- หน้าแรก
- ฉันเป็นแค่ครูอาสา
- บทที่ 15 ต่างคนต่างสอน
บทที่ 15 ต่างคนต่างสอน
บทที่ 15 ต่างคนต่างสอน
“เพราะอะไรครับ?”
“ก็เพราะนักเรียนชั้น ป.6 มีกันแค่ห้าคนเองค่ะ ฉันคิดว่าการต้องใช้ครูตั้งหลายคนมาช่วยกันสอนมันดูจะวุ่นวายเกินไปหน่อย ฉันเลยกะว่าจะสอนพวกเขาเหมือนเป็นติวเตอร์ส่วนตัวไปเลย แบบนี้จะได้ดูแลเรื่องการเรียนของเด็กๆได้ทั่วถึงกว่าด้วยค่ะ”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของเหอชิงชิง หลิวอวิ๋นฟางเหลือบมองหยางซิ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับเธอว่า “ครูเหอครับ แต่ตารางสอนน่ะถูกจัดวางไว้หมดแล้วนะครับ ถ้าคุณจะเหมาสอน ป.6 ทุกวิชาคนเดียว มันจะไปกระทบกับเวลาสอนของชั้น ป.4 กับ ป.5 เอานะครับ”
“วิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.4 ฉันตรวจสอบดูแล้วค่ะ สามารถจัดสรรเวลาไม่ให้ทับซ้อนกันได้ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ของชั้น ป.5 ฉันหวังว่าครูหยางจะรับผิดชอบสอนด้วยตัวเองนะคะ ในเมื่อเขาก็ไม่ต้องสอนวิชาภาษาจีนของชั้น ป.6 แล้วนี่คะ” เหอชิงชิงตอบหลิวอวิ๋นฟางอย่างคล่องแคล่ว
หลิวอวิ๋นฟางได้ฟังก็เหลือบมองหยางซิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆอีกครั้ง
หยางซิ่นเห็นสายตาที่ส่งมาก็ได้แต่ยักไหล่ ทำหน้าตาใสซื่อสื่อความหมายว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย
“เรื่องนี้คุณคงต้องลองปรึกษากับครูหยางดูเอาเองนะครับ เพราะเขาเป็นคนรับผิดชอบสอนวิชาภาษาจีนชั้น ป.6 อยู่ ถ้าเขาโอเค ผมก็ไม่มีปัญหา” หลิวอวิ๋นฟางรีบโยนบอลกลับไป เพราะเขาเองก็ไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งของคนหนุ่มสาวคู่นี้สักเท่าไหร่
“ครูหยาง คุณเห็นด้วยไหมคะ?” เหอชิงชิงเบนสายตามาจ้องหยางซิ่นเขม็ง
“ผมยังไงก็ได้ครับ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” หยางซิ่นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่
“งั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ ต่อไปนี้วิชาภาษาจีนชั้น ป.6 ฉันจะสอนเอง ส่วนคุณก็ไปรับผิดชอบคณิตศาสตร์ชั้น ป.5 ด้วยตัวเองนะคะ” เหอชิงชิงพยักหน้าพลางสรุปความทันที
“ในเมื่อพวกคุณต่างคนต่างรับผิดชอบกันคนละชั้นปีแล้ว ทำไมไม่ลองมาประลองกันดูหน่อยล่ะครับว่าพอถึงตอนสอบปลายภาค ห้องไหนจะมีผลการเรียนออกมาดีกว่ากัน?” จู่ๆ หลิวอวิ๋นฟางที่ยืนอยู่ข้างๆก็เสนอไอเดียขึ้นมา
“ได้สิครับ ผมไม่มีปัญหา” หยางซิ่นตอบรับด้วยท่าทางสบายๆ
“การประลองอะไรนั่นมันไม่จำเป็นหรอกมั้งคะ? อีกอย่างห้องหนึ่งชั้น ป.5 อีกห้องชั้น ป.6 เทียบกันลำบาก ป.5 เรียนแค่ภาษาจีนกับคณิตศาสตร์ แต่ ป.6 ต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วย มันเอามาวัดผลกันไม่ได้หรอกค่ะ” เหอชิงชิงขมวดคิ้วค้าน
หลิวอวิ๋นฟางเพิ่งนึกขึ้นได้จึงรีบเออออตาม “จริงด้วยแฮะ ผมลืมพิจารณาข้อนี้ไป งั้นก็ช่างมันเถอะครับ”
“ในเมื่อเธอวิจารณ์ว่ามันเสียเปรียบ งั้นผมจะรับสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้น ป.5 ด้วยเลยละกัน ทีนี้ ป.6 ก็ไม่เสียเปรียบแล้วนะครับ อีกอย่างผมก็กะว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อเป็นครูอาสาต่ออีกสักสองปีอยู่แล้วด้วย” หยางซิ่นกล่าวเสริม
ทางด้านหลิวอวิ๋นฟางเมื่อได้ยินคำพูดของหยางซิ่น ดวงตาก็พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบถามหยางซิ่นด้วยความดีใจว่า “ครูหยาง เรื่องที่คุณจะอยู่เป็นครูอาสาต่ออีกสองปีนี่เรื่องจริงเหรอครับ?”
“ครับ ผมมีความคิดแบบนั้นอยู่ แต่รายละเอียดคงต้องรอดูสถานการณ์อีกที” หยางซิ่นพยักหน้ายืนยัน
“คุณจะสอนภาษาอังกฤษเนี่ยนะ ไหวเหรอคะ?” เมื่อได้ยินว่าหยางซิ่นจะรับหน้าที่สอนวิชาภาษาอังกฤษเอง เหอชิงชิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงระแวดระแวง
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ภาษาอังกฤษของผมไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหรอกนะ” หยางซิ่นตอบ
“งั้นรู้ไหมคะว่าตอนนี้ฉันกำลังพูดว่าอะไร?” เหอชิงชิงลองเชิงด้วยการยิงคำถามเป็นภาษาอังกฤษใส่หยางซิ่นทันที
“แน่นอนสิ ผมรู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร” หยางซิ่นโต้ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วเช่นกัน
หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ปะทะคารมโต้ตอบกันไปมาเป็นภาษาอังกฤษอยู่หลายกระบวนความ จนในที่สุดเหอชิงชิงถึงมั่นใจว่าหยางซิ่นมีความรู้ทางภาษาอังกฤษจริงๆ
มิหนำซ้ำ ภาษาอังกฤษของหยางซิ่น โดยเฉพาะทักษะการออกเสียงยังดูจะดีกว่าเธอมากเสียด้วยซ้ำ
ทว่าสิ่งที่เธอไม่มีวันรู้เลยก็คือ ในตอนนี้หยางซิ่นกำลังรู้สึกเสียดายจนใจจะขาด เพราะเมื่อครู่นี้ระบบเพิ่งจะหักคะแนนสะสมของเขาไปถึง 5 แต้ม!
นั่นคือคะแนนที่เขาเพิ่งจะใช้แลกทักษะภาษาอังกฤษมาสดๆร้อนๆ แต้มตั้งมากมายขนาดนี้ กลับต้องมาเสียไปเพียงเพื่อใช้โชว์เหนือต่อหน้าเหอชิงชิงเท่านั้น
แต่จะว่าไป ยังไงเสียในอนาคตเขาก็ต้องแลกทักษะนี้มาเพื่อใช้สอนนักเรียนอยู่ดี คิดซะว่าไม่ได้เสียเปล่าก็แล้วกัน...
“ในเมื่อเก่งภาษาอังกฤษขนาดนี้ ทำไมตอนเปิดเทอมคุณถึงไม่บอกล่ะคะ?” เมื่อเห็นความสามารถของเขา เหอชิงชิงจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็แค่ภาษาอังกฤษ มีอะไรน่าอวดกันล่ะ? ไม่เห็นใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” หยางซิ่นตอบแบบทีเล่นทีจริง
“......”
“ผอ.หลิวครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีต้องไปเตรียมตัวสอนน่ะครับ” หยางซิ่นหันไปบอกหลิวอวิ๋นฟาง
“ไปเถอะ” หลิวอวิ๋นฟางพยักหน้ารับ
จากนั้นหยางซิ่นก็เดินออกจากห้องทำงานของอาจารย์ใหญไปทันที