- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 158 ศึกอาบเลือด
ตอนที่ 158 ศึกอาบเลือด
ตอนที่ 158 ศึกอาบเลือด
ตอนที่ 158 ศึกอาบเลือด
หลังจากเก็บกวาดสนามรบแล้ว ก็ไม่พบของมีค่าใด ๆ บนตัวศพนักฆ่าพวกนี้เลย หลี่มูจึงโยนพวกมันทิ้งเข้าไปในพุ่มไม้อย่างลวก ๆ
"ระวังตัวกันด้วย คนพวกนี้อาจจะเป็นแค่น้ำจิ้ม" หลี่มูพลิกตัวขึ้นม้า เอ่ยกำชับกับทุกคน "อาหารจานหลักยังรออยู่ข้างหลังต่างหาก" แรงดึงดูดของเงินหลายหมื่นตำลึงนั้นมากขนาดไหนกัน ?
ในยุคสมัยนี้ เงินยี่สิบตำลึงสามารถซื้อวัวได้หนึ่งตัว เงินร้อยตำลึงสามารถซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ในตัวเมืองได้ เงินพันตำลึงก็เพียงพอที่จะตั้งตัวเป็นเศรษฐี ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขและสุขสบายได้แล้ว
เป็นหมื่นตำลึง...
ต่อให้เป็นคนร่ำรวยอย่างฉินเซี่ยหู่ในอดีต หากต้องเผชิญกับเงินก้อนโตขนาดนี้ เกรงว่าก็คงอดใจไม่ไหวเช่นกัน
หลี่มูคาดเดาว่า คนที่มาเพื่อเงินก้อนนี้จะต้องมีไม่ต่ำกว่าสามร้อยคนอย่างแน่นอน !
และนี่เป็นเพียงการประเมินขั้นต่ำเท่านั้น
ขบวนม้าควบทะยานเข้าสู่หมู่บ้านซวงซี ตามท้องไร่ท้องนามีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยกำลังทดน้ำเข้านาข้าวสาลีที่เพิ่งปลูกใหม่ เป็นภาพที่ดูสงบสุขยิ่งนัก
แต่หากสังเกตดูให้ดี ก็จะพบว่าใบหน้าของชาวบ้านเหล่านี้ค่อนข้างแปลกตา ซ้ำท่วงท่าการทำงานในนาของพวกเขาก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด
คนเหล่านี้มีแขนขาที่กำยำล่ำสัน แววตาดุดันคมกริบ ไม่เหมือนชาวบ้านธรรมดาเลยสักนิด แต่กลับเหมือนนักรบผู้กล้าในกองทัพเสียมากกว่า
"ในหมู่บ้านซวงซีมีทหารซุ่มซ่อนอยู่หลายสิบคน ล้วนเป็นทหารชั้นยอดของกองบัญชาการทหาร" หลี่มูกดเสียงต่ำ แผนการนี้เขาเป็นคนร่วมวางแผนกับฮั่วอวิ๋นเฟิง ย่อมมีการจัดเตรียมกำลังไว้ที่นี่ล่วงหน้าแล้ว
จากการคาดเดาของพวกเขา สถานที่ที่กลุ่มนักฆ่ามีโอกาสลงมือมากที่สุดก็คือบริเวณตีนเขาต้าหลง
เหตุผลนั้นง่ายมาก
ภูเขาต้าหลงนั้นซ่อนตัวได้ง่าย เหมาะแก่การลอบโจมตี ซ้ำเส้นทางยังสูงชัน หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมา โอกาสที่จะหลบหนีไปได้แทบจะเป็นศูนย์
หมู่บ้านซวงซีอยู่ติดกับภูเขาต้าหลง ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เมื่อทหารเหล่านี้ได้รับสัญญาณ ก็จะสามารถตอบสนองและเข้าช่วยเหลือได้ในเวลาที่สั้นที่สุด
"แค่หลายสิบคนเองรึ ? " เจี่ยชวนรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
ถึงอย่างไรวันนี้พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูนับร้อยคน ทหารแม้จะมีพลังรบสูง แต่ความแตกต่างด้านจำนวนคนมันก็มากเกินไปหน่อย
"ชาวบ้านในหมู่บ้านซวงซีเดิมทีก็มีไม่มากอยู่แล้ว หากจู่ ๆ มีคนหน้าแปลก ๆ โผล่มาเยอะเกินไป ก็จะซ่อนตัวไม่ได้" หลี่มูลูบป้ายเสือเรียกทัพในห่อผ้าที่เอว ยิ้มออกมาอย่างไม่ยี่หระ "ความจริงแล้วหากว่ากันตามตรง ทหารหลายสิบคนนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากหรอก แค่มาช่วยพวกเราเล่นละครฉากหนึ่งก็เท่านั้น"
"ไปกันเถอะ ! "
เขาไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ทำเพียงอธิบายคร่าว ๆ สองสามประโยค จากนั้นก็ขี่ม้ากลับไปที่บ้านตระกูลหลี่เพื่อแวะพัก
……
ภูเขาต้าหลงในฤดูใบไม้ร่วงตอนปลาย ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกจาง ๆ
มองจากที่ไกล ๆ ดูราวกับสัตว์ร้ายตัวมหึมาที่กำลังหมอบซุ่มเงียบ ๆ รอคอยให้ผู้คนเดินเข้ามาติดกับดัก เดินเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของมัน
หลี่มูจงใจหยุดแวะพักที่หมู่บ้านซวงซีครึ่งชั่วยาม
"โอ๊ะ... วันนี้ที่ตีนเขาต้าหลงดูคึกคักดีแฮะ"
หลี่มูเงยหน้ามองไปข้างหน้า เห็นเพียงว่าที่ทางเข้าภูเขามีชายฉกรรจ์สิบกว่าคนรวมตัวกันอยู่ พวกเขาก็แต่งตัวเป็นพรานป่าเช่นกัน สวมเสื้อหนังสัตว์ ถือหลาวและหอก ซ้ำยังพาหมาล่าเนื้อมาด้วยสองตัว
เมื่อเห็นพวกของหลี่มูเดินเข้ามา หัวหน้าพรานในกลุ่มของอีกฝ่ายก็เดินออกมาร้องทักทายอย่างกระตือรือร้น "พี่ชาย จะเข้าป่ารึ ? "
"พวกท่านอ้อมไปทางอื่นเถอะ เมื่อวานฝนตกในป่า ซัดเอาทางเดินเล็ก ๆ สำหรับเข้าป่าเละเทะไปหมดแล้ว ! "
"นี่ไง พวกข้าก็กำลังเตรียมตัวจะเข้าทางทิศตะวันตก..."
เคร้ง !
หลี่มูไม่สนใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย ชักมีดตัดฟืนจากเอวออกมาแล้วฟันแสกหน้าอีกฝ่ายทันที
ฉับ !
หัวหน้าพรานตกใจจนหน้าถอดสี ยกง่ามเหล็กขึ้นรับมีดที่หมายจะเอาชีวิตนี้ไว้ได้ เซถอยหลังไปสองก้าว หน้าเปลี่ยนสีพลางเอ่ย "เจ้าจะทำอะไร ? บิดาหวังดีอุตส่าห์บอกพวกเจ้าว่าทางขาด เจ้าไม่เพียงแต่จะไม่รับน้ำใจ ยังคิดจะฆ่าข้าอีกรึ ? "
"ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าคิดจะฮุบเหยื่อในป่าไว้คนเดียวล่ะสิ พี่น้องทั้งหลาย จับอาวุธ ! "
สิ้นเสียงตวาด ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังหัวหน้าพรานก็ชูอาวุธในมือขึ้นมาทันที
"บางทีพวกเจ้าอาจจะเป็นพรานป่าจริง ๆ หรืออาจจะไม่ใช่..." หลี่มูเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "แต่วันนี้ บิดาไม่มีอารมณ์มานั่งแยกแยะฐานะของพวกเจ้าหรอก จะโทษก็ต้องโทษที่พวกเจ้าดวงซวย มารนหาที่ตายเอง"
"ฆ่า ! "
"อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว ! "
สิ้นคำสั่งของหลี่มู พวกเจียงหู่ก็พุ่งกระโจนออกไปราวกับหมาป่าและเสือร้าย
ส่วนหัวหน้าพรานผู้นั้นเห็นดังนั้นก็หน้าเขียวปัด แค่นเสียงหัวเราะเย็นพลางเอ่ย "หึ ๆ บิดาบอกแล้วไงว่าลูกไม้ตื้น ๆ แค่นี้หลอกพวกมันไม่ได้หรอก คนที่มีค่าหัวถึงแปดหมื่นตำลึง จะเป็นไอ้โง่ที่ถูกคนหลอกง่าย ๆ ด้วยคำพูดแค่สองสามประโยคได้อย่างไร ? "
"พี่น้องทั้งหลาย ออกมาได้แล้ว ! "
ชั่วพริบตานั้น ด้านหลังพุ่มไม้และในป่ารอบ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังขึ้น เพียงไม่นาน ก็มีชายฉกรรจ์ร่างกำยำที่มีสีหน้าไม่เป็นมิตรปรากฏตัวออกมาสี่สิบห้าสิบคน
ชายฉกรรจ์เหล่านี้ล้วนมีรอยสักรูปหมาป่าหรือเหยี่ยวอยู่บนท่อนแขน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนของพรรคพวกนักเลง
"อำเภอซื่อสุ่ย หอหมาป่าอินทรี" หัวหน้าพรานก้าวถอยหลังไปสองก้าว ค่อย ๆ เอ่ยชื่อสังกัดของตัวเองออกมา "วันนี้ พวกข้าขอรับหัวของพวกเจ้าไปล่ะนะ ! "
"ฆ่า ! "
สิ้นเสียงคำราม ฝูงชนรอบด้านก็กรูเข้ามาทันที
ส่วนการตอบสนองของหลี่มูก็รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เขาง้างธนูยิงติดต่อกันสามดอก พริบตาเดียวก็สอยศัตรูล้มลงไปได้สามคน
เจียงหู่ยิ่งคำรามก้อง กวัดแกว่งดาบความยาวกว่าหนึ่งจั้งในมือ จำแลงร่างเป็นเครื่องจักรสังหารพุ่งทะยานเข้าไปในวงล้อมของศัตรู ฟาดฟันซ้ายขวา ทุกดาบที่ฟาดฟันออกไป จะต้องมีศัตรูหนึ่งหรือสองคนร้องโหยหวนพร้อมกับแขนขาที่ถูกฟันขาด เลือดสาดกระเซ็น
เจี่ยชวน เฉินหลิน และคนอื่น ๆ ต่างก็หันหลังชนกัน ตอบโต้กลับอย่างใจเย็น แม้แต่สยงผีก็ยังหาจังหวะ กัดกระดูกข้อเท้าของศัตรูคนหนึ่งจนแหลกละเอียดในคำเดียว ทำให้เขาหมดสภาพการต่อสู้ไปในพริบตา
การต่อสู้ครั้งนี้เข้าสู่จุดเดือดตั้งแต่เริ่มแรก
หลี่มูยิงธนูติดกันสามดอก ศัตรูก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวแล้ว เขาจึงโยนคันธนูยาวทิ้งไป กำมีดตัดฟืนคู่ใจที่อยู่กับเขามานานแน่น แล้วฟันฉับลงไปอย่างแรง
ได้ยินเพียงเสียงดังกรอบ
ใบมีดอันหนักอึ้งก็จามเข้าที่หน้าอกของศัตรูตรงหน้าในพริบตา
ปัง !
เขาไม่มีเวลาดึงมีดออก ทำได้เพียงยกเท้าถีบอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไป อาศัยจังหวะนั้นตวัดมีดตัดฟืนฟันกวาดไปข้างหน้า ฟันแขนศัตรูอีกคนจนได้เลือด !
"ยิงธนู ! "
หัวหน้าพรานเห็นว่าชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์กลุ่มนี้กล้าหาญชาญชัยนัก เพียงแค่ปะทะกันหน้าเดียวก็ทำให้พี่น้องสิบกว่าคนในสังกัดของตนบาดเจ็บสาหัส จึงรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที
สิ้นเสียงง้างสายธนูตึงเปรี๊ยะ คันธนูแข็งสิบกว่าคันก็ถูกน้าวเรี่ยวแรงจนสุด
ตามมาด้วยเสียงแหวกลมแสบแก้วหู ลูกศรก็กลายเป็นแสงสีดำพุ่งทะยานเข้ามา
เคร้ง !
ทว่าเมื่อลูกศรพุ่งเป้าเข้าที่หน้าอกของหลี่มู ภาพลูกศรทะลวงอกที่จินตนาการไว้กลับไม่เกิดขึ้น หัวลูกศรราวกับพุ่งชนเข้ากับกำแพงอันแข็งแกร่ง ส่งเสียงดังกังวานหนัก ๆ ออกมา ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ลูกศรที่ยิงเข้าใส่คนอื่น ๆ ก็มีจุดจบไม่ต่างกัน
"พวกมันสวมเกราะอ่อนไว้ข้างใน ! " หัวหน้าพรานอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตั้งสติได้ทันที "เล็งยิงที่แขนขาของพวกมัน ! " ทว่าในเวลานี้ การเคลื่อนไหวของเฉินหลินกลับเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่ง !
เห็นเพียงชายฉกรรจ์ที่มีชื่อเสียงด้านพรสวรรค์การยิงธนูในทีมล่าสัตว์ผู้นี้กลิ้งตัวไปกับพื้น ง้างคันธนูยาวแล้วยิงออกไปหนึ่งดอก
หัวหน้าพรานหลบไม่ทัน ลูกศรยาวพุ่งทะลุทะลวงลำคอของเขาในพริบตา !
เขาเบิกตากว้าง เซถลาไปสองสามก้าว ก่อนจะล้มหงายหลังสิ้นใจตายในที่สุด