เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 147 เกลี้ยกล่อมหลินเจียน

ตอนที่ 147 เกลี้ยกล่อมหลินเจียน

ตอนที่ 147 เกลี้ยกล่อมหลินเจียน


ตอนที่ 147 เกลี้ยกล่อมหลินเจียน

ปัจจุบันในราชสำนักต้าฉีแบ่งออกเป็นสองฝ่ายใหญ่ ฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายขุนนางบุ๋นที่มีอัครเสนาบดีเป็นผู้นำ กุมตำแหน่งเจ้าเมืองและผู้ว่าการมณฑลต่าง ๆ ทั้งมีอำนาจและเงินทอง

ส่วนอีกฝ่ายคือฝ่ายขุนนางบู๊ที่มีไท่เว่ยเป็นผู้นำ กุมอำนาจทางทหาร แต่หลายปีมานี้กลับถูกฝ่ายขุนนางบุ๋นกดหัวมาโดยตลอด

เหตุผลไม่มีอะไรมาก เป็นเพียงเพราะเมื่อสองร้อยปีก่อน ปฐมกษัตริย์แห่งต้าฉีทรงมีพื้นเพมาจากขุนนางบู๊ ทรงนำทัพก่อกบฏจนได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงทรงเกรงว่าลูกหลานจะถูกกระทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นหลังจากขึ้นครองบัลลังก์ จึงทรงออกพระราชกฤษฎีกาหลายฉบับเพื่อกดขี่ขุนนางบู๊

เพียงแต่ช่วงหลายปีมานี้ ชายแดนต้าฉีไม่สงบสุข มักมีพวกคนเถื่อนและทหารม้าทูเจวี๋ยก่อความวุ่นวายอยู่เสมอ เพื่อรักษาความมั่นคงของแผ่นดิน องค์ฮ่องเต้จึงทำได้เพียงค่อย ๆ เพิ่มการสนับสนุนและให้ความสำคัญกับขุนนางบู๊มากขึ้น สถานะทางการเมืองในราชสำนักต้าฉีที่ก่อตัวมานับร้อยปี ก็กำลังค่อย ๆ พลิกผัน

ท่านเจ้าเมืองติงรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าบรรดาขุนนางบู๊ที่อารมณ์ร้อนเหล่านี้ถูกกดหัวมาหลายปี บัดนี้ในที่สุดก็สามารถยืดอกได้อย่างสง่าผ่าเผย ในใจย่อมต้องอัดอั้นด้วยความโกรธแค้นและอยากจะหาทางโจมตีแก้แค้นฝ่ายของอัครเสนาบดี เพื่อระบายความแค้นที่สะสมมานานหลายปี

การตายของต่งหยวน แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในราชสำนักต้าฉี แต่หากเรื่องนี้ไปถึงหูพวกขุนนางบู๊เข้าล่ะก็... เกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นงานแน่

"อวี่เอ๋อร์ เจ้าจงรีบไปแจ้งตระกูลต่ง ให้ส่งคนไปปิดล้อมข่าวสารไว้ ห้ามให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจากเมืองอันผิงเด็ดขาด ! " สมองของท่านเจ้าเมืองติงหมุนอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็วางแผนการต่าง ๆ เสร็จสรรพ

ติงอวี่ก็เข้าใจในทันที

เขากับฟางฮุ่ยรีบร้อนออกจากจวนสกุลติง ไม่นานนัก เมืองหงโจวทั้งเมืองก็เริ่มเคลื่อนไหว มือปราบจำนวนมากมีสีหน้าเคร่งเครียดดุดัน สะพายดาบออกปฏิบัติการ

ไม่ทันถึงเที่ยงวัน เส้นทางสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองอันผิงกับโลกภายนอก ก็ถูกปิดล้อมอย่างแน่นหนาแล้ว

……

"ท่านพี่ ข้าได้ยินคนของพรรคเฉาปังบอกว่า เส้นทางน้ำของพวกเขาถูกปิดกั้นแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรถม้าหรือเรือที่คิดจะออกจากเมืองอันผิง ล้วนต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด"

หลี่ไฉ่เวยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากนอกประตู หน้าซีดเผือด เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "มือปราบที่รับผิดชอบการตรวจสอบล้วนเป็นคนของศาลว่าการเมือง ต่อให้เป็นเอกสารผ่านทางที่นายอำเภอเฉาออกให้ พวกเขาก็ไม่ยอมรับ ! "

เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด

เขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าท่านเจ้าเมืองติงจะต้องปิดข่าว ท้ายที่สุดคดีนี้ต่งหยวนก็เป็นคนลงมือฆ่าคนก่อน การกระทำของสือโถวถือเป็นการป้องกันตัวและตอบโต้ หากว่ากันตามกฎหมายต้าฉีก็ไม่ถึงขั้นต้องรับโทษประหาร

แต่ทว่าบิดาของต่งหยวนและติงอวี่ กลับเป็น 'ผู้รักษากฎหมาย' เสียเอง

ในเมืองหงโจวแห่งนี้ พวกเขาแทบจะสามารถชี้ดำเป็นขาว ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ

ขอเพียงข่าวไม่แพร่กระจายออกไป ทีมล่าสัตว์ก็จะเป็นเพียงมดปลวกในกำมือ ที่พวกเขาสามารถบีบขยี้ได้ตามใจชอบ

"ไม่เป็นไร" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อคืนเขาให้พวกพี่น้องรีบออกเดินทางรอนแรมข้ามคืน ก็เพื่อป้องกันการเล่นไม้นี้ของอีกฝ่าย "ป่านนี้พวกเจียงหู่คงจะออกพ้นเขตเมืองหงโจวไปแล้วล่ะ"

"ไฉ่เวย เจ้ากับพี่สะใภ้หวังช่วยกันเฝ้าศพของต้าเหลียนให้ดี ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย"

ภายในห้องมีโลงศพไม้เนื้อแข็งตั้งอยู่ ร่างของหญิงสาวผู้มีชะตากรรมอาภัพที่ถูกต่งหยวนทุบตีจนตายเมื่อคืนนี้นอนนิ่งสงบอยู่ด้านใน แม้ว่าทุกคนจะช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าออกให้แล้ว แต่รอยฟกช้ำและบาดแผลบางแห่งก็ยังคงเห็นได้ชัดเจน ชวนให้ผู้คนรู้สึกเวทนาจับใจ

หลี่มูมองดูศพแวบหนึ่ง แล้วก้าวเดินออกไปข้างนอก

ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองติงปิดล้อมเมืองอันผิงไว้แล้ว ดูท่าคงเตรียมจะลงมือกับเขาในเร็ว ๆ นี้ นายอำเภอเฉาก็ขี้ขลาดตาขาว... แม้เมื่อคืนจะฝืนทนต่อแรงกดดันของติงอวี่มาได้ แต่หากเจ้านายสายตรงลงมาจัดการด้วยตัวเอง เกรงว่าเขาคงจะต้านทานไม่ไหวแน่

หลี่มูควบม้าพุ่งทะยานออกไป

เพียงไม่นาน เขาก็มาถึงค่ายทหารรักษาการณ์ที่ทิศตะวันออกของเมือง

ด้วย 'ความร่วมมือ' ในครั้งก่อน คราวนี้ต่อให้ไม่มีเฉินเฮ่อซงเดินทางมาด้วย หลี่มูก็ยังได้รับการอำนวยความสะดวกให้ผ่านทางเข้าไปได้อย่างราบรื่น

"ฮ่า ๆ น้องหลี่ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้เจ้าไปตั้งรกรากเปิดกิจการค้าขายอยู่ในเมืองแล้วนี่นา วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงค่ายทหารของข้าได้ล่ะ ? " เพิ่งจะนั่งลงในกระโจมบัญชาการทหารได้ไม่ทันไร เสียงหัวเราะร่าเริงของหลินเจียนก็ดังมาจากหน้าประตู

ไม่พบหน้าหลายวัน หลินเจียนดูเหมือนจะเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลกว่าคราวก่อน รูปร่างก็ดูอวบอิ่มขึ้นไม่น้อย

"ท่านแม่ทัพหลิน" หลี่มูลุกขึ้นประสานมือคารวะ

"นั่งสิ" หลินเจียนตบไหล่เขา หัวเราะลั่นพลางเอ่ย "คราวก่อนที่ริบทรัพย์ตระกูลหวัง อาวุธยุทโธปกรณ์ในค่ายทหารของข้าก็ถูกเปลี่ยนใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้แต่อาหารการกินก็ยังดีขึ้นตั้งเยอะ เจ้าดูสิ เอวข้าหนาขึ้นตั้งรอบนึง เกราะตัวเก่าแทบจะใส่ไม่ได้อยู่แล้ว"

"เรื่องทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้น้องหลี่เลยนะ ! "

เมื่อได้ยินคำชมเชย หลี่มูกลับไม่ได้หยิ่งผยองลำพองตัว แต่กลับเอ่ยตอบเสียงเบา "ท่านแม่ทัพหลินกล่าวหนักไปแล้ว ตระกูลหวังสมคบคิดกับโจรป่า ท่านทำตามกฎหมายปราบปรามโจรเพื่อชาติ ข้าก็แค่ให้เบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น จะไปมีความดีความชอบอะไรกัน ? "

เมื่อครู่ตอนเดินเข้ามา เขาเห็นทหารในค่ายล้วนสวมชุดเกราะใหม่เอี่ยม จำนวนม้าศึกก็มีมากกว่าเมื่อก่อน ในใจก็รู้ดีว่าการริบทรัพย์ตระกูลหวังในครั้งก่อน หลินเจียนคงได้ผลประโยชน์ไปไม่น้อยแน่

"ข้าเป็นคนเกลียดการพูดจาอ้อมค้อมอิดออดที่สุด เรื่องคราวที่แล้วพวกเราสองคนก็ร่วมมือกันตลบหลังตระกูลหวังจริง ๆ ที่นี่ไม่มีคนนอก ไม่ต้องมามัวปิดบังอะไรหรอก ! " หลินเจียนโบกมือใหญ่ น้ำเสียงคล้ายจะตำหนิเล็กน้อย เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

"ที่เจ้ามาหาข้าครั้งนี้ มีเรื่องดี ๆ อะไรให้รวยอีกใช่ไหม ? ว่ามาได้เลย ! "

หลี่มูแค่นหัวเราะเบา ๆ "เรื่องในวันนี้... หากจัดการได้สำเร็จ จะรวยหรือไม่นั้นก็พูดยาก แต่บางทีอาจจะช่วยให้ตำแหน่งขุนนางของท่านเขยิบสูงขึ้นไปอีกขั้นได้"

"โอ้ ? " หลินเจียนได้ยินดังนั้น สองตาก็สาดประกายแวววาว โน้มตัวมาข้างหน้า เอ่ยเร่งเร้า "รีบว่ามาสิ"

"ขุนนางควบคุมการขนส่งเกลือแห่งเมืองหงโจว ท่านรู้หรือไม่ว่าเป็นใคร ? "

"เขาชื่อต่งเป่าเฟิง"

"เมื่อคืนนี้ต่งหยวน บุตรชายของต่งเป่าเฟิง ถูกพี่น้องใต้บังคับบัญชาของข้าฆ่าตายแล้ว" หลี่มูเอ่ยเน้นย้ำทีละคำ

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจียนแข็งค้างไปทันที

ผ่านไปเนิ่นนาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เอ่ยเสียงขรึม "การพิจารณาคดีและตัดสินโทษ เป็นหน้าที่ของศาลว่าการ เจ้ามาหาข้าแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร ? "

"ข้ายุ่งมาก หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว เจ้าก็กลับไปเถอะ"

เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย หลี่มูก็อดไม่ได้ที่จะลอบสบถด่าในใจ

หลินเจียนผู้นี้พลิกหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหนังสือเสียอีก

เมื่อกี้ยังเรียกพี่เรียกน้องกับเขาอยู่เลย พอได้ยินว่าไปก่อเรื่องมา ก็รีบสลัดความสัมพันธ์ทิ้งทันที

ดูเหมือนว่ายุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นขุนนางบุ๋นหรือขุนนางบู๊ แม้จะแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายต่อสู้แย่งชิงกันไม่หยุดหย่อน แต่เนื้อแท้แล้วมารดามันก็ไม่ใช่คนดีอะไรทั้งนั้นแหละ !

"ท่านแม่ทัพหลิน ข้ามาที่นี่ในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อขอความคุ้มครองหรอกนะ" มุมปากของหลี่มูยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงขรึม "เหตุผลที่พี่น้องของข้าฆ่าต่งหยวน ก็เพราะอีกฝ่ายลงมือทุบตีภรรยาของเขาจนตายก่อน"

"หากว่ากันตามกฎหมาย การป้องกันตัวและตอบโต้จนอีกฝ่ายเสียชีวิต ไม่ถึงขั้นต้องรับโทษตาย"

"แต่บิดาของต่งหยวนย่อมไม่มีทางยอมเลิกราง่าย ๆ แน่ เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตพี่น้องของข้า หรือแม้แต่กวาดล้างทีมล่าสัตว์ของข้าให้สิ้นซาก"

หลี่มูเงยหน้าขึ้น เขาได้รู้สถานการณ์การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในราชสำนักต้าฉีมาจากนายอำเภอเฉานานแล้ว ย่อมรู้ดีว่ากองกำลังรักษาการณ์ของหลินเจียนนั้นสังกัดอยู่กับฝ่ายขุนนางบู๊อย่างแน่นอน จึงเอ่ยด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "และในระหว่างกระบวนการนี้ ตระกูลต่งจะต้องงัดเอาวิธีการสกปรกที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คนมาใช้แน่"

"หากท่านแม่ทัพหลินสามารถจับจุดอ่อนของตระกูลต่งได้ แล้วทำให้เรื่องนี้บานปลายใหญ่โต จนสามารถลากเขาลงมาจากตำแหน่งขุนนางขนส่งเกลือขั้นห้านี้ได้..."

"สำหรับเจ้านายเบื้องบนของท่านแล้ว นี่ถือเป็นความดีความชอบชิ้นใหญ่เลยไม่ใช่หรือ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 147 เกลี้ยกล่อมหลินเจียน

คัดลอกลิงก์แล้ว