เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 โชค

บทที่ 17 โชค

บทที่ 17 โชค


วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเวียนมาถึงช่วงสุดสัปดาห์อีกครั้ง

หลังจากโรงเรียนเลิกในวันศุกร์ หยางซิ่นยังคงทำหน้าที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งสองพี่น้องเถียนเจียเจียและเถียนเหวินเหวินกลับบ้านตามเดิม

ในขณะเดียวกัน เขาก็กลับมาสวมบทบาทเป็นอาจารย์ของเถียนเจียเจียอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ให้แก่เธอต่อ

ตอนอยู่ที่โรงเรียน การมีอยู่ของเหอชิงชิงทำให้หยางซิ่นแทบไม่มีโอกาสเข้าใกล้เถียนเจียเจียได้เลย จะมีก็แค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้นที่เหอชิงชิงไม่อาจยื่นมือเข้ามาสอดได้ เพราะอย่างน้อยที่บ้านของเด็กสาวก็ยังมีปู่และย่าคอยดูแลอยู่

ตอนที่หยางซิ่นสอนหนังสือให้เถียนเจียเจีย เขาก็ไม่ลืมที่จะเปิดใช้งานรัศมีแห่งการเรียนรู้ด้วย

ภายใต้การเสริมพลังจากรัศมี หยางซิ่นพบว่าความสามารถในการเรียนรู้ของเถียนเจียเจียนั้นน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง ไม่ว่าเนื้อหาจะยากเย็นเพียงใด ขอเพียงเขาสอนแค่รอบเดียว เธอก็สามารถจดจำความรู้เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ผ่านไปเพียงสองวัน เถียนเจียเจียกลับเรียนรู้เนื้อหาที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาศึกษาถึงเดือนกว่าได้จนหมดสิ้น

ในเวลาเดียวกัน หยางซิ่นก็ไม่ได้ละเลยการสอนเถียนเหวินเหวิน แต่ต่างจากการสอนวิชาแพทย์ให้พี่สาว เพราะเขาเน้นสอนวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ให้กับเธอก่อนเป็นหลัก

เพียงไม่กี่วันผ่านไป เธอก็เรียนรู้เนื้อหาของชั้น ป.5 ไปได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว บางครั้งเวลาที่หยางซิ่นไม่ว่างสอน เธอก็หยิบหนังสือขึ้นมาศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งความเร็วในการเรียนรู้ด้วยตนเองของเธอก็ยังถือว่ารวดเร็วมากอยู่ดี

ในหน้าประวัติศาสตร์ มีอัจฉริยะที่ประสบความสำเร็จจากการเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ไม่น้อย คนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งคือจางซินหยางผู้ที่ศึกษาด้วยตัวเองจนจบเนื้อหาชั้นมัธยมปลายทั้ง 3 ปีได้ภายในเวลาเพียงปีเดียว จากนั้นเมื่ออายุ 10 ขวบก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ อายุ 13 ปีเรียนจบปริญญาโท และอายุ 16 ปีก็เข้าเรียนระดับปริญญาเอก ฟังดูเหมือนเรื่องเทพนิยายแต่ทว่ามันคือเรื่องจริง

เมื่อเทียบกับจางซินหยางแล้ว พรสวรรค์ของเถียนเจียเจียนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้มีรัศมีแห่งการเรียนรู้มาช่วยหนุนนำ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอจึงพุ่งทะยานไปไกลจนน่าตกใจ

เผลอๆต่อให้เป็นเถียนเหวินเหวินที่ได้รับการเสริมพลังจากรัศมีนี้ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอก็คงไม่ด้อยไปกว่าจางซินหยางเช่นกัน

พอถึงเช้าวันจันทร์ที่โรงเรียนเปิดเทอม หยางซิ่นก็ขี่มอเตอร์ไซค์รับสองพี่น้องกลับมาส่งที่โรงเรียนอีกครั้ง

หลังจากนั้น ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์หยางซิ่นจะขี่รถกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อสอนพิเศษเป็นการส่วนตัวให้แก่เถียนเจียเจียและเถียนเหวินเหวินอย่างสม่ำเสมอ

ครั้นกลับมาถึงโรงเรียน เขาก็ทำหน้าที่สอนหนังสือให้นักเรียนคนอื่นๆตามตารางปกติ ภายใต้การทำงานของรัศมีแห่งการเรียนรู้ ความเร็วในการศึกษาของเด็กๆในห้องเขาพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ไวมากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่คนที่โดดเด่นที่สุดยังคงเป็นเถียนเหวินเหวิน ผ่านไปเพียงอาทิตย์กว่าๆเธอก็สามารถจดจำคำศัพท์ได้หลายร้อยคำแล้ว

หากพัฒนาการยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หยางซิ่นคาดว่าภายในไม่กี่เดือนเธอน่าจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเลยทีเดียว

เมื่อเทียบกับนักเรียนฝั่งหยางซิ่นที่เรียนไวราวกับใช้สูตรโกงแล้ว ฝั่งที่เหอชิงชิงสอนกลับช้ากว่ามาก นักเรียนชั้น ป.6 ที่เธอสอนผ่านไปครึ่งเดือนกว่า นอกจากเถียนเจียเจียแล้ว คนอื่นๆกลับจำคำศัพท์ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยคำเสียด้วยซ้ำ

ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป การที่เธอจะหวังชนะคะแนนวิชาภาษาอังกฤษเหนือชั้น ป.5 แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เหอชิงชิงยังไม่รู้ตัว

เวลาล่วงเลยไปจนครบสองเดือน

วันหนึ่ง ผอ.หลิวอวิ๋นฟางได้รับชุดข้อสอบกลางภาคมาจากกรมการศึกษา และเตรียมจะจัดสอบให้นักเรียนทั้งโรงเรียน

การสอบครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่การสอบปลายภาค แต่เหล่านักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ต่างก็เริ่มเขม่นและแข่งกันอยู่ในที เพราะเด็กๆทุกคนต่างล่วงรู้เรื่องเดิมพันระหว่างหยางซิ่นและเหอชิงชิงกันหมดแล้ว

นักเรียนชั้น ป.5 ต่างก็อยากให้ครูประจำชั้นอย่างหยางซิ่นเป็นฝ่ายชนะ ส่วนนักเรียนชั้น ป.6 ก็อยากให้เหอชิงชิงเป็นฝ่ายชนะเช่นกัน ดังนั้นการสอบครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะพิสูจน์ฝีมือของทั้งสองฝ่าย

“นักเรียนทุกคนครับ ครั้งนี้พวกเราต้องตั้งใจสอบให้ดีที่สุด พยายามคว้าคะแนนเต็มมาให้ได้ทุกคน เพื่อที่เราจะได้กดพวกชั้น ป.6 ให้มิดไปเลย!” หยางซิ่นเอ่ยปลุกขวัญและกำลังใจให้นักเรียนทั้งห้าคนในห้องก่อนเริ่มการสอบ

“ครูหยางวางใจได้เลยครับ การสอบครั้งนี้พวกเราจะคว้าคะแนนเต็มร้อยมาให้ได้ทุกคนเลย” นักเรียนคนหนึ่งเอ่ยคำมั่นสัญญาแก่หยางซิ่น

“ดีมาก งั้นครูจะรอดูคะแนนเต็มร้อยของพวกเธอนะ” หยางซิ่นตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ภายใต้การเสริมพลังจากรัศมีแห่งการเรียนรู้ นักเรียนทั้งห้าคนของชั้น ป.5 ได้เรียนรู้เนื้อหาทั้งหมดของปีการศึกษานี้จนจบสิ้นไปนานแล้ว

โดยเฉพาะเถียนเหวินเหวิน ที่เรียนล่วงหน้าจนจบเนื้อหาของชั้น ป.6 ไปแล้วด้วยซ้ำ

เมื่อเป็นเช่นนี้ หยางซิ่นจึงนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าเด็กๆของเขาจะทำข้อสอบออกมาไม่ดีได้อย่างไร

ในไม่ช้า การสอบก็เริ่มต้นขึ้น

หยางซิ่นและเหอชิงชิงร่วมกันคุมสอบนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ภายในห้องเรียนเดียวกัน

การสอบแบ่งออกเป็น 4 วิชา ได้แก่ ภาษาจีน, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์และจริยธรรมนั้นจัดรวมอยู่ในฉบับเดียวกัน

เพียงวันเดียว นักเรียนทั้งโรงเรียนก็ทำข้อสอบเสร็จสิ้นครบทุกวิชา

ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจให้คะแนน โดยมีผอ.หลิวอวิ๋นฟาง ซ่งอวี้เถียน และครูซ่างเปิ่นไคมาช่วยกันตรวจกระดาษคำตอบของชั้น ป.5 และ ป.6

ส่วนกระดาษคำตอบวิชาภาษาอังกฤษนั้น เนื่องจากครูท่านอื่นไม่มีความชำนาญ จึงมีเพียงเหอชิงชิงและหยางซิ่นที่สลับกันตรวจ

ไม่นานนัก ผลคะแนนของทั้งสองชั้นปีก็ประกาศออกมา

นักเรียนชั้น ป.5 ทั้งห้าคน นอกจากวิชาภาษาอังกฤษและวิชาสอบรวมที่ถูกหักคะแนนไปบ้างเล็กน้อยแล้ว ทุกคนต่างคว้าคะแนนเต็มในวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์มาได้ทั้งหมด

ในขณะที่นักเรียนชั้น ป.6 ทั้งห้าคน นอกจากเถียนเจียเจียที่ได้คะแนนเต็มทั้ง 4 วิชาเพียงคนเดียวแล้ว คนอื่นๆกลับมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 92 คะแนนเท่านั้น

แม้จะรวมคะแนนเต็มของเถียนเจียเจียเข้าไปด้วย คะแนนเฉลี่ยรวมของชั้น ป.6 ก็ยังอยู่ที่ 93.6 คะแนน

เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ย 93 คะแนนเศษของชั้น ป.6 แล้ว คะแนนเฉลี่ยรวมของชั้น ป.5 กลับพุ่งสูงถึง 97 คะแนน ซึ่งทิ้งห่างชั้น ป.6 ไปถึง 4-5 คะแนนเต็มๆ

“ครูเหอ ครูหยาง ยินดีด้วยนะครับ ผลสอบของทั้งสองห้องในครั้งนี้ออกมาน่าประทับใจมากทีเดียว” ผอ.หลิวอวิ๋นฟางเอ่ยชมหยางซิ่นและเหอชิงชิง

“ชั้น ป.5 มีนักเรียนแค่ห้าคนเองครับ สอนพวกเขาใกล้ชิดเหมือนเป็นติวเตอร์ส่วนตัวแบบนี้ ถ้ายังทำคะแนนสูงๆไม่ได้อีก ก็คงแปลว่าฝีมือการสอนของผมมันห่วยแตกสิ้นดีแล้วละครับ” หยางซิ่นกล่าว

ทางด้านเหอชิงชิงไม่ได้ปริปากพูดอะไร เมื่อเห็นตัวเลขคะแนนเปรียบเทียบระหว่างห้องของเธอกับหยางซิ่น เธอเขาก็ไม่สามารถฝืนยิ้มออกมาได้เลย

“จากการเปรียบเทียบครั้งนี้ โดยรวมแล้วชั้น ป.5 ทำผลงานได้ดีกว่าชั้น ป.6 เล็กน้อยนะครับ”

หลิวอวิ๋นฟางหันไปบอกเหอชิงชิงว่า “อีกอย่างครูเหอไม่ต้องท้อใจไปหรอกครับ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงสอบปลายภาค คุณยังมีโอกาสไล่ตามทันอยู่นะ”

เมื่อได้ยินผอ.หลิวอวิ๋นฟางยืนยันว่าชั้น ป.5 ทำคะแนนได้ดีกว่า หยางซิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆก็หลุดยิ้มออกมา

ทว่ารอยยิ้มนั้นในสายตาของเหอชิงชิง มันกลับกลายเป็นการยิ้มเยาะเย้ยถากถางเธอเสียอย่างนั้น

“คุณขำอะไร? อย่าคิดว่าชนะฉันแค่ครั้งเดียวแล้วจะชนะได้ตลอดนะ เหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะสอบปลายภาค ถึงตอนนั้นใครจะแพ้ใครจะชนะยังบอกไม่ได้หรอก!”

“...” หยางซิ่นถึงกับพูดไม่ออก

เขาเพียงแค่ยักไหล่เป็นเชิงว่า 'อยากจะพูดอะไรก็เชิญเถอะ ผมไม่ถือสาหาความคุณหรอก'

“นักเรียนทุกคนครับ ครั้งนี้ทุกคนทำผลงานได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่อย่าเพิ่งลำพองใจไปล่ะ ด้วยระดับการเรียนรู้ของพวกเธอตลอดสองเดือนที่ผ่านมา การทำข้อสอบง่ายๆแบบนี้ได้มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว”

หยางซิ่นกล่าวกับนักเรียนทุกคน “ดังนั้น วันนี้ครูจึงเตรียมชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.5 เทอม 2 มาให้พวกเธอลองทำดูหลายชุดเลยล่ะ อ้อ แล้วก็มีชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.6 อีกหนึ่งชุดด้วยนะ”

“เถียนเหวินเหวิน เธอมาเอาชุดข้อสอบของชั้น ป.6 ไป ส่วนคนอื่นรับชุดข้อสอบปลายภาคของชั้น ป.5 ไปทำครับ”

จบบทที่ บทที่ 17 โชค

คัดลอกลิงก์แล้ว