- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 14 กระเพาะอาหารกลืนกิน
บทที่ 14 กระเพาะอาหารกลืนกิน
บทที่ 14 กระเพาะอาหารกลืนกิน
กระเพาะอาหารขนาดเท่าฝ่ามือ ถูกยัดผลขนมปังความยาวครึ่งเมตรเข้าไป แต่กลับดูไม่พองขยายขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากกลืนผลขนมปังลงไป กระเพาะอาหารก็แค่ขยับตัวบีบรัดเบา ๆ เพียงครั้งเดียว
ลิลิธคอยสังเกตสถานะพลังเวทของวาชิด้าอยู่ตลอด จึงพบความเปลี่ยนแปลงบนร่างของเธอได้ในทันที:
“พลังเวทฟื้นฟูกลับมาบ้างแล้ว!”
วาชิด้าเองก็สัมผัสได้ว่าความรู้สึกหิวของตัวเองทุเลาลงไปบ้างแล้ว “ปล่อยให้กระเพาะอาหารย่อยโดยตรงได้จริง ๆ ด้วย! ดีจังเลย!”
เมื่อข้ามขั้นตอนการเคี้ยวและการกลืนไปได้ การกินผลขนมปังก็ไม่ใช่เรื่องลำบากใจสำหรับเธออีกต่อไป
เธอย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ดึงปากกระเพาะอาหารให้กว้างขึ้นอีกนิด แล้วยัดผลขนมปังที่เหลืออยู่บนพื้นทั้งหมดใส่เข้าไปในกระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา เธอก็กลับมามีพละกำลังเต็มเปี่ยมดังเดิม กระทั่งยังรู้สึกได้ว่า มีพลังงานส่วนเกินถูกกักเก็บเอาไว้ในร่างกายอีกด้วย
“พลังเวทเต็มเปี่ยมแล้ว” ลิลิธทนไม่ไหวจนต้องเผยแววตาอิจฉาออกมา “ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูพลังงานของผลขนมปังแสดงผลบนตัวเธอได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือความสามารถจากวัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอแน่นอน
มีความสามารถแบบนี้ ขอแค่มีอาหารเพียงพอ เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าพลังเวทจะไม่พอใช้แล้ว!
วาชิด้า สัญญากับฉันนะ ถ้าเวทมนตร์ของจอมมนตราถูกพัฒนาขึ้นมาสำเร็จเมื่อไหร่ ต้องบอกฉันเป็นคนแรกเลยนะ ฉันจะรีบทำพันธสัญญากับเธอทันทีเลย!”
ลิลิธมักจะปวดหัวกับเรื่องพลังเวทไม่พอใช้อยู่บ่อย ๆ พรสวรรค์ของวาชิด้าจึงตอบโจทย์เรื่องการฟื้นฟูพลังเวทได้พอดี
วาชิด้ารู้สึกปลื้มปริ่มจนทำตัวไม่ถูก
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้ว่า ความสามารถที่แฝงมากับความหิวโหยบ่อยครั้งของตัวเอง จะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้
โม่หลานและซิลฟ์เองก็ดีใจไปกับเธอด้วย “ผลขนมปังมีประโยชน์ขนาดนี้ เก็บตุนไว้เผื่อฉุกเฉินอีกสักหน่อยเถอะ!”
“อื้ม!” วาชิด้าที่ฟื้นฟูพละกำลังกลับมาแล้ว ตอบรับด้วยใบหน้าเบิกบานสดใส
ครั้งนี้ ลิลิธเป็นคนคอยให้แสงสว่างอยู่ใต้ต้นไม้
ส่วน ‘ลูกลิง’ ทั้งสามคนก็พากันปีนขึ้นต้นไม้ไปเก็บผลไม้
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า ผลขนมปังบนต้นก็ยิ่งเยอะขึ้น
ผลขนมปังร่วงหล่นลงพื้นพวงแล้วพวงเล่า
โม่หลานเห็นว่าเก็บมาได้เยอะแล้ว ด้วยความกลัวว่าจะกินไม่ทันจนเสียของ จึงก้มลงไปถามคนที่อยู่ใต้ต้นไม้ “รุ่นพี่คะ ผลขนมปังเก็บไว้ได้กี่วันคะ?”
“เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้เป็นสัปดาห์ไม่มีปัญหาหรอก” ลิลิธตอบ “ปกติเก็บไปพวงนึงก็พอกินไปได้ประมาณสัปดาห์นึงแล้ว แต่ก็นะ นั่นมันสำหรับแม่มดน้อยทั่วไปน่ะ”
ปริมาณการกินของวาชิด้าย่อมไม่สามารถเอาสามัญสำนึกทั่วไปมาวัดได้
แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังบอกไม่ถูกเลยว่า วันหนึ่งจะต้องกินของเข้าไปมากแค่ไหน ถึงจะชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปได้
“งั้นพวกเราก็พยายามเก็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอาไปตุนไว้ให้วาชิด้าที่หอพักเถอะ ถ้ายกไปไม่ไหวก็เดินหลายรอบหน่อย ยังไงพวกเราก็พักอยู่ไม่ไกลอยู่แล้ว” ซิลฟ์เสนอขึ้น
อันที่จริงเธอเหนื่อยจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่พอคิดถึงสภาพที่ยังไม่ค่อยคงที่ของวาชิด้า ก็เลยตัดสินใจกัดฟันสู้ต่ออีกสักนิด
“ได้เลย!” โม่หลานตอบตกลง
วาชิด้าได้ยินที่พวกเธอคุยกัน จึงแหวกใบไม้ที่บังหน้าออก แล้วชะโงกหน้ามาจากต้นไม้อีกต้น:
“เอ่อ ฉันเอาใส่ในกระเพาะอาหารได้เลยนะ! พลังงานที่เกินมาจะถูกกักเก็บเอาไว้ ไม่สูญเปล่าแน่นอน”
“งั้นก็ยิ่งดีเลย! ลองยัดใส่กระเพาะอาหารของเธอให้เต็มดูสิ!” โม่หลานร้องบอก
แม่มดน้อยทั้งสามคนช่วยกันเด็ดผลขนมปังมากองเบ้อเริ่ม รวมแล้วได้สิบสองพวง มีประมาณหกสิบเจ็ดสิบผล
ของพวกนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นแม่มดน้อยทั่วไป คงเก็บไว้กินได้อย่างน้อย ๆ สองเดือน พวกเธอคาดคะเนดูแล้วคิดว่าน่าจะพอแล้ว จึงให้วาชิด้าเริ่มเก็บใส่กระเพาะอาหาร
เธอยัดผลขนมปังเข้าไปทีละผล ๆ อย่างไม่หยุดพัก เพียงไม่นาน ผลขนมปังบนพื้นก็หายวับไปจนหมดเกลี้ยง
ทว่ากระเพาะอาหารในมือของเธอ กลับยังไม่มีทีท่าว่าจะพองขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
“เป็นไงบ้าง? ยังใส่ได้อีกไหม?” ลิลิธถามขึ้น
วาชิด้าลองสัมผัสความรู้สึกดู ก่อนจะยื่นมือออกมากะขนาดให้ดู “คิดว่า... ยังใส่ได้เพิ่มอีกสักห้าเท่า”
“ห้าเท่า?” ลิลิธตกตะลึง “ใส่ได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
วาชิด้าพยักหน้ารับ
พวกเธอจึงเริ่มเก็บกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้เก็บมาได้ถึงหกสิบสามพวง ถึงได้หยุดพัก
ในครั้งนี้ ตอนที่ยัดใส่เข้าไปจนใกล้จะหมด ในที่สุดพวกโม่หลานทั้งสามคนก็เห็นกระเพาะอาหารค่อย ๆ พองขยายตัวขึ้น
พอยัดผลขนมปังพวงที่หกสิบลงไป กระเพาะอาหารก็ถูกดันจนตึงเปรี๊ยะ ไม่มีรอยยับย่นหลงเหลืออยู่เลย
วาชิด้าเรอออกมาด้วยความอิ่มหนำ “ใส่ไม่ลงแล้วล่ะ”
“เท่ากับว่าเธอสามารถกักเก็บอาหารของแม่มดน้อยทั่วไปสำหรับกินทั้งปีได้ในรวดเดียวเลยนะ!” โม่หลานทอดถอนใจ
ลิลิธคอยสังเกตอาการของวาชิด้าอยู่ตลอด “ตอนนี้กระเพาะอาหารก็อยู่ข้างนอก แต่ก็ไม่เห็นว่าพลังเวทของเธอจะลดลงเลย น่าจะเป็นเพราะมันคอยฟื้นฟูชดเชยไปพร้อม ๆ กับตอนที่เผาผลาญใช่ไหม?”
“อืม! รู้สึกว่าคงจะไม่หิวไปอีกพักใหญ่ ๆ เลยล่ะ”
วาชิด้าลูบกระเพาะอาหารที่พองตุง สัมผัสได้ถึงความพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “คืนนี้ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ!”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก! ถึงแม่มดอย่างพวกเราจะใฝ่หาความเป็นอิสระ แต่ก็ยินดีที่จะยื่นมือช่วยเหลือเพื่อนพ้องอย่างแน่นอน!” ลิลิธโบกมือปฏิเสธ
“จะปล่อยให้เธอเดินเข้าป่าผลขนมปังมาคนเดียวตอนดึก ๆ ดื่น ๆ แล้วเป็นลมล้มพับอยู่ในป่าได้ยังไงล่ะ!” ซิลฟ์เอ่ยเสริม
“อีกอย่าง พวกเราสามคนก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรกลับไปซะหน่อย!” โม่หลานชี้ไปที่ผลขนมปังที่เหลืออยู่สามพวง “พวกนี้เป็นของพวกเรา สัปดาห์หน้าก็ไม่ต้องเสียเวลามาเก็บอีกแล้ว พอดีเลย”
วาชิด้าสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีของเพื่อน ๆ จึงอาสาขึ้นว่า “เดี๋ยวฉันยกไปเอง!”
ผลขนมปังสามพวง น้ำหนักรวมกันหลายสิบชั่ง พอมองดูแล้วใหญ่กว่าตัวเธอเสียอีก แต่วาชิด้ากลับอุ้มมันขึ้นมาได้อย่างสบาย ๆ
โม่หลานกับซิลฟ์จะเข้าไปช่วย เธอก็ไม่ยอม กอดผลขนมปังไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แล้วรีบสับเท้าวิ่งออกไปนอกป่า พลางร้องตะโกนไปตลอดทาง “ฉันอิ่มแล้ว ตอนนี้มีแรงล้นเหลือเลยล่ะ!”
ลิลิธที่เดิมทีตั้งใจจะใช้เวทลอยตัวช่วยแบ่งเบาน้ำหนัก จำต้องเก็บไม้กายสิทธิ์กลับไปอย่างเงียบ ๆ
ปล่อยให้รุ่นน้องที่คึกคะนองเหมือนลูกวัวได้แสดงฝีมือไปเถอะ!
โม่หลานกับซิลฟ์ทำได้เพียงเดินตามไปอย่างจนใจ
วาชิด้าที่กินอิ่มแล้วเปี่ยมไปด้วยพลังล้นเหลือ ช่างดูแตกต่างจากวาชิด้าตอนหิวโซราวกับเป็นแม่มดคนละคน
พอถึงเขตหอพัก ในที่สุดพวกโม่หลานก็ตามวาชิด้าทัน
ก่อนแยกย้าย ลิลิธก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงร้องเตือนซิลฟ์กับวาชิด้า “พวกเธออย่าลืมตั้งชื่อเท่ ๆ ให้วัตถุแห่งพรสวรรค์ของตัวเองด้วยล่ะ!”
“ชื่อเหรอคะ?” ซิลฟ์กับวาชิด้าถามด้วยความงุนงง
ลิลิธปรายตามองโม่หลานแวบหนึ่ง
โม่หลานเข้าใจได้ในทันที
“ของฉันชื่อเข็มกลืนเลือด!” ลิลิธถือกระบอกฉีดยาในมือ พลางฉีกยิ้มร้ายกาจ เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมอันตราย
โม่หลานเองก็ให้ความร่วมมือด้วยการเรียกวัตถุแห่งพรสวรรค์ของตัวเองออกมา เธอเลียนแบบท่าทางของรุ่นพี่ลิลิธ แล้วคิดท่าประจำตัวให้ตัวเองบ้าง
หนังสือสีทองอร่ามลอยอยู่เบื้องหน้าเธอ หน้ากระดาษเปิดออกเองโดยไร้แรงลม “ของฉันชื่อคัมภีร์การ์ด!”
ซิลฟ์: “…”
ความรู้สึกอับอายแปลก ๆ นี่มันคืออะไรกัน?
“ว้าว! เท่สุด ๆ ไปเลย!” วาชิด้าตาลุกวาว ปรบมือแปะ ๆ “พอเทียบกันแล้ว ‘กระเพาะอาหาร’ ของฉันมันดูธรรมดาเกินไปจริง ๆ ด้วย! อืม... จะตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ? ขอคิดดูก่อน... กระเพาะอาหาร หน้าที่คือย่อยอาหาร... คำว่า ‘ย่อย’ ไม่ค่อยดีแฮะ...”
คิดอยู่ไม่นาน วาชิด้าก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที “ฉันรู้แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วัตถุแห่งพรสวรรค์ของฉันมีชื่อว่า ‘กระเพาะอาหารกลืนกิน’!”
“กระเพาะอาหารกลืนกิน? ดีเลย ๆ ฟังดูรับมือยากดี ความเท่ตีคู่สูสีมากับเข็มกลืนเลือดของฉันเลยนะเนี่ย!” ลิลิธเอ่ยชม
“เข้ากับคุณสมบัติของกระเพาะอาหารของเธอมากเลย!” โม่หลานสนับสนุน
คราวนี้ก็เหลือแค่ซิลฟ์แล้ว
“ซิลฟ์ แล้วเธอล่ะ? มีไอเดียอะไรไหม?”