เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157 อุบายเปิดเผย

ตอนที่ 157 อุบายเปิดเผย

ตอนที่ 157 อุบายเปิดเผย


ตอนที่ 157 อุบายเปิดเผย

"พี่น้องทุกท่าน ตอนแรกที่พวกเจ้าติดตามข้ามาก็เพื่อหวังจะมีอนาคตที่ดี แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเรากลับมีแต่เรื่องวุ่นวายและปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน" หลี่มูกวาดสายตามองทุกคน เอ่ยเสียงขรึม "ข้าขอรับปากกับพวกเจ้าว่า หลังจากผ่านเรื่องคราวนี้ไป พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปอีกนานเลยทีเดียว"

พวกชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ไม่เอ่ยคำใด มีเพียงสายตาที่แน่วแน่และเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อใจ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ทีมล่าสัตว์จะมีปัญหาเข้ามาไม่ขาดสาย แต่พวกเขาก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลังผ่านพ้นเหตุการณ์แต่ละครั้ง ทรัพย์สินของทีมล่าสัตว์ก็จะเพิ่มพูนขึ้นส่วนหนึ่ง ได้รับผลประโยชน์ที่จับต้องได้มากมายจากการเฉียดเป็นเฉียดตาย

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว !

ยุคสมัยนี้ มีผู้คนตั้งเท่าไหร่ที่ต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายเพื่อหาเลี้ยงชีพ ที่ทำไปทั้งหมดก็ไม่ใช่เพื่อเงินทองหรอกหรือ ?

ตั้งแต่เข้าร่วมทีมล่าสัตว์มา ในเวลาสั้น ๆ ไม่ถึงสามเดือน พวกเขาทุกคนต่างก็หาเงินได้คนละไม่ต่ำกว่าสองถึงสามร้อยตำลึง ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ในอดีตถึงสิบปี

แต่ละมื้อได้กินเนื้อสด แป้งขาว ข้าวสารชั้นดี ได้พักอาศัยในบ้านหลังใหญ่ที่กว้างขวางสว่างไสว ได้ดื่มสุราชั้นเลิศราคาไหละสองตำลึง ต่อให้เป็นการชุบเลี้ยงนักรบเดนตาย ก็คงไม่ดีไปกว่านี้แล้ว !

"พรุ่งนี้ ออกนอกเมือง" หลี่มูมองดูพี่น้องกลุ่มนี้ ในใจก็บังเกิดความฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก

แม้ช่วงหลายวันนี้ เขาจะได้รู้จักกับผู้มีอำนาจและอิทธิพลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเฉาหย่างอี้ เฉินเฮ่อซง หลินเจียน ฟ่านเหวินปิน ตลอดจนฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้ แม้ว่าคนเหล่านี้จะเคยหรือกำลังยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเขาในเวลานี้ก็ตาม

แม้คนเหล่านี้จะมีเส้นสายกว้างขวางและมีอำนาจล้นฟ้า แต่หลี่มูกลับรู้ดีว่า คนเหล่านี้ไม่มีทางกลายเป็นขุมกำลังที่เขาสามารถพึ่งพาได้อย่างแท้จริงตลอดไป

เพราะการที่พวกเขาเข้ามาข้องแวะกับตน ล้วนมีจุดประสงค์แอบแฝงทั้งสิ้น

มีเพียงชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์กลุ่มนี้เท่านั้น...

แม้พวกเขาจะเป็นเพียงชาวบ้านยากจน ไร้ทรัพย์สินและอำนาจ แต่กลับเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายที่ฝ่าฟันอุปสรรคและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด ตอนแรกที่มารวมตัวกันอาจเป็นเพราะผลประโยชน์และเงินทอง แต่หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย ความผูกพันระหว่างกันก็แน่นแฟ้นขึ้น ก้าวข้ามความสัมพันธ์แบบนายจ้างและลูกจ้างไปแล้ว

เวลาโบยบินผ่านไป ค่ำคืนหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง ทีมล่าสัตว์ก็มารวมตัวกันที่หน้าประตูโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง

หลี่มูนำทีมขึ้นควบม้า ตรวจสอบจำนวนคน อุปกรณ์ล่าสัตว์ และอาวุธ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับทุกคนว่า "ตรวจเช็กสัมภาระของตัวเองอีกรอบ เตรียมตัวออกเดินทาง"

การออกนอกเมืองครั้งนี้ย่อมต้องอันตรายอย่างยิ่งยวด เพื่อการนี้ เขาจึงได้เตรียมการมาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ ชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์สิบกว่าคน ทุกคนล้วนสวมเกราะอ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไปยืมมาจากทหารรักษาการณ์

แม้กฎหมายของต้าฉีจะห้ามมิให้ชาวบ้านครอบครองชุดเกราะเป็นการส่วนตัว แต่นั่นหมายถึงเกราะหนักที่สวมใส่ภายนอก แบบที่มีเกราะไหล่ เกาะกันหัวใจ และหมวกเกราะ ส่วนเกราะอ่อนที่สวมแนบเนื้อคล้ายเสื้อกั๊กถักด้วยห่วงเหล็กนั้น ไม่ได้มีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามสวมใส่

ขอเพียงทำตัวให้กลมกลืน ไม่เดินโอ้อวดไปตามท้องถนน ก็จะไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อเห็นว่าทุกคนเตรียมพร้อมแล้ว หลี่มูก็สะบัดแส้ม้า ท่ามกลางเสียงกีบเท้าม้าที่ดังกึกก้อง ทีมล่าสัตว์ก็พุ่งทะยานมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปอย่างเอิกเกริก

และหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะจากไปได้ไม่นาน บริเวณใกล้ ๆ โรงกลั่นสุราชุนอี้ฟาง ก็มีชายแต่งตัวซอมซ่อคล้ายขอทานสองสามคนเร่งฝีเท้าหายลับไปในถนนอย่างรวดเร็ว

……

"อะไรนะ ? พวกหลี่มูออกนอกเมืองไปแล้วรึ ? "

ณ ศาลาว่าการอำเภอ ท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป

พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าในเวลาเช่นนี้ หลี่มูไม่เพียงแต่จะไม่หดหัวหลบอยู่ภายใต้การคุ้มครองอันแน่นหนาของทหารรักษาการณ์ แต่กลับเป็นฝ่ายออกนอกเมืองไปเสียเอง นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ !

"มีทหารหุ้มเกราะจากค่ายทหารตามไปด้วยหรือไม่ ? " ใต้เท้าต่งเอ่ยถามเสียงขรึม

'ขอทาน' ที่มารายงานข่าวส่ายหน้า "ข้าน้อยเห็นกับตาตัวเองขอรับ ในขบวนมีแค่พวกพรานป่าจากทีมล่าสัตว์เท่านั้น ไม่มีคนอื่นเลยแม้แต่คนเดียว"

"..."

เงียบไปเนิ่นนาน ใต้เท้าต่งและท่านเจ้าเมืองติงสบตากัน ก่อนจะเอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกัน "กับดัก"

ลูกไม้นี้ไม่ได้แยบยลอะไรเลย !

ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ หากเปลี่ยนเป็นคนปกติทั่วไป ย่อมไม่มีทางกล้าออกนอกเมืองอย่างผ่าเผยแน่ การที่อีกฝ่ายทำตัวเอิกเกริกเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีแผนการร้ายแอบแฝงอยู่

"หึ พวกมันคงคิดจะล่อนักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับออกมาให้หมด แล้วกวาดล้างให้สิ้นซากในคราวเดียวสินะ" มุมปากของใต้เท้าต่งเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ เขาส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่าดูแคลนวิธีการเช่นนี้อย่างมาก "หากข้าเดาไม่ผิด ฮั่วอวิ๋นเฟิงกับหลิวจี้จะต้องส่งคนไปคอยจับตาดูอย่างลับ ๆ แน่"

"นี่มันคืออุบายเปิดเผย (แผนการที่ล่วงรู้แล้วแต่ก็ยังต้องกระโดดลงไปในหลุมพราง)" ท่านเจ้าเมืองติงยกถ้วยชาขึ้นจิบ เอ่ยเสียงขรึม "ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกับดัก แต่นักฆ่าพวกนั้นเพื่อเงินค่าหัวของท่าน ก็จะต้องลงมือที่นอกเมืองอย่างแน่นอน"

"แต่ต่อให้เป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นการเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้หรอก" ใต้เท้าต่งเลิกคิ้ว

"ฮั่วอวิ๋นเฟิงกับพวกเพื่อตบตาผู้คน ย่อมไม่กล้าส่งกองกำลังไปซุ่มซ่อนมากเกินไปแน่ หากพวกนักฆ่าที่อยากได้เงินรางวัลกรูกันเข้าไป เกรงว่าต่อให้เป็นทหารระดับหัวกะทิในกองทัพก็ยังไม่กล้ารับประกันเลยว่าจะคุ้มครองพวกหลี่มูไว้ได้" ท่านเจ้าเมืองติงเอ่ยอย่างเชื่องช้า "นี่คืออุบายเปิดเผยจริง ๆ แต่ใครจะเป็นผู้ชนะ ก็ต้องดูว่าพละกำลังของฝ่ายไหนจะแข็งแกร่งกว่ากัน"

เคร้ง !

ถ้วยชาในมือของใต้เท้าต่งกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวดุดัน "ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้พวกมันฆ่านักฆ่านอกเมืองจนหมดเกลี้ยงก็ไม่เห็นจะเป็นไร ถึงอย่างไรหากหลี่มูไม่ตาย ข้าก็ไม่ต้องควักเงินจ่ายสักอีแปะเดียว ข้ามีเงินซะอย่าง ยังต้องกลัวว่าจะจ้างคนมาไม่ได้อีกรึ ? "

……

เสียงกีบเท้าม้าดังกึกก้องราวกับอสนีบาตไปตามถนนชนบท

เพิ่งจะออกจากเมืองอันผิงมาได้ไม่นาน หลี่มูก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที

สยงผีวิ่งตามหลังขบวนม้า ความเร็วในการวิ่งของมันกลับไม่ด้อยไปกว่าม้าเปียวสีเหลืองเลยแม้แต่น้อย

ขบวนม้าควบตะบึง ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่หมู่บ้านซวงซี กิ่งไม้บนต้นไม้ใหญ่ริมทางก็ไหวติงเล็กน้อย ลูกศรยาวสีดำขลับดอกหนึ่งพุ่งทะยานออกมาในพริบตา

"เคร้ง ! " เจียงหู่ที่มีสติสัมปชัญญะตื่นตัวถึงขีดสุดอยู่แล้วก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที เขากวัดแกว่งดาบในมือราวกับพายุหมุนจนไม่มีช่องโหว่ ฟันลูกศรยาวร่วงหล่นจากกลางอากาศในชั่วพริบตา

กร๊อบ !

ตัวลูกศรร่วงหล่นลงพื้น หักเป็นสองท่อน

ร่างเงาสายหนึ่งกระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นว่าการลอบโจมตีพลาดเป้า ก็หันหลังเตรียมจะหลบหนีเข้าไปในพุ่มไม้รกทึบริมทาง

"ไอ้โจรชั่วอย่าหนีนะ ! " เจี่ยชวนเห็นดังนั้นก็ง้างธนูขึ้นสาย ขี่ม้าไล่ตามไปทันที

แต่วินาทีต่อมา ภายในพุ่มไม้ก็มีลูกศรเจ็ดแปดดอกพุ่งสวนออกมา ซ้ำยังมีโซ่เหล็กหลายเส้นตวัดขวางหมายจะรัดเข้าที่ขาม้า

"ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาวมุดหัวอยู่ในกระดอง ไสหัวออกมาให้บิดาเดี๋ยวนี้ ! " เจียงหู่แผดเสียงคำรามลั่น ถือดาบพุ่งทะยานเข้าไปฟาดฟัน หลังจากปัดป้องลูกศรได้หลายดอก มือซ้ายก็คว้าหมับกลางอากาศ จับโซ่เหล็กไว้แน่นแล้วออกแรงกระชาก พริบตาเดียวก็ลากตัวชายฉกรรจ์สองคนกระเด็นหลุดออกมาจากพงหญ้า

ฉึก ! ฉึก !

เจี่ยชวนตาไวรวดเร็ว ยิงธนูใส่คนละดอกส่งพวกมันไปปรโลกทันที

ส่วนพวกชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ที่เหลือก็ไม่ได้อยู่เฉย รีบเข้าไปปิดล้อมพื้นที่แห่งนี้ไว้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็ลากตัวนักฆ่าออกมาได้เจ็ดแปดคน ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ขัดขืน ก็ถูกพวกเขาฟันคอขาดกระเด็นอย่างโหดเหี้ยม

เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูด สาดกระเซ็นไปทั่วพุ่มไม้

"มีฝีมือแค่นี้ ยังกล้ามาล่าค่าหัวอีกรึ ? " เจียงหู่แค่นเสียงหัวเราะเย็น ยกเท้าเตะหัวคนกระเด็นลอยไป "ยุคสมัยนี้ คนที่ไม่รู้จักประมาณตนมันเยอะจริง ๆ "

จบบทที่ ตอนที่ 157 อุบายเปิดเผย

คัดลอกลิงก์แล้ว