัน ความโกรธเกรี้ยวจึงระเบิดออกมาทันที
"ทังเจียลี่ พรุ่งนี้เธอไม่ต้องมาทำงานแล้ว!"
ทังเจียลี่ร้อนรนจนน้ำตาคลอเบ้า "ประธานเฉาคะ ฉัน ... "
"ไป เปลี่ยนร้าน" เฉาหยางสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที
ซูมู่เฉิงเดินตามไปติดๆ
ทังเจียลี่รีบวิ่งเข้าไปดึงแขนเสื้อของซูมู่เฉิงไว้ "มู่เฉิง เธอช่วยพูดกับประธานเฉาให้ฉันหน่อยสิ ช่วยขอร้องเขาให้ฉันทีนะ"
ซูมู่เฉิงถอนหายใจยาว "เจียลี่ เราเป็นเพื่อนรักกัน ฉันเองก็อยากช่วยเธอนะ แต่เธอก็รู้ว่าฉันมันก็แค่ลูกจ้างคนนึง อำนาจก็มีจำกัด เอาเป็นว่าฉันจะลองพยายามดูละกัน เธอตัดใจกลับไปก่อนเถอะ แล้วรอฟังข่าวจากฉันนะ"
เพื่อนรักเดินจากไปแล้ว
ทังเจียลี่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงทางเดิน น้ำตาคลอเบ้าตาเตรียมจะหยดแหมะลงมา
ภายในห้องชิงเฉิง เฉินซานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "หวังซุ่น ขอแนะนำให้รู้จักนะ พ่อหนุ่มคนนี้แหละคือหมอเทวดาเซี่ยฝาน"
หวังซุ่นพิจารณาเซี่ยฝาน แววตาฉายแววประหลาดใจ "หมอเทวดาเหรอ หนุ่มขนาดนี้เลย"
เซี่ยฝานทักทายอย่างสุภาพ "สวัสดีครับท่านเลขาธิการหวัง"
จางจงเหวินพูดแทรกขึ้นมา "น้องหวัง ตอนแรกฉันก็คิดแบบนี้แหละ แต่เสี่ยวเซี่ยคู่ควรกับคำว่าหมอเทวดาจริงๆ นะ"
ระดับตำแหน่งของเขาเทียบเท่ากับหวังซุ่น แถมยังทำงานในเขตใหม่เหมือนกัน ทั้งสองคนจึงค่อนข้างสนิทสนมกัน
"ท่านเฉินกับคุณลุงจางชมเกินไปแล้วครับ" เซี่ยฝานถูกชมจนเริ่มทำตัวไม่ถูก
แต่ทางฝั่งเฉินซานกลับไม่ยอม "ฉันไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ฉันเป็นอัมพาตมาสามปี ไปหาหมอดังๆ ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาก็เยอะ ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย แต่หมอเทวดาเซี่ยแค่ใช้ยาทากับฝังเข็มให้ฉันเล็มเดียว ขาฉันก็ขยับได้แล้วเนี่ย!"
หวังซุ่นแทบไม่อยากจะเชื่อ "ท่านเจ้านายเก่า ขาของท่านขยับได้จริงๆ เหรอครับ"
"คอยดูนะ" เฉินซานพยายามยกขาขึ้น
ขาขวาของเขาค่อยๆ ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ค้างไว้ได้ไม่กี่วินาที เขาก็ค่อยๆ ยกขาซ้ายตามขึ้นมา
หวังซุ่นอุทานด้วยความตกใจ "ขยับได้จริงๆ ด้วย!"
จางจงเหวินยิ้มกว้าง "ไป๋หลิงไปหกล้มขาหักบนเขา เสี่ยวเซี่ยก็ใช้แค่เข็มเงินกับยาทา วันเดียวก็รักษาหายแล้วเหมือนกัน"
"หมอเทวดาเซี่ย ขอแอดวีแชตหน่อยสิครับ วันหลังจะได้ติดต่อกัน" หวังซุ่นเป็นฝ่ายยื่นคิวอาร์โค้ดวีแชตให้ก่อน
ตั้งแต่โบราณกาลมา เส้นสายของหมอเทวดานี่แหละที่ใช้งานได้ดีที่สุด
"ท่านเลขาธิการหวัง เรียกผมว่าเสี่ยวเซี่ยก็พอครับ" เซี่ยฝานมือไวไม่แพ้กัน ระหว่างที่พูดก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ดของหวังซุ่นแล้ว
คุยกันได้อีกสองสามประโยค หวังซุ่นก็ขอตัวกลับไปดูแลสหายร่วมรบ
ทางฝั่งนี้ก็เริ่มต้มหม้อไฟกันแล้ว
"พี่เซี่ย เรื่องที่เราคุยกันไว้ พี่คิดทบทวนดูหรือยังคะ" กินผ้าขี้ริ้ววัวไปได้แค่คำเดียว จางไป๋หลิงก็วกเข้าเรื่องงานกับเซี่ยฝานทันที
เซี่ยฝานยื่นครีมสกัดเห็ดส่วนที่เหลือไปตรงหน้าจางไป๋หลิง "คุณเอาครีมสกัดเห็ดก้อนนี้กลับไปก่อนนะ เอาไปศึกษาวิเคราะห์ดู ถ้าคุณคิดว่ามีโอกาสร่วมมือกันได้ เราค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกที"
จางไป๋หลิงรับคำด้วยความดีใจ "ตกลงค่ะ เดี๋ยวฉันทำโปรเจกต์เสร็จแล้วจะติดต่อไปนะคะ"
"เสี่ยวเซี่ย พรุ่งนี้เธอมาที่โรงพยาบาลนะ ฉันจะเอาใบอนุญาตเปิดร้านขายยาคืนให้ แล้วจะพาเธอเดินดูรอบๆ โรงพยาบาลด้วย" จางจงเหวินเอ่ยชวน
เซี่ยฝานตอบ "คุณลุงจางครับ ผมขอพูดอะไรให้ชัดเจนก่อนนะครับ"
"ว่ามาสิ"
"ผมเป็นแค่ผู้เชี่ยวชาญรับเชิญ ถ้าโรงพยาบาลมีคนไข้ที่ต้องการให้ผมช่วยรักษา ผมก็จะเข้าไป แต่ผมจะไม่สแกนบัตรเข้างาน ไม่ประจำแผนกไหน ไม่รับตรวจคนไข้ทั่วไป ส่วนเรื่องเงินเดือนก็แล้วแต่คุณลุงจะกรุณาเลยครับ"
จางจงเหวินหัวเราะร่วน "เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าโรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่งของฉันมันเล็กเกินไป ระดับเทพอย่างเธอคงมองไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก"
เซี่ยฝานยิ้มรับก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ท่านเฉิน พรุ่งนี้ไปหาผมที่โรงพยาบาลรัฐอันดับหนึ่งนะครับ ผมจะทำการรักษาให้คุณอีกรอบเพื่อกระตุ้นให้ผลการรักษาคงที่"
"ได้เลย พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปรอแต่เช้าเลย" แววตาของเฉินซานเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ติ๊งต่อง
เสียงแจ้งเตือนวีแชตดังขึ้น
เซี่ยฝานหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
'เฉิงเฉิง' ส่งคำขอเพิ่มเพื่อนในวีแชต
นี่คือชื่อบัญชีวีแชตของซูมู่เฉิง
ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนลบเขาออกไปเองแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมาขอแอดเพื่อนใหม่เนี่ยนะ
แถมยังมีข้อความแนบมาด้วยว่า: ถึงเราจะหย่ากันแล้ว แต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นะ
เซี่ยฝานอดขำไม่ได้ อดีตภรรยาคงจะเห็นว่าเขาเริ่มมีอนาคตที่สดใส ก็เลยคิดจะหว่านเสน่ห์กั๊กเขาไว้เป็นยางอะไหล่ล่ะสิ แหม คิดตื้นๆ แบบนี้ กะจะมาหลอกใครเขาล่ะ
เขาไม่ลังเลเลยสักนิด นิ้วกดปุ่ม 'ปฏิเสธ' ทันที
ยามตกต่ำไม่เหลียวแล ยามได้ดีแกเป็นใคร?
แอดวีแชตหาพระแสงอะไรล่ะ!
[จบแล้ว]