- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 414 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (1)
บทที่ 414 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (1)
บทที่ 414 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (1)
หลังจากอันหนิงกลับคืนสู่มิติว่างเปล่า เธอใช้เวลาไม่รู้นานแค่ไหนเพื่อหยั่งรู้ในกฎเกณฑ์แห่งโลกเหล่านั้น
ทั่วทั้งร่างของเธอแลดูโปร่งเบาและปล่อยวางได้มากขึ้น
แต่เดิมเธอยังมีความขุ่นเคืองใจต่อเทพเจ้าสูงสุดที่จับเธอไปเป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้งไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ มิหนำซ้ำยังต้องถูกสังหารอย่างอนาถในทุกชาติไป
ทว่าตอนนี้ ความโกรธแค้นและความไม่ยินยอมพร้อมใจเหล่านั้นกลับจืดจางลงไปแล้ว
เธอมีลักษณะคล้ายกับผู้ที่มองทะลุทางโลก มีท่าทีที่สันโดษและหลุดพ้นจากกิเลส
อันหนิงรู้ดีว่า ตนเองกำลังจะต้องออกไปเผชิญโลกอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เธอเคยไปยังโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน ที่นั่นเธอเคยสัมผัสถึงสภาวะการหลุดพ้นมาก่อน
โลกหลังจากนั้นอีกหลายแห่งก็เป็นเช่นเดียวกัน จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนที่เธอบรรลุกฎเกณฑ์แห่งโลกบางอย่าง จึงกลับมามีความรู้สึกนึกคิด มีกิเลสและตัณหา และเริ่มเข้าสู่โลกเพื่อฝึกตนอีกครั้ง
แต่คราวนี้กลับกลายเป็นว่า...
เธอได้ผ่านการเคี่ยวกรำในโลกโลกีย์มานับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งปล่อยวางได้ทุกสรรพสิ่งจริงๆ
และด้วยการปล่อยวางนี้เอง ตบะของอันหนิงจึงยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก
อันซินกระโดดออกมาแสดงความยินดีกับเธอ "หนิงหนิง ตอนนี้เธอเก่งกาจขึ้นมากเลยนะ ในมิติของฉันมีของเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะแน่ะ"
อันหนิงกับอันซินนั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่ออันหนิงดีขึ้น อันซินย่อมดีขึ้นตามไปด้วย
อันหนิงยิ้มบางๆ พลางยื่นมือไปเรียกวิญญาณที่มีบ่วงกรรมตนหนึ่งมา
นางเป็นหญิงวัยสามสิบกว่าปี
แม้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะไม่ดีนัก แต่ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ใบหน้าหมดจดงดงามและมีกลิ่นอายของความรู้ ทว่าเมื่อมองดูแววตา ก็รู้ได้ทันทีว่านางเป็นคนดื้อรั้นและเด็ดขาดคนหนึ่ง
"เจ้ามีความปรารถนาสิ่งใด?" อันหนิงเอ่ยถามเสียงเบา
หญิงผู้นั้นเดินเข้ามาคำนับ "ข้า... ข้ามีความปรารถนาสิ่งใดงั้นหรือ? ใช่แล้ว ข้ายังมีความปรารถนาที่ยังไม่บรรลุ"
นางครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดบนใบหน้าก็ปรากฏร่องรอยแห่งความโกรธแค้น "ข้าต้องการให้สวีเอ้อร์หยาตายอย่างศพไม่สวย ข้าต้องปกป้องลูกชายลูกสาวทั้งสองของข้าไว้ให้ได้ หลานเจี่ยเอ๋อร์ของข้า... นางไม่ควรมีจุดจบเช่นนั้น ไม่ควรจากไปเร็วขนาดนั้น และอิงเกอเอ๋อร์ของข้าก็ต้องอยู่อย่างปลอดภัยด้วย"
อันหนิงจึงเข้าใจได้ว่า นี่คือมารดาผู้น่าสงสารที่ลูกๆต้องตายอย่างอนาถ
อันหนิงรับเอาความทรงจำของหญิงผู้นั้นมาก่อน เมื่อได้เห็นเรื่องราวทั้งหมด อันหนิงก็รู้สึกว่าคนผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก
ผู้หญิงคนนี้แซ่เหวิน มีนามว่าเหวินอันหนิง
นางเกิดและเติบโตในชนบท แต่เมื่อครั้งยังเยาว์วัยก็เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคนในครอบครัว
บิดาของเหวินอันหนิงเป็นซิ่วไฉ่ หลังจากสอบจวบจนเป็นจวี่เหรินไม่สำเร็จหลายครั้งจึงล้มเลิกความตั้งใจ และหันมาสอนหนังสืออยู่ในหมู่บ้านอย่างสงบ
ฐานะทางบ้านของนางนับว่าไม่เลว มารดาก็เป็นคนละเอียดรอบคอบ ชีวิตในช่วงเด็กของนางจึงผ่านไปอย่างสุขสบายนัก
ทว่าความสุขมักไม่ยั่งยืน มารดาของเหวินอันหนิงเสียชีวิตจากการคลอดบุตรยาก น้องชายตัวน้อยก็ไม่ได้ลืมตาดูโลก เรียกได้ว่าสิ้นชีพไปทั้งแม่และลูก
หลายปีต่อมา บิดาของนางหรือเหวินซิ่วไฉ่ได้แต่งงานใหม่กับสตรีสกุลผิง
ผิงซื่อ ผู้นี้เป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ เบื้องหน้าทำเป็นดีกับเหวินอันหนิง แต่ลับหลังกลับหาทางกลั่นแกล้งสารพัด
เหวินอันหนิงมีนิสัยถอดแบบมาจากมารดาผู้ล่วงลับ คือเป็นคนมีหลักการและรอบคอบ อีกทั้งตอนที่ผิงซื่อแต่งเข้ามานางก็โตมากแล้ว จึงไม่ได้เกรงกลัวผิงซื่อเท่าใดนัก มิหนำซ้ำยังมักจะทำให้ผิงซื่อต้องกินน้ำใต้ศอกอยู่บ่อยครั้ง
ต่อมาผิงซื่อทนเหวินอันหนิงไม่ไหว จึงหาครอบครัวสามีและจัดการให้นางแต่งงานออกไป
คนที่เหวินอันหนิงแต่งงานด้วยคือ สวีจื้อเหวิน บุตรชายคนโตของตระกูลสวีแห่งหมู่บ้านเสี่ยวกวน
ฐานะของตระกูลสวีเทียบตระกูลเหวินไม่ได้เลย ทั้งบ้านทำไร่ไถนามาหลายชั่วอายุคน พอมาถึงรุ่นของสวีจื้อเหวิน แม้เขาจะมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กแต่กลับเฉลียวฉลาดอย่างหาได้ยาก พ่อแม่ของเขาจึงกัดฟันส่งเสียให้เรียนหนังสือ
สวีจื้อเหวินยังมีน้องชายและน้องสาว แต่พวกเขามีร่างกายแข็งแรงจึงต้องทำงานหนักในไร่นาเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว มีเพียงเขาคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งนั่นก็แทบจะผลาญทรัพย์สินในบ้านจนหมดสิ้นแล้ว
ความจริงแล้วเหวินอันหนิงไม่ได้เต็มใจจะแต่งเข้าบ้านสวีนัก แต่แม่เลี้ยงของนางเป็นคนจัดการ อีกทั้งบิดาก็ชื่นชอบในตัวสวีจื้อเหวิน นางจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแต่งงานไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะแต่งออกไป เหวินอันหนิงก็ได้เอาคืนผิงซื่อไปครั้งหนึ่ง บีบให้เหวินซิ่วไฉ่มอบสินเดิมให้นางอย่างสมน้ำสมเนื้อ ถือเป็นการระบายโทสะที่สั่งสมมาได้บ้าง
หลังจากที่นางแต่งเข้าตระกูลสวี ด้วยความที่มีสินเดิมติดตัวมาจำนวนไม่น้อย ประกอบกับไม่ใช่คนนิสัยอ่อนแอ ยอมคน ชีวิตความเป็นอยู่จึงนับว่าไม่เลวนัก
สวีจื้อเหวินไม่ใช่พวกปัญญาชนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือโดยไม่สนโลก เขานับเป็นคนที่มีไหวพริบรู้จักวางแผน เข้าหาคนเป็น และยังมีวาทศิลป์ดีเยี่ยม มักจะประจบเอาใจท่านผู้เฒ่าและฮูหยินเฒ่าสวีจนยิ้มได้บ่อยครั้ง แน่นอนว่าเขาย่อมแอบเก็บหอมรอมริบเงินส่วนตัวไว้ได้ไม่น้อย
สวีจื้อเหวินดีต่อเหวินอันหนิงมาก เขาชอบที่นางเป็นสตรีที่มีความรู้ อ่านออกเขียนได้ ทั้งยังมีสติปัญญาพอที่จะเป็นเสาหลักดูแลบ้านเรือนได้ ในช่วงแรกสามีภรรยาคู่นี้มีเรื่องใดก็ปรึกษาหารือกันเสมอ ชีวิตคู่จึงราบรื่นและมีความสุขดียิ่ง
ต่อมาเหวินอันหนิงตั้งครรภ์และให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิง ยิ่งทำให้ฐานะของนางในตระกูลสวีมั่นคงและสุขสบายขึ้นไปอีก
ทว่าเมื่อเด็กแฝดอายุได้สองขวบเศษ สวีจื้อเหวินเดินทางไปเข้าสอบระดับมณฑล แต่ระหว่างทางกลับโชคร้ายเจอโจรป่าดักปล้น เขาพยายามปกป้องสหายร่วมสำนักคนหนึ่งจนต้องมาจบชีวิตลง
หลังจากสวีจื้อเหวินจากไป เหวินอันหนิงก็กลายเป็นคนเด็ดขาดและแข็งกร้าวขึ้น นางจึงไม่ถูกใครรังแกเอาได้ง่ายๆ
หากทุกอย่างยังดำเนินไปเช่นนี้ ด้วยนิสัยและความสามารถของเหวินอันหนิง นางย่อมเลี้ยงดูบุตรธิดาทั้งสองให้เติบโตขึ้นมาได้อย่างดีเยี่ยม ลูกสาวคงได้แต่งงานกับครอบครัวที่ดี ส่วนลูกชายก็อาจจะได้ร่ำเรียนจนสอบติดขุนนาง
ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อสวีเอ้อร์หยาลูกสาวของสวีจื้อหย่งจากบ้านรองตระกูลสวี ถูกวิญญาณจากต่างโลกมาสวมร่าง
เดิมทีสวีเอ้อร์หยาเป็นเพียงเด็กสาวซื่อๆ นางเคยถูกคนเอาหินขว้างใส่จนหัวแตก เมื่อกลับมาก็จับไข้สูงจนสิ้นใจไปในที่สุด แล้วร่างกายนั้นก็ถูกหญิงสาวจากยุคปัจจุบันเข้าครอบครองแทน
เมื่อหญิงสาวที่ทะลุมิติมากลายเป็นสวีเอ้อร์หยา นางก็เริ่มมองขวางหูขวางตากับวิถีปฏิบัติของคนในตระกูลสวี
โดยเฉพาะกับเหวินอันหนิง นางมองว่าเหวินอันหนิงนั้นร้ายกาจ และเป็นตัวกาลกิณีของบ้าน
นางยุยงให้สวีจื้อหย่งแยกบ้านออกมา จากนั้นก็ใช้สูตรสำเร็จของนางเอกนิยายทะลุมิติเริ่มหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว จนทำให้บ้านรองตระกูลสวีค่อยๆมั่งคั่งขึ้นมา
หากเรื่องจบลงเพียงเท่านี้ เหวินอันหนิงคงไม่ติดใจอะไร แต่สวีเอ้อร์หยาผู้นี้กลับลอบลงมือทำร้ายหลานเจี่ยเอ๋อร์ลูกสาวของเหวินอันหนิง โดยให้นักค้ามนุษย์ลักพาตัวนางไปขายยังหอโคมเขียวในแถบเจียงหนาน
ส่วนอิงเกอเอ๋อร์ ลูกชายของเหวินอันหนิงที่สืบทอดสติปัญญามาจากบิดา เขาเริ่มเข้าสอบตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี และสอบผ่านทั้งระดับอำเภอและระดับเมืองได้ในการสอบเพียงครั้งเดียว ทว่าในช่วงที่จะเข้าสอบระดับมณฑล สวีเอ้อร์หยากลับลอบวางยาในอาหารของอิงเกอเอ๋อร์ ทำให้น้องชายเจ็บป่วยจนลุกไม่ขึ้น พลาดโอกาสในการสอบครั้งสำคัญไป
มิหนำซ้ำ สวีเอ้อร์หยายังไปจ้างพวกอันธพาลมาทำลายชื่อเสียงของเหวินอันหนิง และร่วมมือกับผิงซื่อแม่เลี้ยงของเหวินอันหนิงเพื่อทำร้ายนาง จนเหวินอันหนิงถูกข่มขืนย่ำยี อิงเกอเอ๋อร์ทนไม่ได้พยายามจะออกไปทวงความเป็นธรรมให้มารดา สวีเอ้อร์หยาก็ส่งคนมาทุบตีจนขาของอิงเกอเอ๋อร์หักพิการ
ท้ายที่สุด เหวินอันหนิงและอิงเกอเอ๋อร์ถูกขับออกจากตระกูลสวี ทั้งสองต้องระเหเร่ร่อนขอทานประทังชีวิต จนกระทั่งหนาวตายอย่างอนาถในคืนฤดูหนาวคืนหนึ่ง
ในขณะที่สวีเอ้อร์หยาไม่รู้ว่าไปล่วงรู้มาจากที่ใดว่า 'โจวสวิน' สหายที่สวีจื้อเหวินช่วยชีวิตไว้ในตอนนั้น สอบติดจิ้นซื่อและได้เป็นขุนนางใหญ่
นางจึงไปหาโจวสวิน แอบอ้างฐานะหลานสาวของสวีจื้อเหวินเพื่อรับความคุ้มครองจากเขา ต่อมานางยังได้แต่งงานกับครอบครัวขุนนางผู้ดี มีชีวิตที่ราบรื่นและสุขสบายไปตลอดชาติ
เมื่อเห็นว่าอันหนิงนิ่งเงียบไป เหวินอันหนิงก็เริ่มร่ำไห้ออกมาเบาๆ
"ข้ามิเคยล่วงเกินสวีเอ้อร์หยาเลยสักครั้ง ข้าไม่รู้เลยว่าเหตุใดนางจึงจองล้างจองผลาญพวกเราถึงเพียงนี้ เหตุใดต้องทำร้ายลูกๆของข้าด้วย หากนางจะทำร้ายข้าเพียงคนเดียว ข้าคงไม่แค้นเคืองนางเท่านี้ แต่ลูกๆของข้าทำผิดสิ่งใด? อีกทั้งพอนางทำลายพวกเราจนย่อยยับแล้ว ยังมีหน้าไปขอความช่วยเหลือจากโจวสวินอีก นางกล้าดีอย่างไร!"
อันหนิงรู้สึกว่าเหวินอันหนิงผู้นี้ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมจริงๆ
นางเป็นคนที่ฉลาดและเข้าใจโลกได้ยากยิ่ง ทั้งยังเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนชั่วช้าอย่างสวีเอ้อร์หยา
เหวินอันหนิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดสวีเอ้อร์หยาต้องทำร้ายหลานเจี่ยเอ๋อร์และอิงเกอเอ๋อร์
แต่อันหนิงนั้นเข้าใจดี
เธอพบเบาะแสบางอย่างจากความทรงจำของเหวินอันหนิง เมื่อลองวิเคราะห์ดูเพียงนิดก็กระจ่างแจ้ง
สวีเอ้อร์หยาผู้นี้ต้องเป็นคนที่ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายอย่างแน่นอน
ในนิยายเรื่องนั้น สวีเอ้อร์หยาตัวจริงต้องตายไปตั้งนานแล้ว
ส่วนเหวินอันหนิงและบุตรทั้งสองย่อมต้องมีชีวิตที่รุ่งเรืองยิ่งนัก
หลานเจี่ยเอ๋อร์คงได้แต่งงานกับตระกูลสูงศักดิ์ อิงเกอเอ๋อร์ก็คงสอบติดจิ้นซื่อและได้เป็นขุนนาง ส่วนเหวินอันหนิงเองก็ควรจะมีชีวิตที่มั่งคั่งแวดล้อมด้วยลูกหลาน
ส่วนโจวสวินผู้นั้นเป็นคนรู้คุณคน หากหลานเจี่ยเอ๋อร์และอิงเกอเอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่ เขาต้องดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิตประดุจลูกในไส้แน่นอน
เพื่อที่จะช่วงชิงการอุปถัมภ์จากโจวสวินมาเป็นของตน สวีเอ้อร์หยาจึงจำเป็นต้องกำจัดหลานเจี่ยเอ๋อร์และอิงเกอเอ๋อร์ทิ้งเสีย
ยิ่งไปกว่านั้น สวีเอ้อร์หยาคงจะมีความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
นางกลัวว่าหากหลานเจี่ยเอ๋อร์และอิงเกอเอ๋อร์ที่เป็น 'พระเอกนางเอก' ของโลกใบนี้ยังมีชีวิตอยู่ นางจะไม่มีวันได้ดี และด้วยเหตุผลอันเห็นแก่ตัวเหล่านี้ นางจึงลงมือปลิดชีวิตของครอบครัวเหวินอันหนิงทั้งสามคนอย่างเลือดเย็น