เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 341 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (30)

บทที่ 341 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (30)

บทที่ 341 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (30)


ความสัมพันธ์ระหว่างฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่และซ่งซื่อนั้นนับว่าค่อนข้างดี เนื่องจากตระกูลฟู่และตระกูลถังเป็นตระกูลที่คบหากันมานานหลายชั่วอายุคน จึงมีการไปมาหาสู่กันอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด

การที่ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่มาเยือนจวนจงหย่งโหวในครั้งนี้ ความตั้งใจจริงคือต้องการเข้าพบอันหนิง เพื่อขอร้องให้อันหนิงช่วยเมตตาดูแลฟู่กุ้ยไท่เฟยบ้างหลังจากที่นางเข้าวังไปแล้ว เมื่อก้าวเข้าสู่จวนโหว นางจึงไปพบซ่งซื่อก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อขอให้ซ่งซื่อช่วยเป็นธุระในการนัดแนะให้อันหนิงยอมลงมาพบตน

ทางด้านซ่งซื่อไหนเลยจะกล้าตอบรับเรื่องนี้ นางเพิ่งจะถูกอันหนิงกำราบเสียจนเข็ดหลาบ ยามนี้อยู่ต่อหน้าอันหนิงแม้แต่จะพูดจาเสียงดังยังไม่กล้า แล้วจะกล้าหาเรื่องใส่ตัวด้วยการรับฝากธุระจากผู้อื่นได้อย่างไร นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นจะล่วงเกินตระกูลฟู่ไปเสียทีเดียวก็ทำไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ข้าจะไปลองถามท่านป้าดูก่อน หากท่านอยากพบ ข้าจะช่วยนำทางให้ แต่หากท่านไม่อยากพบ ข้าในฐานะผู้น้อยก็จนใจจริงๆเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่พยักหน้าแสดงท่าทีเข้าใจ

จากนั้นซ่งซื่อจึงเดินทางไปพบอันหนิงด้วยตนเอง ในเวลานั้นอันหนิงกำลังพาถังไป๋นั่งตกปลาอยู่ที่ริมสระน้ำในสวนหลังบ้าน เมื่อซ่งซื่อเดินเข้ามา อันหนิงก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาตกปลาต่อไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง ซ่งซื่อจำต้องข่มใจรออยู่นานโข จนกระทั่งอันหนิงตกได้ปลาหลี่สีแดงตัวยาวกว่าหนึ่งฉื่อขึ้นมาได้ตัวหนึ่ง จึงได้ยินนางเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “วันนี้ช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดเสียนี่กะไร เหตุใดเจ้าถึงยอมสละเวลาเดินมาหาข้าได้เล่า”

ถังไป๋ที่ยืนอยู่ข้างๆรีบเข้าไปช่วยอันหนิงเก็บคันเบ็ด พร้อมกับทำความเคารพซ่งซื่อตามธรรมเนียม

ซ่งซื่อปั้นหน้ายิ้มประจบ “เมื่อก่อนข้าเกรงว่าจะมารบกวนความสงบของท่านน่ะเจ้าค่ะ แต่วันนี้ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่มาขอเข้าพบ ข้าจึงอยากมาถามความสมัครใจของท่านว่าอยากจะพบหรือไม่เจ้าค่ะ”

“พบสิ” อันหนิงหิ้วปลาที่ตกได้โยนลงในถังน้ำ พลางพยักหน้าให้ถังไป๋สั่งคนนำปลาไปส่งที่ห้องเครื่อง เพื่อทำเมนูปลาราดซอสเปรี้ยวหวานเป็นอาหารค่ำ “แขกมาหาถึงเรือนก็ย่อมต้องพบ ไปกันเถอะ”

เมื่ออันหนิงและซ่งซื่อเดินมาถึงเรือนหลัก ทันทีที่ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่เห็นหน้าอันหนิง นางก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตื่นตะลึงออกมา

“ท่านช่าง... เหมือนกับจงอี้โหวคนก่อนราวกับแกะ ต่อให้ท่านไม่บอก ใครเห็นเข้าก็ย่อมดูออกว่าท่านกับนางเป็นพี่น้องกันแท้ๆ”

หลังจากหายตกใจ ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ก็รีบกล่าวประจบอันหนิงด้วยรอยยิ้ม “นอกจากพี่น้องท้องเดียวกันแล้ว จะไปหาโฉมสะคราญราวกับเทพธิดาเช่นนี้ได้จากที่ไหนอีก ไม่แปลกใจเลยที่ไท่ซ่างหวงทรงเห็นท่านเพียงแวบเดียวก็ต้องพระทัย ถึงกับตรัสว่าจะอภิเษกเข้าวังให้ได้ ขนาดข้าที่เป็นคนแก่คนเฒ่าเห็นแล้วยังนึกเอ็นดูยิ่งนักเลยเจ้าค่ะ”

อันหนิงยิ้มรับและทักทายฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ตามมารยาท ก่อนจะนั่งลงบนตำแหน่งประธาน ครั้งนี้ซ่งซื่อรู้จักกาลเทศะขึ้นมาก นางรีบนั่งลงตรงข้ามกับฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ทันที

ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ชวนคุยอยู่ไม่กี่ประโยค จึงเริ่มเข้าเรื่องเหตุการณ์ในวัง “ยามนี้ไท่ซ่างหวงทรงทอดพระเนตรเหล่าสนมคนไหนก็ไม่เจริญตาไปเสียหมด แม้แต่ไท่ซ่างหวงโฮ่วเองยังถูกตำหนิไปหลายครา ส่วนหลานสาวของข้าน่ะหรือ... กลัวจนตัวสั่นงันงกราวกับหนูเจอแมว แต่ก็ยังไม่วายถูกไท่ซ่างหวงดักพบแล้วทรงเหน็บแนมเข้าเสียยกใหญ่ จนตอนนี้แทบจะสู้หน้าผู้คนไม่ได้แล้ว ที่ข้ามาหาท่านในวันนี้ก็เพราะจนปัญญาจริงๆ ไม่ได้หวังสิ่งใดมาก เพียงอยากให้ท่านช่วยเมตตาดูแลนางบ้างหลังจากเข้าวังไป อย่าให้นางต้องทนทุกข์ลำบากจนเกินไปนักเลยเจ้าค่ะ”

ขณะที่พูดไป ขอบตาของฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ก็เริ่มแดงก่ำ ดูน่าสงสารยิ่งนัก “ในวังหลังนั้นเป็นที่ที่ผู้คนมักจะเหยียบย่ำคนล้มประจบคนได้ดี ยามนี้หลานสาวของข้าสิ้นวาสนา เกรงว่าวันข้างหน้าจะอยู่อย่างลำบาก ข้าไม่หวังจะให้นางกลับมาได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง ขอเพียงแค่นางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและมั่นคงก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

ต้องยอมรับว่าฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่ผู้นี้มีเมตตาจิตอย่างยิ่ง ฟู่กุ้ยไท่เฟยในวังนั้นนางเป็นคนเลี้ยงดูมากับมือ ย่อมมีความผูกพันลึกซึ้ง การที่นางยอมลดตัวมาทำเช่นนี้ก็เพื่อวางแผนเผื่ออนาคตให้หลานสาวทั้งสิ้น

อันหนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ย่อมเป็นเช่นนั้น ต่อให้ไม่เห็นแก่เรื่องอื่น อย่างไรเสียก็ต้องเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล ข้าจะช่วยดูแลนางเอง ตราบใดที่นางไม่ทำตัวผิดระเบียบวินัย ก็ย่อมไม่มีใครกล้ารังแกนางได้”

เมื่ออันหนิงกล่าวรับคำถึงเพียงนี้ ฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่จึงหยุดพักเรื่องนั้นไว้แต่เพียงเท่านี้ จากนั้นนางจึงชวนคุยเรื่องอื่นอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเล่าเรื่องสัพเพเหระของบรรดาตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงให้ซ่งซื่อฟังอีกเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวลาจากไป

หลังจากส่งฮูหยินเฒ่าตระกูลฟู่แล้ว อันหนิงจึงหันไปถามซ่งซื่อ “ข้าจำได้ว่าอิ๋งเอ๋อร์เข้าวังไปแล้ว ยามนี้นางรับใช้อยู่ที่ใด”

ซ่งซื่อก้มหน้าตอบด้วยเสียงเบา “รับใช้อยู่ที่ตำหนักฮองเฮาเจ้าค่ะ”

“เหอะ!” อันหนิงแค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน “พวกเจ้านี่เก่งกันจริงๆ เป็นถึงคุณหนูจากจวนโหว กลับตัดใจส่งเข้าวังไปเป็นคนรับใช้ ไม่กลัวว่าจะเอาหน้าของบรรพบุรุษไปทิ้งเสียบ้างหรืออย่างไร”

“มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆเจ้าค่ะ” ซ่งซื่อเองก็มีสีหน้าลำบากใจ “บุตรชายในตระกูลไม่มีใครได้เรื่องได้ราวสักคน จึงต้องฝากความหวังไว้ที่นาง อีกอย่าง... นางเกิดในวันชิวอิกพอดี...”

อันหนิงโบกมือตัดบทซ่งซื่อทันควัน “เกิดวันชิวอิกแล้วต้องมีดวงชะตาสูงส่งเป็นยอดคนเสมอไปเชียวหรือ พวกเจ้านี่ช่างเพ้อฝันเก่งนัก ทั่วทั้งแผ่นดินต้าจิ้งมีเด็กหญิงที่เกิดวันชิวอิกตั้งเท่าไหร่ นับกันจนนิ้วหงิกก็ไม่หมด หากทุกคนมีดวงชะตาเป็นยอดคนกันหมด ดวงที่ว่านั่นก็คงไร้ค่าเต็มทน ข้ายังจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนตอนออกท่องเที่ยว เคยเจอแม่หนูน้อยคนหนึ่งที่มณฑลใต้ นางก็เกิดวันชิวอิกเหมือนกัน แต่นางกลับต้องไปเป็นขอทาน พอถึงปีที่ข้าวยากหมากแพงยังเกือบจะถูกคนจับกินเสียด้วยซ้ำ ทำไมดวงของนางถึงไม่เห็นจะสูงส่งตรงไหนเลยเล่า ซ่งซื่อ ตามหลักแล้วเจ้าก็ไม่ใช่คนโง่ เหตุใดถึงได้มาหลงงมงายกับเรื่องพรรค์นี้ได้”

ซ่งซื่อได้แต่ก้มหน้าพิงอก ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว

อันหนิงยิ่งพูดยิ่งโมโห “พอคัดเลือกสนมไม่ผ่าน พวกเจ้ากลับส่งเด็กดีๆเข้าวังไปเป็นคนรับใช้ ทำแบบนี้มันเท่ากับประกาศให้คนทั้งโลกเขารู้ไม่ใช่หรือว่าจวนจงหยงโหวของเรามันไม่ได้ความ ถึงต้องดิ้นรนหาทางลัดใช้เส้นสายฝ่ายหญิงเพื่อความมั่นคง พวกเจ้านี่มันช่างทำให้บรรพบุรุษต้องอับอายขายหน้าจริงๆ ฝ่าบาทเองก็ไม่ใช่คนโง่เขลามีหรือจะไม่รู้ทันแผนการตื้นๆของพวกเจ้า ป่านนี้คงกำลังนึกสะอิดสะเอียนอยู่เป็นแน่ ทำงานกันแบบนี้ เด็กเข้าวังไปจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร ป่านนี้คงต้องลำบากตรากตรำไม่น้อยเลยทีเดียว”

สิ่งที่อันหนิงกล่าวมานั้นถูกต้องที่สุด คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมประดุจทองคำล้ำค่า บ้านไหนเขาจะยอมส่งเข้าวังไปรับใช้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนบ้าง? หากนับดูให้ทั่วทั้งเมืองหลวง มีเพียงไม่กี่บ้านหรอกที่ทำเรื่องพรรค์นี้ ป่านนี้จวนจงหยงโหวคงกลายเป็นตัวตลกให้ชาวบ้านเอาไปโจษจันกันจนสนุกปากแล้ว

อันหนิงด่าทอเสียจนซ่งซื่อไม่กล้าเงยหน้า แม้ในใจจะนึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง แต่ให้นางไปต่อปากต่อคำกับอันหนิงนางก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายประทานฝ่ามือตบเข้าให้อีกฉาดใหญ่

เมื่อตำหนิจนพอใจแล้ว เห็นซ่งซื่อยังคงไม่มีท่าทีว่าจะสำนึกได้ อันหนิงก็ได้แต่โบกมืออย่างอ่อนใจ “ช่างเถอะ ต่อให้ข้าพูดจนปากเปียกปากแฉะพวกเจ้าก็คงไม่ฟัง ข้าจะไม่เสียเวลามาใส่ใจเรื่องนี้อีกแล้ว”

ทว่าในใจนางกลับคิดไปถึงตอนเข้าวัง ว่าจะหาทางจัดการส่งตัวถังอิ๋งออกจากวังให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กดีๆต้องมาทิ้งชีวิตไว้ในกำแพงวังหลวงแห่งนั้น

ตอนที่อันหนิงเดินกลับมาจากเรือนหลัก ถังเทาที่กำลังตามหานางอยู่พอดีก็รีบตรงรี่เข้ามา “ท่านย่าทวด เรื่องของท่านอาหญิงทั้งสองที่ท่านสั่งให้ข้าไปสืบ ข้าไปจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”

อันหนิงเรียกถังเทาเข้ามาในห้อง สั่งคนให้รินน้ำชามาให้เขา เมื่อถังเทาดื่มชาเสร็จ อันหนิงก็ชี้ไปที่เก้าอี้ “นั่งลงสิ สืบได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”

ถังเทาเผยยิ้มขื่น “ไม่สู้ดีเลยขอรับ ทั้งท่านอาโหรวและท่านอาซิ่งต่างก็จากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ท่านอาโหรวแต่งงานไปหลายปีกลับไม่มีบุตรไว้สืบสกุลเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนท่านอาซิ่งยังดีที่มีบุตรสาวทิ้งไว้คนหนึ่ง”

ถังเทาถ่ายทอดสิ่งที่สืบมาได้ตลอดหลายวันให้อันหนิงฟังอย่างละเอียด เมื่อเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจุกอกและหดหู่ใจ ต่อให้เป็นเพียงบุตรสาวสายรอง แต่ก็เป็นถึงคุณหนูจากจวนโหว ไม่ควรจะถูกข่มเหงรังแกกันถึงเพียงนี้เลย

แต่สิ่งที่ทำให้ถังเทาพูดไม่ออกยิ่งกว่าก็คือการกระทำของซ่งซื่อ เพราะตระกูลสามีของทั้งถังโหรวและถังซิ่งล้วนเป็นซ่งซื่อที่เป็นคนจัดหาให้ ไม่รู้ว่านางมีความแค้นฝังลึกอะไรกับท่านอาทั้งสองนักหนา ถึงได้จงใจผลักพวกนางลงหลุมพรางจนถึงแก่ความตายเช่นนี้

ในเมื่อคนก็ตายไปแล้ว อันหนิงย่อมไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ยามนี้นางมีภาระรัดตัว แค่คนเป็นยังดูแลไม่หวาดไม่ไหว คนที่ตายไปแล้วนางจึงต้องวางไว้ก่อน

“แล้วลูกสาวของซิ่งเอ๋อร์ยามนี้อยู่ที่ไหนล่ะ ความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้าง?”

ถังเทาปาดเหงื่อบนใบหน้า “อยู่ในวังขอรับ”

“อะไรนะ!” อันหนิงอุทานด้วยความตกใจ “อยู่ในวัง? นางเข้าไปอยู่ในวังได้อย่างไร!”

ถังเทาจึงรีบอธิบายให้อันหนิงฟังโดยละเอียด

ที่แท้หลังจากตระกูลสามีที่ถังซิ่งแต่งเข้าไปเริ่มตกอับ สามีของนางก็ได้แต่งงานใหม่กับสตรีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านนิสัยดุร้ายและใจคอเหี้ยมโหด สตรีผู้นั้นมองบุตรสาวที่ถังซิ่งทิ้งไว้เป็นดั่งหนามยอกอก อยากจะกำจัดทิ้งให้พ้นหูพ้นตาเร็วๆ

พอแม่หนูคนนั้นอายุได้ราวสิบขวบ สตรีผู้นั้นก็คิดจะจับนางแต่งงานออกไปเพื่อแลกกับสินสอดเงินทอง แต่แม่หนูคนนี้ค่อนข้างฉลาดเฉลียว นางกลัวว่าแม่เลี้ยงจะส่งนางไปให้บ้านที่ไม่ดีจนต้องจบชีวิตลงตั้งแต่อายุยังน้อยเหมือนมารดา จึงได้หว่านล้อมบิดาให้ส่งชื่อนางเข้าคัดเลือกข้ารับใช้ฝ่ายใน จนสุดท้ายนางก็ได้รับเลือกให้เข้าวัง

แม่หนูคนนั้นคงคิดว่า ต่อให้ต้องเข้าวังไปรับใช้ผู้อื่น ก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านแบบอดๆอยากๆ หากวันหน้ามีวาสนาได้เป็นที่โปรดปรานของเจ้านาย แม้จะไม่ได้ออกจากวังกลับบ้าน แต่นางก็เต็มใจจะรักษาตัวเป็นโสดเพื่อรับใช้เจ้านายไปตลอดชีวิต

เมื่ออันหนิงฟังถังเถาเล่าจบก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ในเมื่อนางอยู่ในวังแล้ว เช่นนั้นก็รอให้ข้าเข้าวังไปเสียก่อนค่อยหาทางจัดการต่อไป”

จบบทที่ บทที่ 341 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (30)

คัดลอกลิงก์แล้ว