- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 408 ฉันชอบคนหน้าตาดี (50)
บทที่ 408 ฉันชอบคนหน้าตาดี (50)
บทที่ 408 ฉันชอบคนหน้าตาดี (50)
เซียวหยวนตามผู้ติดตามของซู่ซินอ๋องมาจนถึงหน้าสถานที่สอบคัดเลือกขุนนาง
ในเวลานี้ประตูจวนจะปิดลงอยู่รอมร่อ เซียวหยวนก้าวเข้าไปหมายจะผ่านประตู แต่กลับถูกเหล่าเจ้าหน้าที่หน้าประตูขวางทางเอาไว้
ผู้ติดตามของซู่ซินอ๋องเห็นดังนั้นจึงรีบนำเทียบเชิญของท่านอ๋องไปยื่นให้แก่หัวหน้าคุมสอบในครั้งนี้ทันที
เมื่อหัวหน้าคุมสอบเห็นว่าเป็นคนที่ซู่ซินอ๋องส่งมา มีหรือที่จะกล้าขัดขวาง อย่างไรเสียประตูก็ยังไม่ปิดลงอย่างเป็นทางการ การปล่อยคนเข้าไปตอนนี้จึงไม่ถือว่าทำผิดระเบียบแต่อย่างใด เขาจึงยอมอำนวยความสะดวกให้แต่โดยดี
ผู้ติดตามคนนั้นเดินไปส่งเซียวหยวนเข้าสู่สนามสอบด้วยตนเอง ทั้งยังฝากฝังกับหัวหน้าคุมสอบอีกรอบหนึ่งก่อนจะจากไป
หลังจากเซียวหยวนเข้าไปด้านในแล้วก็มีคนนำทางไปรับหมายเลขสอบ เนื่องจากเขาเข้าสนามสอบเป็นคนสุดท้ายและได้รับหมายเลขเป็นคนสุดท้าย ทว่ากลับโชคดีได้ห้องสอบที่มีทำเลค่อนข้างดี
เจ้าหน้าที่คุมสอบที่นำทางเซียวหยวนไปยังห้องสอบเอ่ยถามเขาเสียงเบาขณะเดินไปตามทาง “คนที่มาส่งเจ้าเมื่อครู่นี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเจ้าหรือ?”
เซียวหยวนตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก “ก็แค่ผู้ติดตามของสหายข้าน่ะ สหายข้ารู้ดีว่าข้ามีความรู้ความสามารถ ครั้งนี้ย่อมสอบได้ตำแหน่งจอหงวนแน่นอน เขาเกรงว่าข้าจะมาเข้าสอบไม่ทันเลยส่งคนมาส่ง ทั้งยังบอกอีกว่ากำลังรอวันที่ข้าจะคว้าตำแหน่งมาให้ได้”
เจ้าหน้าที่คุมสอบได้ยินดังนั้นก็ลอบตกใจอยู่ในใจ และจดจำคำพูดเหล่านี้ไว้เงียบๆ
รอจนเซียวหยวนจัดเตรียมที่ทางเรียบร้อยและมีการแจกจ่ายข้อสอบลงไปแล้ว เจ้าหน้าที่คนนั้นก็รีบไปหาหัวหน้าคุมสอบทันที
“ใต้เท้าขอรับ”
เจ้าหน้าที่กระซิบข้างหูหัวหน้าคุมสอบ “คนที่มาเมื่อครู่นี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซู่ซินอ๋องมาก ท่านอ๋องถึงกับตรัสว่ากำลังรอให้เขาได้รับตำแหน่งจอหงวนกลับมาให้ได้”
เพียงประโยคเดียวนี้เองที่ทำให้หัวหน้าคุมสอบเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา
หัวหน้าคุมสอบผู้นี้มีนามว่าหงเอินโซ่ว เป็นคนประเภทที่ลื่นไหลราวกับปลาไหล การสอบฮุ่ยซื่อในครั้งนี้ องค์ชายรองและองค์ชายสามต่างชิงดีชิงเด่นกันเพื่อแย่งชิงโควตาหัวหน้าคุมสอบจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ สุดท้ายส้มจึงหล่นมาทับหงเอินโซ่วผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดแทน
อย่าเห็นว่าหงเอินโซ่วเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมที่ดูเหมือนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแก่งแย่งระหว่างองค์ชายทั้งหลาย แต่ความจริงแล้วเขามีความสัมพันธ์อันดีกับซู่ซินอ๋องเป็นการส่วนตัว สมัยที่เขาได้รับพระราชโองการให้ไปประจำอยู่แถบชายแดน ซู่ซินอ๋องเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ภายหลังเขาจึงช่วยทำงานให้ซู่ซินอ๋องอยู่หลายเรื่อง
เมื่อหงเอินโซ่วได้ยินว่าเซียวหยวนมีความสัมพันธ์พิเศษกับซู่ซินอ๋อง อีกทั้งท่านอ๋องยังมีเจตนาจะดันให้เขาเป็นจอหงวน จึงเริ่มครุ่นคิดหาวิธีที่จะประเคนตำแหน่งจอหงวนให้แก่ชายผู้นี้
หากจะดันให้เซียวหยวนได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งในการสอบฮุ่ยซื่อ หงเอินโซ่วยังพอจะมีสำรับอยู่ในมือ ขอเพียงบทความของเซียวหยวนเขียนออกมาได้ไม่เลวนักและมีความรู้ความสามารถพอตัว เขาก็พอจะใช้เส้นสายส่วนตัวมอบตำแหน่งฮุ่ยหยวนให้ได้ แต่ทว่าตำแหน่งจอหงวนนั้น...
หงเอินโซ่วครุ่นคิดไปพลางถามเจ้าหน้าที่ไปพลาง “เซียวหยวนผู้นี้มีที่มาอย่างไร บ้านเดิมอยู่ที่ไหน?”
เจ้าหน้าที่นึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบข้อมูลของเซียวหยวนออกมา “เซียวหยวนเป็นชาวชิงหยวน ตระกูลทำอาชีพค้าขายมาหลายชั่วอายุคน มีทรัพย์สินมหาศาลขอรับ ทว่าเขาก็มีความรู้ความสามารถและเฉลียวฉลาดมากทีเดียว ก่อนหน้านี้ในการสอบ เขาล้วนสอบได้เป็นอันดับหนึ่งทั้งหมด และในการสอบเซียงซื่อครั้งล่าสุดเขาก็เป็นถึงเจี่ยหยวน”
เพียงเท่านี้ หงเอินโซ่วก็ตบมือฉาดพลันนึกแผนการออก
“ตกลง เจ้าออกไปได้แล้ว”
รอจนเจ้าหน้าที่ออกไปแล้ว หงเอินโซ่วก็ลอบยิ้มออกมา “มิน่าเล่าท่านอ๋องถึงให้ความสำคัญกับเขาปานนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”
หงเอินโซ่วรู้จักนิสัยซู่ซินอ๋องดี เขารู้ว่าแท้จริงแล้วซู่ซินอ๋องเองก็มีความทะเยอทะยานอยู่เช่นกัน
เพียงแต่ซู่ซินอ๋องเฉลียวฉลาดกว่าองค์ชายรองและองค์ชายสามมากนัก ตอนนี้เขาวางตัวเป็นโอรสผู้กตัญญูจนได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ทั้งยังใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ดีทำให้องค์ชายรองและองค์ชายสามต่างให้เกียรติและไม่ระแวดระวังเขา
ทว่าในทางลับ ซู่ซินอ๋องกลับกำลังเตรียมการบางอย่างอยู่
ติดเพียงว่าทั้งซู่ซินอ๋องและเสี่ยวจิ่วต่างไม่มีตระกูลฝั่งมารดาคอยช่วยเหลือ ทั้งยังไม่รู้วิธีการหาเงินหาทอง ชีวิตความเป็นอยู่จึงค่อนข้างขัดสน หลายสิ่งที่อยากจะทำก็ทำไม่ได้เพราะขาดแคลนเงินทุน
แต่ตระกูลเซียวแห่งชิงหยวนนี้ได้ชื่อว่ามีความสามารถในการค้าขายที่เก่งกาจ ผู้นำตระกูลทุกรุ่นล้วนหาเงินเก่งยิ่งนัก
โดยเฉพาะผู้นำตระกูลเซียวคนปัจจุบัน ยิ่งหาเงินเก่งกว่าบรรพบุรุษเสียอีก
เรียกได้ว่า หากได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเซียว ก็เท่ากับได้ถุงเงินขนาดใหญ่มาไว้ในมือ
อีกทั้งเซียวหยวนผู้นี้ก็มีทั้งความสามารถและวิชาความรู้จริงๆ
ดูท่าซู่ซินอ๋องคงตั้งใจจะปั้นจอหงวนขึ้นมาด้วยตนเองเสียแล้ว
หงเอินโซ่วคำนวณในใจว่าเซียวหยวนนั้นสอบได้อันดับหนึ่งต่อเนื่องกันมาถึงสี่สนามแล้ว หากในการสอบฮุ่ยซื่อครั้งนี้เขาช่วยผลักดันอีกแรงจนเซียวหยวนคว้าตำแหน่งฮุ่ยหยวนมาได้ ไม่แน่ว่าฮ่องเต้อาจจะทรงเลือกเซียวหยวนให้เป็นจอหงวนเพื่อเป็นการส่งเสริมชื่อเสียงอันดีงามของแผ่นดินก็เป็นได้
หงเอินโซ่วรับราชการมานานหลายปี ย่อมเข้าใจความคิดความอ่านของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็นอย่างดี เขาเชื่อมั่นว่าโอกาสที่เซียวหยวนจะได้เป็นจอหงวนนั้นมีสูงถึงแปดเก้าส่วน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หงเอินโซ่วก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเซียวหยวนมากขึ้น
เพื่อให้เซียวหยวนทำข้อสอบได้อย่างเต็มที่ เขาถึงกับแอบใช้เส้นสายเปิดทางสะดวกให้เซียวหยวนอย่างมากมายเลยทีเดียว
ในวันนั้น หงเอินโซ่วสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมสอบแอบส่งผ้าห่มอุ่นๆไปให้เซียวหยวนหนึ่งผืน ในขณะที่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆต่างต้องเคี้ยวเสบียงกรังแข็งๆ และดื่มแต่น้ำเย็นประทังชีวิต
แต่ทางด้านเซียวหยวน หงเอินโซ่วกลับสั่งคนให้ส่งทั้งน้ำแกงร้อนๆ แป้งทอดที่เพิ่งขึ้นจากเตา พร้อมด้วยกับข้าวเล็กๆน้อยๆอีกสองสามอย่างไปให้ถึงที่
แน่นอนว่าเรื่องนี้อยู่ในสายตาของเหล่ารองประธานคุมสอบเช่นกัน
เหล่ารองประธานคุมสอบต่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดหงเอินโซ่วถึงได้ดูแลเซียวหยวนดีเป็นพิเศษปานนี้
หงเอินโซ่วจึงอ้างชื่อของซู่ซินอ๋องออกไป โดยบอกเพียงว่าเซียวหยวนเป็นคนที่ท่านอ๋องกำชับมาเป็นพิเศษให้ช่วยดูแล
เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ เหล่ารองประธานคุมสอบย่อมไม่มีใครกล้ามีความเห็นคัดค้าน
อย่างไรเสียก็ไม่ใช่การช่วยโกงข้อสอบหรือแอบปล่อยข้อสอบรั่วไหล เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกในเรื่องความเป็นอยู่เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่จำเป็นต้องไปล่วงเกินซู่ซินอ๋องเพราะเรื่องเพียงเท่านี้
ขุนนางในเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้ว่าซู่ซินอ๋องเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เพียงใด แม้ปกติจะดูวางตัวเรียบง่าย แต่ถ้าใครไปสะกิดโทสะเข้า เขาก็สามารถลงมืออย่างเหี้ยมเกรียมจนทำให้คนผู้นั้นทุกข์ทรมานและตกที่นั่งลำบากได้เช่นกัน
บรรดาผู้คุมสอบเหล่านี้ไม่ใช่คนหัวแข็งไม่รู้จักพลิกแพลง เรื่องเล็กน้อยที่พอจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้อื่นได้ พวกเขาก็ย่อมหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งไปเสีย
ในขณะที่ผู้เข้าสอบคนอื่นต่างต้องทนรับกรรมอยู่ในห้องสอบแคบๆ กินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ตกกลางคืนก็นอนหนาวจนตัวสั่นเทา
แต่เซียวหยวนกลับใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายยิ่งนัก
ฟูกและผ้าห่มในฝั่งของเขาถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ผ้าห่มเน่าๆที่ชื้นแฉะและมีกลิ่นอับถูกยกออกไปแทนที่ด้วยผ้าห่มผืนใหม่ที่ทั้งสะอาดและอบอุ่น
เรื่องอาหารการกินยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เขามีอาหารร้อนๆทานทุกมื้อ กับข้าวหลายอย่างพร้อมน้ำแกงแบบไม่ซ้ำเมนู จะมีก็เพียงความรู้สึกอึดอัดบ้างที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องสอบส่วนตัว นอกนั้นเขาก็แทบไม่ได้ทนลำบากอะไรเลย อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนสอบเซียงซื่อมากนัก
หลังจากผ่านการสอบไปหลายวัน เมื่อถึงเวลาออกจากสนามสอบ ผู้เข้าสอบคนอื่นต่างมีสีหน้าซีดเซียว เดินโซซัดโซเซเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง แต่เซียวหยวนกลับหน้าตาแจ่มใสมีเลือดฝาด เดินเหินดูทะมัดทะแมงมีกำลังวังชา
นายท่านเซียวที่มารับเซียวหยวน เห็นสภาพลูกชายแล้วถึงกับตกใจ
“หยวนเอ๋อร์... นี่เจ้าแอบหลับอยู่ในห้องสอบมาหลายวันหรือเปล่าเนี่ย?”
เซียวหยวนขึ้นมานั่งบนรถม้า พลางจิบชาร้อนเข้าไปอึกหนึ่ง “โธ่ท่านพ่อ ข้าก็นั่งตอบคำถามเขียนบทความอยู่ตลอดนั่นแหละ ท่านพ่อ... ครั้งนี้ข้าทำได้ดีมากเลยนะ โจทย์พวกนั้นข้าเคยทำมาหมดแล้ว แถมบทความหัวข้อนั้นหนิงหนิงก็เคยให้ข้าหัดเขียน นางเองก็เคยเขียนบทความแนวๆนั้นเหมือนกัน สรุปเลยนะ ข้าว่าครั้งนี้ข้าสอบติดแน่นอน”
นายท่านเซียวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่าด้วยความดีใจ “จริงหรือ! ถ้าเจ้าสอบติดขึ้นมาจริงๆ สงสัยบรรพบุรุษตระกูลเราคงแสดงปาฏิหาริย์จนควันธูปพวยพุ่งเหนือฮวงซุ้ยแล้วล่ะ ต่อไปถ้าพ่อกับแม่ลงไปเจอหน้าบรรพบุรุษ พ่อคงมีเรื่องไปคุยอวดท่านได้เต็มปากเต็มคำเสียที”
พอถึงบ้าน เซียวหยวนก็รีบวิ่งโร่ไปหาอันหนิงทันที
“หนิงหนิง เจ้าพูดถูก สวัสดิการตอนสอบฮุ่ยซื่อนี่ดีกว่าตอนสอบเซียงซื่อตั้งเยอะ ครั้งนี้ข้านอนดี กินอิ่ม สอบได้สบายใจมาก”
อันหนิง: “......”
ฮูหยินเซียว: “......”
นายท่านเซียว: “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
นายท่านเซียวยังจำได้ว่าตอนสอบวันที่สาม ก็มีผู้เข้าสอบบางคนถูกหามออกจากห้องสอบไปแล้ว บางคนถึงขั้นล้มป่วยกะทันหันแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ไฉนพอมาเป็นเซียวหยวนกลับกลายเป็นว่ากินดีนอนอิ่มไปเสียได้
“อาหารตอนสอบฮุ่ยซื่อน่ะรสชาติดีมากเลยขอรับ กับข้าวแต่ละวันไม่ซ้ำกันเลย มีทั้งแป้งทอดไส้เนื้อ ซาลาเปา บะหมี่ แล้วก็ผัดผักอีกตั้งหลายอย่าง เสบียงกรังที่พวกท่านเตรียมไปให้ ข้าแทบไม่ได้แตะเลยสักนิด”
เซียวหยวนอวดอ้างกับนายท่านเซียวด้วยความเบิกบานใจ “พอข้ากินอิ่มสมองมันก็แล่นน่ะสิ สรุปว่าข้าตอบข้อสอบได้ลื่นไหลสุด ๆ ท่านพ่อ... ท่านเตรียมตัวเป็นท่านพ่อของจอหงวนได้เลย!”