- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 380 ฉันชอบคนหน้าตาดี (22)
บทที่ 380 ฉันชอบคนหน้าตาดี (22)
บทที่ 380 ฉันชอบคนหน้าตาดี (22)
อันที่จริงนายท่านเซียวเองก็ไม่ได้อยากจะออกเดินทางในช่วงที่อากาศหนาวจัดเช่นนี้ ทว่าเขาได้ตกลงผู้อื่นไว้เรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งการค้าเที่ยวนี้ถือเป็นกำไรก้อนใหญ่โตยิ่งนัก เขายังคงตัดใจทิ้งเงินเหล่านั้นไม่ลง
"ไม่เป็นไรหรอก ตอนข้าออกไปจะพาสมุนรับใช้ไปเพิ่มอีกสักสองสามคน ข้าเดินทางไปมาตั้งกี่เที่ยวต่อกี่เที่ยวแล้ว จะเกิดเรื่องขึ้นได้อย่างไรกัน"
อันหนิงพยายามเกลี้ยกล่อมจนสุดความสามารถแล้ว แต่นายท่านเซียวยังอาลัยอาวรณ์ในผลกำไร นางจึงจนใจจะห้ามปราม
ครั้นถึงวันชิวอิก หลังจากเซ่นไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อย อันหนิงก็ขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อทำจี้หยกคุ้มครองภัย มอบให้นายท่านเซียว ทั้งยังกำชับเขาเป็นพิเศษว่า "ท่านพ่อต้องจำไว้ให้มั่น ห้ามเดินทางในยามค่ำคืนเด็ดขาด ทุกวันก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าต้องรีบหาที่พักแรมเสีย อย่ามัวแต่เร่งเดินทาง และหากพบเจอแหล่งน้ำก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงไว้เจ้าค่ะ"
คำกล่าวเหล่านี้ นายท่านเซียวได้รับปากจดจำไว้ในใจ
หลังจากพ้นช่วงปีใหม่ไป นายท่านเซียวก็พาสมุนและผู้ติดตามออกเดินทางไปทำการค้า
ทางด้านฮูหยินเซียวรู้สึกหวาดกลัวอยู่อีกมาก นางจึงได้แต่ไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน ขอพรให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนายท่านเซียวให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ในขณะที่นายท่านเซียวออกไปทำการค้าข้างนอก ก็ถึงเวลาที่เซียวหยวนจะต้องเข้าสอบระดับอำเภอพอดี
อันหนิงเริ่มกวดขันให้เซียวหยวนดูตำราทุกวัน ทั้งยังกำชับให้เขาฝึกฝนอย่างหนัก
กลายเป็นว่าอันหนิงกลับเป็นฝ่ายที่ตื่นเต้นกังวลเอามากๆ ส่วนเซียวหยวนนั้นไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย
เขายังหันมาปลอบอันหนิงเสียด้วยซ้ำ "ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย ข้าสอบติดแน่นอน ไม่ใช่ว่าเจ้าเองหรอกหรือที่บอกว่าข้าน่ะมีความรู้เต็มพุง แม้แต่ท่านลุงสวี่ก็ยังบอกว่าข้าสอบผ่านแน่ๆ"
อันหนิงถึงกับพูดไม่ออก
นางนึกสงสัยว่าสวี่เผิงจวี่นั้นเป็นอะไรไป เหตุใดถึงได้ดูมั่นอกมั่นใจในตัวเซียวหยวนนัก
ทว่าเมื่อนางลองพิจารณาดูแสงสีทองแห่งผลบุญที่หนาแน่นรอบตัวเซียวหยวน รวมถึงรัศมีมงคลนับพันที่เปล่งประกายเจิดจ้า นางก็รู้ได้ทันทีว่าเขาสอบผ่านแน่นอน
เพราะอย่างไรเสีย วาสนาบารมีบนตัวเซียวหยวนนั้นด้อยกว่าผู้เป็นจักรพรรดิเพียงนิดเดียวเท่านั้น
หากจะกล่าวว่าดวงชะตาจักรพรรดินั้นพ่วงมาด้วยปราณม่วงประหนึ่งบุตรในอุทรของเง็กเซียนฮ่องเต้ เช่นนั้นบนตัวเซียวหยวนก็พ่วงมาด้วยปราณเขียวซึ่งเป็นดวงชะตาของผู้ที่จะทะยานขึ้นสู่ที่สูงก้าวหน้าในหน้าที่การงานถึงขั้นขุนนางระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นบุตรบุญธรรมของสวรรค์ก็ไม่ปาน
ดวงชะตาเช่นนี้ย่อมเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี แม้แต่เทพเซียนหรือปีศาจก็ยังต้องล่าถอยหลบทางให้
เพียงแต่อันหนิงยังนึกไม่ออกว่า... ใครกันที่มีความสามารถกล้าแกร่งถึงขั้นสะกดดวงชะตาของเซียวหยวนเอาไว้ได้?
คนผู้นั้นจำต้องมีตบะแก่กล้าเพียงใดกัน
นางไหนเลยจะล่วงรู้ว่า ในปีนั้นเพื่อให้สามารถสะกดดวงชะตาของเซียวหยวนไว้ได้ ปรมาจารย์ท่านนั้นถึงกับต้องสังเวยชีวิตผู้คนไปหลายศพ หลังจากสะกดได้สำเร็จ ตบะของเขาก็เสื่อมสลายกลายเป็นคนพิการ และสิ้นใจตายตามไปในเวลาไม่กี่วันต่อมา
สรุปแล้ว ดวงชะตาของเซียวหยวนนั้นแข็งแกร่งเกินต้านทาน การที่อันหนิงกังวลใจไปจึงเป็นเพียงเรื่องเสียเปล่า
ไม่นานนักก็ถึงวันสอบระดับอำเภอ ตั้งแต่เช้าตรู่อันหนิงก็รีบเตรียมหีบอุปกรณ์สอบให้เซียวหยวน ทั้งยังไปเชิญสวี่ซินเซิงจากบ้านสกุลสวี่มาช่วยส่งเซียวหยวนไปยังสนามสอบด้วยตนเอง
ในเมื่อเซียวหยวนมีดวงชะตาขุนนางฝ่ายบุ๋นที่จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนสวี่ซินเซิงมีดวงชะตาขุนนางฝ่ายบู๊ผู้คุมทัพ ยามนี้ฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊มาบรรจบกัน ยิ่งช่วยส่งเสริมวาสนาบารมีให้เซียวหยวนกล้าแกร่งขึ้นไปอีก
เมื่อเซียวหยวนไปถึงสนามสอบ เห็นผู้สมัครเข้าสอบจำนวนมากยืนรอกันอยู่ เขาก็โบกมือลาพรร้อมเอ่ยกับสวี่ซินเซิง "พี่สวี่ ท่านรีบกลับไปเถอะ เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ข้าจัดการคนเดียวได้ ท่านไม่ต้องอยู่รอข้าหรอกขอรับ"
สวี่ซินเซิงยิ้มบางๆ พลางส่งสัญญาณให้เซียวหยวนสงบปากสงบคำเสียหน่อย
ทว่าเขาก็ไม่ได้จากไปไหน
เขามองหาที่นั่งพักและนั่งรอเซียวหยวนอยู่อย่างเงียบ ๆ
ในไม่ช้า เหล่าผู้เข้าสอบก็เริ่มเข้าแถวเพื่อเดินเข้าสู่สนามสอบ
เซียวหยวนยืนอยู่กลางแถวหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงเริ่มหันซ้ายแลขวาชะเง้อมองไปทั่ว และนั่นทำให้เขาได้เห็นฉากหนึ่งที่ชวนให้โมโหเหลือเกิน
เขาเห็นผู้เข้าสอบในชุดยาวคนหนึ่งแอบนำกระดาษแผ่นเล็กๆยัดใส่เข้าไปในหีบอุปกรณ์สอบของเพื่อนร่วมชะตากรรมที่อยู่ข้างหน้าตน
ด้วยความมีสำนึกในความยุติธรรมที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เซียวหยวนจึงชี้หน้าผู้เข้าสอบคนนั้นแล้วตะโกนลั่น "นั่นเจ้าทำอะไรน่ะ! ทำเช่นนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆ!"
เสียงตะโกนของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว
ผู้เข้าสอบในชุดยาวสีเขียวที่ถูกแอบยัดกระดาษใส่หีบก็หันมามองเซียวหยวนเช่นกัน
เซียวหยวนยกมือประสานหมัดคารวะอีกฝ่าย "เมื่อครู่ข้าเห็นคนด้านหลังเจ้าแอบยัดกระดาษใส่ลงไปในหีบของเจ้า!"
พอผู้เข้าสอบในชุดยาวสีเขียวได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนสีทันควัน เขารีบเปิดหีบอุปกรณ์สอบดูด้วยความร้อนรน แล้วก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆถูกซุกไว้ที่มุมหีบจริงๆ
เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ก่อนจะหันไปคาดคั้นถามผู้เข้าสอบข้างหลังด้วยความโกรธแค้น "พี่ไหล ข้าถามใจตัวเองดูแล้วก็ไม่เคยทำเรื่องใดผิดต่อท่าน เหตุใดท่านถึงต้องจงใจกลั่นแกล้งกันถึงเพียงนี้!"
คนแซ่ไหลเริ่มมีท่าทีลนลาน
เขาคาดไม่ถึงว่าจะมีคนสอดมือเข้ามาวุ่นวายเรื่องชาวบ้าน ในใจนึกโกรธแค้นที่เซียวหยวนตะโกนป่าวประกาศสิ่งที่เขาทำ แต่อีกใจก็ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี
เมื่อถูกจ้องมองจากสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย
ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวาย นายอำเภอก็เดินผ่านมาพอดี เมื่อเห็นเหล่าผู้เข้าสอบแตกแถววุ่นวายจึงเข้ามาสอบถามความ
เซียวหยวนจำนายอำเภอได้ เขาจึงรีบก้าวไปข้างหน้า ประสานหมัดคารวะอย่างนอบน้อม "ท่านใต้เท้า เมื่อครู่คนแซ่ไหลผู้นั้นคิดจะใส่ร้ายผู้อื่น โดยการแอบยัดกระดาษแผ่นเล็กใส่ลงในหีบอุปกรณ์สอบของพี่ชายท่านนี้ แต่เผอิญผู้น้อยเหลือบไปเห็นเข้าเสียก่อน ยามนี้จึงกำลังสะสางเรื่องนี้กันอยู่ขอรับ"
เซียวหยวนเป็นคนใจกล้า ทั้งยังไม่เกรงกลัวขุนนาง กิริยาท่าทางที่แสดงออกจึงดูสง่าผ่าเผยและสำรวม
บวกกับใบหน้าที่หล่อเหลาหมดจด เพียงแค่นายอำเภอเห็นครั้งแรกก็นึกเอ็นดูขึ้นมาทันที รู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ดูไม่เลวเลยจริงๆ ทั้งยังมีคุณธรรมสูงส่งอีกด้วย
นายอำเภอคนใหม่แห่งเมืองชิงหยวนผู้นี้เป็นคนเที่ยงธรรมและมีภูมิหลังทางบ้านที่มั่นคง เขาจึงมีนิสัยประเภทไม่เกรงกลัวผู้ใด ซึ่งมีความละม้ายคล้ายคลึงกับเซียวหยวนอยู่ไม่น้อย
เขาหันไปถามผู้เข้าสอบคนอื่นๆที่อยู่ข้างเคียง ทุกคนต่างก็ร่วมเป็นพยานยืนยันว่าเห็นคนแซ่ไหลคิดร้ายผู้อื่นจริงๆ
นายอำเภอจึงสั่งให้คนลากตัวคนแซ่ไหลออกไปทันที พร้อมทั้งประกาศเพิกถอนสิทธิ์ในการสอบครั้งนี้เสีย
เจ้าคนแซ่ไหลนั่นยังไม่วายแผดเสียงโวยวายก่อนจะถูกลากไป "ข้า... พี่สาวของข้าเป็นถึงลูกสะใภ้ของท่านเจ้าเมืองนะ พวกเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้..."
นายอำเภอแค่นยิ้มเย็น "ลากออกไป!"
เมื่อเรื่องวุ่นวายเล็กๆนี้จบลง เหล่าผู้เข้าสอบก็กลับเข้าแถวกันต่อ
นายอำเภอยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ เขาเห็นว่าผู้เข้าสอบคนอื่นต่างก็มีท่าทีประหม่าตื่นเต้นไม่มากก็น้อย มีเพียงเซียวหยวนคนเดียวเท่านั้นที่ดูไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด ท่าทางของเขาดูไม่เหมือนคนมาเข้าสอบสนามรบทางปัญญา แต่ดูเหมือนคนมาเดินเล่นชมนกชมไม้เสียมากกว่า
นายอำเภอนึกประหลาดใจ จึงลองเอ่ยถามเซียวหยวนดูสักประโยค "เจ้าดูมีความมั่นใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือว่าแค่ลองมาสอบเล่นๆดูเฉยๆ?"
เซียวหยวนยืดอกเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจ "ข้าย่อมมั่นใจสิขอรับ ทั้งภรรยาและท่านลุงของข้าต่างก็บอกว่าข้าน่ะมีความรู้ดีเลิศ ท่านลุงยังบอกอีกว่าระดับข้าเนี่ยไปสอบชูเหรินก็ยังผ่านได้สบายๆ แค่การสอบระดับอำเภอเพียงเท่านี้ ข้าจะต้องกลัวอะไรล่ะขอรับ?"
หึ...
เชื่อหรือไม่ว่านายอำเภอกลับเชื่อคำพูดของเซียวหยวนเข้าจริงๆ
สาเหตุสำคัญเป็นเพราะเขาไม่ได้เห็นผู้เข้าสอบที่พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมขนาดนี้มานานหลายปีแล้ว เขาจึงรู้สึกว่าเจ้าหนุ่มนี่ช่างน่าสนใจดีแท้
เขาตบไหล่เซียวหยวนเบาๆ "เอาเถิด ข้าจะคอยดูวันที่เจ้าสอบติดชูเหริน"
เพราะแรงสนับสนุนจากนายอำเภอนี่เอง ทำให้ชื่อของเซียวหยวนกลายเป็นที่จดจำของผู้คน
ครั้นเมื่อเข้าไปในห้องสอบเพื่อแบ่งที่นั่ง เซียวหยวนกลับได้ที่นั่งในตำแหน่งที่ดีที่สุด
พอเขาได้รับกระดาษข้อสอบมาเปิดอ่าน... เหอะๆ เรื่องพวกนี้มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน!
ความจริงแล้วการสอบระดับอำเภอนั้นค่อนข้างง่าย หัวใจสำคัญอยู่ที่ความจำเสียส่วนใหญ่ โจทย์ส่วนมากก็คล้ายกับการเติมคำในช่องว่างของคนสมัยใหม่ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่วัดว่าใครจะท่องจำเนื้อหาได้แม่นยำกว่ากัน
และเซียวหยวนเองก็มีความจำเป็นเลิศ ภายใต้การเคี่ยวกรำของอันหนิง เขาจึงจดจำตำราต่างๆได้ขึ้นใจมากมายมหาศาล
เขาเห็นโจทย์ในกระดาษข้อสอบล้วนเป็นสิ่งที่อันหนิงเคยเคี่ยวเข็ญให้เขาท่องจำมาแล้วทั้งสิ้น จึงจับพู่กันขึ้นมาฝนหมึกเติมคำตอบทันที
ลายมือของเซียวหยวนนั้นไม่ได้สวยงามโดดเด่นอะไร ทั้งยังไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันหนิงกลัวว่าเขาจะถูกหักคะแนนจากความไม่เป็นระเบียบของกระดาษคำตอบ นางจึงขบคิดหาทางออกไว้ให้
อันหนิงจงใจให้เซียวหยวนฝึกเขียนตัวอักษรแบบเหมือนตัวพิมพ์ โดยเฉพาะ เป้าหมายไม่ใช่เพื่อความอาร์ต แต่เพื่อให้เกิดความประณีตเรียบร้อย ให้เขาเขียนตัวอักษรแต่ละตัวออกมาได้เป็นระเบียบสุดๆ จนดูราวกับงานพิมพ์ของคนสมัยใหม่ สรุปคือแค่เพียงกวาดตามองกระดาษคำตอบก็จะรู้สึกสะอาดตาและอ่านง่ายในทันที
หากเป็นผู้คุมสอบคนอื่น อาจจะไม่ค่อยชอบกระดาษคำตอบที่ดูแข็งทื่อไร้จิตวิญญาณเช่นนี้
ทว่านายอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่งผู้นี้เป็นคนที่มีนิสัยเจ้าระเบียบ เขาจึงชื่นชอบอะไรที่ดูตรงไปตรงมาและเป็นระเบียบแบบแผนเช่นนี้ที่สุด
เมื่อเขาส่งคนไปรวบรวมกระดาษคำตอบของเซียวหยวนมาดู เพียงเห็นตัวอักษรเท่านั้น... หืม ขนาดตัวอักษรเท่ากันเป๊ะ ทุกขีดทุกเส้นล้วนตั้งตรงเป็นระเบียบเรียบร้อย เพียงเห็นก็สร้างความประทับใจครั้งแรกได้ดีเยี่ยม พอตรวจดูเนื้อหาที่ตอบก็ถูกต้องครบถ้วนทุกประการ เขาจึงตัดสินใจมอบตำแหน่ง 'อั้นโส่ว' ให้แก่เซียวหยวนในทันที
อั้นโส่ว คือ ผู้ที่สอบได้อันดับ 1 ในการสอบระดับอำเภอ