เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 167 มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ

ตอนที่ 167 มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ

ตอนที่ 167 มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ


ตอนที่ 167 มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ

ภายใต้การจัดการของทหารนับร้อยนาย ซากความเสียหายในสนามรบก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยมอย่างรวดเร็ว บางทีอาจจะกลัวว่าหลี่มูจะเปลี่ยนความคิดกะทันหัน หลังจากฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้ "จับกุม" ใต้เท้าต่งและพวกหัวหน้าโจรได้แล้ว ก็รีบควบม้ากลับเมืองอันผิงโดยไม่ยอมหยุดพัก ราวกับกลัวว่าหากชักช้าไปแม้อึดใจเดียว ดาบยาวของกองทัพเป้ยกุยจะร่วงลงมาบั่นคอพวกตน

เมื่อเห็นภาพนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่มูก็ยิ่งเบิกบานขึ้นไปอีก

ที่เขาข่มขู่ฮั่วอวิ๋นเฟิง ก็เพื่อจะแสดงจุดยืนให้อีกฝ่ายเห็นว่า

บิดาไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะยอมให้ใครมาบีบเล่นตามใจชอบ หากทำให้บิดาโมโหขึ้นมา บิดาไม่เพียงแต่มีความกล้าที่จะล้มโต๊ะ แต่ยังมีพละกำลังมากพอที่จะล้มโต๊ะด้วย !

"พี่หลี่..."

ในตอนนั้นเอง เจี่ยชวน เจียงหู่ และคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายำเกรง เมื่อครู่นี้พวกเขาเห็นกับตาว่าทัพเป้ยกุยเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด และเห็นหลี่มูถือมีดข่มขู่ฮั่วอวิ๋นเฟิง เวลานี้ความตื่นตะลึงและความเลื่อมใสในใจพุ่งสูงถึงขีดสุด "ท่านนี่มันเทพเจ้าชัด ๆ ! "

"ท่านไปเชิญทหารหุ้มเกราะพวกนี้มาจากไหนกัน ? พวกเขากลับทำตามคำสั่งท่านทุกอย่าง ขนาดฮั่วอวิ๋นเฟิงยังถูกขู่จนยืนแทบไม่อยู่เลย ! "

เจียงหู่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนหน้านี้เขาเกือบจะมั่นใจแล้วว่าหลี่มูไม่ได้มีแม่ทัพใหญ่หนุนหลัง แต่พอมาเห็นภาพในวันนี้ เขาก็เริ่มลังเลขึ้นมาอีกครั้ง

"พี่หลี่ หรือว่าท่านจะเป็นลูกนอกสมรสของท่านอ๋ององค์ไหนกัน ? "

"ทหารม้ากองทัพนี้ ต่อให้เอาไปเทียบกับทหารองครักษ์ในราชสำนักก็ยังถือว่าอยู่ระดับแนวหน้า ทำไมถึงมาฟังคำสั่งท่านได้ล่ะ ? " เจี่ยชวนเคยเป็นทหารชายแดน ย่อมมีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น มองแวบเดียวก็รู้ว่าทหารม้าทัพนี้ไม่ธรรมดาทั้งอาวุธและรังสีอำมหิต

ต่อให้เป็น 'สามกองกำลังตั่วอวิ๋น' ซึ่งเป็นหน่วยชั้นยอดของพวกทูเจวี๋ย ก็ดูเหมือนจะยังห้าวหาญดุดันสู้ทหารม้ากองทัพนี้ไม่ได้เลย !

หลี่มูย่อมไม่ตอบคำถามเหล่านี้

เขาเพียงโบกมือ สั่งการทัพเป้ยกุยในใจ

ไม่นานนัก ท่ามกลางเสียงกีบเท้าม้าที่ดังก้อง ร่างของกองทหารม้าทัพนี้ก็เลือนหายไปในเงามืดตีนเขาต้าหลง

และค่าความทนทานของป้ายเสือเรียกทัพก็เปลี่ยนเป็น [4/5] !

"จัดการใต้เท้าต่งได้แล้ว ต่อจากนี้ไปในเมืองอันผิงแห่งนี้ ก็จะไม่มีใครกล้ามางัดข้อกับพวกเราอีก" หลี่มูมองดูคราบเลือดและเศษซากแขนขาที่เกลื่อนกลาดบนพื้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก "ในที่สุดก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเสียที"

แม้จะจับได้แค่ความผิดของใต้เท้าต่ง แต่เขากับท่านเจ้าเมืองติงสมคบคิดทำเรื่องชั่วช้าในเมืองหงโจวมาหลายปี ขอเพียงตั้งใจสืบสวน ย่อมต้องหาหลักฐานการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่ายเจอแน่

การต่อสู้ทางการเมือง สิ่งสำคัญก็คือการสาวไส้ให้กากิน ถอนรากถอนโคน !

ขอเพียงมีคนใดคนหนึ่งถูกลงโทษ ก็ย่อมต้องลากพรรคพวกอีกมากมายมารับเคราะห์ด้วย !

ส่วนฮั่วอวิ๋นเฟิง...

หลี่มูไม่กังวลเลยว่าจะถูกอีกฝ่ายล้างแค้น

การปรากฏตัวของทัพเป้ยกุย เท่ากับเป็นการสวมหน้ากากอันลึกลับให้กับหลี่มูไปแล้ว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "หุ้นส่วน" ที่อาจมีเบื้องหลังลึกลับซับซ้อน ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการดึงตัวมาเป็นพวก ไม่ใช่การตั้งตัวเป็นศัตรู

แม้วันนี้จะถูกข่มขู่หยามเกียรติ แต่ฮั่วอวิ๋นเฟิงเป็นขุนนางมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าระหว่าง "หน้าตา" กับ "ผลประโยชน์" สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน

……

"พี่หลิว ท่านว่าหลี่มูผู้นั้น ตกลงมีภูมิหลังเป็นใครกันแน่ ? "

กลับมาถึงค่ายทหารรักษาการณ์เมืองอันผิง ฮั่วอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้วแน่น ในใจยังคงขุ่นข้องหมองใจกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น "ธงตัวอักษร 'งัก' เป็นทหารของใครกันแน่ ? "

หลิวจี้ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า

"เมืองอันผิงอยู่ใกล้ชายแดน หรือว่ากองทหารม้าทัพนั้น จะเป็นชาวทูเจวี๋ย ? " ฮั่วอวิ๋นเฟิงเอ่ยเสียงเหี้ยม กำหมัดแน่น "หลี่มู หรือว่าจะเป็นสายลับของพวกทูเจวี๋ย ? "

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา หลิวจี้ก็เลิกคิ้วทันที

เวลานี้ต้าฉีกับพวกทูเจวี๋ยเป็นศัตรูคู่อาฆาตดั่งน้ำกับไฟ หากหลี่มูถูกยัดข้อหาว่าเป็นสายลับทูเจวี๋ยล่ะก็ นี่ไม่ใช่แค่การตัดหัวแล้ว แต่จะต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตร

"พี่ฮั่ว ข้ารู้ว่าในใจท่านไม่สบอารมณ์ แต่คำพูดบางอย่างก็พูดส่งเดชไม่ได้เด็ดขาด" หลิวจี้รีบเอ่ยขัดด้วยสีหน้าจริงจัง "หากเขาเป็นชาวทูเจวี๋ยจริง ๆ จะกล้าทำตัวเอิกเกริกเช่นนี้หรือ ? ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่ข้าได้มองดูหน้าตาของพวกทหารม้าเหล่านั้น ล้วนมีเค้าโครงหน้าตาแบบชาวจงหยวน ไม่ได้มีลักษณะของชนเผ่าต่างแคว้นเลยแม้แต่น้อย"

"กองทหารม้าทัพนี้ จะต้องเป็นทหารในอาณาเขตต้าฉีของเราแน่ ! "

สีหน้าของฮั่วอวิ๋นเฟิงยังคงอึมครึม

"พี่ฮั่ว เรื่องนี้เดิมทีข้ากับท่านก็เป็นฝ่ายผิดก่อน จะไปโทษที่หลี่มูระเบิดอารมณ์ไม่ได้หรอก" หลิวจี้เอ่ยปากเตือนสติอีกครั้ง "แต่ข้ากับท่านก็นับว่าโชคดีในคราวเคราะห์ การที่หลี่มูสามารถเรียกใช้ทหารชั้นยอดเช่นนี้ได้ เบื้องหลังเขาจะต้องมีคนคอยหนุนหลังอย่างแน่นอน"

"หากสามารถดึงเขาเข้ามาอยู่ฝั่งเราได้ จะไม่ใช่การเพิ่มขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่หรอกรึ ? "

ฮั่วอวิ๋นเฟิงก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้สมอง ที่พอถูกด่าสองสามคำก็จะต้องไปสู้รบปรบมือกับอีกฝ่ายให้ตายกันไปข้างหนึ่ง เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ลูบตอหนวดเคราสีเขียวครึ้มบนคาง จมอยู่ในความคิด

"หลี่มูผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ "

หลิวจี้เห็นเขาลังเล จึงตีเหล็กตอนร้อน "ข้าไปสอบถามหลินเจียนแห่งค่ายทหารเมืองอันผิงมาแล้ว เมื่อหนึ่งถึงสองเดือนก่อน หลี่มูผู้นี้ยังต้องไปขอความช่วยเหลือจากเขาเพราะถูกเศรษฐีในเมืองจ้องเล่นงานอยู่เลย แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน กองคาราวานอาชาเหล็กก็ถูกกวาดล้างด้วยน้ำมือเขา"

"ตอนนี้ กลับมีกองทหารม้าลึกลับมาคอยช่วยเหลือเขาอีก..."

ฮั่วอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้วแน่น มือวางอยู่บนพนักเก้าอี้ไท่ซือ นิ้วมือเคาะเบา ๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้ ท่านอ๋องเจิ้นหนานแอบสะสมกำลังพลและซื้อม้าศึกอยู่ตลอดเวลา ใต้บังคับบัญชามีแม่ทัพใหญ่สิบสองนาย คุมทหารชั้นยอดสิบสองสาย ในจำนวนนั้นดูเหมือนจะมีแม่ทัพคนหนึ่งที่แซ่งัก"

"อำเภออันผิง เมืองหงโจว ล้วนอยู่ในเขตปกครองของท่านอ๋องเจิ้นหนาน หรือว่ากองทหารม้าทัพนี้ จะเป็นคนของท่านอ๋อง ? "

เขาสบตากันหลิวจี้

หลี่มูที่เป็นแค่พรานป่าตัวเล็ก ๆ จะไปเกาะเรือลำใหญ่ของท่านอ๋องเจิ้นหนานได้อย่างไร ?

"หลายปีมานี้ท่านอ๋องเจิ้นหนานไม่เคยอยู่อย่างสงบเลย มีคนบอกว่า เขากำลังวางแผนมุ่งหมายตำแหน่งสูงสุดบนบัลลังก์มังกรหรือว่า หลี่มูจะเป็นหมากตาหนึ่งของเขา ? "

……

ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนจนเกินไป

ขอเพียงเผยข้อมูลออกมานิดหน่อย อีกฝ่ายก็จะเริ่ม 'มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ' และหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้ตัวเองเสร็จสรรพ ตอนนี้หลี่มูยังไม่รู้ตัวเลยว่า ฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้ได้มโนให้เขากลายเป็นลูกน้องของท่านอ๋ององค์ใดองค์หนึ่งไปเสียแล้ว

หลังจากจัดการเรื่องใต้เท้าต่งเสร็จ เขากับชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ก็ไม่ได้แวะพักที่ไหน กลับไปที่หมู่บ้านซวงซีจูงม้าแล้วเดินทางกลับเมืองอันผิงทันที

แวะหาโรงหมอใส่ยาที่แผลลวก ๆ หลี่มูก็เห็นพวกมือปราบจับกลุ่มกันวิ่งหน้าตาตื่นมุ่งหน้าไปทางศาลาว่าการอำเภอไม่ขาดสาย

ไม่นานหลังจากนั้น เกี้ยวของท่านเจ้าเมืองติงก็ออกจากเมืองอันผิงไปอย่างรีบร้อนภายใต้การคุ้มกันของมือปราบกลุ่มหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า เขาได้รับข่าวเรื่องที่ใต้เท้าต่งถูกจับกุมแล้ว !

หลี่มูเห็นดังนั้นก็ขยับแขนที่เพิ่งพันแผลเสร็จ อารมณ์เบิกบานอย่างยิ่ง เขาล้วงตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงสองใบออกจากอกเสื้อยื่นให้เจียงหู่ พลางเอ่ย "วันนี้พี่น้องทุกคนตกใจกันมามากพอแล้ว เอาเงินนี่ไปแบ่งกันตามจำนวนคน ! "

"ถ้ามีเหลือ ก็ไปซื้อเนื้อซื้อกับข้าวดี ๆ มา คืนนี้พวกเราจะดื่มฉลองกันให้หนำใจไปเลย ! "

จบบทที่ ตอนที่ 167 มโนกันไปเองเป็นตุเป็นตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว