- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 376 ฉันชอบคนหน้าตาดี (18)
บทที่ 376 ฉันชอบคนหน้าตาดี (18)
บทที่ 376 ฉันชอบคนหน้าตาดี (18)
เมื่อถึงวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของอันหนิง ฮูหยินเซียวได้จัดเตรียมของกำนัลไว้มากมายจนบรรทุกเต็มคันรถ
เมื่อมาถึงจวนสกุลสวี่ อันหนิงก็เข้าไปพุดคุยกับฮูหยินสวี่และสวี่เป่าเอ๋อร์ที่เรือนใน ส่วนเซียวหยวนถูกเรียกตัวไปหาสวี่เผิงจวี่ที่เรือนหนังสือ
ทันทีที่เขาเข้าไปในห้องหนังสือ สวี่เผิงจวี่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า "ยามนี้เจ้าแต่งงานมีเหย้ามีเรือนแล้ว โบราณว่าสร้างครอบครัวก่อนค่อยสร้างตัว ในเมื่อออกเรือนแล้ว ก็ควรจะคิดเรื่องตั้งตัวเสียทีมิใช่หรือ"
เซียวหยวนยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจ "ข้ากำลังจะเรียนเรื่องนี้ให้ท่านทราบพอดี ข้าตั้งใจจะเข้าสอบขุนนางขอรับ"
"โอ้?"
สวี่เผิงจวี่นึกไม่ถึงจริงๆ
ด้วยพื้นเพของตระกูลเซียวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นเก่งกาจเรื่องการค้าขาย แต่หากพูดถึงเรื่องการสอบขุนนางแล้ว กลับไม่เคยมีวี่แววของอัจฉริยะด้านนี้มาก่อนเลย
"เหตุใดถึงนึกอยากสอบขุนนางขึ้นมาเล่า?"
เซียวหยวนชำเลืองมองออกไปข้างนอก พลางคิดว่าคงบอกไม่ได้ว่าอยากสอบเพราะไปท้าพนันกับคนอื่นไว้ จึงแสร้งประกาศเสียงดังฟังชัดว่า "ข้าอยากจะคว้าฮูหยินตราตั้งมาให้อันหนิงให้ได้ขอรับ!"
"ช่างมีปณิธานแรงกล้านัก"
สวี่เผิงจวี่หลุดยิ้ม "เจ้ามีใจเช่นนี้ก็ดีแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะช่วยรีบหาคนมาลงนามรับรองให้เจ้าเอง ปีหน้าเจ้าก็ลองไปลงสนามสอบดูสักตั้งเถอะ"
"ตกลงขอรับ"
สวี่เผิงจวี่หยิบตำราขึ้นมาเล่มหนึ่ง "แล้วที่ผ่านมาเจ้าเรียนไปถึงไหนแล้ว? ข้าจะขอลองถามคำถามสักหน่อยเพื่อประเมินระดับของเจ้า"
"เชิญท่านถามมาได้เลยขอรับ"
เซียวหยวนยืดอกเชิดหน้า วางท่าทางมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่ง
สวี่เผิงจวี่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็แอบนึกในใจว่า 'หรือเจ้าเด็กคนนี้จะมีพรสวรรค์ด้านการอ่านตำราจริงๆ? ตระกูลเซียวเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นแล้วหรือไร?'
เขาเปิดตำราแล้วเอ่ยถามคำถามหนึ่งขึ้นมา
ทว่าช่างประจวบเหมาะนัก ตลอดสองวันที่ผ่านมาอันหนิงมักจะพาสามีอ่านตำราอยู่เสมอ ทั้งชมเชยทั้งหลอกล่อจนเซียวหยวนจดจำเนื้อหาได้ไม่น้อย และคำถามที่สวี่เผิงจวี่ถามออกมานั้น ก็บังเอิญเป็นส่วนที่อันหนิงเพิ่งสอนไปพอดี
ทันทีที่สิ้นคำถาม เซียวหยวนก็โพล่งคำตอบออกมาเสียงดังฟังชัด
สวี่เผิงจวี่พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า "ใช้ได้ ดีมาก"
จากนั้นสวี่เผิงจวี่ก็ถามคำถามต่อมาอีกหลายข้อ ซึ่งเซียวหยวนก็สามารถตอบได้อย่างดีเยี่ยมทุกครั้ง
ก็นะ... ฝีมือระดับอันหนิงเสียอย่าง!
อย่าว่าแต่สวี่เผิงจวี่เลย ต่อให้เป็นเหล่ายอดเมธีในแผ่นดินปัจจุบันก็เกรงว่าจะเทียบอันหนิงไม่ได้
ในเมื่อนางทุ่มเทแรงกายแรงใจสั่งสอนเซียวหยวนถึงเพียงนี้ ระดับความรู้ของเขาจึงรุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
สวี่เผิงจวี่เห็นว่าเซียวหยวนตอบคำถามได้ดีเยี่ยม ทั้งยังมีมุมมองในการวิเคราะห์ที่แปลกใหม่ ที่สำคัญคือเวลาตอบยังมีการอ้างอิงตำราอื่นๆประกอบ แสดงให้เห็นว่าเขาได้อ่านตำรามามากมายและมีความรู้แน่นขนัดอยู่ภายในใจ
สวี่เผิงจวี่มองดูเซียวหยวนพลางยิ้มด้วยความชื่นชม "อ่านตำราจนแตกฉานได้ถึงระดับนี้มิใช่เรื่องง่ายเลย ปีหน้าหากเจ้าลงสนามสอบ ย่อมต้องผ่านอย่างแน่นอน"
เซียวหยวนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งลำพองใจ "นั่นสิขอรับ หนิงหนิงยังบอกเลยว่าข้าหัวไวอ่านตำราเก่ง นางยังต้องมาขอคำชี้แนะจากข้าอยู่บ่อยๆเลย"
ประโยคเพียงประโยคเดียวนี้เองที่ทำให้สวี่เผิงจวี่รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเซียวหยวนมากขึ้นไปอีก
ระดับความรู้ของอันหนิงนั้นสวี่เผิงจวี่รู้ดีที่สุด
สมัยที่เหอจวี่เหรินยังอยู่ เขาได้ทุ่มเทพร่ำสอนอันหนิงอย่างสุดความสามารถ หลังจากอันหนิงย้ายมาอยู่จวนสกุลสวี่ สวี่เผิงจวี่เองก็ไม่ได้หย่อนยาน ยังคงพร่ำสอนนางเรื่อยมา ด้วยระดับความรู้ของนาง สวี่เผิงจวี่อาจไม่กล้ารับประกันตำแหน่งจวี่เหริน แต่สำหรับการสอบเอาตำแหน่งซิ่วไฉนั้นถือว่าเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
ในเมื่อแม้แต่อันหนิงยังบอกว่าเซียวหยวนเก่งกาจจนนางต้องมาขอคำชี้แนะ เห็นทีว่าเซียวหยวนคนนี้คงจะมีลุ้นถึงขั้นสอบติดระดับจวี่เหรินเสียด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้น สวี่เผิงจวี่ก็ดีใจเป็นล้นพ้น "กลับไปบอกพ่อเจ้าด้วย ให้เขาหาเวลาว่างมาหาข้า ข้าจะได้จัดการหาคนลงนามรับรองให้เจ้าโดยเร็ว ปีหน้าเราจะมาช่วยกันลุ้นตำแหน่งซิ่วไฉกลับมาให้ได้"
"เยี่ยมไปเลยขอรับ"
เซียวหยวนยิ้มรับคำอย่างยินดี "กลับไปข้าจะรีบบอกท่านพ่อทันทีขอรับ"
เมื่ออันหนิงเข้าไปยังเรือนหลัง ฮูหยินสวี่ก็ดึงตัวนางมานั่งคุย เมื่อเห็นว่าอันหนิงมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข ก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตในตระกูลเซียวของนางย่อมต้องไปได้สวย
"แม่สามีปฏิบัติต่อเจ้าดีหรือไม่?"
แม้ในใจจะคาดเดาไปในทางที่ดี แต่ฮูหยินสวี่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
อันหนิงยิ้มตอบ "ท่านแม่สามีดีกับข้ามากเลยเจ้าค่ะ วันแรกก็ไม่สั่งให้ข้าต้องยืนปรนนิบัติตามกฎ ท่านบอกว่าตระกูลเซียวไม่นิยมทรมานลูกสะใภ้ พี่เซียวหยวนเองก็ดีต่อข้ามาก แม้แต่คนรับใช้ในจวนก็ล้วนอยู่ในระเบียบวินัยเจ้าค่ะ"
ฮูหยินสวี่พยักหน้าพลางกล่าว "ดีแล้ว เช่นนั้นก็ดีแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ต้องครองตนให้ดี อย่าลืมกตัญญูต่อแม่สามีให้มาก ส่วนเซียวหยวนนั้นนิสัยอ่อนข้อให้คนอ่อนแต่ไม่ยอมคนแข็ง เจ้าจำไว้ว่าอย่าได้ไปขัดใจเขา มีอะไรก็คล้อยตามเขาเสียหน่อย"
อันหนิงแย้มยิ้มรับคำ หลังจากนั้นสวี่เป่าเอ๋อร์ก็ลากตัวนางไปพุดคุยกันต่ออีกเป็นเวลานาน
จนกระทั่งหลังมื้อกลางวันผ่านไป อันหนิงและเซียวหยวนถึงได้เอ่ยลาและเดินทางกลับ
ทันทีที่ขึ้นมาบนรถม้า เซียวหยวนก็หันมากล่าวกับอันหนิงว่า "บ้านเราไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายนักหรอก วันหน้าหากเจ้าคิดถึงน้องสาวบ้านสวี่ขึ้นมา ก็กลับมาเยี่ยมเยียนได้ตามใจชอบ"
"เจ้าค่ะ" อันหนิงขานรับเบาๆพลางอิงแอบไปที่กายของเซียวหยวน
เซียวหยวนวาดแขนโอบอันหนิงไว้พลางกล่าวปนเสียงหัวเราะ "ท่านลุงสวี่บอกว่า ปีหน้าจะให้ข้าเข้าสอบขุนนาง ท่านว่าระดับความรู้อย่างข้านี้ สอบติดซิ่วไฉได้แน่นอน"
อันหนิงชะงักกึก ในใจนึกไปว่า หรือท่านลุงสวี่จะตาบอดไปเสียแล้ว?
แต่แล้วนางก็ฉุกคิดได้ว่า บางทีสวี่เผิงจวี่อาจจะแค่พูดปลอบใจเพื่อให้กำลังใจเซียวหยวนเท่านั้น
"แล้วท่านลุงทราบได้อย่างไรเจ้าคะว่าระดับความรู้ของท่านเป็นอย่างไร?"
เซียวหยวนหัวเราะร่า "ท่านลองตั้งคำถามข้าสองสามข้อ ข้าก็ตอบได้ดีเยี่ยมทุกคำถาม ท่านลุงเลยชมว่าความรู้ข้าไม่เลวเลย ข้ายังบอกท่านไปอีกว่าขนาดเจ้ายังต้องมาขอคำชี้แนะจากข้า พอท่านลุงได้ฟังก็ปลื้มใจมาก ชมว่าข้ามีแววบัณฑิต ยังบอกให้ข้าไปบอกท่านพ่อให้รีบหาคนมาลงนามรับรองให้เร็วหน่อย"
อันหนิงถึงกับหน้าผากขึ้นเส้นดำ เรื่องราวมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ไฉนถึงได้ประจวบเหมาะเพียงนี้?
แต่สรุปได้ว่าเซียวหยวนนั้นกำลังดีอกดีใจอย่างยิ่ง
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาจึงรีบนำเรื่องนี้ไปปรึกษานายท่านเซียวทันที
นายท่านเซียวนั้นเป็นผู้ที่ไร้พรสวรรค์ด้านการอ่านตำราตัวจริงเสียงจริง เขาคือมือหนึ่งในวงการค้าขาย แต่พอต้องหยิบหนังสือขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เป็นอันต้องปวดหัวเมื่อนั้น หลังจากจำตัวอักษรได้พอประมาณเขาก็ไม่แตะตำราอีกเลย
เขาดูไม่ออกหรอกว่าความรู้ระดับไหนคือดีหรือแย่ ในเมื่อเซียวหยวนบอกว่าสวี่เผิงจวี่การันตีมาเช่นนี้ นายท่านเซียวก็ปักใจเชื่อทันทีว่าลูกชายตนเองเก่งกาจจริง
เขาตบบ่าเซียวหยวนด้วยความปลื้มปีติ "ในเมื่อลุงสวี่ของเจ้าบอกว่าได้ พ่อก็จะรีบหาคนมาลงนามรับรองให้เจ้าเอง นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าตระกูลเซียวของเราจะมีบัณฑิตกับเขาด้วย แบบนี้คงเป็นเพราะฮวงซุ้ยบรรพบุรุษมีควันธูปวิเศษพวยพุ่งขึ้นมาเสียแล้ว"
เซียวหยวนยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู "ท่านพ่อ แม้ข้าจะเรียนเก่งและมีพรสวรรค์ แต่เราก็ประมาทไม่ได้ ยามนี้ข้าต้องเก็บตัวอ่านตำราอย่างจริงจัง อีกอย่าง... ให้หนิงหนิงมาคอยอ่านเป็นเพื่อนข้าด้วย ข้าจะได้มีสมาธิ ต่อไปพวกท่านไม่ต้องให้อันหนิงทำงานบ้านงานเรือนนะขอรับ ให้นางมาคอยปรนนิบัติข้าอ่านตำราก็พอ รอให้ข้าสอบติดจิ้นซื่อเมื่อไหร่ ค่อยให้นางมาจัดการงานในจวนดีไหมขอรับ?"
ลำพังแค่เซียวหยวนยอมอ่านตำรา นายท่านเซียวก็แทบจะกราบขอบคุณสวรรค์อยู่แล้ว เขาไม่มีทางคัดค้านเรื่องที่จะให้อันหนิงไปคอยคุมเซียวหยวนอ่านหนังสือแน่นอน
"ได้สิ เดี๋ยวพ่อจะไปบอกแม่เจ้าเอง เมื่อวันก่อนแม่เจ้าเพิ่งเปรยเรื่องจะให้ลูกสะใภ้เริ่มหัดจัดการงานบ้านอยู่พอดี ยามนี้คงต้องยอมให้แม่เจ้าลำบากต่อไปอีกสักสองสามปี"
"ต้องรบกวนท่านแม่แล้วจริงๆขอรับ รอวันที่ลูกสอบได้จิ้นซื่อและได้รับตำแหน่งขุนนางเมื่อไหร่ ลูกจะทูลขอตำแหน่งตราตั้งมาให้ท่านแม่ให้ได้"
นายท่านเซียวได้ฟังก็หัวเราะร่าด้วยความเบิกบานใจยิ่งนัก
หลังจากนายท่านเซียวไปปรึกษากับฮูหยินเซียว ฮูหยินเซียวจึงหาโอกาสมาพุดคุยกับอันหนิง โดยกำชับนางว่าไม่ต้องรีบร้อนเรื่องจัดการงานในจวน ให้ตั้งใจไปคอยดูแลปรนนิบัติเซียวหยวนอ่านหนังสือให้ดี
ตัวอันหนิงเองก็ไม่ได้อยากจะรีบเข้ามารับภาระจัดการงานในบ้านอยู่แล้ว นางยังอยากใช้ชีวิตสงบเสงี่ยมรอรับความสบายไปอีกสักสองปี จึงรีบรับคำในทันที
ภายหลังฮูหยินเซียวได้สนทนากับนายท่านเซียวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง นางอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความประพฤติอันดีงามของอันหนิง ทั้งยังชมว่านางมีนิสัยนอบน้อมเรียบร้อย วันหน้าต้องคอยดูแลนางให้มากเสียหน่อย
นับแต่นั้นเป็นต้นมา อันหนิงและเซียวหยวนต่างเก็บตัวเงียบเพื่อมุ่งมั่นอ่านตำราอย่างจริงจัง
อันหนิงค่อยๆป้อนความรู้เข้าหัวเซียวหยวนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เซียวหยวนก็ราวกับกลายเป็นคนใหม่ที่เปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้