- หน้าแรก
- เกมออฟโธรนส์ จากลูกนอกสมรสสู่ชาวนา
- บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการเขียนจดหมาย
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการเขียนจดหมาย
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการเขียนจดหมาย
บทที่ 27 อัจฉริยะด้านการเขียนจดหมาย
ภายในปราสาทหลักของวินเทอร์เฟลล์แห่งแดนเหนือ
"ท่านลอร์ด เมื่อเช้านี้ที่หอเลี้ยงนกเรฟเวนได้รับจดหมายสามฉบับ ข้าคิดว่าท่านควรจะอ่านมันด้วยตนเอง" เมสเตอร์ลูวินกล่าวขณะก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับจดหมายสามฉบับในมือ
"เป็นจดหมายจากอาร์เธอร์ ส่งมาถึงท่าน จอน และร็อบบ์ โดยส่งมาจากไวท์ฮาร์เบอร์"
"อาร์เธอร์หรือ" เอ็ดดาร์ด สตาร์ค ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ "ดูเหมือนว่าเขาจะเดินทางถึงสตาร์ฟอลล์อย่างปลอดภัยแล้วสินะ"
"เอ่อ..." เมสเตอร์ลูวินวางจดหมายลงบนโต๊ะแล้วคะยั้นคะยอ "ท่านควรอ่านดูก่อนเถิด"
เมื่อเห็นท่าทางที่ผิดปกติของเมสเตอร์ลูวิน เอ็ดดาร์ดจึงขมวดคิ้วและเริ่มอ่านเนื้อหาในจดหมาย
ถึง ท่านลุงเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ผู้เป็นที่รัก
กว่าที่ท่านจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้ คนของข้าคงจะถึงนครบราวอสที่อยู่อีกฟากของทะเลแคบแล้ว และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าจะพำนักอยู่ที่บราวอสสักระยะหนึ่ง
มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ข้าต้องเปลี่ยนแผนการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพายุที่พัดมา พายุลูกนี้ทำให้เรือใบสีม่วงแห่งบราวอสที่ข้านั่งมานั้นเกยตื้นและอับปางลงใกล้กับเกาะสวีทซิสเตอร์ในหมู่เกาะสามพี่น้อง
นับเป็นโชคดีที่ท่านลอร์ดของที่นี่ เคานต์กอดริค เป็นคนมีน้ำใจโอบอ้อมอารี คนของเขาไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตข้าและลูกเรือไว้ได้เท่านั้น แต่ยังกุลีกุจอช่วยกัปตันกู้ซากเรือที่จมลงด้วย
ข้าได้ลิ้มลองอาหารจานพิเศษที่เรียกว่า สตูสามพี่น้อง ภายใต้หลังคาบ้านของเขา และมันช่างเลิศรสยิ่งนัก
อาหารจานนี้แตกต่างจากเรื่องเล่าของแม่นมแก่ๆ เพราะส่วนผสมหลักคือปูสามชนิด มิได้มีพี่สาวน้องสาวอยู่ในนั้นแต่อย่างใด
เดิมทีเคานต์กอดริคตั้งใจจะส่งข้ากลับไปยังไวท์ฮาร์เบอร์ โดยให้เหล่าลูกเรือพักเป็นแขกอยู่บนเกาะ และจะส่งพวกเขากลับไปหลังจากเรือที่ไปส่งข้าเดินทางกลับมาถึง
แต่ข้ามีความคิดที่จะเดินทางข้ามทะเลแคบอยู่แล้ว จึงเสนอต่อท่านเคานต์ให้ส่งข้าไปยังบราวอสพร้อมกับพวกเขาเลย
กัปตันชาวบราวอสคนนี้มีชื่อว่าวิกตา เขามีอาชีพหลักคือการเดินเรือขนส่งข้ามทะเลแคบ
วิกตาแนะนำข้าเกี่ยวกับบราวอสว่า อุตสาหกรรมการต่อเรือที่นั่นก้าวหน้ามาก แต่กลับมีการสั่งห้ามตัดต้นไม้ แม้แต่ฟืนสำหรับก่อไฟก็ยังต้องขนส่งมาทางเรือบรรทุกสินค้า
ข้าจึงคิดในใจว่า นี่มิใช่โอกาสอันดีในการหาตลาดรองรับเหล้าลูกท้อและไม้กระดานที่ผลิตจากคฤหาสน์สวนลูกท้อหรอกหรือ
โปรดรอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย!
—จากหลานชายผู้รู้ความของท่าน อาร์เธอร์ สโนว์
"อาร์เธอร์ไปบราวอสอย่างนั้นหรือ" รอยขมวดคิ้วของเอ็ดดาร์ดลึกขึ้นจนเป็นร่องหน้าผาก ใบหน้าที่ยาวและจริงจังของเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสุขุมเอาไว้ "กอดริคเป็นคนมีน้ำใจโอบอ้อมอารีงั้นหรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน"
"ยังมีอีกฉบับที่เขียนถึงจอน ข้าคิดว่าท่านควรจะอ่านฉบับนี้ด้วยเช่นกัน" เมสเตอร์ลูวินผายมือให้ลอร์ดเอ็ดดาร์ดดูจดหมายอีกฉบับ
"พิจารณาดูเถิดว่าควรจะให้จอนเห็นจดหมายฉบับนี้ในภายหลังหรือไม่"
เอ็ดดาร์ดหยิบจดหมายฉบับต่อมาด้วยความระแวงและเริ่มอ่าน
ถึง จอน สโนว์ ลูกพี่ลูกน้องผู้เป็นที่รัก
กว่าที่เจ้าจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้ เรือที่ข้านั่งมาคงจะแล่นผ่านใต้หว่างขาของเทวรูปยักษ์แห่งบราวอสไปแล้ว
ดวงตาของเทวรูปยักษ์เปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า และยามที่มันแผดคำราม เสียงนั้นจะดังขจรขจายไปทั่วทั้งนครบราวอส
มันมีความสูงอย่างเหลือเชื่อ สามารถก้าวข้ามกำแพงชั้นในและชั้นนอกของวินเทอร์เฟลล์ได้เพียงก้าวเดียว หากมันสามารถขยับเขยื้อนได้ล่ะก็
นอกจากนั้น ข้ายังได้ไปเป็นแขกที่หมู่เกาะสามพี่น้อง พายุหอบข้าไปที่นั่น และเคานต์กอดริคได้ต้อนรับข้าอย่างอบอุ่น
สิ่งที่ทำให้ข้าประหลาดใจคือ เขาบอกว่าเคยพบท่านลุงในช่วงสงครามผู้ชิงบัลลังก์ หรือที่ปัจจุบันควรเรียกว่าการกบฏของโรเบิร์ต แต่เขาบอกว่าในตอนนั้นทุกคนเรียกกันเช่นนั้น
เขาเล่าว่าท่านลุงก็เผชิญกับพายุขณะเดินทางโดยเรือเช่นเดียวกับข้า พายุลูกนั้นนำพาพวกท่านมายังเกาะสวีทซิสเตอร์
ที่ต่างจากข้าคือ ชาวประมงที่พาท่านลุงข้ามอ่าวฟันปลานั้นโชคร้ายจมน้ำเสียชีวิต แต่ลูกสาวของเขากลับพยายามอย่างสุดความสามารถพาท่านลุงมาถึงหมู่เกาะสามพี่น้องก่อนที่เรือจะอับปาง
มีข่าวลือว่าท่านลุงทิ้งถุงเงินที่เต็มไปด้วยเหรียญเงินไว้ให้เธอ และทำเธอตั้งครรภ์
เธอตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าจอน สโนว์ ตามชื่อของลอร์ดจอน อาร์ริน
ข้าไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่ข้าเคยเห็นเรื่องราวมากมายในหนังสือเกี่ยวกับสาวงามที่ช่วยชีวิตวีรบุรุษแล้วยอมพลีกายแต่งงานด้วย
มันช่างดูโรแมนติกและน่าอิจฉาเสียจริง
—จากลูกพี่ลูกน้องช่างพูดของเจ้า อาร์เธอร์ สโนว์
"นรกทั้งเจ็ด!" หลังจากอ่านจดหมายจบ ใบหน้าที่ยาวของเอ็ดดาร์ดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสลับม่วง เขาเผลอขยำจดหมายในมือจนเป็นก้อนกลมด้วยสัญชาตญาณ
"เด็กคนนี้เป็นอะไรไป เหตุใดถึงไปเชื่อคำพูดของกอดริค ลอร์ดโจรหัวล้านคนนั้น"
"ข่าวลือนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือเลย" เมสเตอร์ลูวินซุกมือเข้าไปในแขนเสื้อที่กว้างขวาง พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"แต่ในจดหมายดูเหมือนจะไม่ได้ระบุนะว่าเคานต์กอดริคนั้นหัวล้าน..."
เอ็ดดาร์ดเงยหน้าขึ้นและจ้องเขม็งไปที่เขา "ท่านเมสเตอร์ผู้ปราดเปรื่อง ทำเป็นว่าท่านไม่เคยเห็นจดหมายฉบับนี้ก็แล้วกัน"
"ถ้าเช่นนั้นจะจัดการกับจดหมายฉบับนี้อย่างไรดี" เมสเตอร์ลูวินถามพลางหดคอลง
"ท่านก็รู้ว่าอาร์เธอร์กับจอนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เขาเขียนถึงท่านแต่กลับไม่เขียนถึงจอน มันจะดูไม่มีเหตุผลเอาได้"
"ขอทีเถอะ" เอ็ดดาร์ดถอนหายใจพลางคลี่จดหมายที่ขยำไว้ออก และฝืนใจอ่านมันอีกครั้ง
เมื่อเห็นประโยคที่ว่าด้วยสาวงามช่วยวีรบุรุษและยอมแต่งงานด้วย ใบหน้าที่ยาวของเขาก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นสีระเรื่อ
เอ็ดดาร์ดพับจดหมายตรงส่วนที่สำคัญนั้นไว้
เมสเตอร์ลูวินก็หยิบกรรไกรออกมาจากแขนเสื้อได้ทันท่วงทีและถามว่า "ท่านต้องการอ่านจดหมายที่อาร์เธอร์เขียนถึงร็อบบ์ด้วยหรือไม่"
"ส่งมาให้ข้าดู" เอ็ดดาร์ดซึ่งมีความคิดว่าในเมื่ออ่านไปบ้างแล้วก็ควรอ่านให้หมด จึงกวาดสายตาผ่านจดหมายฉบับสุดท้าย
ถึง ร็อบบ์ สตาร์ค ลูกพี่ลูกน้องผู้เป็นที่รัก
กว่าที่เจ้าจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าคงจะได้เข้าพักในเรือนพักแห่งหนึ่งในบราวอส ซึ่งจัดหาให้โดยพ่อค้าประกันภัย
เจ้าไม่รู้หรอกว่าการเดินทางไปบราวอสนั้นอันตรายเพียงใด
เอ่อ... ข้าเดาว่าเจ้าน่าจะพอรู้ ตอนนี้เป็นฤดูร้อน และทะเลแคบแทบจะไม่มีพายุเลย
ข้าหมายถึงผู้คนจากหมู่เกาะสามพี่น้องที่ร่วมเดินทางไปกับข้านั้นต่างหากที่ตกอยู่ในอันตราย เพราะพวกเขานิยมการมวยปล้ำเป็นชีวิตจิตใจ
โรดริค สตาร์ค บรรพบุรุษของเราเคยชนะเกาะหมีมาจากพวกชาวเหล็กไหลด้วยการมวยปล้ำ บางทีคนที่อาศัยอยู่บนเกาะอาจจะชอบมวยปล้ำกันทุกคน
ระหว่างทางไปบราวอส ข้ามวยปล้ำกับพวกเขาทุกวัน เหมือนกับที่เราฝึกวิชาดาบกันทุกเช้านั่นแหละ
เพียงแต่ว่าในเวลาต่อมา พวกเขาเริ่มชอบมวยปล้ำน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะการมวยปล้ำกับข้า
เรื่องนี้ทำให้ข้าคิดถึงวันเวลาที่ได้ฝึกดาบร่วมกับเจ้าและจอนในวินเทอร์เฟลล์อย่างสุดซึ้ง
—จากลูกพี่ลูกน้องของเจ้า อาร์เธอร์ สโนว์ ผู้ซึ่งคิดถึงเจ้าเหลือเกิน
"ดูเหมือนอาร์เธอร์จะไปได้สวยในบราวอส" อาจเป็นเพราะข้อมูลในจดหมายสองฉบับแรกนั้นหนักหนาเกินไป เอ็ดดาร์ดจึงแทบไม่ขมวดคิ้วเลยหลังจากอ่านฉบับนี้
"เมสเตอร์ลูวิน ท่านพอจะทราบชัดเจนหรือไม่ว่าพ่อค้าประกันภัยนี้มีหน้าที่ทำอะไร"
"ข้าเคยได้ยินเรื่องของพวกเขาตอนที่ศึกษาอยู่ที่ซิทาเดล พวกเขามีตัวตนอยู่ในเหล่านครอิสระและขายสัญญาประกันภัยประเภทหนึ่งให้กับบรรดากัปตันเรือ" เมสเตอร์ลูวินกล่าวขณะนั่งลงบนม้านั่งและเล็มขอบจดหมาย
"หากเรือของพวกเขาสูญหายไปในพายุหรือถูกโจรสลัดปล้น ฝ่ายที่ทำสัญญาประกันภัยจะรับประกันการชดเชยอย่างเต็มจำนวนตามมูลค่าของเรือและสินค้า"
ท้ายที่สุด เมสเตอร์ลูวินก็เม้มริมฝีปากและย้ำว่า "ท่านลอร์ด ท่านควรจะตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของพายุให้ดีนะขอรับ"
"ท่านเมสเตอร์ อย่าได้เอ่ยถึงพายุอีกเลย" เอ็ดดาร์ดไม่อยากจะนึกถึงเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้น
"ข้าหมายความว่า ความเสี่ยงมักจะมาพร้อมกับผลตอบแทนเสมอ" เมสเตอร์ลูวินโยนเศษจดหมายที่ตัดทิ้งลงในเตาผิง
"บราวอสเป็นหนึ่งในเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเรือสินค้าที่ไปบราวอสมักจะนำกำไรมหาศาลกลับมา"
"พวกเราสามารถทำตามที่จดหมายของอาร์เธอร์บอกได้จริงๆ" เมสเตอร์ลูวินให้คำปรึกษาที่ซื่อสัตย์ต่อลอร์ดที่เขารับใช้ตามปกติ
"พวกเราสามารถขนส่งเหล้าลูกท้อส่วนเกินและไม้กระดานที่กองพะเนินอยู่ในโกดังทั้งสามแห่งไปยังไวท์ฮาร์เบอร์ เพื่อดูว่าสิ่งเหล่านั้นจะสามารถขายได้ในบราวอสหรือไม่"
"ให้เวน พูล เป็นคนจัดการรายละเอียด" เอ็ดดาร์ดครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเห็นชอบ "ส่งไม้กระดาน เหล้าลูกท้อ และขนสัตว์ส่วนเกินไปยังไวท์ฮาร์เบอร์ ข้าจะเขียนจดหมายถึงไวแมน แมนเดอร์ลี เพื่อขอให้เขาจัดเตรียมพื้นที่ในโกดังไว้ให้"
...
ณ ป่าละเมาะในเขตที่ดินของตระกูลที่ไวท์ฮาร์เบอร์
"ท่านพี่ อาร์เธอร์ สโนว์ เขียนจดหมายมาหาท่าน" ไวลา แมนเดอร์ลี โบกซองจดหมายในมือและวิ่งเข้าไปในป่า ผมเปียยาวของเธอแกว่งไกวไปมาตามจังหวะการวิ่ง
"ข้าว่าเขาต้องหลงรักท่านเข้าแล้วแน่ๆ"
วินาเฟรด แมนเดอร์ลี กำลังตรวจสอบการเจริญเติบโตของต้นลูกท้อในป่า และเห็นน้องสาวของเธอเกือบจะสะดุดก้อนหินล้มขณะที่วิ่งมา
"ระวังหน่อยสิ ยัยเด็กบ้า" วินาเฟรดกล่าวตำหนิเบาๆ "เจ้าทำตัวรีบร้อนแบบนี้ทั้งวัน มาดูซิว่าขุนนางคนไหนจะมาติดใจเจ้า"
ไวลาหัวเราะคิกคักและยื่นซองจดหมายให้พี่สาวราวกับจะมอบสมบัติให้ พร้อมกับพูดย้ำว่า "อาร์เธอร์ สโนว์ คนนี้เขียนจดหมายมาหาท่านหลังจากเขาจากไปไม่ถึงเดือนหรือสองเดือน เขาต้องหลงรักท่านแน่ๆ ท่านพี่"
วินาเฟรดถอนหายใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ตระกูลแมนเดอร์ลีไม่มีทายาทชายในรุ่นของเธอ และเธอมีโอกาสสูงมากที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลแมนเดอร์ลี สถานะลูกนอกสมรสของอาร์เธอร์ สโนว์ ทำให้เขาไม่มีทางเป็นคู่ครองที่เหมาะสมสำหรับเธอได้เลย
"เลิกฟังบทเพลงของเจ้าพวก 'คนโง่' อย่างฟลอเรียนและจอนควิลทุกวันได้แล้ว" วินาเฟรดรับซองจดหมายมาจากมือของไวลา และว่ากล่าวสั่งสอนน้องสาวด้วยท่าทีของพี่คนโต
"ชีวิตจริงมิใช่บทเพลง มิฉะนั้นสักวันหนึ่งเจ้าจะต้องผิดหวังอย่างหนัก"
ไวลาแลบลิ้นและยกคำพูดที่ 'คนโง่' ฟลอเรียนเคยกล่าวกับจอนควิลมาพูดว่า
"แม่นางผู้เลอโฉม หากเป็นเรื่องของสตรีแล้ว ชายใดเล่าที่มิใช่คนโง่ ชายใดเล่าที่มิใช่อัศวิน"
"เขาอายุเพียง 10 ปีเท่านั้น" วินาเฟรดลูบผมของน้องสาว "เขายังเป็นแค่เด็กชาย"
"ลูกนอกสมรสโตเร็วกว่าคนทั่วไปนะ" ไวลาสลัดมือของวินาเฟรดออก "อีกอย่าง ชายคนไหนบ้างที่ไม่ได้เติบโตมาจากเด็กชาย"