- หน้าแรก
- ฉันเป็นแค่ครูอาสา
- บทที่ 16 รัศมีแห่งการเรียนรู้
บทที่ 16 รัศมีแห่งการเรียนรู้
บทที่ 16 รัศมีแห่งการเรียนรู้
หลังจากเสร็จสิ้นธุระในห้องทำงานครูใหญ่ หยางซิ่นและเหอชิงชิงก็เริ่มแยกย้ายกันไปรับผิดชอบการสอนในชั้นเรียนของตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ
หยางซิ่นเองก็เห็นพ้องว่า ในเมื่อแต่ละห้องมีนักเรียนเพียงห้าคน ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้ครูหลายคนมาช่วยกันรุมสอนคนละวิชาให้วุ่นวาย
วันต่อมา เหอชิงชิงได้นำตารางสอนของชั้น ป.4 มามอบให้หยางซิ่น เพื่อใช้เป็นหลักในการจัดแบ่งคาบเรียน เพราะการจัดสรรเวลาของชั้น ป.4 ให้ลงตัวก่อนนั้น จะช่วยให้การจัดตารางสอนของชั้น ป.5 และ ป.6 ทำได้ง่ายขึ้น
ซึ่งหยางซิ่นก็ไม่ได้คัดค้านการจัดสรรของเหอชิงชิงแต่อย่างใด
เขาใช้ตารางสอนของชั้น ป.4 เป็นเกณฑ์อ้างอิง แล้วเริ่มลงมือวางแผนจัดตารางเรียนใหม่ให้กับเหล่านักเรียนชั้น ป.5 ของเขาเอง
“นักเรียนทุกคนครับ ตั้งแต่นี้ไปทุกวิชาของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน คณิตศาสตร์ จริยธรรม หรือวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ครูจะเป็นคนสอนพวกเราทั้งหมดเองครับ”
ภายในห้องเรียนชั้น ป.5 หยางซิ่นประกาศเรื่องนี้ให้เหล่านักเรียนได้รับทราบ
“ครูได้วางเดิมพันกับครูเหอชิงชิงของชั้น ป.6 ไว้ ว่าตอนสอบปลายภาค ห้องไหนจะมีผลการเรียนดีกว่ากัน พวกเราอย่าทำให้ครูต้องแพ้ล่ะ”
“นอกจากนี้ ตั้งแต่นี้ไปห้องเราจะต้องเริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษด้วย โดยครูจะเป็นคนรับหน้าที่สอนวิชานี้ให้พวกเราเอง”
เพียงไม่นาน หยางซิ่นก็จัดการบริหารทรัพยากรและตารางงานทุกอย่างจนเข้าที่เข้าทาง
แน่นอนว่าเรื่องที่หยางซิ่นเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษเข้ามาในหลักสูตรนั้น ได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองทุกคนผ่านทางกลุ่มแชตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่า ยิ่งเด็กๆได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการศึกษาในอนาคตมากเท่านั้น เมื่อก่อนที่ไม่ได้เรียนก็เพราะขาดแคลนโอกาส แต่ตอนนี้มีคุณครูอาสามาช่วยสอนให้ถึงที่ พวกเขาย่อมอยากให้ลูกหลานได้ไขว่คว้าความรู้นี้ไว้
ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาพวกเขาไม่อยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษ แต่ติดปัญหาสำคัญคือไม่มีเงินมากพอที่จะส่งลูกไปเรียนในตัวเมือง
อีกทั้งตัวผู้ปกครองเองก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กๆ หากส่งไปเรียนในเมืองก็คงไม่มีใครคอยช่วยดูแล
ในเมื่อตอนนี้มีครูอาสาที่มีความรู้ความสามารถมาถึงหมู่บ้านถึงสองคน พวกเขาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกๆจะได้ตักตวงความรู้จากคุณครูให้ได้มากที่สุด
และเพื่อให้เหล่านักเรียนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้รวดเร็วที่สุด หยางซิ่นจึงตัดสินใจยอมควักแต้มแลกตัวช่วยพิเศษจากระบบมาใช้งาน
[แจ้งเตือนจากระบบ]: ยืนยันการใช้ 20 แต้ม เพื่อแลกรับ 'รัศมีแห่งการเรียนรู้' หรือไม่?
“ยืนยัน แลกเลย”
ทันทีที่หยางซิ่นยืนยันการแลกเปลี่ยนสำเร็จ รัศมีวงกลมวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขาในทันใด
รัศมีนี้แผ่ออกไปประมาณห้าเมตร หรือวัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้สิบเมตรพอดิบพอดี มันทอประกายเรืองรองเป็นสีทองอร่าม
แน่นอนว่า มีเพียงหยางซิ่นคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นรัศมีนี้ คนนอกไม่มีทางสังเกตเห็นได้เลย
[รัศมีแห่งการเรียนรู้]
(เวลาคงเหลือ: 364 วัน 23 ชั่วโมง 59 นาที 31 วินาที): เมื่อนักเรียนอยู่ภายในขอบเขตของรัศมี จะเกิดความกระหายในการเรียนรู้อย่างแรงกล้า พร้อมทั้งได้รับโบนัสค่าสถานะ พลังความจำ +10, พลังการสังเกต +10, พลังจินตนาการ +10, พลังสร้างสรรค์ +10...
คุณสมบัติของรัศมีแห่งการเรียนรู้นี้นับว่าเกินต้านจนเข้าขั้นโกง เสียดายก็ตรงที่มีระยะเวลาใช้งานเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น หากปีหน้าต้องการจะใช้งานต่อ เขาก็จำเป็นต้องใช้แต้มระบบมาแลกใหม่อีกครั้ง
จะว่าทักษะนี้ราคาแพงมันก็แพงหูฉี่ เพราะแต้มยี่สิบกว่าแต้มที่หยางซิ่นอุตสาหะสะสมมาอย่างยากลำบากกลับมลายหายวับไปในพริบตา
แต่จะว่ามันถูกก็ถูกแสนถูก เพราะเมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่แข็งแกร่งขนาดนี้ การเสียไปเพียงยี่สิบแต้มก็นับว่าคุ้มค่าจนเกินบรรยาย
หลังจากนั้น เมื่อหยางซิ่นเริ่มทำการสอน เขาก็สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศการเรียนของเด็กๆเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
นักเรียนทุกคนต่างกระตือรือร้นและตั้งอกตั้งใจเรียนกันอย่างผิดหูผิดตา ในขณะเดียวกัน การบรรยายบทเรียนของหยางซิ่นก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องประสบปัญหาประเภทที่ว่า อธิบายไปตั้งนานแต่เด็กๆข้างล่างกลับไม่เข้าใจ จนต้องคอยพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
นี่คือผลลัพธ์ของรัศมีแห่งการเรียนรู้... มันช่างทรงพลังจนน่ากลัวจริงๆ
สาเหตุหลักที่หยางซิ่นยอมทุ่มทุนแลกรัศมีนี้มา ก็เพื่อให้เหล่านักเรียนสามารถเร่งสปีดการเรียนรู้ให้เร็วขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น เถียนเหวินเหวิน เมื่อได้รับการเสริมพลังจากรัศมีแห่งการเรียนรู้ ค่าความจำของเธอจะพุ่งพรวดจาก 83 จุด เป็น 93 จุดทันที ซึ่งสูงกว่าค่าความจำเดิมของพี่สาวอย่างเถียนเจียเจียไปหนึ่งจุดเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอก็จะสามารถไล่กวดตามพี่สาวได้ทัน
และนั่นยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเถียนเจียเจียนั้นน่าทึ่งขนาดไหน เพราะขนาดเถียนเหวินเหวินที่ถือเป็นอัจฉริยะชั้นยอดแล้ว ยังต้องอาศัยพลังจากรัศมีช่วยหนุนนำ ถึงจะพอมีระดับเทียบเคียงกับพี่สาวของเธอได้
ลองจินตนาการดูเถอะว่า หากเถียนเจียเจียได้มาเรียนภายใต้การเสริมพลังของรัศมีนี้ด้วยอีกล่ะก็ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอจะพุ่งทะยานไปถึงระดับที่น่าสยดสยองขนาดไหนกันเชียว!