- หน้าแรก
- ฉันเป็นแค่ครูอาสา
- บทที่ 17 โชค
บทที่ 17 โชค
บทที่ 17 โชค
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวียนมาถึงช่วงสุดสัปดาห์อีกครั้ง
หลังจากโรงเรียนเลิกในวันศุกร์ หยางซิ่นยังคงทำหน้าที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งสองพี่น้องเถียนเจียเจียและเถียนเหวินเหวินกลับบ้านตามเดิม
ในขณะเดียวกัน เขาก็กลับมาสวมบทบาทเป็นอาจารย์ของเถียนเจียเจียอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ให้แก่เธอต่อ
ตอนอยู่ที่โรงเรียน การมีอยู่ของเหอชิงชิงทำให้หยางซิ่นแทบไม่มีโอกาสเข้าใกล้เถียนเจียเจียได้เลย จะมีก็แค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้นที่เหอชิงชิงไม่อาจยื่นมือเข้ามาสอดได้ เพราะอย่างน้อยที่บ้านของเด็กสาวก็ยังมีปู่และย่าคอยดูแลอยู่
ตอนที่หยางซิ่นสอนหนังสือให้เถียนเจียเจีย เขาก็ไม่ลืมที่จะเปิดใช้งานรัศมีแห่งการเรียนรู้ด้วย
ภายใต้การเสริมพลังจากรัศมี หยางซิ่นพบว่าความสามารถในการเรียนรู้ของเถียนเจียเจียนั้นน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง ไม่ว่าเนื้อหาจะยากเย็นเพียงใด ขอเพียงเขาสอนแค่รอบเดียว เธอก็สามารถจดจำความรู้เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ผ่านไปเพียงสองวัน เถียนเจียเจียกลับเรียนรู้เนื้อหาที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาศึกษาถึงเดือนกว่าได้จนหมดสิ้น
ในเวลาเดียวกัน หยางซิ่นก็ไม่ได้ละเลยการสอนเถียนเหวินเหวิน แต่ต่างจากการสอนวิชาแพทย์ให้พี่สาว เพราะเขาเน้นสอนวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ให้กับเธอก่อนเป็นหลัก
เพียงไม่กี่วันผ่านไป เธอก็เรียนรู้เนื้อหาของชั้น ป.5 ไปได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว บางครั้งเวลาที่หยางซิ่นไม่ว่างสอน เธอก็หยิบหนังสือขึ้นมาศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งความเร็วในการเรียนรู้ด้วยตนเองของเธอก็ยังถือว่ารวดเร็วมากอยู่ดี
ในหน้าประวัติศาสตร์ มีอัจฉริยะที่ประสบความสำเร็จจากการเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ไม่น้อย คนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งคือจางซินหยางผู้ที่ศึกษาด้วยตัวเองจนจบเนื้อหาชั้นมัธยมปลายทั้ง 3 ปีได้ภายในเวลาเพียงปีเดียว จากนั้นเมื่ออายุ 10 ขวบก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ อายุ 13 ปีเรียนจบปริญญาโท และอายุ 16 ปีก็เข้าเรียนระดับปริญญาเอก ฟังดูเหมือนเรื่องเทพนิยายแต่ทว่ามันคือเรื่องจริง
เมื่อเทียบกับจางซินหยางแล้ว พรสวรรค์ของเถียนเจียเจียนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้มีรัศมีแห่งการเรียนรู้มาช่วยหนุนนำ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอจึงพุ่งทะยานไปไกลจนน่าตกใจ
เผลอๆต่อให้เป็นเถียนเหวินเหวินที่ได้รับการเสริมพลังจากรัศมีนี้ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอก็คงไม่ด้อยไปกว่าจางซินหยางเช่นกัน
พอถึงเช้าวันจันทร์ที่โรงเรียนเปิดเทอม หยางซิ่นก็ขี่มอเตอร์ไซค์รับสองพี่น้องกลับมาส่งที่โรงเรียนอีกครั้ง
หลังจากนั้น ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์หยางซิ่นจะขี่รถกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อสอนพิเศษเป็นการส่วนตัวให้แก่เถียนเจียเจียและเถียนเหวินเหวินอย่างสม่ำเสมอ
ครั้นกลับมาถึงโรงเรียน เขาก็ทำหน้าที่สอนหนังสือให้นักเรียนคนอื่นๆตามตารางปกติ ภายใต้การทำงานของรัศมีแห่งการเรียนรู้ ความเร็วในการศึกษาของเด็กๆในห้องเขาพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ไวมากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่คนที่โดดเด่นที่สุดยังคงเป็นเถียนเหวินเหวิน ผ่านไปเพียงอาทิตย์กว่าๆเธอก็สามารถจดจำคำศัพท์ได้หลายร้อยคำแล้ว
หากพัฒนาการยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หยางซิ่นคาดว่าภายในไม่กี่เดือนเธอน่าจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเลยทีเดียว
เมื่อเทียบกับนักเรียนฝั่งหยางซิ่นที่เรียนไวราวกับใช้สูตรโกงแล้ว ฝั่งที่เหอชิงชิงสอนกลับช้ากว่ามาก นักเรียนชั้น ป.6 ที่เธอสอนผ่านไปครึ่งเดือนกว่า นอกจากเถียนเจียเจียแล้ว คนอื่นๆกลับจำคำศัพท์ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยคำเสียด้วยซ้ำ
ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป การที่เธอจะหวังชนะคะแนนวิชาภาษาอังกฤษเหนือชั้น ป.5 แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เหอชิงชิงยังไม่รู้ตัว
เวลาล่วงเลยไปจนครบสองเดือน
วันหนึ่ง ผอ.หลิวอวิ๋นฟางได้รับชุดข้อสอบกลางภาคมาจากกรมการศึกษา และเตรียมจะจัดสอบให้นักเรียนทั้งโรงเรียน
การสอบครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่การสอบปลายภาค แต่เหล่านักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ต่างก็เริ่มเขม่นและแข่งกันอยู่ในที เพราะเด็กๆทุกคนต่างล่วงรู้เรื่องเดิมพันระหว่างหยางซิ่นและเหอชิงชิงกันหมดแล้ว
นักเรียนชั้น ป.5 ต่างก็อยากให้ครูประจำชั้นอย่างหยางซิ่นเป็นฝ่ายชนะ ส่วนนักเรียนชั้น ป.6 ก็อยากให้เหอชิงชิงเป็นฝ่ายชนะเช่นกัน ดังนั้นการสอบครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะพิสูจน์ฝีมือของทั้งสองฝ่าย
“นักเรียนทุกคนครับ ครั้งนี้พวกเราต้องตั้งใจสอบให้ดีที่สุด พยายามคว้าคะแนนเต็มมาให้ได้ทุกคน เพื่อที่เราจะได้กดพวกชั้น ป.6 ให้มิดไปเลย!” หยางซิ่นเอ่ยปลุกขวัญและกำลังใจให้นักเรียนทั้งห้าคนในห้องก่อนเริ่มการสอบ
“ครูหยางวางใจได้เลยครับ การสอบครั้งนี้พวกเราจะคว้าคะแนนเต็มร้อยมาให้ได้ทุกคนเลย” นักเรียนคนหนึ่งเอ่ยคำมั่นสัญญาแก่หยางซิ่น
“ดีมาก งั้นครูจะรอดูคะแนนเต็มร้อยของพวกเธอนะ” หยางซิ่นตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ภายใต้การเสริมพลังจากรัศมีแห่งการเรียนรู้ นักเรียนทั้งห้าคนของชั้น ป.5 ได้เรียนรู้เนื้อหาทั้งหมดของปีการศึกษานี้จนจบสิ้นไปนานแล้ว
โดยเฉพาะเถียนเหวินเหวิน ที่เรียนล่วงหน้าจนจบเนื้อหาของชั้น ป.6 ไปแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อเป็นเช่นนี้ หยางซิ่นจึงนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าเด็กๆของเขาจะทำข้อสอบออกมาไม่ดีได้อย่างไร
ในไม่ช้า การสอบก็เริ่มต้นขึ้น
หยางซิ่นและเหอชิงชิงร่วมกันคุมสอบนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ภายในห้องเรียนเดียวกัน
การสอบแบ่งออกเป็น 4 วิชา ได้แก่ ภาษาจีน, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์และจริยธรรมนั้นจัดรวมอยู่ในฉบับเดียวกัน
เพียงวันเดียว นักเรียนทั้งโรงเรียนก็ทำข้อสอบเสร็จสิ้นครบทุกวิชา
ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจให้คะแนน โดยมีผอ.หลิวอวิ๋นฟาง ซ่งอวี้เถียน และครูซ่างเปิ่นไคมาช่วยกันตรวจกระดาษคำตอบของชั้น ป.5 และ ป.6
ส่วนกระดาษคำตอบวิชาภาษาอังกฤษนั้น เนื่องจากครูท่านอื่นไม่มีความชำนาญ จึงมีเพียงเหอชิงชิงและหยางซิ่นที่สลับกันตรวจ
ไม่นานนัก ผลคะแนนของทั้งสองชั้นปีก็ประกาศออกมา
นักเรียนชั้น ป.5 ทั้งห้าคน นอกจากวิชาภาษาอังกฤษและวิชาสอบรวมที่ถูกหักคะแนนไปบ้างเล็กน้อยแล้ว ทุกคนต่างคว้าคะแนนเต็มในวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์มาได้ทั้งหมด
ในขณะที่นักเรียนชั้น ป.6 ทั้งห้าคน นอกจากเถียนเจียเจียที่ได้คะแนนเต็มทั้ง 4 วิชาเพียงคนเดียวแล้ว คนอื่นๆกลับมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 92 คะแนนเท่านั้น
แม้จะรวมคะแนนเต็มของเถียนเจียเจียเข้าไปด้วย คะแนนเฉลี่ยรวมของชั้น ป.6 ก็ยังอยู่ที่ 93.6 คะแนน
เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ย 93 คะแนนเศษของชั้น ป.6 แล้ว คะแนนเฉลี่ยรวมของชั้น ป.5 กลับพุ่งสูงถึง 97 คะแนน ซึ่งทิ้งห่างชั้น ป.6 ไปถึง 4-5 คะแนนเต็มๆ
“ครูเหอ ครูหยาง ยินดีด้วยนะครับ ผลสอบของทั้งสองห้องในครั้งนี้ออกมาน่าประทับใจมากทีเดียว” ผอ.หลิวอวิ๋นฟางเอ่ยชมหยางซิ่นและเหอชิงชิง
“ชั้น ป.5 มีนักเรียนแค่ห้าคนเองครับ สอนพวกเขาใกล้ชิดเหมือนเป็นติวเตอร์ส่วนตัวแบบนี้ ถ้ายังทำคะแนนสูงๆไม่ได้อีก ก็คงแปลว่าฝีมือการสอนของผมมันห่วยแตกสิ้นดีแล้วละครับ” หยางซิ่นกล่าว
ทางด้านเหอชิงชิงไม่ได้ปริปากพูดอะไร เมื่อเห็นตัวเลขคะแนนเปรียบเทียบระหว่างห้องของเธอกับหยางซิ่น เธอเขาก็ไม่สามารถฝืนยิ้มออกมาได้เลย
“จากการเปรียบเทียบครั้งนี้ โดยรวมแล้วชั้น ป.5 ทำผลงานได้ดีกว่าชั้น ป.6 เล็กน้อยนะครับ”
หลิวอวิ๋นฟางหันไปบอกเหอชิงชิงว่า “อีกอย่างครูเหอไม่ต้องท้อใจไปหรอกครับ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงสอบปลายภาค คุณยังมีโอกาสไล่ตามทันอยู่นะ”
เมื่อได้ยินผอ.หลิวอวิ๋นฟางยืนยันว่าชั้น ป.5 ทำคะแนนได้ดีกว่า หยางซิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆก็หลุดยิ้มออกมา
ทว่ารอยยิ้มนั้นในสายตาของเหอชิงชิง มันกลับกลายเป็นการยิ้มเยาะเย้ยถากถางเธอเสียอย่างนั้น
“คุณขำอะไร? อย่าคิดว่าชนะฉันแค่ครั้งเดียวแล้วจะชนะได้ตลอดนะ เหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะสอบปลายภาค ถึงตอนนั้นใครจะแพ้ใครจะชนะยังบอกไม่ได้หรอก!”
“...” หยางซิ่นถึงกับพูดไม่ออก
เขาเพียงแค่ยักไหล่เป็นเชิงว่า 'อยากจะพูดอะไรก็เชิญเถอะ ผมไม่ถือสาหาความคุณหรอก'
“นักเรียนทุกคนครับ ครั้งนี้ทุกคนทำผลงานได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่อย่าเพิ่งลำพองใจไปล่ะ ด้วยระดับการเรียนรู้ของพวกเธอตลอดสองเดือนที่ผ่านมา การทำข้อสอบง่ายๆแบบนี้ได้มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว”
หยางซิ่นกล่าวกับนักเรียนทุกคน “ดังนั้น วันนี้ครูจึงเตรียมชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.5 เทอม 2 มาให้พวกเธอลองทำดูหลายชุดเลยล่ะ อ้อ แล้วก็มีชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.6 อีกหนึ่งชุดด้วยนะ”
“เถียนเหวินเหวิน เธอมาเอาชุดข้อสอบของชั้น ป.6 ไป ส่วนคนอื่นรับชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.5 ไปทำครับ”