- หน้าแรก
- เกมออฟโธรนส์ จากลูกนอกสมรสสู่ชาวนา
- บทที่ 10 คำอวยพรของแคทลิน
บทที่ 10 คำอวยพรของแคทลิน
บทที่ 10 คำอวยพรของแคทลิน
บทที่ 10 คำอวยพรของแคทลิน
วิหารแห่งวินเทอร์เฟลเป็นเพียงวิหารขนาดเล็กของเทพเจ้าทั้งเจ็ดที่เอ็ดดาร์ดสร้างขึ้นเพื่อนางโดยเฉพาะ
นับตั้งแต่เอ็ดดาร์ดเดินทางลงใต้ แคทลินจะสวดอ้อนวอนในวิหารวันละเจ็ดครั้งต่อหน้าเทวรูปทั้งเจ็ดพระพักตร์ นางจุดเทียนเบื้องหน้าเทวรูปนักรบเพื่อสวดภาวนาให้เอ็ดดาร์ด สตาร์ค ผู้เป็นสามี โดยหวังว่าเขาจะสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย
หลังจากเสร็จสิ้นการสวดมนต์ตามกิจวัตรทั้งเจ็ดครั้ง แคทลินรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ คำขอสองประการที่เคาน์เตสดัสตินเสนอมานั้นทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง
ยามใดที่นางหลับตาลง ใบหน้าอันบึ้งตึงและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของเคาน์เตสดัสตินมักจะปรากฏขึ้นในความคิดเสมอ
เรื่องที่ซานซาจะต้องแต่งงานกับโดมินิก และอาร์เธอร์ สโนว์ จะต้องไปยังบาร์โรว์ตันเพื่อเป็นคนถือจอกหรือบุตรบุญธรรมของเคาน์เตสดัสติน
นางเคยสังเกตโดมินิกมาก่อน กิริยาท่าทางและคำพูดคำจาของเขาดูเหมาะสมยิ่งนักราวกับอัศวินจากแดนใต้ แต่ทันทีที่นางเห็นตราสัญลักษณ์รูปคนถูกถลกหนังสีแดงบนตัวเขา นางกลับนึกถึงดวงตาอันซีดเผือดของลอร์ดรูส บอลตัน และภาพลักษณ์ของชายที่ตามตัวเต็มไปด้วยปลิง
"ไม่มีวันเด็ดขาด" แคทลินกระซิบกับเทวรูปพระแม่ด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน "นางสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้"
สำหรับพวกลูกนอกสมรส แคทลินทอดถอนใจ นางปรารถนาจะให้พวกเขาไปพ้นจากวินเทอร์เฟลหรือแม้แต่พ้นไปจากแดนเหนือเสียด้วยซ้ำ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่การไปเป็นคนถือจอกหรือบุตรบุญธรรมของเคาน์เตสดัสติน
นางรู้ดีว่าเคาน์เตสดัสตินเกลียดชังพวกตนเสมอมา และหญิงผู้นั้นจะต้องใช้อาร์เธอร์ สโนว์ มาเป็นเครื่องมือสั่นคลอนอำนาจการปกครองของร็อบบ์และทายาทในอนาคตอย่างแน่นอน
"อาร์เธอร์ สโนว์ อยู่ที่ไหน" แคทลินรู้สึกว่าจำเป็นต้องพูดคุยกับเด็กคนนั้น
"ข้าได้ยินจากพวกทหารยามว่าเขาลงไปที่ห้องใต้ดินกับเคาน์เตสดัสตินขอรับ ทหารยามบอกข้ายามที่เขามาขอรับกุญแจห้องใต้ดินไปจากข้า" บราเดอร์แชล ผู้ดูแลวิหารขนาดเล็กตอบ
"พวกเขาน่าจะออกจากห้องใต้ดินมาแล้ว หากเขาไม่ได้อยู่ที่ลานฝึกฝน ก็ควรจะอยู่ที่หอคอยห้องสมุด"
การคาดคะเนของบราเดอร์แชลนั้นถูกต้อง ในเวลานี้อาร์เธอร์กำลังอ่านหนังสืออยู่ภายในหอคอยห้องสมุด
อย่างไรก็ตาม แม้ดวงตาของอาร์เธอร์จะจับจ้องอยู่ที่ตัวหนังสือ แต่จิตใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องอื่น คำพูดของเคาน์เตสดัสตินในห้องใต้ดินส่งผลกระทบต่อเขาอย่างลึกซึ้ง
เมื่อครั้งที่อาร์เธอร์ข้ามมิติมาครั้งแรกและค้นพบแผงระบบสามก๊กพิฆาต เขาเคยคิดฝันถึงการได้นั่งบนบัลลังก์เหล็กที่เอกอน ทาร์แกเรียน หลอมขึ้นจากดาบนับพันเล่ม
หากทำไม่สำเร็จ เขาก็อาจจะข้ามทะเลแคบไปยังทวีปเอสซอสเพื่อเป็นผู้ขี่มังกรหรืออะไรทำนองนั้น
โชคดีที่ดวงตาสีฟ้าอันสื่อความหมายของแคทลินในเวลาต่อมาทำให้เขาต้องยอมรับความจริง อคติของผู้คนที่มีต่อลูกนอกสมรสนั้นเปรียบเสมือนภูเขาลูกใหญ่ที่ยากยิ่งจะสั่นคลอน
เขาถูกรังเกียจและกีดกันในวินเทอร์เฟลอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับการต้องฝ่าฟันชนชั้นทางสังคมหลายระดับ เพื่อเอาชนะใจหรือสยบผู้คนในเจ็ดราชอาณาจักรให้ยอมสวามิภักดิ์เพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์เหล็กนั่น
ก่อนจะได้พูดคุยกับเคาน์เตสดัสติน เดิมทีเขาตั้งใจจะทำตามความคาดหวังของเอ็ดดาร์ดผู้เป็นอา นั่นคือการเป็นลอร์ดในแดนเหนือเพื่อสลัดนามสกุลลูกนอกสมรสทิ้งและกลายเป็นสาขาหนึ่งของตระกูลสตาร์ค เพื่อคว้าตั๋วเข้าร่วมชิงชัยในมหาศึกชิงบัลลังก์
ดินแดนเหนือนั้นกว้างใหญ่และมีประชากรเบาบาง ด้วยความช่วยเหลือจากระบบและท่านอาที่เป็นถึงดีุค อาร์เธอร์มั่นใจอย่างยิ่งในการจัดการและพัฒนาเขตแดนของตนให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับตระกูลคาร์สตาร์คแห่งคาร์โฮลด์ หรือตระกูลเกรย์สตาร์คที่สูญสิ้นไปแล้ว
เขาถึงกับคิดเรื่องนามสกุล ตราประจำตระกูล และคำขวัญเอาไว้แล้ว นามสกุลอาจจะเป็น เพอร์เพิลสตาร์ค หรือ พีชสตาร์ค
ตราประจำตระกูลคือรูปลูกท้อที่ถูกกัดตั้งอยู่บนพื้นหลังสีม่วง
คำขวัญประจำตระกูลคือ "ปกครองด้วยธรรม"
สำหรับการพัฒนาฝีมือของตนเอง อาร์เธอร์ยึดถือท่านอา "ดาบแห่งรุ่งอรุณ" เซอร์อาร์เธอร์ เดน เป็นต้นแบบเสมอมา ตามความปรารถนาของอัชชารา เดน มารดาผู้ล่วงลับ
ทว่าหลังจากได้สนทนากับเคาน์เตสดัสติน อาร์เธอร์ตระหนักได้ว่าสถานะของเขาไม่อาจยอมให้เขาพำนักอยู่ในแดนเหนือได้อีกต่อไป
เขาไม่เหมือนกับจอน เขาคือบุตรนอกสมรสของแบรนดอน สตาร์ค และเขายังมีอายุมากกว่าร็อบบ์ สตาร์ค
เขาเป็นข้ออ้างและหมากโดยธรรมชาติสำหรับเหล่าผู้ที่ไม่พอใจต่อวินเทอร์เฟล และผู้ที่ไม่พอใจต่ออำนาจการปกครองของเอ็ดดาร์ด สตาร์ค รวมถึงทายาทของเขา
ตราบใดที่อาร์เธอร์ยังอยู่ในแดนเหนือ ย่อมจะมีผู้คนหรือขุมกำลังที่ไม่พอใจการปกครองของวินเทอร์เฟลคอยมายุยงให้เขาต่อต้านวินเทอร์เฟลอยู่ร่ำไป
อาร์เธอร์มองแผนการเหล่านี้ออก แต่เขาก็เข้าใจดีว่าผู้ที่มายุยงเขา ก็สามารถไปยุยงผู้คนภายในวินเทอร์เฟลได้เช่นกัน
แม้ว่าเลดี้แคทลินจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ ว่าปรารถนาให้เขาไปจากวินเทอร์เฟลหรือแม้แต่ไปจากแดนเหนือ และหากเป็นไปได้ก็ไม่ต้องกลับมาอีกเลย
แต่การกระทำและท่าทีของนางตลอดมาก็ได้บ่งบอกเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว
ท่านอาเอ็ดดาร์ดเลี้ยงดูเขามาและมอบทุกสิ่งที่มอบให้ได้ อาร์เธอร์ไม่อยากทำให้ท่านอาต้องลำบากใจ
แดนเหนือมีประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เมื่อฤดูหนาวกำลังมาเยือน เหล่าผู้เฒ่า เด็กน้อย ผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ผู้ที่ไร้ทายาท ผู้ไร้บ้าน และคนอื่นๆ ที่ครอบครัวไม่อาจเลี้ยงดูได้ไหว จะต้องออกจากบ้านไปเมื่อหิมะแรกโปรยปราย เพื่อให้ญาติพี่น้องของพวกเขามีโอกาสรอดชีวิตไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิหน้าได้มากขึ้น
ในปัจจุบันยังคงเป็นฤดูร้อนในแดนเหนือ แต่สำหรับเขาแล้ว ฤดูหนาวกำลังมาเยือน
...
แคทลินพบตัวลูกนอกสมรสที่หอคอยห้องสมุด
"เลดี้สตาร์ค? ท่านมาหาหนังสือหรือขอรับ" อาร์เธอร์ สโนว์ ถือหนังสืออยู่ในมือ ลูกนอกสมรสดูจะประหลาดใจเล็กน้อยกับการมาถึงของนาง พวกเขาแทบไม่เคยพบกันลำพัง และยิ่งพูดคุยกันน้อยยิ่งกว่าน้อย
"อันที่จริง ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า ข้าตามหาเจ้าก่อนหน้านี้ แต่พวกเขานบอกว่าเจ้ากำลังสวดมนต์อยู่ ข้าเลยไม่อยากรบกวน"
"ตามหาข้าหรือขอรับ"
เป็นเรื่องที่ต้องการให้ไปเป็นคนถือจอกที่บาร์โรว์ตันอย่างนั้นหรือ
ผู้หญิงคนนั้นล่อลวงเขาได้สำเร็จจริงๆ ข้ารู้มาตลอดว่าเลือดแห่งการทรยศและความปรารถนาไหลเวียนอยู่ในกายของพวกลูกนอกสมรส
แคทลินมองลูกนอกสมรสตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมสีดำน้ำตาล ดวงตาสีม่วงสว่างสดใสหนึ่งคู่ เขาตัวสูงและแข็งแรงกว่าร็อบบ์ ทุกครั้งที่ลูกนอกสมรสผู้นี้จับดาบประลองกับร็อบบ์... นางรู้สึกราวกับได้เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่แบรนดอน สตาร์ค ประลองกับปีเตอร์ 'นิ้วก้อย' เบลิช เด็กในปกครองของโฮสเตอร์ ทัลลี บิดาของนางเพื่อแย่งชิงตัวนาง
หากนางไม่ได้ขอชีวิตเอาไว้ เบลิชคงต้องตายด้วยคมดาบของแบรนดอน สตาร์ค ไปแล้ว
"จดจำสถานะของตนเองไว้ เจ้าเป็นลูกนอกสมรส" นางรอให้เขาพูดไม่ไหว แคทลินคิดในใจ
"ข้าจะไม่ยินยอม เจ้าจะไปที่บาร์โรว์ตันเพื่อเป็นคนถือจอกของบาร์เบรย์ ดัสติน ไม่ได้"
"คนถือจอกหรือ? เคาน์เตสดัสตินเชิญข้าจริง แต่ข้าไม่ได้ตอบตกลง" อาร์เธอร์ชินชาเสียแล้วกับสายตาที่แคทลินมองมายังเขา... สายตาที่เย็นชาเสียจนราวกับจะบอกว่า 'ฤดูหนาวกำลังมาเยือน'
"ข้าคิดว่าท่านจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ข้าต้องการจะไปยังดอร์นหลังจากวันตั้งชื่อครบรอบสิบปีของข้า เพื่อไปยังสตาร์ฟอลล์"
"ไม่ใช่ไปเป็นคนถือจอก แต่จะไปสตาร์ฟอลล์อย่างนั้นหรือ" แคทลินรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งและปลาบปลื้มอยู่ลึกๆ ในใจ
ขอบคุณเทพเจ้าทั้งเก่าและใหม่ ทันใดนั้นนางก็มีความรู้สึกอยากจะเข้าไปกอดสโนว์ผู้นี้ขึ้นมา
"เจ้ามั่นใจนะ"
"หากท่านไม่เห็นด้วย ข้าก็สามารถไปที่..."
"ข้าเห็นด้วย" แคทลินขัดจังหวะอย่างกระวนกระวาย "อย่างไรเสีย มารดาของเจ้าก็มาจากสตาร์ฟอลล์ การที่เจ้ากลับไปที่นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"
"กฎหมายและธรรมเนียมของดอร์นแตกต่างจากส่วนอื่นๆ ของเจ็ดราชอาณาจักร" อาร์เธอร์ สโนว์ มองหนังสือในมือ มันคือหนังสือแนะนำเกี่ยวกับดอร์น
"ที่นั่น ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน และมีการเลือกปฏิบัติต่อลูกนอกสมรสน้อยมาก บางทีข้าอาจจะแต่งงานและมีลูกที่นั่น และคงมีโอกาสน้อยที่จะได้กลับมายังแดนเหนือในภายหลัง"
"ขอเทพเจ้าทั้งเก่าและใหม่คุ้มครองเจ้า จงกล้าหาญเข้าไว้เถิดเด็กน้อย" ดวงตาของแคทลินไม่อาจซ่อนความยินดีไว้ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางสวดอ้อนวอนให้อาร์เธอร์
...
หลังจากได้รับคำอวยพรจากแคทลินในหอคอยห้องสมุด อาร์เธอร์ดูเหมือนจะได้รับการเกื้อหนุนจากเทพเจ้าจริงๆ
เสื้อโค้ทขนสัตว์ที่เคยคับแน่นและผ้าคลุมที่ค่อนข้างเก่าซึ่งอาร์เธอร์มักจะสวมใส่เป็นประจำถูกแทนที่ด้วยชุดใหม่ แม้แต่จอนก็ได้รับพลอยได้และได้ชุดใหม่มาด้วยชุดหนึ่ง
ในเย็นวันนั้น เวน พูล ผู้ดูแลปราสาทได้มาพบเขา ปัญหาเรื่องบุคลากรและเงินทุนที่จำเป็นสำหรับคฤหาสน์สวนท้อได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย
ไม่เพียงแต่คอกสัตว์ในสวนท้อจะถูกจัดตั้งขึ้นเท่านั้น แต่แผนการสร้างโรงงานไม้แปรรูปก็ถูกบรรจุเข้าในวาระการทำงานด้วยเช่นกัน
เวน พูล กล่าวว่าเขาจะรับสมัครคนตัดไม้สี่คน ช่างไม้สองคน ครอบครัวเกษตรกรสองครอบครัว และกลุ่มช่างหินชั่วคราวไปยังสวนท้อภายในหนึ่งสัปดาห์จากเมืองวินเทอร์
พวกเขาจะไม่เพียงแต่สร้างโรงงานไม้แปรรูปเท่านั้น แต่จะขยายคฤหาสน์สวนท้อทั้งหมด เพิ่มการปลูกต้นท้อและการบ่มเหล้าท้ออีกด้วย
เห็นได้ชัดว่าเวน พูล ได้ลิ้มรสเหล้าท้อแล้ว และเข้าใจถึงมูลค่าที่มันมีอยู่
นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งในด้านเครื่องมือต่างๆ วัสดุหิน ไม้ซุง และรถม้า รวมถึงทหารยามประจำการอีกสี่นาย
และเขาสัญญาว่าอาร์เธอร์จะได้รับผลกำไรร้อยละห้าสิบจากผลิตผลของสวนท้อ ไม่ว่าอาร์เธอร์จะอยู่ที่ใดก็ตาม
สำหรับส่วนแบ่งร้อยละห้าสิบนี้ อาร์เธอร์ไม่ได้ใส่ใจนัก สวนท้อในป่าหมาป่าเดิมทีเป็นผลมาจากการทดลองของเขา เขาเคยใช้ทักษะคำสาบานในสวนท้อที่นั่นเพียงครั้งเดียว และพื้นที่ปลูกต้นท้อก็จำกัดอยู่ภายในครึ่งลีคเท่านั้น
และตราบใดที่เขามีทักษะคำสาบานในสวนท้อและไอเทมลูกท้อ เขาก็สามารถสร้างสวนท้อแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมได้ทุกหนแห่ง
"เจ้าจะไปสตาร์ฟอลล์จริงๆ หรือ" จอนถามขณะที่กำลังลองชุดใหม่ในห้องนอน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น
"ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเดนมีดาบประจำตระกูลที่ตีขึ้นจากดาวตก ดาบใหญ่รุ่งอรุณ อัศวินทุกคนของตระกูลเดนที่ได้ถือครองมันจะถูกเรียกว่าดาบแห่งรุ่งอรุณ การได้ถือครองมันคือความฝันของเด็กผู้ชายส่วนใหญ่เลยนะ"
"เมื่อข้าไปถึงสตาร์ฟอลล์และได้พบเจ้าอีกครั้ง ข้าจะนำดาบใหญ่รุ่งอรุณเล่มนั้นมาให้เจ้าดู" อาร์เธอร์คุยโวอย่างวางโต
"แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะมอบดาบจริงๆ ที่ใครบางคนสัญญาว่าจะให้ข้าล่ะ" จอนไม่เชื่อเขา พลางกลอกตาแล้วถามกลับ
"ข้าจะตีมันให้เจ้าก่อนที่ข้าจะเดินทางลงใต้" อาร์เธอร์ข้ามหัวข้อนี้ไป
"นอกจากจะไปสตาร์ฟอลล์แล้ว อันที่จริงข้าอยากจะเห็นทวีปเอสซอสด้วยเหมือนกัน"
อาร์เธอร์นอนลงบนเตียง พลางมองดูบันทึกการเดินทางของกัปตันชาวลิสแล้วพูดว่า "นครเสรีทั้งเก้า ยักษ์แห่งบราวอส ชนเผ่าขี่ม้าแห่งทะเลโดธรากี อัสชายแห่งเงามืด... มีสถานที่น่าสนใจมากมายเหลือเกิน ในหนังสือยังบอกอีกว่ามีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดมากมายในอัสชายด้วย"
"สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดหรือ" จอนลูบรอยฟกช้ำที่ได้จากการฝึกดาบเมื่อเช้า พลางทำหน้าเหยเกขณะพูด
"ในเรื่องเล่าของเเนนแก่ก็มีเยอะแยะไป ทั้งพวกออเธอร์ที่ขี่แมงมุมน้ำแข็ง แมมมอธ ยักษ์ เหล่าบุตรแห่งป่า ผู้อ่านนิมิตสีเขียว พวกสลับร่าง และอื่นๆ อีกมากมาย"
"สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่แนนแก่พูดถึงส่วนใหญ่ปรากฏตัวอยู่เหนือเวลกาล" อาร์เธอร์ชี้ให้เห็น
"การฝึกดาบของเจ้ากับโดมินิกเป็นอย่างไรบ้าง ดูเจ้าจะเจ็บตัวไม่น้อยเลยนะ"
"วันนี้เจ้าไม่อยู่เลยไม่เห็น หลังจากนั้นเซอร์รอดริกชมโดมินิกยกใหญ่เลยล่ะ เขาแข็งแกร่งมากจริงๆ พื้นฐานแน่นหนา การเคลื่อนไหวสุขุม และมีพละกำลังมหาศาล ข้าหาช่องว่างไม่ได้เลย ข้ารู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่ตอนสู้กับข้าและร็อบบ์ด้วยซ้ำ"
จอนทายาที่ได้รับจากเมสเตอร์ลูวินลงบนรอยฟกช้ำ พลางแบ่งปันสิ่งที่เขาได้พบเห็นมา
"ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือซานซา นางดูมีความสุขมากตอนที่เห็นข้ากับร็อบบ์พ่ายแพ้ และยังส่งเสียงเชียร์โดมินิกอีกด้วย"
"พวกเขายังไม่ได้หมั้นหมายกันเลยด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นถึงขนาดนี้แล้ว ข้าไม่รู้เลยว่าถ้านางหมั้นกันจริงๆ นางจะลงสนามมาประลองด้วยเข็มเย็บผ้าของนางเองเลยหรือเปล่า"
"คงไม่หรอก" อาร์เธอร์นึกถึงคำพูดของเคาน์เตสดัสตินในห้องใต้ดิน เขาก็เห็นด้วยกับมุมมองของเลดี้แคทลินว่านางคงไม่ยินยอมให้มีการแต่งงานนี้เกิดขึ้น
และหากอาร์เธอร์จำไม่ผิด โดมินิก บอลตัน หลังจากสิ้นสุดการเป็นเด็กรับใช้กระบี่ในหุบเขาอารินและกลับมายังเดรดฟอร์ต เขาจะถูกวางยาพิษสังหารโดยลูกนอกสมรสที่เขาเฝ้าถวิลหามาตลอด นั่นคือลูกนอกสมรสของลอร์ดแห่งปลิงที่เกิดกับเมียของช่างโม่แป้ง แรมซีย์ สโนว์
เลือดแห่งการทรยศและความปรารถนาไหลเวียนอยู่ในกายของพวกลูกนอกสมรส ดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้จะไม่ผิดเพี้ยนไปเสียทีเดียวใช่หรือไม่?