- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 95 องค์รัชทายาทที่น่าผิดหวังที่สุด?
บทที่ 95 องค์รัชทายาทที่น่าผิดหวังที่สุด?
บทที่ 95 องค์รัชทายาทที่น่าผิดหวังที่สุด?
ยามนี้บนม่านแสง เสียงของหลิวจวี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นยิ่งขึ้น!
[ทว่าพวกเขากลับเห็นความอดทนของข้าเป็นต้นทุนในการกำเริบเสิบสาน!]
[ต่อมามีครั้งหนึ่ง เสด็จพ่อประชวร จึงส่งขันทีน้อยนามว่าฉางหรงมาดูอาการข้า ใครจะรู้ว่าเมื่อฉางหรงกลับไปกลับทูลเสด็จพ่อว่าข้ามีสีหน้าเบิกบาน พ่อเจ็บไข้ แต่ลูกกลับแอบยิ้มสะใจ ครอบครัวสามัญชนยังมิอาจทำเช่นนี้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับราชวงศ์?]
[โชคดีที่ยามนั้นเสด็จพ่อยังมิทรงเลอะเลือนจนเกินไป ตรวจสอบจนพบความจริงและคืนความเป็นธรรมให้ข้า]
[แม้ขันทีน้อยผู้นั้นจะถูกประหารชีวิตฐานใส่ร้ายข้าในท้ายที่สุด แต่หากไตร่ตรองให้ดี แม้แต่ขันทีตัวเล็กๆ ยังกล้าลูบคางพยัคฆ์ท้าทายรัชทายาทเช่นข้า เห็นได้ชัดว่าฐานะของข้าตกต่ำลงเพียงใดหลังจากสูญเสียการสนับสนุนจากญาติฝ่ายแม่!]
[แม้จะคอยระแวดระวังพวกคนชั่วเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ทว่าหอกหน้าสู้พ้น ลูกศรลับยากป้องกัน]
[ขอเพียงพวกมันยังระดมยิงลูกศรออกมาไม่หยุด ย่อมต้องมีสักวันที่ข้าถูกยิงเข้าจนได้!]
[และแล้ววันนั้นก็มาถึง ข้าถูกเจียงชงใส่ร้ายด้วยข้อหาคุณไสย ข้าที่ทั้งเศร้าโศกและแค้นใจจึงสังหารมันทิ้งเสีย แต่น่าเสียดายที่ปล่อยให้ไอ้ขันทีเฒ่าซูเหวินหนีรอดไปได้ มันหนีไปยังตำหนักกานเฉวียนแล้วทูลเสด็จพ่อว่าข้าคิดก่อกบฏ]
[คราแรกเสด็จพ่อก็มิใคร่เชื่อ จึงส่งราชทูตมาเรียกตัวข้าไปซักถามพิสูจน์ความจริง]
[ใครจะรู้ว่าราชทูตผู้ขี้ขลาดตาขาวคนนั้นไม่แม้แต่จะย่างกรายเข้าเมืองฉางอัน เมื่อกลับไปหาเสด็จพ่อก็โป้ปดมดเท็จว่าข้าจะฆ่าเขา และยืนยันว่าข้าก่อกบฏไปแล้วจริงๆ]
[เสด็จพ่อได้ฟังก็บันดาลโทสะ ส่งอัครมหาเสนาบดีหลิวชวีหลีนำทัพมาปราบปราม]
[ยามนี้ข้าถึงได้รู้ซึ้งว่า ปากคนนับพันยากจะโต้แย้งนั้นเป็นอย่างไร ในเมื่อข้าไม่มีกองทัพหลวงอยู่ในมือ ทั้งยังล้มเหลวในการระดมพลหลายต่อหลายครั้ง ทำได้เพียงติดอาวุธให้เหล่านักโทษนับหมื่นในฉางอันเป็นการชั่วคราว แต่คนเหล่านี้หรือจะไปสู้กองทัพอาชีพได้?]
[เพียงไม่กี่วันข้าก็พ่ายแพ้ เสด็จแม่ถูกบีบจนสิ้นพระชนม์ ข้าหนีออกนอกเมืองไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านราษฎรในตำบลเฉวียนจิ้ว เมืองหู]
[ข้ายังจำได้ว่าคืนนั้นที่เมืองหูฝนตกหนาวเหน็บเข้าถึงกระดูก เสียงชุดเกราะเหล็กของทหารที่ไล่ล่าตามหลังมาช่างบาดหูเหลือเกิน]
[ที่ข้าลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังทหาร ก็เพียงเพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น]
[ทว่าตาแก่เลอะเลือนคนนั้นกลับยังไม่ยอมปล่อยข้าไป ส่งขุนนางท้องถิ่นมาปิดล้อมจับกุมข้า]
[หึ ข้าที่เป็นถึงรัชทายาทผู้สูงส่งมากว่า 30 ปี มีหรือจะยอมก้มหน้าถูกจับกุมให้พวกคนชั่วเหล่านี้หยามเกียรติ?]
[ข้าเอาคอสวมเข้าสู่บ่วงเชือกด้วยความสิ้นหวัง วินาทีนั้น ข้าพลันได้กลิ่นกฤษณาที่คุ้นเคยในตำหนักเจี้ยนจาง ราวกับมองเห็นเสด็จแม่ในชุดขาวสะอ้านยามปลิดชีพตนเองกลางท้องพระโรง]
[มองเห็นเลือดซงหนูบนชุดรบของท่านน้าเว่ยชิง มองเห็นเด็กน้อยเมื่อ 30 กว่าปีก่อนในตำหนักเจียวฝางที่กำลังนับลวดลายบนฉลองพระองค์แล้วถูกเสด็จพ่อตราหน้าว่าไม่เอาถ่านเหมือนพ่อ]
[หากท่านน้าหรือพี่ชายของข้ายังอยู่สักคนหนึ่ง มีหรือจะปล่อยให้พวกคนชั่วกังฉินเหล่านั้นสามหาวถึงเพียงนี้ และข้าจะตกต่ำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?]
[ต่อให้ต้องลงไปยังปรโลก ข้าก็จะบอกเสด็จแม่ด้วยปากตนเองว่า ลูกมิใช่คนขี้ขลาด!]
[มิใช่คนอ่อนแออย่างที่เสด็จพ่อเข้าใจ เพียงแต่น่าเวทนาลูกเมียและคนในครอบครัวที่ต้องมาตายอย่างอยุติธรรม]
[ทั้งชีวิตข้าเพิ่งจะบ้าบิ่นเพียงครั้งเดียวนี้ และยังถูกพวกท่านตราหน้าว่าข้าตายในวันที่ข้าเหมือนเขาที่สุด!]
[ชั่วชีวิตข้า... ราวกับเดินบนแผ่นน้ำแข็งที่เปราะบาง... ทุกย่างก้าวล้วนอยู่ในแผนการร้าย... พอที พอที ชาตินี้ข้าแพ้แล้ว แพ้ให้แก่ความระแวงสงสัยของบิดาบังเกิดเกล้า!]
[ชาติหน้าขออย่าได้เกิดมาเป็นลูกของคนอย่างหลิวเช่ออีกเลย!]
วิดีโอดำเนินมาถึงช่วงท้ายในวินาทีนี้ ทิ้งไว้เพียงหัวข้อขนาดใหญ่!
[องค์รัชทายาทผู้ถูกบีบจนสิ้นพระชนม์]
ราชวงศ์ฉิน อิ๋งเจิ้งนิ่งเงียบไปนานแสนนาน เขาละสายตาจากหัวข้อขนาดใหญ่นั้นแล้วหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังไตร่ตรองถึงชั่วชีวิตของหลิวจวี้
หรืออาจกำลังไตร่ตรองถึงชะตากรรมของต้าฉินของตนเอง! "น่าเศร้า น่าสลดนัก" ในที่สุดอิ๋งเจิ้งก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"พ่อลูกกัน กลับต้องเดินมาถึงจุดนี้เพราะความระแวง หลิวจวี้ระแวดระวังมาทั้งชีวิต ทว่าจุดจบกลับต้องบ้านแตกสาแหรกขาด"
หลี่ซื่อก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือกล่าวว่า: "ฝ่าบาท การตายของหลิวจวี้ เกิดจากการแก่งแย่งชิงดีในวังหลังและการกระทำของพวกคนโฉดพ่ะย่ะค่ะ หลิวเช่อในวัยชราเลอะเลือน หูเบาเชื่อคำยุยง จึงก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้"
อิ๋งเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย "เจิ้นแม้จะอยู่คนละยุคกับหลิวเช่อ แต่ในฐานะจักรพรรดิ ย่อมเข้าใจถึงความซับซ้อนภายใน ตำแหน่งฮ่องเต้นั้นสูงส่งเกินจะทนทานความหนาวเหน็บ หากไม่ระวังแม้เพียงนิด ย่อมทำร้ายคนใกล้ชิดได้"
พูดจบ อิ๋งเจิ้งก็ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ยามนี้เขาสิ่งเดียวที่เขาอยากรู้คือ ในอนาคตฝูซูของเขาตายได้อย่างไร!
...
ราชวงศ์ฮั่น หลิวเช่อดูจบแล้ว... ยามนี้ไฟโทสะที่ไร้ที่มาพลันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
ตัวเจิ้นในอนาคตคนนั้น คือเจิ้นจริงๆ รึ? สมองไม่ได้ถูกลาเตะจนพังไปแล้วจริงๆ รึไง?
หลิวจวี้: "ชีวิตข้าราวกับเดินบนแผ่นน้ำแข็งที่เปราะบางจริงๆ... ข้าเพิ่งจะบ้าบิ่นไปครั้งเดียว ก็ตายเลย..."
ราชวงศ์ถัง หลี่เอ้อดูจบก็นึกถึงลูกชายบ้านตนเองขึ้นมาอีกครั้ง
เจิ้น... เฮ้อ! ทุกบ้านต่างมีปัญหาที่พูดยาก และนี่คือปัญหาที่พูดยากของตระกูลจักรพรรดิอย่างพวกเรา! รัชทายาท... ไม่เอาถ่านพวกเขาก็โกรธ แต่ถ้าเก่งเกินไปพวกเขาก็ระแวง
ราชวงศ์หมิง "หึ... หากฮั่นอู่ตี้ตายเร็วขึ้นสักสองสามปี เรื่องพรรค์นี้ย่อมไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน!"
"พวกมันไม่รู้หรือไรว่ารัชทายาทมีไว้สำหรับตามใจ? บีบลูกในไส้จนตายได้ลงคอ จิตใจทำด้วยอะไรถึงได้อำมหิตเพียงนั้น!"
ในใจของเถ้าแก่จู ฮั่นอู่ตี้มิได้ถือว่ายอดเยี่ยมอะไรนัก! หากว่ากันด้วยเรื่องรบ ถ้าไม่มีฮั่วชวี่ปิ้งหรือเว่ยชิง ฮั่นอู่ตี้คนนี้จะเป็นตัวอะไร? หลังจากสองคนนั้นล่วงลับไป เคยชนะศึกบ้างไหม?
นอกจากจะผลาญเงินจนเกลี้ยงคลังแล้ว ยังทำคนหายไปกว่าครึ่งประเทศ!
...
มิติเวลาหย่งเล่อ ราชวงศ์หมิง จูตี้ดูวิดีโอจบ สีหน้าเคร่งขรึมอยู่นานจึงค่อยๆ เอ่ยกับลูกชายทั้งหลายว่า: "พวกเจ้าเห็นแล้วใช่ไหม ฮั่นอู่ตี้กับรัชทายาทเข่นฆ่ากันเองจนมีจุดจบที่น่าสลดเพียงนั้น"
"ในตระกูลจักรพรรดิ ความรักความผูกพันเดิมทีก็จืดจางอยู่แล้ว หากยังมาระแวงกันโดยไม่มีเหตุผล ย่อมจะก่อให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวง"
จูเกาจื้อคุกเข่าลงเป็นคนแรก กล่าวอย่างนอบน้อมว่า: "คำสั่งสอนของเสด็จพ่อ ลูกจะจดจำใส่ใจพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะเคร่งครัดต่อหน้าที่ มิกล้ามีความคิดนอกลู่นอกทางเด็ดขาด"
แม้จูเกาซวี่จะคุกเข่าตาม ทว่าในดวงตามีแววไม่ยินยอมฉายวาบออกมา แต่ปากกลับกล่าวว่า: "เสด็จพ่อโปรดวางใจ ลูกจะปฏิบัติตามคำสอนอย่างเคร่งครัดพ่ะย่ะค่ะ"
จูตี้กวาดสายตามองลูกชายทั้งหลายพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า: "ตำแหน่งรัชทายาทเกี่ยวพันถึงรากฐานของบ้านเมือง ทว่าไม่ว่าใครจะสืบทอดบัลลังก์ในภายหน้า ต้องเห็นแก่ครอบครัวและบ้านเมืองเป็นสำคัญ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่างพ่อลูกฮั่นอู่ตี้ และห้ามเอาเยี่ยงอย่างวิธีการสืบทอดอำนาจแบบประตูเสวียนอู่ของตระกูลหลี่เด็ดขาด"
ลูกชายทั้งหลายต่างพากันพยักหน้าเออออรับคำ
"วางใจเถอะพ่ะย่ะค่ะ... พวกเราไม่เลียนแบบแน่นอน... พวกเราพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกัน ส่วนอาหลานนั่นก็ไม่แน่หรอกนะ!"
ในขณะที่แต่ละมิติกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น ภาพบนม่านแสงก็สลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง
หัวข้อใหม่ปรากฏขึ้นบนม่านแสง!
[บุตรชายคนโตที่น่าผิดหวังที่สุด!]
เมื่อเห็นหัวข้อนี้... อิ๋งเจิ้งสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างโดยสัญชาตญาณ!
ที่พูดถึงน่าจะเป็นฝูซูของเขาแล้วล่ะ...
ทำไมพอถึงคราวลูกชายของเขา... ถึงกลายเป็นคนที่น่าผิดหวังที่สุดไปได้ล่ะ?
นี่มันคือการตบหน้าเจิ้นชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง?
...