เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 332 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (21)

บทที่ 332 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (21)

บทที่ 332 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (21)


จางเฟิ่งเอ๋อร์หวนคิดถึงถ้อยคำที่หลี่ซื่อกล่าวกับนางแล้วก็นึกหวั่นใจ นางเอื้อมมือไปผลักตัวถังเทาพลางเอ่ยถาม "ท่านว่าอาสะใภ้รองจะเป็นคนประเภทนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ?"

ถังเทาถลึงตาใส่จางเฟิ่งเอ๋อร์แวบหนึ่ง "ก็มีแต่เจ้านั่นแหละที่ซื่อบื้อ นางสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามไปหมด ข้าเคยเตือนตั้งนานแล้วว่าอย่าไปหลงเชื่อท่านอาหญิงแสนดีของเจ้าให้มากนัก เจ้าก็ไม่เคยฟัง"

จางเฟิ่งเอ๋อร์ยอมก้มหน้านิ่งอย่างหาได้ยาก "เดิมทีข้าคิดว่าท่านพ่อท่านแม่ไม่ยอมแยแสเรื่องราวใดๆเลย ในบ้านเราก็ควรต้องมีใครสักคนโดดเด่นขึ้นมาบ้าง ไม่อย่างนั้นคนทั้งจวนโหวจะยังจำพวกเราได้หรือ ใครจะไปคาดคิดว่าเบื้องหลังมันจะมีเหตุผลมากมายถึงเพียงนี้เล่า"

"แม่คนซื่อบื้อ"

ถังเทาพึมพำด่าทอคำหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิโกรธเคืองนางจริงจังนัก "เจ้ารีบไปจัดการเก็บกวาดเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยโหดนั่นเสีย ตัดตอนทำลายหลักฐานให้สิ้นซาก ต่อไปอย่าได้ทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้อีก แล้วก็... ที่ท่านแม่บอกน่ะจำได้ไหม ให้เจ้าแสร้งป่วยแล้วคืนอำนาจการดูแลจวนไปซะ"

"อื้ม ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"

จางเฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยตอบ ทว่าในน้ำเสียงยังแฝงความรู้สึกเสียดายที่จะต้องสละอำนาจการดูแลจวนอยู่บ้าง

นิสัยดั้งเดิมของนางเป็นคนชอบกุมอำนาจและหยิบจับงานการ หากวันใดไม่มีอะไรให้ทำนางคงจะรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นแน่

ถังเทาเอ่ยอย่างรำคาญใจ "ข้ารู้หรอกว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ ต่อไปมีเรื่องให้เจ้าทำแน่ ท่านพ่อบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าพี่ใหญ่กำลังจะกลับมา พอพี่ใหญ่กลับมาข้าว่าท่านพ่อคงได้เริ่มเปิดศึกกับบ้านรองเป็นแน่ ถึงตอนนั้นเจ้าก็เตรียมรอดูงิ้วเรื่องดีได้เลย"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จางเฟิ่งเอ๋อร์จึงค่อยเผยยิ้มออกมา

นางเป็นคนพูดจริงทำจริง เมื่อรับปากว่าจะล้างมือจากวงการเงินกู้ ก็รีบเรียกสะใภ้ฉินซึ่งเป็นคนสนิทมาหาทันที สั่งการให้รีบไปเก็บเงินกู้ส่วนที่เหลือกลับมาให้หมด พร้อมทั้งเผาสมุดบัญชีทิ้งเสีย และกำชับว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีการออกเงินกู้ดอกเบี้ยโหดอีก

เดิมทีสะใภ้ฉินเป็นสาวใช้ข้างกายของจางเฟิ่งเอ๋อร์ ต่อมาจางเฟิ่งเอ๋อร์เป็นธุระจัดการให้แต่งงานกับฉินอู๋ นางจึงมีความจงรักภักดีต่อจางเฟิ่งเอ๋อร์อย่างยิ่ง เมื่อได้ยินว่าเจ้านายจะมือล้างมือก็รีบกลับไปปรึกษากับสามีเพื่อจัดการตามสั่งทันที

บ่ายวันนั้นเอง จางเฟิ่งเอ๋อร์ก็ล้มป่วยลง

ถังเทาทำทีเป็นร้อนใจรีบออกไปตามท่านหมอ ผลปรากฏว่าเมื่อท่านหมอมาถึงและตรวจชีพจรให้จางเฟิ่งเอ๋อร์เสร็จสิ้น คนทั้งบ้านใหญ่ต่างก็พากันลิงโลดด้วยความยินดี

จางเฟิ่งเอ๋อร์ตั้งครรภ์เสียแล้ว!

เพียงแต่ครรภ์ยังอ่อนนัก อายุครรภ์เพิ่งจะเดือนเศษเท่านั้น ประกอบกับปกติรอบเดือนของจางเฟิ่งเอ๋อร์มักจะมาไม่ตรงเวลา นางจึงหาได้รู้ตัวไม่

คราวนี้ช่างประจวบเหมาะนัก จางเฟิ่งเอ๋อร์จึงมีเหตุผลอันชอบธรรมในการคืนอำนาจการบริหารจวน

เพราะท่านหมอได้กำชับว่า เมื่อครั้งที่นางคลอดคุณหนูใหญ่นั้นร่างกายได้รับความกระทบกระเทือน ยามนี้ครรภ์จึงยังไม่มั่นคงนัก จำเป็นต้องพักผ่อนให้มากและห้ามคร่ำเคร่งตรากตรำเด็ดขาด

หลังจากส่งท่านหมอกลับไปแล้ว ถังเทาก็เดินวนไปวนมาในห้องด้วยความดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่

จางเฟิ่งเอ๋อร์เองก็มีความสุขมาก

ในขณะเดียวกันนางก็นึกโล่งใจ โชคดีที่นางคิดได้ทันเวลาและแสร้งป่วยจนต้องตามหมอมาตรวจ ไม่เช่นนั้นหากยังขืนดึงดันทำงานต่อไป ครรภ์นี้เกรงว่าคงจะมีอันเป็นไปแน่

ถังเทาดีใจอยู่ครู่หนึ่งก็รีบมุ่งหน้าไปยังเรือนหลักทันที

ประจวบเหมาะกับที่ซ่งซื่อกำลังหยอกล้อเล่นอยู่กับถังรุ่นและถังอี้ เมื่อเห็นถังเทาเดินเข้ามา นางก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม "วันนี้ทำไมเจ้าถึงมีเวลาว่างแวะมาหาข้าได้ล่ะ?"

ถังเทารีบยิ้มประจบ "ท่านย่า วันนี้หลานมาเพื่อแจ้งข่าวดีขอรับ ภรรยาของหลาน... หรือก็คือหลานสะใภ้ของท่านตั้งครรภ์แล้วขอรับ ท่านหมอเพิ่งจะตรวจพบชีพจรยินดีเมื่อครู่นี้เอง"

"ดี! ดีจริงๆ!"

ซ่งซื่อแสดงท่าทีดีใจเป็นพิเศษ "นับว่าเป็นเรื่องมงคลยิ่ง ต่อไปเจ้าต้องดูแลเฟิ่งเอ๋อร์ให้ดีล่ะ บอกนางว่าอยากจะกินจะดื่มอะไรก็ให้บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอรับ"

ถังเทารับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "เพียงแต่ท่านหมอบอกว่าครรภ์ครานี้ไม่ค่อยมั่นคงนัก ร่างกายของนางก็ไม่สู้ดี บอกว่าไม่อาจตรากตรำทำงานหนักได้อีก ด้วยเหตุนี้หลานจึงตั้งใจมาเรียนให้ท่านทราบ เผื่อว่าท่านจะพิจารณาให้ใครมารับช่วงดูแลงานในจวนแทน เพราะสถานการณ์ของเฟิ่งเอ๋อร์ยามนี้..."

สีหน้าของซ่งซื่อดูหม่นลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ให้อาสะใภ้รองของเจ้าเป็นคนดูแลไปก่อนเถอะ ให้เฟิ่งเอ๋อร์พักรักษาตัวให้ดี รอให้คลอดบุตรเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

"ขอบพระคุณท่านย่าที่เมตตาเห็นใจพวกเราสามีภรรยาขอรับ"

ถังเทาทำความเคารพอย่างนอบน้อมด้วยความเบิกบาน "ถ้าเช่นนั้นหลานขอตัวก่อนนะขอรับ เฟิ่งเอ๋อร์บ่นว่าอยากกินขนมเปี๊ยะทอด หลานจะออกไปซื้อให้นางเสียหน่อย"

ซ่งซื่อโบกมือ "ไปเถอะ"

หลังจากถังเทาเดินออกไปแล้ว ถังอี้ก็เริ่มนั่งไม่ติดที่

ครู่ต่อมา นางก็หาข้ออ้างขอตัวลากลับไปเช่นกัน

จากนั้น ถังชิงและถังชิ่นจากบ้านรองก็เดินตามออกมา พี่น้องทั้งสามคนต่างมุ่งหน้าไปร่วมแสดงความยินดีกับจางเฟิ่งเอ๋อร์พร้อมกัน

ทางด้านอันหนิงและถังเพ่ย ขณะที่จวนจะเข้าสู่พื้นที่รอบเมืองหลวง กลับได้พบกับครอบครัวหนึ่งที่มีพ่อแม่ลูกสามคนกำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างทุลักทุเล

บริเวณนั้นเป็นจุดที่ติดกับถนนทางการซึ่งตั้งอยู่กลางขุนเขา ข้างทางเป็นป่าทึบ จู่ๆทั้งสามคนก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากป่าในสภาพซูบโซเซมอมแมม

คนทั้งสามเมื่อเห็นอันหนิงและถังเพ่ย ซึ่งมีผู้คุ้มกันรูปร่างกำยำล่ำสันติดตามมาด้วยนับสิบคน ก็เผยสีหน้ายินดีออกมาทันที

เด็กสาวที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มรีบวิ่งตรงเข้ามา คุกเข่าลงต่อหน้าม้าของอันหนิงโดยพลัน "แม่นาง โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดเจ้าค่ะ ได้โปรดช่วยพี่ชายและพี่สะใภ้ของข้าด้วย หากท่านช่วยไว้ ชาติหน้าข้าขอยอมเกิดเป็นวัวเป็นม้าเพื่อตอบแทนบุญคุณท่านอย่างแน่นอน"

เด็กสาวผู้นั้นดูจะยังเยาว์วัยนัก ร่างกายผอมแห้งตัวเล็กนิดเดียว ผิวพรรณเหลืองซีด ทว่ากลับมีดวงตากลมโตและเครื่องหน้าจิ้มลิ้มหมดจด นางคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา ดูแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก

อันหนิงนั่งอยู่บนหลังม้าแทบไม่ติด

นางกระโดดลงจากม้า ถังเพ่ยเองก็กระโดดลงตามมาด้วย

อันหนิงช่วยพยุงเด็กสาวคนนั้นขึ้นมา "ไหนบอกมาสิ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

ในตอนนั้นเอง พี่ชายและพี่สะใภ้ของเด็กสาวก็รีบวิ่งตามเข้ามาและคุกเข่าลงต่อหน้าอันหนิงทันที "แม่นาง คุณชาย พวกเราไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆขอรับ... ข้างหลังมีคนกำลังตามล่าพวกเราอยู่..."

อันหนิงขมวดคิ้ว "กลางวันแสกๆเช่นนี้ จะมีโจรผู้ร้ายมาจากไหนกัน"

สิ้นคำถามของนาง ครอบครัวทั้งสามก็พากันร้องไห้ไม่หยุด

ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์ร่างกำยำสามคนก็พุ่งพรวดออกมาจากป่าทึบ ในมือของพวกเขายังถือดาบติดมาด้วย

อันหนิงเห็นท่าทางเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าเป้าหมายคือคนทั้งสามนี้แน่นอน นางเหลือบมองผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็ชักดาบแล้วปรี่เข้าไปหาทันที

ชายทั้งสามเห็นฝั่งนี้มีคนมากกว่า แถมยังมีฝีมือ จึงไม่กล้าต่อสู้ด้วย รีบหันหลังโกยอ้าวหนีไป

เมื่อเหตุการณ์สงบลง อันหนิงจึงพาทั้งสามคนไปนั่งพักที่ข้างทาง นางยิ้มให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน "บอกมาเถิด ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่?"

เด็กสาวคนนี้ดูจะรู้จักกาลเทศะดี ทั้งยังพูดจาฉะฉาน "เรียนแม่นาง ข้ากับพี่ชายเป็นคนจากสกุลอู๋ที่ประจำการอยู่ชายแดน พี่ชายข้าชื่ออู๋เซิ่ง ข้าชื่ออู๋หลานส่วนพี่สะใภ้ข้าแซ่หลู่ ท่านแม่ของข้าคือคุณหนูสามแห่งตระกูลถังในเมืองหลวง ตั้งแต่ท่านแม่แต่งเข้าสกุลอู๋ ชีวิตก็ไม่ได้มีความสุขนัก ต่อมาทนรับลมพายุทรายที่ชายแดนไม่ไหวจึงล้มป่วยลง ท่านพ่อเองก็หาได้สนใจตามหมอหรือหายาให้ท่านแม่ไม่ ประกอบกับตอนคลอดข้า ท่านแม่เสียเลือดจนร่างกายทรุดโทรม ไม่นานนักท่านก็จากไปเจ้าค่ะ"

อันหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองมีหลานสาวที่เกิดจากอนุแต่งเข้าสกุลอู๋จริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาพบกับเหลนชายและเหลนสาวที่นี่ นับว่าเป็นวาสนาโดยแท้

ถังเพ่ยเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ

"แล้วอย่างไรต่อล่ะ?" อันหนิงไม่ได้แนะนำตัวถังเพ่ย แต่ยังคงจ้องมองอู๋หลานพลางถามต่อ

อู๋หลานหาใช่คนที่จะกตัญญูจนโง่เขลา นางดูเป็นคนหัวไวและมองโลกตามความเป็นจริง "ต่อมาท่านพ่อแต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงเข้ามาก็ปฏิบัติต่อพวกเราไม่ดี หากไม่ได้พี่ชายกับพี่สะใภ้คอยดูแล ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้ ยามนี้แม่เลี้ยงมีลูกชายเป็นของตัวเอง นางก็ยิ่งทนเห็นข้ากับพี่ชายไม่ได้ ไม่รู้ว่านางไปเป่าหูอะไรท่านพ่อ ท่านพ่อถึงขั้นจะลงมือฆ่าพวกเรา... ข้า..."

อู๋หลานพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาด้วยความโศกเศร้า นางก้มหน้าสะอื้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเล่าต่อ "ข้าแอบได้ยินว่าแม่เลี้ยงจะกำจัดพี่ชายกับข้า ด้วยความกลัวจึงรีบไปบอกพี่ชาย เพื่อรักษาชีวิต พวกเราสามคนจึงแอบหนีออกจากชายแดน ตั้งใจจะกลับไปขอความช่วยเหลือจากบ้านเดิมของท่านแม่ใครจะรู้ว่าแม่เลี้ยงใจโฉดไม่ยอมรามือ ส่งคนตามล่าหมายจะเอาชีวิตพวกเราให้ได้เจ้าค่ะ"

ถังเพ่ยฟังแล้วขมวดคิ้วแน่น แววตาปรากฏร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว

อย่างไรเสีย อู๋เซิ่งและอู๋หลานก็นับเป็นน้องชายและน้องสาวร่วมตระกูลของถังเพ่ย เมื่อเห็นคนในตระกูลถูกรังแกเช่นนี้ คนที่รักพวกพ้องอย่างถังเพ่ยย่อมต้องเดือดดาลเป็นธรรมดา

อันหนิงเองก็โกรธจัด นางตบฝ่ามือลงไปที่ก้อนหินข้างตัวจนแตกละเอียดด้วยความฉุนเฉียว

อู๋เซิ่งเห็นเช่นนั้นแม้จะไม่ถึงกับหวาดกลัว แต่ก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง ส่วนอู๋หลานเมื่อเห็นว่าอันหนิงเก่งกาจถึงเพียงนี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

อันหนิงกุมมืออู๋หลานไว้ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าก็ติดตามพวกเราเข้าเมืองหลวงไปด้วยกันเถิด"

อู๋หลานลังเลเล็กน้อย "เรื่องนี้... แค่นี้ก็รบกวนแม่นางมากแล้ว พวกข้ามิกล้าสร้างความวุ่นวายให้ท่านอีกเจ้าค่ะ"

ถังเพ่ยหัวเราะออกมา

เขาเดินเข้าไปตบไหล่อู๋เซิ่ง "จะว่าไปแล้ว เจ้าควรต้องเรียกข้าว่าพี่ชาย"

อู๋เซิ่งมองถังเพ่ยด้วยความตกใจ

ถังเพ่ยจึงเอ่ยต่อ "ข้ามาจากตระกูลถังในเมืองหลวง ท่านพ่อของข้ามีนามว่าถังไป๋"

อู๋เซิ่งเคยได้ยินท่านแม่เล่าเรื่องบ้านเดิมให้ฟังบ่อยครั้ง ย่อมรู้จักชื่อของลุงทั้งสองและป้าๆน้าๆเมื่อได้ยินว่าพ่อของถังเพ่ยคือถังไป๋ เขาก็ยิ้มออกมาทันทีและแสดงท่าทีสนิทสนมกับถังเพ่ย "พี่ชาย!"

จากนั้นเขาก็ให้หลูซื่อเข้ามาทำความเคารพ

อันหนิงมองอู๋หลานด้วยสายตาเอ็นดู "จะว่าไปแล้ว ยายทวดของเจ้าก็คือพี่สาวแท้ๆของข้า เจ้าควรต้องเรียกข้าว่ายายเล็กนะ เอาเถอะ มาพบกันก็นับเป็นวาสนา จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร รีบเช็ดน้ำตาเสีย แล้วตามยายคนนี้ไป ข้าจะคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัยเอง"

อู๋หลานเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นยิ้มแย้ม แล้วเอ่ยเรียก "ยายเล็ก" อย่างสนิทสนม

เมื่อจัดการที่พักและอาหารให้ครอบครัวสกุลอู๋เรียบร้อยแล้ว อันหนิงก็เรียกถังเพ่ยเข้ามาคุย

"เดิมทีข้าเอาแต่ห่วงพวกเจ้า จนลืมไปเสียสนิทว่าเจ้ายังมีอาหญิงที่เกิดจากอนุอีกสามคน ตอนที่พวกนางแต่งงานออกไปข้าก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแล้ว เกรงว่าซ่งซื่อคงจะไม่หาคู่ครองที่ดีให้พวกนางนักหรอก หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ คงต้องสืบหาเรื่องนี้ให้ดีเสียหน่อย"

ถังเพ่ยเห็นพ้องด้วย "ดูจากสภาพของน้องอู๋เซิ่งและน้องอู๋หลานแล้ว เกรงว่าอาหญิงอีกสองท่านก็คงจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนักเช่นกันขอรับ"

"เฮ้อ" อันหนิงทอดถอนใจ "ช่างเป็นบาปกรรมจริงๆ"

พูดคุยกันเล็กน้อย

โลกนี้ตัวละครเยอะมากแล้วซับซ้อนมาก บางครั้งคนเขียนต้นฉบับก็เขียนสลับชื่อกันด้วย ขอให้นักอ่านทุกคนได้โปรดใจเย็นกับไรท์นะคะ เพราะมันมีกรณีที่นักเขียนใช้ชื่อนึง แล้วเปลี่ยนมาเป็นอีกชื่อทีหลัง หรือเรียกไม่เหมือนเดิมบ่อยมาก แถมที่จีนก็จะมีชื่อเล่นชื่อจริง เหมือนบ้านเราเลย มันเลยสับสนนิดหน่อยสำหรับไรท์ แงงง ปวดหมองง

จบบทที่ บทที่ 332 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (21)

คัดลอกลิงก์แล้ว