- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 377 ฉันชอบคนหน้าตาดี (19)
บทที่ 377 ฉันชอบคนหน้าตาดี (19)
บทที่ 377 ฉันชอบคนหน้าตาดี (19)
เมื่อถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ อันหนิงหาเวลาว่างเดินทางไปที่จวนสกุลสวี่
เธอนำของขวัญปีใหม่ติดไม้ติดมือไปด้วย เมื่อมอบของเรียบร้อยและได้พบหน้าฮูหยินสวี่ อันหนิงก็สังเกตเห็นว่าฮูหยินสวี่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งยังมีสีหน้าแช่มชื่นเบิกบานยิ่งนัก ดูท่าว่าที่บ้านคงจะมีข่าวดีเรื่องใดเป็นแน่
อันหนิงเอ่ยปากถามเพียงคำเดียว ฮูหยินสวี่ก็ดึงมือนางมาตบเบาๆด้วยความยินดี
"ที่บ้านเรากำลังจะมีงานมงคลน่ะสิ ก็นี่อย่างไรเล่า ซินเซิงกับเป่าเอ๋อร์เกิดถูกตาต้องใจกัน เด็กทั้งสองคนต่างเต็มใจจะแต่งงานกัน ข้าลองถามซินเซิงดูแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้ว่าบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่ไหน บางทีชาตินี้อาจจะนึกไม่ออกอีกเลยก็ได้ เขาจึงตกลงใจจะแต่งเข้ามาเป็นเขยจวนเรา ทั้งยังรับปากว่าหากวันหน้าเกิดจำความหลังได้ขึ้นมา ก็จะยอมให้ลูกคนหนึ่งใช้นามสกุลสวี่เพื่อสืบทอดตระกูล ท่านลุงของเจ้าดีใจกับเรื่องนี้มากเชียวละ"
อันหนิงนึกในใจว่า คำพูดของนางในครานั้นคงจะได้ผลจริง ๆ
สวี่เผิงจวี่คงเชื่อสนิทใจแล้วว่าสวี่ซินเซิงไม่มีครอบครัวติดพันอยู่ก่อน จึงยอมยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย อันหนิงกล่าวแสดงความยินดีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าไปหาเป่าเอ๋อร์ที่ห้อง สองพี่น้องขลุกอยู่ด้วยกันในห้องพลางพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระอยู่เป็นเวลานาน
ขากลับจวน อันหนิงบังเอิญไปพบกับขบวนที่กำลังหาบสินเจ้าสาวออกมาตั้งแสดงของบ้านหลังหนึ่งเข้า ดูท่าว่ากำลังจะมีงานมงคลเช่นกัน
อันหนิงมองออกไปนอกรถม้าเพียงครู่เดียว ชิงซิ่งที่เห็นเหตุการณ์เช่นกันก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินเจ้าค่ะ บ้านสกุลเยว่ที่เคยหมั้นหมายกับคุณหนูเป่าเอ๋อร์ก็กำลังจะมีงานมงคลเหมือนกัน ได้ยินว่าเจ้าสาวคือคุณหนูตระกูลหวังเจ้าค่ะ"
อันหนิงลองตรองดูครู่หนึ่ง ก็นึกออกว่าคุณหนูตระกูลหวังผู้นี้คือใคร
ตระกูลหวังเป็นตระกูลใหญ่ซึ่งต่างจากสกุลสวี่และสกุลเหอ เพราะมีเครือญาติมากมาย อีกทั้งพี่น้องผู้ชายในรุ่นนี้ก็มีอยู่หลายคน กว่าตระกูลหวังจะมีหลานสาวสักคนก็ล่วงมาหลายรุ่น นางจึงเป็นที่รักใคร่เอ็นดูและตามใจอย่างที่สุด
ติดเพียงอย่างเดียวคือ หน้าตาของคุณหนูหวังผู้นี้ดูจะธรรมดาไปเสียหน่อย รูปร่างหน้าตาของนางถอดแบบมาจากเหล่าพี่ชายน้องชายไม่มีผิดเพี้ยน คือมีร่างกายที่กำยำล่ำสัน ตระกูลหวังต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากเพื่อหาคู่ครองให้แม่นางผู้นี้
ในครั้งนี้ ตระกูลหวังคงจะเล็งเห็นว่าเยว่จงเป็นถึงซิ่วไฉ และมีแววว่าจะสอบติดจวี่เหรินได้ในอนาคต จึงยอมยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย
ตระกูลหวังเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่ มีร้านรวงในเมืองชิงหยวนหลายแห่ง อีกทั้งในตัวเมืองมณฑลยังมีร้านขายข้าวและน้ำมันอีกด้วย ฐานะนับว่ามั่งคั่งมหาศาล ตระกูลเยว่เองก็คงจะเล็งเห็นสินเดิมกองพะเนินของคุณหนูหวังผู้นี้เป็นแน่
เมื่อนึกถึงบรรดาพี่ชายน้องชายที่รูปร่างกำยำล่ำสันราวกับยักษ์ปักหลั่นของบ้านสกุลหวัง อันหนิงก็ลอบยิ้มออกมา
การแต่งงานกับคุณหนูหวังในครั้งนี้ เยว่จงคงจะหาเรื่องรังแกนางไม่ได้ง่ายๆเพราะนางมีพี่น้องคอยหนุนหลังอยู่เต็มบ้าน อันหนิงอยากจะรู้นักว่าเยว่จงจะยังกล้ามีอนุภรรยาอีกหรือไม่
เมื่อกลับถึงบ้าน อันหนิงไปที่เรือนของฮูหยินเซียวเพื่อคารวะ และได้พบว่าเซียวซู่ซู่ก็อยู่ที่นั่นด้วย สองแม่ลูกกำลังกระซิบกระซาบพุดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่
พอเห็นอันหนิงกลับมา ฮูหยินเซียวก็รีบแย้มยิ้มทักทาย "แม่เพิ่งคุยเรื่องเจ้ากับพี่สาวเจ้าอยู่เชียว ทำไมกลับมาเร็วนักเล่า?"
อันหนิงเข้าไปทำความเคารพแม่สามีและทักทายเซียวซู่ซู่ "ที่จวนท่านป้าเองก็ยุ่งวุ่นวายเรื่องงานปีใหม่ไม่น้อยเจ้าค่ะ ข้านั่งคุยอยู่เพียงครู่เดียวก็ขอตัวกลับมา อ้อ วันนี้มีเรื่องมงคลจะแจ้งให้ทราบด้วยเจ้าค่ะ"
ฮูหยินเซียวรีบถามว่าเป็นเรื่องอะไร
อันหนิงจึงเล่าเรื่องที่สวี่เป่าเอ๋อร์กำลังจะแต่งงานให้ฟัง
"ท่านลุงและท่านป้าดีใจมากเจ้าค่ะ กำลังปรึกษากันว่าจะจัดงานหลังจากพ้นช่วงปีใหม่ไปทันที"
ฮูหยินเซียวได้ฟังก็ยิ้มพลางกล่าว "นั่นนับว่าเป็นเรื่องมงคลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"
อันหนิงหันไปพุดคุยกับเซียวซู่ซู่ และสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพี่สาวดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ทั้งยังดูอ่อนเพลียและซูบผอมลงไปไม่น้อย
"ท่านพี่เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? เหตุใดถึงดูซูบลงไปมากเช่นนี้"
เซียวซู่ซู่ถอนหายใจออกมาคำใหญ่
ฮูหยินเซียวเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นแทน "จะเรื่องอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องของน้องสามีที่บ้านน่ะสิ"
เซียวซู่ซู่แต่งเข้าตระกูลอู๋ ซึ่งมีจำนวนคนในบ้านมากกว่าตระกูลเซียว สามีของนางคืออู๋ไป๋ฟู่ เขามีพี่ชายหนึ่งคน และยังมีพี่สาวกับน้องสาวอีกอย่างละคน น้องสาวสามีที่ฮูหยินเซียวกล่าวถึงนี้ก็คือ อู๋เอ้อเหนียง
"มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ? ข้าเคยได้ยินมาว่าบ้านสามีของเอ้อเหนียงก็นับว่าเพียบพร้อมดีนี่นา"
อันหนิงรีบเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
เซียวซู่ซู่ถอนหายใจอีกครั้ง "ที่ไหนจะดีกันเล่า ก็แค่ฉากหน้าดูสวยหรู แต่ข้างในกลับฟอนเฟะวุ่นวายไปหมด สามีของเอ้อเหนียงก็ไม่ใช่คนดีอะไร ในจวนขอเพียงเป็นสาวใช้ที่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้เขาก็ไม่เว้นสักคน แถมยังชอบออกไปเที่ยวเตร่หาความสำราญข้างนอก พอเอ้อเหนียงเอ่ยเตือนสักคำ เขาก็ขึงขังใส่ด้วยความโมโห เพราะเรื่องนี้แหละ เอ้อเหนียงถึงได้ถูกซ้อมเสียจนน่วม"
อันหนิงได้ฟังก็พลอยเดือดดาลไปด้วย "ทำไมถึงทำกันเช่นนี้ ข้าจำได้ว่าเอ้อเหนียงเป็นคนนิสัยดีและอ่อนโยนมาก หากสามีของนางไม่ทำเรื่องผิดพลาดรุนแรง นางย่อมไม่มีทางไปชวนทะเลาะแน่ แล้วที่เอ้อเหนียงถูกซ้อม พ่อแม่สามีของนางว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"
พอพูดถึงตรงนี้ เซียวซู่ซู่ก็เริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้าง "จะว่าอย่างไรได้ล่ะ พ่อสามีของนางก็ทำตัวเหมือนเต่าหดหัวอยู่ในกระดอง ส่วนแม่สามีก็เข้ามากล่อมเอ้อเหนียงอยู่พักหนึ่ง แต่คำพูดคำจาที่ออกมามีแต่บอกว่าลูกชายตนเองอารมณ์ไม่ดี ให้เอ้อเหนียงอดทนเอาหน่อย ปกติก็อย่าไปชวนเขาทะเลาะ ทุกสิ่งทุกอย่างให้คล้อยตามเขาไปเสีย... กล่อมแบบนี้อย่ากล่อมเลยดีกว่า"
'นี่มันครอบครัวตัวแสบยกบ้านชัดๆ'
อันหนิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว "ถึงขั้นนี้แล้ว เอ้อเหนียงยังทนไหวอีกหรือเจ้าคะ"
"แล้วจะทำอย่างไรได้เล่า จะให้ถึงขั้นหย่าร้างเพราะเรื่องแค่นี้งั้นหรือ" แม้เซียวซู่ซู่จะโกรธแค้นแทนเพียงใด แต่ก็นึกหาหนทางอื่นไม่ออก
อันหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลันก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง
นางดึงมือเซียวซู่ซู่ให้ขยับเข้ามาใกล้ พลางกระซิบเสียงเบา "ท่านพี่ ข้ามีเรื่องหนึ่งจะบอกท่าน วันหน้าท่านลองหาจังหวะพูดกับเอ้อเหนียงให้ดี หรือจะปรึกษากับท่านแม่สามีของท่านดูก็ได้ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของเอ้อเหนียงเชียวนะเจ้าคะ จำไว้ให้มั่น"
เมื่อเห็นอันหนิงพูดจาจริงจัง เซียวซู่ซู่ก็เริ่มใจคอไม่ดี "เรื่องอะไรหรือ เจ้ารีบพูดมาเร็วเข้า"
แม้แต่ฮูหยินเซียวที่อยู่ใกล้ๆก็พลอยนิ่งฟังไปด้วยความตั้งใจ
อันหนิงลดเสียงลงต่ำ "เมื่อวันก่อนพี่เซียวหยวนออกไปข้างนอกมาใช่ไหมเจ้าคะ พอกลับมาถึงจวนหน้าตาก็ขาวซีดด้วยความตกใจ เรื่องของเรื่องคือ เขามีสหายคนหนึ่งที่ชอบเข้าหอคณิกาเป็นประจำ ปรากฏว่าที่หอแห่งนั้นมีแม่นางคนหนึ่งป่วยเป็น 'โรคร้าย' ซึ่งแม่นางคนนั้นก็คือคนโปรดของสหายท่านพี่ พอสหายท่านนั้นรู้เรื่องเข้าก็รีบไปหาหมอ ผลปรากฏว่าเขาก็ติดโรคร้ายนั่นมาด้วย ท่านพี่ไปเยี่ยมเขามาครั้งหนึ่ง กลับมาบอกข้าว่าสหายคนนั้นเห็นทีจะไม่รอดแล้วเจ้าค่ะ"
"เจ้าจะเล่าเรื่องพวกนี้ไปทำไมกัน?" ฮูหยินเซียวไม่อยากฟังเรื่องอัปมงคลเช่นนี้
อันหนิงปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางเซียวซู่ซู่ "ก็ที่ท่านพี่บอกว่าสามีเอ้อเหนียงชอบเที่ยวหอคณิกานั่นอย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้าล่ะเกรงนักว่าเขาจะติดโรคร้ายนั่นมาเหมือนกัน หากเอ้อเหนียงยังร่วมหอกับเขาอยู่ละก็ เช่นนั้นเอ้อเหนียง..."
อันหนิงยังพูดไม่ทันจบ เซียวซู่ซู่ก็หน้าถอดสีจนกลายเป็นขาวซีด
นางนั่งไม่ติดที่อีกต่อไป รีบลุกขึ้นเตรียมจะกลับทันที "ท่านแม่ น้องสะใภ้ ข้าต้องขอตัวกลับก่อน เรื่องนี้ข้าต้องรีบไปปรึกษาท่านแม่สามีให้ชัดเจน หากเป็นเช่นนั้นจริง คงต้องเกลี้ยกล่อมให้เอ้อเหนียงรีบหย่าขาดโดยเร็ว!"
อันหนิงลุกขึ้นส่งพี่สาว
เมื่อเซียวซู่ซู่พ้นสายตาไปแล้ว เมื่อหันกลับมามองฮูหยินเซียว ก็พบว่าสีหน้าของนางเองก็ดูย่ำแย่ไม่แพ้กัน
นางคว้ามืออันหนิงมากำไว้แน่นพลางกำชับ "ช่วงนี้เจ้าต้องคอยดูสามีของเจ้าให้ดีนะ อย่าได้ปล่อยให้เขาออกไปเหลวไหลข้างนอกเด็ดขาด"
อันหนิงยิ้มตอบ "ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ท่านพี่เขารู้ความดี อีกอย่างยามนี้เขาตั้งใจแต่อยากจะอ่านตำรา จะเอาเวลาที่ไหนไปเที่ยวเล่นเล่าเจ้าคะ ที่ไปคราวนั้นก็เพราะเห็นว่าสหายเจ็บป่วยถึงได้ไปเยี่ยมเยียนเท่านั้นเอง"
ฮูหยินเซียวยังคงไม่วางใจ "อย่างไรเสีย เจ้าก็อย่าปล่อยให้เขาทำเรื่องเหลวไหล ตระกูลเราเป็นครอบครัวที่ขาวสะอาด หากเกิดเรื่องงามหน้าเช่นนี้ขึ้นมา ไม่ถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะจนตายหรือ"
อันหนิงพยักหน้าพลางรับคำอย่างว่าง่าย
ตัดมาทางเซียวซู่ซู่ นางรีบเร่งเดินทางกลับจวนโดยไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็รุดไปที่เรือนหลักเพื่อเข้าพบฮูหยินอู๋ทันที
ช่วงสองวันมานี้ ฮูหยินอู๋มีอาการซึมเศร้าเพราะเรื่องของอู๋เอ้อเหนียง เมื่อเซียวซู่ซู่ไปถึงก็เห็นนางนั่งตาลอยไร้ชีวิตชีวา ขอบตาแดงระรื่อดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาไม่นาน
เซียวซู่ซู่ทำความเคารพ ฮูหยินอู๋เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรง "ไม่ต้องมากความหรอก เจ้ารีบนั่งลงเถิด"
เซียวซู่ซู่ทรุดตัวลงนั่งข้างกายฮูหยินอู๋ ก่อนจะกระซิบเล่าเรื่องที่อันหนิงบอกมาให้นางฟังทั้งหมด "น้องสะใภ้ของข้านางมีเจตนาดีเจ้าค่ะ เลยอยากให้พวกเราเผื่อใจและระวังตัวเอาไว้บ้าง อย่าให้พลอยโดนหางเลขไปด้วย หากเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นจริง เอ้อเหนียงของเราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรเจ้าคะ"
ฮูหยินอู๋ได้ฟังใบหน้าก็มืดครึ้มลงทันที
"ข้าบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าบ้านนั้นไม่ใช่คนดีอะไร แต่ท่านพ่อของเจ้ากลับไม่เชื่อ นี่มันเท่ากับผลักเอ้อเหนียงลงขุมนรกชัดๆ ไม่ได้การ ข้าต้องรีบส่งคนไปรับเอ้อเหนียงกลับมา จะปล่อยให้นางอยู่ที่บ้านตระกูลเจิ้งนั่นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!"