เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 411 ฉันชอบคนหน้าตาดี (53)

บทที่ 411 ฉันชอบคนหน้าตาดี (53)

บทที่ 411 ฉันชอบคนหน้าตาดี (53)


อันหนิงกำลังตั้งครรภ์อยู่ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปดูความสง่างามของเซียวหยวนยามได้รับตำแหน่งจอหงวนด้วยตาตัวเอง

ทว่านายท่านเซียวและฮูหยินเซียวได้จองห้องส่วนตัวในเหลาสุราของตระกูลไว้นานแล้ว วันนี้พวกเขาจึงไปเฝ้ารอดูเหตุการณ์ที่นั่นโดยเฉพาะ

จนกระทั่งพลบค่ำ พวกเขาถึงได้กลับมาพร้อมกับเซียวหยวน

และนั่นคือตอนที่อันหนิงเพิ่งจะได้ฟังเซียวหยวนเล่าเรื่องของซู่ชินอ๋องให้ฟัง รวมถึงเพิ่งจะรู้ว่าตำแหน่งจอหงวนของสามีนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

เซียวหยวนเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงลิบ เขาคิดเอาเองว่าที่ได้เป็นจอหงวนนั้นเป็นเพราะความสามารถล้วนๆ ส่วนซู่ชินอ๋องก็แค่คนที่คุยกันถูกคอคนหนึ่งเท่านั้น เขาจึงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น

แต่อันหนิงย่อมรู้ดีว่าเซียวหยวนมีฝีมือแค่ไหน

หากไม่ใช่เพราะเขาบังเอิญไปเจอซู่ชินอ๋องเข้า แล้วดันคุยโวได้ถูกจังหวะจนซู่ชินอ๋องเกิดความสนใจ พระองค์ก็คงไม่ส่งคนไปส่งเขาถึงสนามสอบหรอก

ถ้าไม่มีบุญคุณของซู่ชินอ๋องช่วยไว้ เซียวหยวนย่อมไม่มีทางทำข้อสอบได้อย่างราบรื่นขนาดนี้ และตำแหน่งอันดับหนึ่งในรอบก่อนหน้าก็คงไม่มีทางเป็นของเขาแน่ๆ

อันหนิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในดวงชะตาของเซียวหยวน ที่นับว่าโชคดีอย่างที่สุด

ในขณะเดียวกัน อันหนิงก็พอจะเดาใจซู่ชินอ๋องออกอยู่บ้าง

คืนนั้นก่อนนอน เธอจึงพูดกับเซียวหยวนว่า "ข้ารู้ว่าท่านมีพรสวรรค์ บทความที่ท่านเขียนก็ยอดเยี่ยม ตำแหน่งจอหงวนนี้ท่านย่อมได้มาด้วยความสามารถจริง แต่ยังไงเสีย ซู่ชินอ๋องก็ยังอุตส่าห์ส่งคนไปส่งท่านถึงสนามสอบ เราควรจะรู้คุณคนนะเจ้าคะ"

เซียวหยวนรับฟังความเห็นของเธออย่างว่าง่าย

"ข้าเองก็เข้าใจดี ถ้าไม่ใช่เพราะพระองค์ส่งคนมาส่ง ข้าอาจจะเข้าสอบไม่ทันด้วยซ้ำ"

อันหนิงยิ้มบางๆพลางซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเซียวหยวนแล้วกระซิบเบาๆ "พระองค์มอบน้ำใจให้เรามากขนาดนี้ ยามนี้ท่านก็ได้ตำแหน่งจอหงวนแล้ว อย่างไรก็ควรจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อขอบคุณถึงที่จวนนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นพระองค์อาจจะมองว่าพวกเราเป็นคนไม่รู้จักมารยาทเอาได้"

"นั่นก็จริง" เซียวหยวนครุ่นคิด "หลังจากข้าไปกราบอาจารย์แล้ว จะรีบไปที่จวนซู่ชินอ๋องทันที แต่เจ้าว่าข้าควรเตรียมของขวัญอะไรไปดีล่ะ? ข้าเองก็ไม่รู้ว่าซู่ชินอ๋องทรงโปรดปรานสิ่งใด"

"เรื่องนั้นท่านไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ สองปีมานี้ท่านทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือจนเหนื่อยมากแล้ว ช่วงนี้ข้าจะไม่ห้ามท่าน ท่านอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ หนึ่งเดือนหลังจากนี้พอให้ท่านเที่ยวเล่นจนจุใจไหมเจ้าคะ?"

อันหนิงเข้าใจดีถึงความสำคัญของการผ่อนคลาย และรู้ว่าคนอย่างเซียวหยวนจะไปบังคับเคี่ยวเข็ญตลอดไม่ได้ เธอจึงพูดเอาใจเขาว่า "อาหยวน ท่านตรากตรำสอบจอหงวนก็เพื่อข้า ข้ารู้ดีว่าท่านดีต่อข้าเพียงใด สองปีมานี้ลำบากท่านจริงๆ ท่านไม่รู้หรอกว่ายามเห็นท่านตั้งใจอ่านหนังสือข้าปวดใจแค่ไหน ตอนนี้ท่านสอบได้แล้ว หลังจากนี้ถ้าท่านอยากเป็นขุนนางก็เป็น แต่ถ้าไม่ชอบ... เงินทองที่บ้านเราก็มีพอใช้อยู่อย่างสบาย มีฐานะจอหงวนค้ำคอไว้ก็คงไม่มีใครกล้ารังแกเรา เราจะไปเปิดสำนักสอนหนังสือแทนก็ได้นะเจ้าคะ"

หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าอันหนิงพูดแบบนี้ เซียวหยวนคงจะกระโดดโลดเต้นหนีไปเที่ยวเล่นจริงๆ

แต่หลังจากอ่านตำรามาสองปีเศษ ตอนนี้เขากลับเริ่มสนใจในเส้นทางขุนนางขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

"ข้าอยากเป็นขุนนาง"

เขาไม่ปิดบังความจริงกับอันหนิง "ที่บ้านเราไม่ขาดแคลนเงินทอง และข้าก็จะไม่เป็นขุนนางกังฉิน ข้าแค่คิดอยากจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองบ้าง ตอนนี้ท่านพ่อยังทำธุรกิจได้ ทรัพย์สมบัติที่ตระกูลเซียวสะสมมาหลายชั่วอายุคนก็เพียงพอให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ข้าจึงไม่จำเป็นต้องไปโลภมากโกงกินใคร ข้าแค่อยากจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เสียทีที่ได้เกิดมาในชาตินี้"

อันหนิงหัวเราะเบาๆ "ข้าว่าแล้วว่าอาหยวนของข้าต้องมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ ในเมื่อท่านอยากเป็นขุนนาง ข้าย่อมสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ"

เซียวหยวนรู้สึกว่าอันหนิงช่างรู้ใจเขาเหลือเกิน และดีกับเขามากจริงๆ

ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเธอก็ไม่เคยขัด หรือหาเรื่องทะเลาะเลย เขาจึงรู้สึกว่าอันหนิงช่างน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียทุกเรื่อง จนเขาอยากจะตามใจเธอไม่รู้จบ

"หนิงหนิง ทำไมเจ้าถึงได้แสนดีขนาดนี้?"

หัวใจของเซียวหยวนยามนี้อ่อนละมุนไปหมด เขาโอบกอดอันหนิงไว้ด้วยความรักใคร่อย่างที่สุด

เช้าวันต่อมา อันหนิงเตรียมของขวัญให้เซียวหยวนเพื่อไปเยี่ยมเยียนอาจารย์ของเขา

เมื่อส่งเซียวหยวนไปแล้ว เธอก็เริ่มออกไปสืบข่าวเรื่องนิสัยใจคอและสิ่งที่ซู่ชินอ๋องโปรดปราน

ผ่านไปสองวัน อันหนิงก็สืบเรื่องในจวนซู่ชินอ๋องจนกระจ่าง

เธอได้รู้ถึงความลำบากของซู่ชินอ๋องเข้า

แม้ภายนอกซู่ชินอ๋องจะดูสง่างามมีอำนาจ แต่ความจริงแล้วกลับถังแตกอย่างหนัก

ถึงแม้ตอนแยกจวนออกมา ฮ่องเต้จะพระทานเงินตั้งตัวให้จำนวนหนึ่ง แต่การใช้ชีวิตในเมืองหลวงนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงลิบ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดายังต้องใช้เงินไม่น้อย นับประสาอะไรกับจวนอ๋องขนาดใหญ่เช่นนั้น

อีกทั้งซู่ชินอ๋องยังต้องดูแลองค์ชายเก้า และต้องคอยรวบรวมขุมกำลังคนทำงาน เงินเพียงเท่านั้นจึงไม่พอใช้จริงๆ

ในขณะที่องค์ชายคนอื่นมีครอบครัวฝ่ายแม่คอยจุนเจือ แต่ซู่ชินอ๋องกลับไม่มีใครเลย

ยามนี้พระองค์กำลังเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก

พอรู้ว่าซู่ชินอ๋องขาดแคลนเงิน เรื่องนี้ก็จัดการได้ง่ายขึ้น

อันหนิงเริ่มจัดระเบียบธุรกิจของตระกูลเซียว เธอเขียนสูตรสินค้าขึ้นมาสองสามอย่าง จากนั้นก็ไปเลือกหาของล้ำค่าจากห้องเก็บสมบัติออกมา

เมื่อเตรียมของเสร็จสรรพ เธอก็ดึงตัวเซียวหยวนมากำชับเสียหลายประโยค ก่อนจะให้เขาแบกของขวัญมุ่งหน้าไปยังจวนซู่ชินอ๋อง

ตามธรรมเนียมแล้ว การจะไปเข้าพบที่จวนซู่ชินอ๋องจะต้องส่งเทียบเชิญก่อน เพื่อรอให้ซู่ชินอ๋องสะดวกจึงจะเข้าพบได้

แต่เซียวหยวนหาได้สนใจธรรมเนียมเหล่านั้นไม่ เขาหิ้วข้าวของพะรุงพะรังมุ่งหน้าไปยังจวนอ๋องอย่างผ่าเผย

และช่างประจวบเหมาะนัก ยามที่เขาไปถึงก็ได้พบกับผู้ติดตามคนที่เคยไปส่งเขาที่สนามสอบกำลังจะออกจากจวนพอดี เซียวหยวนเหลือบเห็นเข้าก็รีบยิ้มทักทายทันที "พี่หลิว ช่างบังเอิญจริง ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกหรือ?"

ผู้ติดตามคนนั้นยิ้มตอบ "ใช่แล้วข้ากำลังจะออกไปทำธุระขอรับ"

เซียวหยวนชูของขวัญในมือขึ้น "ท่านอ๋องอยู่จวนหรือไม่? พอดีข้าตั้งใจมาขอบคุณท่านอ๋องเสียหน่อย"

ผู้ติดตามแซ่หลิวรีบกล่าว "อยู่ขอรับ ท่านรอสักครู่ ข้าจะไปแจ้งคนเฝ้าประตูให้เข้าไปรายงาน"

เขาเดินไปส่งเซียวหยวนให้นั่งรอที่ห้องรับรองตรงประตูใหญ่ ครู่ต่อมาก็มีมหาดเล็กของซู่ชินอ๋องเดินออกมานำทางเซียวหยวนเข้าไปในจวน

เซียวหยวนเดินตามมหาดเล็กผู้นั้นจนมาถึงห้องจิบชาเล็กๆภายในจวนซู่หวัง

ตอนที่เขาไปถึง ซู่ชินอ๋องกำลังนั่งจิบชาอยู่ เมื่อเห็นเซียวหยวนเดินเข้ามาก็ตรัสปนหัวเราะ "ว่าอย่างไร รู้จักมาขอบคุณข้าแล้วหรือ?"

เซียวหยวนวางของขวัญลงแล้วประสานมือคารวะ "ย่อมต้องมาขอบคุณแน่นอนขอรับ หากไม่ได้พบท่าน แล้วท่านไม่ส่งคนไปส่งกระหม่อมเข้าสอบ การสอบครั้งนี้กระหม่อมคงพลาดไปแล้ว ท่านลองคิดดูสิ หากกระหม่อมเข้าสอบไม่ได้ ตำแหน่งจอหงวน ที่สอบได้อันดับหนึ่งหกครั้งเพียงหนึ่งเดียวในราชวงศ์ต้าจิ้งคงหลุดลอยหายวับไปแน่ "

ซู่หวังกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ "เจ้านี่นะ... รีบนั่งลงเถิด"

เซียวหยวนก็ไม่เกรงใจ เขาทรุดตัวลงนั่งทันที

ซู่ชินอ๋องลอบสำรวจเซียวหยวนแล้วตรัสถามต่อ "มีใครเตือนให้เจ้ามาขอบคุณข้าถึงที่นี่ใช่หรือไม่?"

พระองค์ทรงรู้สึกแปลกพระทัยนัก จะว่าเซียวหยวนไม่รู้ความ เขาก็ยังรู้จักมาขอบคุณ แต่จะว่าเขารู้ธรรมเนียม เขากลับไม่ส่งเทียบขอเข้าพบมาล่วงหน้าตามระเบียบ

"ไม่มีใครเตือนหรอกขอรับ"

เซียวหยวนตอบอย่างหน้าซื่อตาใส "เรื่องที่ท่านส่งคนไปส่งกระหม่อม กระหม่อมไม่ได้บอกใคร แล้วใครจะมาเตือนได้เล่า กระหม่อมคิดเองว่าควรมา เพราะกระหม่อมเห็นว่าท่านเป็นคนนิสัยดี ทั้งยังช่วยกระหม่อมไว้ ย่อมต้องมาขอบคุณ ไม่อย่างนั้นท่านคงได้ขำกระหม่อมลับหลังแน่ว่ากระหม่อมเป็นคนไร้มารยาท"

คำพูดนี้ทำเอาซู่ชินอ๋องถึงกับหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้

"กระหม่อมไม่รู้ว่าท่านชอบอะไร เลยหยิบของจากร้านที่บ้านติดมือมาฝากขอรับ"

เซียวหยวนชี้ไปที่กองของขวัญบนโต๊ะ "มีหยกอยู่ไม่กี่ชิ้น น้ำพริกเผาสูตรพิเศษ แล้วก็ดาบเก่าเล่มหนึ่งที่มีคนเอามาจำนำขาดไว้ที่โรงรับจำนำของบ้านกระหม่อม ดูทรงแล้วน่าจะเป็นของโบราณและดีทีเดียว แต่ที่บ้านไม่มีใครชอบของพวกนี้ กระหม่อมเลยเอามาให้ท่านขอรับ"

อย่างอื่นนั้นซู่ชินอ๋องไม่ค่อยสนเท่าไร แต่พอเห็นดาบเล่มนั้นก็ทรงโปรดปรานขึ้นมาทันที

"เล่มนี้ดีจริง"

พระองค์รับดาบไว้ ส่วนของอย่างอื่นแทบไม่ได้ทอดพระเนตรมอง

ทันใดนั้น เซียวหยวนก็หยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมา "ปึกนี้ไม่รู้ท่านจะชอบหรือไม่ กระหม่อมพกเงินมาด้วยนิดหน่อย ท่านอยากได้อะไรก็ลองไปหาซื้อดูเอาเองแล้วกันขอรับ"

ซู่ชินอ๋อง : "..."

ถึงตอนนี้เซียวหยวนเริ่มมีอาการประหม่า ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ดูนั่งไม่เป็นสุข "แล้วก็... กระหม่อมมีเรื่องอยากจะขอให้ท่านช่วยสักหน่อยขอรับ"

"เรื่องอะไรล่ะ"

ซู่ชินอ๋องคิดในใจว่า เซียวหยวนทั้งให้ของทั้งประเคนเงินเช่นนี้ เรื่องที่จะขอคงลำบากไม่น้อยแน่ แต่ในเมื่อตั้งใจจะดึงตัวเขามาเป็นพวก หากพอจะช่วยได้พระองค์ก็พร้อมจะช่วย

เซียวหยวนเริ่มทำตัวไม่ถูกหนักกว่าเดิม "คือ... เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับ ภรรยาของกระหม่อมชอบประดิษฐ์โน่นนี่ไปเรื่อย เมื่อไม่นานมานี้นางเพิ่งทำ 'สบู่' ขึ้นมาได้ ของสิ่งนี้ใช้ซักผ้าสะอาดนัก หรือจะใช้ล้างหน้าอาบน้ำก็ดีกว่าพวกก้อนสมุนไพรขัดตัวที่ใช้กันอยู่ตั้งเยอะ กระหม่อมหยิบมาให้ท่านลองใช้ดู หากไม่เชื่อท่านก็ลองดูเถอะขอรับ กระหม่อมว่ามันดีจริงๆ"

ซู่ชินอ๋องถึงกับอึ้ง ทรงดำริว่าสิ่งที่ภรรยาเซียวหยวนทำขึ้นมามันเกี่ยวอะไรกับพระองค์ แล้วทำไมต้องมาขอร้องถึงที่นี่

เซียวหยวนพูดต่อ "บ้านกระหม่อมทำธุรกิจ ภรรยาของกระหม่อมเองก็หัวการค้า นางมองว่าสบู่นี่เป็นธุรกิจที่ดีมาก แม้มันจะดูเป็นของชิ้นเล็กๆ แต่ลองคิดดูเถอะขอรับว่าคนในต้าจิ้งมีกี่ครัวเรือน บ้านไหนบ้างไม่ต้องซักผ้าอาบน้ำ ปีๆหนึ่งจะขายได้มากมายขนาดไหน ถึงกำไรต่อชิ้นจะน้อย แต่หากเน้นขายปริมาณมาก กำไรสุทธิก็ไม่เบาเลย เพียงแต่... ธุรกิจนี้มันใหญ่เกินไป บ้านกระหม่อมไม่มีเส้นสาย เกรงว่าจะโดนคนรังแกเอาได้ เลยคิดว่า..."

เมื่อฟังถึงตรงนี้ ซู่ชินอ๋องก็สะท้านในใจ

พระองค์เข้าใจเจตนาของเซียวหยวนทันที

เซียวหยวนกำลังนำธุรกิจนี้มาแลกกับการคุ้มครอง และขอเข้าเป็นคนในอาณัติของพระองค์นั่นเอง

เป็นไปตามคาด เซียวหยวนสรุปว่า "ในเมืองหลวงกระหม่อมไม่รู้จักขุนนางใหญ่ที่ไหนนอกจากท่านอ๋องคนเดียว เลยอยากจะชวนท่านมาลงหุ้นทำธุรกิจนี้ด้วยกัน ท่านว่าพอจะเป็นไปได้ไหมขอรับ"

มีหรือที่ซู่ชินอ๋องจะไม่ยินดี!

นี่ไม่ใช่แค่การเอาเงินมาถวายถึงบ้าน แต่นี่คือการเอาต้นไม้เงินต้นไม้ทองมาประเคนให้ถึงที่ชัดๆ

ทว่าซู่ชินอ๋องทรงสุขุมเยือกเย็น จึงไม่ได้แสดงอาการดีใจออกนอกหน้า

พระองค์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "เอาเถอะ ในเมื่อเราเป็นสหายกัน ข้าย่อมต้องช่วยเหลือ เรื่องธุรกิจนั้นเมื่อเจ้าเริ่มทำเมื่อไหร่ ก็ให้อ้างชื่อข้าได้เลย"

จบบทที่ บทที่ 411 ฉันชอบคนหน้าตาดี (53)

คัดลอกลิงก์แล้ว