เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 336 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (25)

บทที่ 336 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (25)

บทที่ 336 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (25)


ทั้งหลี่ซื่อและจางเฟิ่งเอ๋อร์ต่างก็มีครอบครัวเดิมที่ไม่ขัดสน ยามพวกนางออกเรือนมานั้นสินเดิมย่อมมีไม่น้อยเลยทีเดียว

ในจำนวนนั้นมีเครื่องประดับอยู่มาก และยังมีอัญมณีหลากสีสันบรรจุอยู่อีกหลายกล่อง

ทว่าเครื่องประดับที่อันหนิงหยิบออกมาส่งๆเหล่านี้ กลับดูดียิ่งกว่าบรรดาสินเดิมของพวกนางอยู่มากนัก

เผลอๆแม้แต่ในวังหลวงเอง ก็คงมีเพียงพระสนมที่ทรงพระกรุณาโปรดปรานเป็นพิเศษเท่านั้น ถึงจะมีเครื่องประดับล้ำค่าเช่นนี้ไว้ในครอบครอง

เมื่อเห็นเครื่องประดับกองอยู่ตรงหน้า ทั้งสองคนต่างก็ยังลังเล ไม่กล้าหยิบฉวยเอาไปตามอำเภอใจ

“รับไปเถอะ”

อันหนิงหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็นำหยกพกชิ้นหนึ่งโยนให้จางเฟิ่งเอ๋อร์ “วันหน้าก็นำไปให้บุตรสาวคนโตสวมใส่เสีย”

จางเฟิ่งเอ๋อร์รับมาด้วยความปรีดา “ขอบพระคุณย่าทวดที่เมตตาเจ้าค่ะ หลานขอโขกศีรษะขอบคุณแทนลูกสาวนะเจ้าคะ”

อันหนิงรีบปรามพลางประคองนางไว้ “เอาล่ะ รีบยืนให้ดีเถอะ”

เมื่อเห็นจางเฟิ่งเอ๋อร์และหลี่ซื่อดูมีความสุข บรรยากาศที่อึดอัดจากการถูกดุเมื่อครู่ก็มลายหายไปสิ้น อันหนิงจึงบิดขี้เกียจคราหนึ่ง “ในเมื่อยังพอมีเวลา เราไปเลือกเรือนให้หว่านเอ๋อร์กันเถอะ”

คนทั้งกลุ่มพากันเดินออกมาจากเรือนของอันหนิง เดินวนรอบจวนโหวอยู่หนึ่งรอบ ในที่สุดก็เลือกเรือนหลังเล็กที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงได้หลังหนึ่ง

เรือนหลังนี้ไม่ใหญ่นัก มีห้องหลักสามห้องและห้องริมอีกสองห้อง ส่วนเรือนปีกตะวันออกและตะวันตกก็มีห้องอีกอย่างละสองห้อง แม้ห้องหับจะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับให้สวี่หว่านเอ๋อร์อยู่อาศัยได้อย่างสบาย

เมื่อเลือกเรือนได้แล้ว อันหนิงก็หันไปสั่งจางเฟิ่งเอ๋อร์ “เจ้าไปบอกให้เทาเอ๋อร์ไปขอนำตำรามาจากเพ่ยเอ๋อร์มาจัดวางไว้เสีย หว่านเอ๋อร์เด็กคนนี้ชอบอ่านหนังสือ แล้วก็หาเครื่องสายไปตั้งไว้ทางนั้นสักหลังหนึ่ง ทางนี้ก็วางของตั้งโชว์หินโซ่วซานสักชิ้น ข้าจำได้ว่าที่ไป๋เอ๋อร์มีฉากกั้นบนโต๊ะที่ดูดีอยู่ชิ้นหนึ่ง เดี๋ยวค่อยไปขอมาตั้งประดับ...”

อันหนิงมีความจำดีเยี่ยม นางจำได้ขึ้นใจว่าใครมีของชิ้นไหน และในคลังมีอะไรอยู่บ้าง เพียงครู่เดียว นางก็จัดการเรื่องการจัดตกแต่งภายในห้องจนเสร็จสรรพ

เมื่อเดินออกมาจากเรือนเล็กหลังนั้น นางก็บังเอิญสวนกับถังเพ่ยเข้าพอดี

ถังเพ่ยเห็นอันหนิงก็นิ่งสงบ ยืนรออยู่ที่ข้างทางอย่างสำรวม รอจนอันหนิงเดินเข้ามาใกล้จึงเอ่ยถามเสียงเบา “ย่าทวดขอรับ ท่านควรจะต้องเตรียมสินเจ้าสาวไว้สักชุดหรือไม่ขอรับ”

อันหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง “สินเจ้าสาวอะไรกัน ใครในบ้านเราจะแต่งงานหรือ”

ถังเพ่ยกล่าวด้วยความจนใจ “ไม่มีใครขอรับ เป็นท่านนั่นแหละที่จะแต่งงาน ท่านเป็นถึงไท่ซ่างหวงโฮ่วสายตรงที่จะต้องประทับเกี้ยวเข้าทางประตูวัง ย่อมต้องมีสินเจ้าสาวตามธรรมเนียม พวกเราต้องรีบเตรียมการนะขอรับ”

อันหนิงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทจริงๆ

“สินเจ้าสาวงั้นหรือ... ก็นั่นสินะ แล้วเราต้องเตรียมมากน้อยเพียงใดกันเล่า”

จางเฟิ่งเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็รีบเสนอตัวทันที “เรื่องนี้หลานพอจะทราบเจ้าค่ะ เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีอ๋องแต่งพระชายา สินเจ้าสาวของทางฝั่งพระชายาเป็นอย่างไรหลานพอจะมีข้อมูลอยู่ ท่านก็แค่เตรียมให้มากกว่านั้นสักหน่อยก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ”

อันหนิงจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยร่างรายการสินเจ้าสาวให้ข้าที ข้าจะสั่งให้คนเตรียมตามนั้น”

หยุดคิดครู่หนึ่งนางก็เสริมว่า “พวกเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนไม่ต้องหรอก ทางวังคงไม่ยอมให้เราขนเครื่องเรือนเข้าไปแน่ เน้นทองเงินอัญมณีให้มากหน่อย พวกของเล่นของสะสมล้ำค่าก็จัดไปเยอะๆหน่อยก็พอ”

จางเฟิ่งเอ๋อร์ได้ยินก็หัวเราะร่า “ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ควรจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ”

จางเฟิ่งเอ๋อร์เต็มใจรับอาสาทำเรื่องนี้ และนางเองก็ทำงานได้คล่องแคล่วสวยงาม อันหนิงจึงมอบหมายเรื่องนี้ให้โดยกำชับให้นางประสานงานกับจู้จื่อ

จางเฟิ่งเอ๋อร์ได้รับมอบหมายงานสำคัญก็เดินจากไปอย่างเบิกบานใจ คงจะรีบกลับไปร่างรายการสินเจ้าสาวเป็นแน่

ยามนี้นางมีความสุขยิ่งนัก

เพราะอย่างไรเสียอันหนิงกำลังจะได้เป็นถึงไท่ซ่างหวงโฮ่ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ต้าจิ้ง อีกทั้งอันหนิงยังเป็นอาหญิงของย่าและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลถัง วันหน้าหากมีเรื่องมงคลใดๆย่อมไม่ลืมเลือนตระกูลถังอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ จางเฟิ่งเอ๋อร์ยังมองออกว่า อันหนิงไม่ได้ชอบพอซ่งซื่อและจางซื่อนกนัก ออกจะไปทางรังเกียจเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อคนบ้านรองก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ตรงกันข้ามกลับดูสนิทสนมกับคนบ้านใหญ่เป็นพิเศษ

เช่นนี้แล้ว หากมีเรื่องดีๆ อันหนิงย่อมต้องนึกถึงคนบ้านใหญ่ก่อนเป็นแน่

ในบรรดาพี่น้องบ้านใหญ่ ถังเพ่ยนั้นเป็นถึงจอหงวน ทั้งยังได้เข้าสำนักฮั่นหลินแล้ว อนาคตย่อมรุ่งโรจน์ไร้กังวล จะมีก็แต่ถังเทาที่ยังไม่เอาถ่าน อันหนิงย่อมต้องช่วยหาตำแหน่งการงานดีๆให้ถังเทาอย่างแน่นอน

จางเฟิ่งเอ๋อร์คิดว่าหากอันหนิงเต็มใจสนับสนุนถังเทา และหากถังเทาทำตัวให้ได้ดี ต่อไปในราชสำนักเขาย่อมจะมีปากมีเสียงกับผู้อื่นได้ เมื่อนั้นฐานะของนางย่อมจะพลอยสูงส่งตามไปด้วย ยามออกไปพบปะเข้าสังคมก็ไม่ต้องคอยประจบเอาใจผู้ใดอีก

นางยิ่งคิดก็ยิ่งเบิกบานใจ เดินเหินรวดเร็วราวกับมีลมพัดใต้เท้า

จนกระทั่งเสี่ยวสี่สาวใช้สินเดิมที่ตามมาข้างหลังต้องรีบเตือนสติ “นายหญิงรอง ช้าลงหน่อยเจ้าค่ะ ท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่นะเจ้าคะ”

อันหนิงพักอยู่ที่จวนตระกูลถังอยู่หลายวัน นอกจากจะจัดการเตรียมเรือนพักให้สวี่หว่านแล้ว ยังได้พบปะผู้คนจากบ้านรองอีกบางส่วน

ถังจงนายท่านรองตระกูลถัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพลาธิการ ระดับห้าสังกัดกรมโยธา ปกติเขามักจะไม่ค่อยไปนั่งทำงานที่ว่าการ แต่มักจะขลุกอยู่กับพวกบัณฑิตยากไร้ที่บ้านเพื่อเสวนาบทกวีและคัมภีร์ เรื่องน้อยใหญ่ภายในบ้านเขาล้วนไม่เคยแยแส

อันหนิงได้พบกับเขาในวันที่สามที่มาถึงจวนถัง ถังจงในตอนนี้เปลี่ยนไปจากตอนที่นางจากมามากทีเดียว เขาดูแก่ชราลงไปถนัดตา จากเด็กหนุ่มวัยละอ่อนกลายเป็นชายวัยกลางคนเจ้าเนื้อ ทั้งยังดูคร่ำครึหัวโบราณมากขึ้นกว่าเดิม

เขาเข้ามาคำนับอันหนิงแล้วก็นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างหาเรื่องคุยกันไม่ได้ สุดท้ายอันหนิงรู้สึกอึดอัดรำคาญใจจึงได้ไล่เขาไปเสีย

ส่วนจางซื่อนั้นอันหนิงเคยเห็นหน้าค่าตามานานแล้ว ภายหลังนางยังได้พบกับถังหรง บุตรชายคนโตสายตรงของบ้านรอง รวมถึงถังฉิ่น บุตรสาวอนุ และถังหม่าน บุตรชายอนุด้วย

ถังหรงยังเยาว์วัย ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา แม้จะดูไม่ค่อยมีความรับผิดชอบและอ่อนแอไปบ้าง แต่เนื้อแท้ของเด็กคนนี้ก็นับว่าดี

ส่วนถังฉิ่นแม้จะเป็นบุตรสาวอนุ แต่กลับทะเยอทะยานยิ่งนัก เด็กคนนี้มีไหวพริบปฏิภาณสูง รู้จักกาลเทศะและเข้าหาผู้คนเป็นอย่างดี

ทางด้านถังหม่านนั้นไม่มีข้อดีเลยสักนิด มองดูแล้วไม่เป็นที่น่าเอ็นดูเอาเสียเลย

หลังจากอันหนิงได้พบเด็กๆเหล่านี้แล้วก็นางเอ่ยชมตามมารยาทพร้อมกับแจกของขวัญให้คนละชิ้น ต่อมานางยังได้ไปพบฉินซื่อ สะใภ้ใหญ่ที่ถังเจ๋อผู้ล่วงลับทิ้งไว้ รวมถึงถังซั่วที่ยังเป็นเด็กเล็ก แน่นอนว่าอันหนิงย่อมมอบของขวัญให้ด้วยเช่นกัน

เมื่อทำความรู้จักคนทั้งจวนโหวจนครบถ้วนแล้ว อันหนิงจึงออกไปหาอู๋เซิ่งและน้องสาวเพื่อดูว่าความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

พี่น้องตระกูลอู๋คู่นี้เป็นคนฉลาดหลักแหลมจริงๆ ยามที่พวกเขาออกจากชายแดนได้เตรียมการไว้พร้อมสรรพ อู๋เซิ่งพกตั๋วเงินติดตัวมาจำนวนหนึ่ง ส่วนอู๋หลานและหลู่ซื่อต่างก็พกเครื่องประดับอัญมณีที่มีค่าแต่ขนาดกะทัดรัดติดตัวมาด้วย

เมื่อมาถึงเมืองหลวง อู๋หลานและหลู่ซื่อก็ให้อู๋เซิ่งนำเครื่องประดับเหล่านั้นไปแลกเป็นเงิน แล้วไปเช่าจวนสองลาน ทางทิศตะวันออกของเมือง ทั้งสามคนจึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบและมั่นคง

เมื่ออันหนิงตามหาพวกเขาจนพบ อู๋หลานและหลู่ซื่อต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจในตัวอันหนิงอย่างยิ่ง หลู่ซื่อรีบเข้าครัวไปทำอาหารโต๊ะใหญ่ รบเร้าให้อันหนิงอยู่ทานข้าวด้วยกันให้ได้

อันหนิงไม่ได้ปฏิเสธ นางนั่งอยู่ที่ลานบ้าน มองดูหลู่ซื่อทำอาหารไปพลางพูดคุยกับอู๋หลานไปพลาง

นางถามถึงแผนการในอนาคตของอู๋หลาน อู๋หลานจึงบอกว่านางตั้งใจจะให้ท่านลุงออกหน้าเขียนจดหมายไปหาบิดาของนาง เพียงเพื่อแจ้งว่าขอให้พี่น้องของนางอาศัยอยู่ในเมืองหลวงต่อไป ซึ่งนางคิดว่าบิดาคงไม่กล้าขัดใจคนของจวนโหว อีกอย่าง พี่ชายของนางอยากจะเล่าเรียนเพื่อสอบรับราชการ ส่วนตัวนางเองนั้นอยากขอให้อันหนิงช่วยหมั้นหมายคู่ครองให้โดยเร็วที่สุด

อันหนิงพินิจพิจารณาเด็กคนนี้อย่างละเอียดอดไม่ได้ที่จะถอนใจว่าจิตใจของนางช่างเติบโตเกินวัยเหลือเกิน ทั้งยังคิดอ่านรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนยิ่งนัก

อู๋หลานคงจะเกรงว่ามารดาเลี้ยงของนางจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกในภายหลัง หรือเอาเรื่องการแต่งงานมาข่มขู่บีบคั้น นางจึงคิดจะอาศัยจังหวะที่มีคนคอยหนุนหลังรีบหาครอบครัวที่เหมาะสมแต่งออกไปเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้มารดาเลี้ยงมาทำลายชีวิตของนางในอนาคต

อันหนิงเข้าใจความคิดของอู๋หลานเป็นอย่างดี จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เอาเถอะ เรื่องนี้ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง รอให้ข้าเข้าวังไปก่อนแล้วจะสั่งคนให้ช่วยแสวงหาอย่างละเอียด เราไม่ต้องมองหาตระกูลที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งนัก ขอเพียงคนผู้นั้นมีนิสัยดีและใช้ชีวิตอย่างมั่นคงก็น่าจะเพียงพอ ข้าคิดว่ามองหาพวกซิ่วไฉหรือจวี่เหรินที่มีความมุมานะสักหน่อยจะดีกว่า เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ”

อู๋หลานเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

นางลืมความเอียงอายไปสิ้น ใบหน้าแดงระเรื่อพลางเอ่ยว่า “ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ข้าขอเพียงเขาเป็นคนดีก็พอ เรื่องอื่นไม่ปรารถนาสิ่งใด ข้าไม่กลัวความลำบาก กลัวเพียงแต่จะไม่มีหวังในอนาคตเท่านั้นเจ้าค่ะ”

พูดคุยเล็กน้อย -.-

เกือบจะสิ้นพระชนจากตัวละครแต่ละคนในเรื่องจริงๆ ถังหรงถังรุ่นคนเดียวกัน ตัวละครอื่นๆไม่ต้องไปโฟกัสมากนะคะ ปวดขมับจริงๆ ตอนแรกว่าจะติดเหรียญโลกนี้ ตอนนี้เปลี่ยนใจให้อ่านฟรีแล้วค่ะ หวังว่าพอจะมองข้ามไปได้นะคะ ไรท์มะไหวแน้วววววว

จบบทที่ บทที่ 336 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (25)

คัดลอกลิงก์แล้ว