เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - จะรนหาที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับนาง

บทที่ 44 - จะรนหาที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับนาง

บทที่ 44 - จะรนหาที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับนาง


บทที่ 44 - จะรนหาที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับนาง

★★★★★

ลึกๆ ในใจของหลินอวิ๋นชูรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก นับตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากการตกน้ำ นางก็ถูกจับแต่งงานแทนและส่งมาที่จวนหลีอ๋องทันที นางยังไม่เคยเจอหน้าหลินฉวนเลยสักครั้ง

ส่วนหลินอวี่ชูนางก็เคยเจอเพียงไม่กี่ครั้ง และต้องอาศัยภาพจำลางๆ ในหัวเพื่อจดจำใบหน้าของอีกฝ่าย

การต้องเผชิญหน้าโดยที่ไม่รู้นิสัยใจคอ ทำให้นางไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี!

หากต้องพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีต แต่นางกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วนางจะทำอย่างไรดี?

ในขณะที่กำลังคิดไม่ตก รถม้าก็มาจอดหยุดอยู่หน้าจวนตระกูลหลิน หลินอวิ๋นชูทำได้เพียงเรียกความมั่นใจและให้กำลังใจตนเอง

หลังจากลงจากรถม้าก็แอบนัดแนะกับจือเซี่ย ว่าพวกนางจะอยู่ที่จวนตระกูลหลินอย่างมากไม่เกินครึ่งชั่วยามแล้วจะรีบกลับทันที

เมื่อส่งเทียบเชิญให้ คนเฝ้าประตูก็ปล่อยให้พวกนางเดินเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่มีบ่าวไพร่มานำทางเลยสักคน

โชคดีที่จือเซี่ยยังจำทางได้ นางจึงเดินนำหน้าไปจนถึงห้องโถงใหญ่ หลินอวิ๋นชูเห็นหลินอวี่ชูนั่งรออยู่บนเก้าอี้ประธานก่อนแล้ว

"ในที่สุดพี่หญิงก็ยอมกลับมาที่จวนตระกูลหลินเสียที ช่างหาโอกาสได้ยากยิ่งนักนะเจ้าคะ!"

หลินอวี่ชูฝืนยิ้มประจบประแจง แต่หลินอวิ๋นชูกลับเข้าเรื่องทันทีโดยไม่เสียเวลา

"พูดมาเถอะ ส่งเทียบเชิญเรียกข้ากลับจวนครั้งแล้วครั้งเล่า สรุปแล้วมีเรื่องอันใดกันแน่?"

"พี่หญิงอย่าเพิ่งใจร้อนสิ นั่งลงจิบชาเสียหน่อยก่อนเถิด"

"หากไม่มีธุระอะไรข้าจะกลับแล้ว อย่างไรเสียก็ถือว่าข้าได้กลับมาเยือนแล้ว คงพอจะอุดปากพวกช่างนินทาได้บ้างแล้วล่ะ"

หลินอวิ๋นชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเตรียมจะหันหลังกลับ ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงขุ่นเคืองของหลินอวี่ชูดังขึ้น

"ช้าก่อน ในเมื่อชาท่านก็ไม่ยอมดื่ม ถ้างั้นก็เชิญตามข้ามาเถิด ท่านพ่อรอท่านอยู่ที่ห้องหนังสือ"

"งั้นก็เลิกพูดพร่ำทำเพลงแล้วนำทางไปสิ!"

หลินอวิ๋นชูทำหน้าเย็นชา ภายในใจเต็มไปด้วยความรังเกียจ ทำตัวราวกับตัวเองมีสิทธิ์โกรธอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นต้องยอมให้รังแกอย่างนั้นแหละ!

"ท่านพ่อสั่งไว้ว่าต้องการพบท่านแค่คนเดียว พวกบ่าวไพร่ไม่ต้องตามไป"

หลินอวี่ชูที่เดินนำอยู่ด้านหน้าจู่ๆ ก็หยุดเดิน นางหันกลับมามองจือเซี่ยที่ยืนอยู่ข้างหลินอวิ๋นชูด้วยสายตาเหยียดหยาม

คำพูดนั้นทำเอาหลินอวิ๋นชูถึงกับมองบน นางจึงทำได้เพียงสั่งให้จือเซี่ยกลับไปรอที่ห้องโถงใหญ่

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือของตระกูลหลิน หลินอวิ๋นชูแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำใจให้สบาย อย่างไรเสียเขาก็คงไม่กินคนหรอกมั้ง!

จากนั้นนางก็ก้าวข้ามธรณีประตูห้องหนังสือเข้าไป เดิมทีหลินอวี่ชูก็ตั้งใจจะเดินตามเข้าไปด้วย แต่หลินฉวนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือกลับโบกมือไล่ หลินอวี่ชูจึงต้องเดินออกไป

หลินอวิ๋นชูยืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้หลินฉวนจ้องมองนางเขม็ง นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหลินฉวนคิดจะทำอะไร?

ภายในห้องหนังสือคนหนึ่งนั่งคนหนึ่งยืน เวลาผ่านไปพักใหญ่ในที่สุดหลินฉวนก็เปิดปากพูด

"ทำไม ตอนนี้แม้แต่ความเคารพต่อบิดามารดาเจ้าก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาแล้วหรือ"

"หากจะพูดถึงเรื่องมารยาท ท่านต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายทำความเคารพพระชายาหลีอ๋องเช่นข้า ข้าพูดถูกหรือไม่ล่ะ"

หลินอวิ๋นชูแค่นเสียงหัวเหราะในลำคอ คนอย่างหลินฉวนเนี่ยนะคู่ควร?

"นี่เจ้า! เจ้ากล้าพูดจาเช่นนี้กับบิดาของตัวเองเชียวหรือ สมกับเป็นเด็กที่ถูกส่งไปเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลยในชนบทจริงๆ ช่างหยาบคายและไร้มารยาทสิ้นดี!"

"ท่านก็รู้นี่นาว่าข้าเติบโตมาในชนบท ข้าก็นึกว่าท่านเป็นคนใหญ่คนโตจนหลงลืมเรื่องพวกนี้ไปหมดแล้วเสียอีก"

"หากข้าไม่ให้คนไปรับเจ้ากลับมา เพื่อให้เจ้าแต่งงานแทนอวี่ชู ป่านนี้เจ้าคงยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังซุกหัวซ่อนตัวอยู่ที่ไหนในชนบท นี่คือวิธีที่เจ้าใช้ตอบแทนความเมตตาของข้าอย่างนั้นหรือ"

"ถ้างั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณท่านมากเลยนะ ท่านมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ เรียกข้ากลับจวนครั้งแล้วครั้งเล่ามีเรื่องอันใดกันแน่?

หากอยากให้ข้ากลับมาเพื่อกราบกรานขอบคุณท่าน ท่านก็เพิ่งได้ยินข้าพูดไปแล้ว ในเมื่อไม่มีเรื่องอื่นข้าขอตัวกลับก่อน"

หลินอวิ๋นชูทำสีหน้ารำคาญใจ นางคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับหลินฉวนแล้ว

แต่หลินฉวนกลับถูกคำพูดของนางยั่วโมโหจนหนวดกระตุก เขาส่งสายตาดุดันจ้องมองหลินอวิ๋นชูเขม็ง

"เรื่องที่ข้าจะพูดกับเจ้าในวันนี้ไม่ใช่การปรึกษาหารือ เจ้าจงรู้เอาไว้ว่า หากตระกูลหลินต้องล่มสลาย พระชายาหลีอ๋องเช่นเจ้าก็คงมีจุดจบที่ไม่สวยงามนักหรอก อย่าลืมสิว่าเจ้าก็แซ่หลินเหมือนกัน!"

หลินอวิ๋นชูกลอกตาใส่และไม่ได้ตอบโต้ หลินฉวนจึงพูดต่อ

"ข้าขอถามเจ้า เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่อยู่ที่จวนองค์หญิงใหญ่ เจ้าเห็นอวี่ชูกับองค์ชายใหญ่อยู่ด้วยกันใช่หรือไม่?"

"ใช่"

"แล้วบทสนทนาของพวกเขาเจ้าก็ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม?"

"แล้วอย่างไรล่ะ?"

หลินอวิ๋นชูเลิกคิ้วขึ้น ท้าทายสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่เกรงกลัว

"เจ้า เจ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกหลีอ๋องแล้วหรือยัง!"

"ท่านคิดว่าถ้าข้าพูดไปแล้ว ตอนนี้ท่านจะยังมานั่งซักไซ้ข้าอยู่ตรงนี้ได้อีกหรือ?"

"แปลว่ายังไม่ได้บอกสินะ ดูเหมือนเจ้าก็ไม่ได้โง่เขลาจนเกินเยียวยา!"

เมื่อได้ยินคำตอบของหลินอวิ๋นชู หลินฉวนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ใครจะไปรู้ว่าหลินอวิ๋นชูจะพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค

"ที่ผ่านมาข้ายังไม่ได้พูด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าในอนาคตข้าจะไม่พูด"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าต้องการอะไรกันแน่?"

เมื่อเห็นว่าหัวใจที่เพิ่งวางลงถูกยกขึ้นมาแขวนไว้อีกครั้ง หลินฉวนก็บันดาลโทสะ ตบโต๊ะดังปังพร้อมกับชี้หน้าหลินอวิ๋นชู

แต่หลินอวิ๋นชูกลับมองหลินฉวนที่กำลังเดือดดาลด้วยความเย็นชา นางยิ้มเยาะพร้อมกับถามกลับ

"ข้าต้องการอะไร ในใจท่านก็น่าจะคิดออกแล้วไม่ใช่หรือ?"

"การทำเช่นนี้มันมีประโยชน์อะไรกับเจ้า เจ้าคิดว่าถ้าทำให้ตระกูลหลินล่มสลายแล้ว เจ้าจะยังลอยหน้าลอยตาเป็นพระชายาหลีอ๋องต่อไปได้อีกอย่างนั้นหรือ!"

"ข้าจะพูดหรือไม่พูดนั่นมันก็เรื่องของข้า ส่วนเขาจะลงมือหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับคำพูดเพียงประโยคเดียวของหลีอ๋อง ท่านจะมาเดือดร้อนแทนไปทำไมกัน?"

"เจ้าไม่กลัวหรือว่าหลีอ๋องจะสั่งฆ่าเจ้าไปด้วย!"

"ตอนนั้นพวกท่านก็คำนวณเอาไว้แบบนี้ไม่ใช่หรือไง คิดเสียว่าคนที่แต่งงานแทนก็คือบุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลหลิน หากหลีอ๋องไม่พอใจก็แค่โยนความผิดทั้งหมดมาให้สตรีไร้ค่าอย่างข้า หากเขาจะฆ่าก็ปล่อยให้ฆ่าไป ตระกูลหลินก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลยสักนิด

พวกท่านไม่เคยคิดจะปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดกลับมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าวันนี้ข้าจะยังยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างปลอดภัย!"

"เจ้าอย่าพูดให้มันดูแย่ขนาดนั้นเลย การที่เจ้าได้แต่งงานกับหลีอ๋อง ถือเป็นเรื่องดีที่แม้แต่ในความฝันเจ้าก็คงไม่กล้าฝันถึงด้วยซ้ำ!"

"อืม เรื่องดีสินะ ข้าเองก็รู้สึกว่าตอนนี้มันดีมากเลยทีเดียว"

หลินอวิ๋นชูพยักหน้าอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นว่านางเห็นด้วยกับคำพูดของหลินฉวน

"วันนี้ข้าไม่ได้มานั่งคุยเล่นกับเจ้า หากเจ้ายังอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในฐานะพระชายาหลีอ๋องต่อไป ก็จงกลืนสิ่งที่เจ้าได้ยินลงท้องไปให้หมด หากเจ้ากล้า..."

"หากข้ากล้าเอาไปบอกคนอื่นแล้วท่านจะทำไม?"

หลินอวิ๋นชูพูดแทรกคำขู่ของหลินฉวนทันที สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นจริงจัง

"ข้าจะบอกอะไรให้นะ หากท่านอยากให้ข้าปิดปากเงียบ ทางที่ดีท่านควรจะทำตามที่ข้าบอก อย่าคิดว่าการข่มขู่จะทำให้ข้าเชื่องได้ และอย่าเอาบุญคุณของความเป็นพ่อแม่มาอ้างกับข้า เพราะท่านมันไม่คู่ควร!"

"สรุปแล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่!"

ความโกรธของหลินฉวนลดลงเล็กน้อย เขามองหลินอวิ๋นชูด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

"เงื่อนไขของข้าเรียบง่ายมาก เพียงแค่ท่านขยับนิ้วก็สามารถทำได้แล้ว ข้า หลินอวิ๋นชู ต้องการตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน

นับจากนี้ไปข้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลินอีก หากท่านตกลงก็จงเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ข้า แล้วข้าก็จะรับปากท่าน ว่าเรื่องที่เห็นและได้ยินมาก่อนหน้านี้ จะไม่หลุดรอดออกไปจากปากข้าแม้แต่ครึ่งคำ"

"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เจ้าคิดจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับข้าเชียวหรือ?"

"ข้าพูดชัดเจนแล้ว ข้ามีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว หากท่านไม่ยอมรับก็ถือว่าการเจรจาสิ้นสุดลง"

"เจ้าคิดให้ดีนะ หากวันหน้าหลีอ๋องหย่าขาดจากเจ้า ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาเหยียบตระกูลหลินอีก!"

หลินฉวนทำหน้าถมึงทึงข่มขู่ ทว่าในใจกลับกำลังคำนวณผลได้ผลเสียอย่างหนัก

ส่วนหลินอวิ๋นชูที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกอดอกแน่น ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่แท้จริงแล้วภายในใจกำลังตื่นเต้นสุดขีด!

นี่คือการประลองไหวพริบ คนในที่สว่างเลือกเล่นไพ่ในที่มืด และดูเหมือนว่าหลินฉวนจะตัดสินใจได้แล้ว

"ตกลง แต่ข้าก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน"

"เงื่อนไขอะไร?"

"เรื่องนี้เจ้าห้ามป่าวประกาศให้ใครรู้เด็ดขาด ข้าจะต้องเป็นคนประกาศเรื่องนี้ต่อหน้าสาธารณชนเอง ส่วนจะประกาศเมื่อใดนั้นข้าจะเป็นคนกำหนด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะชี้แจงให้ทุกคนทราบเอง"

หลินอวิ๋นชูลอบคิดในใจ ขอเพียงแค่นางได้เอกสารลายลักษณ์อักษรมา ต่อให้วันหน้าหลินฉวนจะรนหาที่ตายอย่างไร ก็ไม่มีทางลากนางเข้าไปเกี่ยวพันได้อีก!

"พูดปากเปล่าไร้หลักฐาน ท่านต้องเขียนหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร!"

"ได้ แต่เจ้าอย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน และเจ้าก็ต้องรักษาสัญญาด้วย เรื่องขององค์ชายใหญ่ เจ้าต้องรับประกันว่าจะไม่แพร่งพรายสิ่งที่เห็นออกไปแม้แต่ตัวอักษรเดียว!"

"ท่านวางใจเถอะ เรื่องที่ไม่มีผลประโยชน์กับข้า ข้าจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปทำไมกัน?"

หลินอวิ๋นชูพยักหน้าอย่างเย็นชา รอจนกระทั่งหลินฉวนเขียนเสร็จ นางก็อ่านทบทวนคร่าวๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด จึงพับเก็บไว้กับตัวอย่างระมัดระวัง

ยามนี้เงาร่างทั้งสองในห้องหนังสือต่างจ้องมองซึ่งกันและกัน คนหนึ่งทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ส่วนอีกคนก็ไม่ได้ทำเพื่ออำนาจเพียงอย่างเดียว

แววตาของแต่ละคนล้วนสะท้อนถึงสิ่งที่ตนเองปรารถนา โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดให้มากความ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 44 - จะรนหาที่ตายก็ไม่เกี่ยวกับนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว