- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 13 ความกระตือรือร้นที่คาดไม่ถึง
บทที่ 13 ความกระตือรือร้นที่คาดไม่ถึง
บทที่ 13 ความกระตือรือร้นที่คาดไม่ถึง
บทที่ 13 ความกระตือรือร้นที่คาดไม่ถึง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน พอจางซินอิ่งตื่นขึ้นมาจากการหลับสนิท แสงไฟนอกหน้าต่างก็เริ่มสว่างไสวขึ้นแล้ว
อาจเป็นเพราะได้นอนในที่ที่คุ้นเคย คราวนี้จางซินอิ่งถึงได้นอนหลับสนิทอย่างแท้จริงเสียที
และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปีที่เธอไม่ได้ฝันถึงเงาร่างที่น่ารังเกียจนั่นอีก
เห็นจางซินอิ่งทำตัวสบายๆ อยู่ต่อหน้ามู่หลิงเสวี่ยแบบนี้ แต่ความเจ็บปวดในใจเธอนั้นยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้
เวลาที่คุณทุ่มเทความรู้สึกดีๆ ให้ใครสักคน มันใช่เรื่องที่จะตัดใจก็ตัดใจได้ง่ายๆ ซะที่ไหนล่ะ
อย่างน้อยตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา จางซินอิ่งก็พยายามแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เคยตัดใจจากความรู้สึกนี้ได้อย่างเด็ดขาดสักที
พอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ไอ้เงานั่นก็จะโผล่มาป่วนเหมือนพวกอันธพาล คอยกวนใจไม่ให้เธอได้อยู่อย่างสงบ
ราวกับคอยย้ำเตือนว่าเขายังมีตัวตนอยู่ ทำให้เธอทั้งเจ็บปวดและทำอะไรไม่ได้
ถึงแม้การที่ไม่ฝันถึงเขาเป็นครั้งแรกจะทำให้รู้สึกโหวงๆ ไปบ้าง แต่นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็ได้
"ซินอิ่ง สู้ๆ นะ ไม่มีเขาเธอก็อยู่ได้แถมยังดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ"
หลังจากให้กำลังใจตัวเองอย่างกระตือรือร้น จางซินอิ่งก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกจากห้อง
พอมู่หลิงเสวี่ยที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นเห็นจางซินอิ่งเดินออกมา ก็รีบลุกขึ้นมาหาทันที
"ในที่สุดก็ตื่นสักที ไปกันเถอะ ไปหาอะไรกินมื้อดึกฉลองที่เธอกลับมากัน!"
จางซินอิ่งสังเกตเห็นประตูห้องอีกบานที่ปิดสนิทอยู่
"เอ๊ะ ห้องนั้นปล่อยเช่าไปแล้วเหรอ?"
ที่ถามแบบนี้ก็เพราะปกติแล้วมู่หลิงเสวี่ยจะไม่ปิดประตูห้อง โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีคนอยู่
มู่หลิงเสวี่ยบอกว่าเพื่อให้อากาศถ่ายเทน่ะ
แต่ตอนนี้ประตูบานนั้นกลับปิดสนิท จางซินอิ่งเลยเดาว่าน่าจะมีคนมาอยู่แล้ว
มู่หลิงเสวี่ยก็ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้อยู่พอดี
"พอดีมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ก็เลยปล่อยเช่าห้องนั้นให้ผู้ชายคนนึงไป"
"ถึงดูแล้วเขาจะไม่น่าใช่คนเลวก็เถอะ แต่เธอก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน"
"ถ้าโดนเขาตอแยก็มาบอกฉันได้เลยนะ ฉันจะไล่มันตะเพิดออกไปทันที"
ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า แต่มู่หลิงเสวี่ยพูดประโยคพวกนี้ซะเสียงดังฟังชัด เหมือนตั้งใจจะพูดให้ใครบางคนฟังซะอย่างนั้น
ทำเอาหลินอี้ที่ยืนอยู่หลังประตูถึงกับยิ้มแหย
เมื่อกี้มีแวบหนึ่งที่หลินอี้อยากจะพุ่งออกไปกอดร่างที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันทั้งคืน
แต่หลินอี้ก็รู้ตัวดีว่าตัวเองทำผิดไว้มาก สุดท้ายก็เลยรวบรวมความกล้าออกไปเผชิญหน้าไม่ได้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือหลินอี้กำลังกลัวต่างหาก
หลินอี้กลัวว่าเธอจะปฏิเสธ กลัวว่าจะสูญเสียโอกาสเดียวที่จะได้อยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับเธอในตอนนี้ไป
พอรู้สึกว่าพวกเธอเดินออกไปแล้ว หลินอี้ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างหมดแรง
นึกว่าตัวเองจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างได้แบบชิลๆ แล้วเชียว แต่พอต้องมาเผชิญหน้าจริงๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองกลัวการสูญเสียมากขนาดไหน
ตอนนั้นเองหลินอี้ถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตอนที่ตัวเองปฏิเสธเธอไปตอนนั้นมันโหดร้ายขนาดไหน
แล้วตอนที่เธอต้องเผชิญกับท่าทีเย็นชาเสแสร้งของเขา เธอจะต้องเจ็บปวดทรมานขนาดไหนกันนะ!
ท่ามกลางความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เวลาได้ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนโดยไม่รู้ตัว
เมื่อล็อกอินเข้าเกมอีกครั้ง หลินอี้ถึงได้มีโอกาสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ดูเหมือนการหนีปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการเบี่ยงเบนความสนใจสินะ
เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็จะมีแคปซูลเกมออกมาขายแล้ว พอถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องมานั่งนับเวลาล็อกอินเข้าเกมแบบนี้อีก
การใช้แคปซูลเกมล็อกอินจะไม่โดนจำกัดเวลาเล่น เพราะสารอาหารในแคปซูลนั้นเพียงพอต่อความต้องการพลังงานของร่างกายผู้ใหญ่ในหนึ่งวันแล้ว
และในขณะที่ผู้เล่นกำลังเล่นเกมอยู่ในแคปซูล ตัวแคปซูลก็จะช่วยออกกำลังกายและกระตุ้นการทำงานของร่างกายไปพร้อมๆ กัน เหมือนกับทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเลย
แบบนี้ต่อให้เล่นอยู่ในแคปซูลสักสามวันสามคืน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาสุขภาพจากการที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายเป็นเวลานานๆ
………………
เมื่อหลินอี้มาโผล่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ยอีกครั้ง บนลานกว้างของหมู่บ้านชิงสุ่ยก็มีประตูวาร์ปขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ รอบๆ ประตูวาร์ปมีแสงประหลาดแผ่ซ่านออกมา
นี่คือประตูวาร์ปที่เชื่อมต่อไปยัง 4 เมืองหลัก
ในขณะที่หลินอี้กำลังเดินไปที่ประตูวาร์ปเพื่อจะไปยังเมืองหลัก จู่ๆ ก็มีเสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นรอบตัว
ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดร้องดังลั่นจนแสบแก้วหู
"พระเจ้าช่วย ดูสิว่าฉันเจอใคร!"
"เฟิงหัว นั่นมันเทพเฟิงหัวนี่นา!"
"กรี๊ดดดด เทพเฟิงหัวตัวจริงเสียงจริง!"
"แกหยิกฉันทีสิ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!"
เสียงกรี๊ดแสบแก้วหูดังระงมไม่ขาดสาย ทำเอาหลินอี้ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"พวกเธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?"
ตอนนั้นเองก็มีนักบวชหญิงคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาหาหลินอี้ ทำหน้าตาคาดหวังสุดๆ
"เทพเฟิงหัวคะ พาฉันไปปั่นเลเวลหน่อยได้ไหม ฉันยอมเป็นแฟนคุณในชีวิตจริงเลยนะ จะมาอยู่ด้วยกันเลยก็ได้!"
ยังไม่ทันที่หลินอี้จะตั้งตัว นักรบหญิงอีกคนก็พุ่งเข้ามาผลักนักบวชหญิงกระเด็นไป
"ไสหัวไปเลย หล่อนมาเกี่ยวอะไรด้วย เทพเฟิงหัวเป็นของฉันยะ"
"ไม่ๆๆ ของฉันต่างหาก ฉันยอมจ่ายเงินให้เทพเฟิงหัวพาฉันปั่นเลเวลเลย"
"ฉันให้เลเวลละพันเลยเอ้า!"
"ถุย อีพวกยาจกนี่ พาฉันปั่น 1 เลเวล เอาไปเลยหมื่นนึง แถมให้นอนด้วยคืนนึงเอ้า"
"เชี่ย เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขาแรงกันขนาดนี้เลยเหรอวะ?"
เมื่อเห็นฝูงผู้เล่นหญิงรุมทึ้งกันอุตลุด ไม่ใช่แค่หลินอี้ที่อึ้งกิมกี่ ขนาดผู้เล่นชายรอบๆ ยังตาแดงก่ำด้วยความอิจฉา
"ใครอยากให้พาปั่นเลเวลบ้าง เลเวลละร้อยเอ้า!"
พอมีคนตะโกนแบบนี้ ก็เหมือนมีคนเห็นช่องทางทำมาหากิน รีบตะโกนแข่งอยู่วงนอกทันที
"ฉันพาปั่นเลเวลฟรี ขอแค่มาเป็นผ้าห่มแก้หนาวให้ก็พอ"
"หาแฟนจ้า พาปั่นเลเวลฟรีเลย!"
"ผมหล่อรวยสายเปย์ตัวจริง มีสาวสวยคนไหนอยากปาร์ตี้ด้วยไหมครับ!"
……
หลินอี้มองดูความวุ่นวายรอบตัว รู้สึกเหมือนมีม้าป่านับหมื่นตัววิ่งพล่านอยู่ในหัว
ใครก็ได้บอกทีว่านี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
ถ้าไม่ใช่เพราะเกมมีระบบห้ามผู้เล่นแตะเนื้อต้องตัวกันมากเกินไปโดยไม่ได้รับอนุญาตล่ะก็ หลินอี้เชื่อสนิทใจเลยว่าตัวเองคงโดนพวกผู้หญิงบ้าคลั่งพวกนี้ฉีกเป็นชิ้นๆ ภายในไม่กี่นาทีแหงๆ
"ขอทางหน่อย ขอทางหน่อยครับ!"
เพราะรอบตัวมีแต่ผู้หญิง หลินอี้ที่กลัวระบบจะเข้าใจผิดก็เลยไม่กล้าผลักพวกเธอออกไป ทำเอาหลินอี้ไปไม่เป็นเลยทีเดียว
นี่เขาดังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาดึงตัวหลินอี้วิ่งหนีออกมา
"เชี่ย อีหน้าด้านที่ไหนกล้ามาแย่งผัวฉัน"
"รีบขวางมันไว้ อย่าปล่อยให้มันพาเทพของฉันหนีไปได้นะ"
……
ในตอนนั้นเอง ร่างที่กำลังลากตัวหลินอี้วิ่งอยู่ก็ถามขึ้นมา
"นายจะไปไหน?"
นาทีนี้หลินอี้ไม่มีเวลาคิดอะไรแล้ว แค่อยากจะหนีไปให้พ้นๆ จากยัยพวกผู้หญิงบ้าคลั่งพวกนี้ให้เร็วที่สุด
"ไปประตูวาร์ปตรงกลางลานกว้าง"
"โอเค ตามฉันมา"
เห็นผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กๆ แถมยังเป็นนักบวชอีก
แต่กลับแรงเยอะใช่เล่น ฝ่าวงล้อมผู้หญิงที่ขวางทางมาได้ตลอดรอดฝั่ง จนพาหลินอี้มาถึงบริเวณประตูวาร์ปได้สำเร็จ
หลินอี้พูดอย่างซาบซึ้งใจ:
"ขอบคุณนะ!"
"ฮิฮิ ไม่เป็นไร"
เมื่อหลินอี้ไปยืนอยู่ในบริเวณประตูวาร์ป เขาก็เลือกวาร์ปทันที
กรุณาเลือกเมืองหลักที่คุณต้องการเดินทางไป:
【เมืองวิหคเพลิง】, 【เมืองเต่าดำ】, 【เมืองมังกรฟ้า】, 【เมืองพยัคฆ์ขาว】
หลังจากหลินอี้เลือกไปยังเมืองมังกรฟ้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองคนที่ช่วยเขาให้รอดพ้นจาก 'ทะเลทุกข์' เมื่อครู่นี้
ID ของเธอ
หลินอี้ถึงกับอึ้งไปเลย!
"กบชอบยิ้ม"