เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 สอนรวดเดียว

บทที่ 14 สอนรวดเดียว

บทที่ 14 สอนรวดเดียว


“เรามีธุระอะไรกับครูหรือเปล่า?” หยางซิ่นเอ่ยถามเถียนเหวินเหวิน

“คือว่า... คือว่า... ครูหยางคะ หนู... หนูก็อยากเรียนวิชาแพทย์กับครูเหมือนพี่สาวค่ะ ได้ไหมคะ?” เถียนเหวินเหวินเบิกตากลมโตจ้องมองหยางซิ่นพลางเอ่ยถาม

“นี่... ที่ครูสอนพี่สาวเรา เพราะเขามีพรสวรรค์ด้านนี้ไงล่ะ ส่วนเราน่ะไม่มีพรสวรรค์ทางนี้หรอกนะ ตั้งใจเรียนตามบทเรียนปกติไปก็พอแล้ว” หยางซิ่นยิ้มพลางยื่นมือไปบีบแก้มกลมๆของเถียนเหวินเหวินอย่างเอ็นดู

ทว่าพอได้ยินคำตอบของหยางซิ่น เถียนเหวินเหวินกลับเบะปากน้อยๆทันที

เธอรีบโต้แย้งหยางซิ่นว่า “หนูไม่เชื่อหรอก! ครูยังไม่ทันสอนเลยก็มาบอกว่าหนูไม่มีพรสวรรค์เสียแล้ว หนูไม่ยอมค่ะ! ทำไมพี่สาวถึงเรียนได้ล่ะคะ หนูไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่เลยนะ หนูสอบได้คะแนนเต็มทุกครั้ง ทำไมหนูจะสู้พี่ไม่ได้ล่ะ?”

“ครูไม่ได้มองว่าเราด้อยกว่าพี่สาวเลยนะ ตรงกันข้าม ครูว่าเราเก่งกว่าพี่เสียอีก! ก็เราสอบได้ร้อยคะแนนเต็มทุกครั้งเลยนี่นา”

“ครูหยางลำเอียงชัดๆ หนูต่างหากที่เป็นนักเรียนของครู ส่วนพี่สาวน่ะเป็นนักเรียนของครูเหอ แต่ครูกลับสอนพี่เขาแต่ไม่ยอมสอนหนู ครูลำเอียงค่ะ!”

“นี่มัน...” หยางซิ่นคาดไม่ถึงว่าเถียนเหวินเหวินจะพูดออกมาแบบนี้ ทำเอาเขาอึ้งจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่

เขาลำเอียงเหรอ? เปล่าเลย เพราะเขาได้ทำหน้าที่ในฐานะครูอย่างสุดความสามารถแล้ว

จะมีครูคนไหนที่มีหน้าที่ต้องสอนความรู้อื่นนอกเหนือจากในตำราเรียนให้ลูกศิษย์กันล่ะ?

เขามีพันธะต้องสอนวิชาแพทย์ให้เถียนเหวินเหวินงั้นเหรอ? ก็ไม่ใช่อีก เขาไม่ใช่พ่อแม่ของเธอ และไม่ใช่ครูสอนแพทย์ของเธอเสียหน่อย

แต่เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองเขาด้วยสายตาละห้อยขนาดนี้ เขาก็เริ่มใจอ่อนจนปฏิเสธไม่ลง

“เราอยากเรียนครูจริงๆใช่ไหม?” หยางซิ่นนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนถามเถียนเหวินเหวิน

“ค่ะ!” เถียนเหวินเหวินพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“เรียนกับครูน่ะมันเหนื่อยมากนะ เราจะทนไหวเหรอ?” หยางซิ่นถามย้ำ

“ไหวค่ะ! พี่รองทนได้ หนูก็ต้องทนได้ หลายคนชอบบอกว่าหนูไม่ฉลาดเท่าพี่รอง หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ หนูไม่มีทางแพ้พี่แน่นอน” เถียนเหวินเหวินตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

“ตกลง ในเมื่อเรามั่นใจว่าทนไหว ครูก็จะสอนความรู้ให้” หยางซิ่นพยักหน้าตกลง

เขาไม่ได้บอกว่าจะสอนวิชาอะไร แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านฟิสิกส์ที่สูงถึงแปดสิบกว่าคะแนนของเถียนเหวินเหวิน เขาจึงตัดสินใจว่าหลังจากนี้จะสอนความรู้ทางด้านฟิสิกส์ให้กับเธอ

“เอาอย่างนี้ เราไปตามพี่สาวมาที่ห้องทำงานครูหน่อย ครูจะสอนพวกเราพร้อมกันเลย” หยางซิ่นบอกเด็กหญิง

“ได้ค่ะ! เดี๋ยวหนูไปตามพี่มาเดี๋ยวนี้เลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เถียนเหวินเหวินก็เปลี่ยนจากร้องไห้เป็นยิ้มออกทันที เธอรีบวิ่งไปตามพี่สาวด้วยความดีใจ

หยางซิ่นมองตามพลางส่ายหัวเบาๆ... นี่แหละนะ นิสัยเด็กๆ

เขามองเห็นเถียนเหวินเหวินเดินเข้าไปในหอพักของเหอชิงชิง ครู่ต่อมาเธอก็เดินกลับออกมาเพียงลำพัง

“ครูหยางคะ ครู... ครูเหอบอกว่าเธอจะสอนภาษาอังกฤษให้พี่สาวค่ะ แล้วก็จะสอนทุกวันเลยด้วย เธอ... เธอยังบอกอีกว่าให้ครูไสหัวไปไกลๆ อย่ามารบกวนเธอค่ะ” เถียนเหวินเหวินรายงานตามคำพูดของครูเหอเป๊ะๆ

ในขณะที่พูด เธอก็คอยลอบสังเกตสีหน้าของหยางซิ่นไปด้วยอย่างกล้าๆกลัวๆ

“...”

หยางซิ่นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเช่นนั้น

เหอชิงชิงนี่จงใจจะประกาศสงครามกับเขาชัดๆใช่ไหม?

เขานึกอยากจะไปหาเหอชิงชิงเพื่อทวงถามคำอธิบาย แต่พอพิจารณาดูแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในหอพักส่วนตัว หากบุกไปทะเลาะกันที่นั่นคงดูไม่งามและเสียกิริยาเกินไป

สุดท้ายเขาจึงต้องพับแผนนั้นเก็บไป

“เถียนเหวินเหวิน งั้นเราตามครูไปที่ห้องเรียน เดี๋ยวครูจะสอนความรู้ให้เราเอง” หยางซิ่นบอกกับเด็กหญิง

เขาไม่ได้พาเถียนเหวินเหวินไปที่หอพักของตัวเอง สิ่งที่เหอชิงชิงพูดนั้นก็มีส่วนถูก การอยู่กับนักเรียนหญิงสองต่อสองในหอพักเป็นเรื่องไม่ควร แม้ว่าเถียนเหวินเหวินจะยังเป็นเพียงเด็กประถมก็ตาม

จากนั้น หยางซิ่นก็พาเถียนเหวินเหวินมายังห้องเรียน

“วันนี้ครูจะสอนสิ่งที่แม้แต่พี่สาวเราก็ยังไม่เคยเรียนมาก่อน ไม่รู้ว่าเราสนใจจะเรียนไหม?” หยางซิ่นเอ่ยถาม

พอได้ยินหยางซิ่นพูดแบบนั้น เถียนเหวินเหวินก็รีบพยักหน้าหงึกหงักทันที “สนใจค่ะ!”

นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่พี่สาวก็ยังไม่ได้เรียนเชียวนะ! การที่ครูหยางจะยอมสอนเธอคนเดียวแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น

“ครูตั้งใจจะสอนวิชาฟิสิกส์ให้เรา... รู้ไหมว่าฟิสิกส์คืออะไร?” หยางซิ่นเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฟิสิกส์คืออะไรเหรอคะ?” เถียนเหวินเหวินถามกลับด้วยความใสซื่อ เพราะเธอไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลยในชีวิต

“ฟิสิกส์คือศาสตร์ที่เก่งกาจมากแขนงหนึ่ง ขอแค่เราเชี่ยวชาญความรู้ทางฟิสิกส์ เราก็สามารถสร้างเครื่องบิน สร้างเรือกำปั่น สร้างรถยนต์ หรือสร้างอะไรก็ได้ตามที่เราอยากจะสร้าง เราอยากเรียนไหมล่ะ?” หยางซิ่นเอ่ยถามเถียนเหวินเหวิน

เมื่อได้ยินหยางซิ่นบรรยายสรรพคุณว่ามันสุดยอดขนาดนั้น ดวงตาของเถียนเหวินเหวินก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที

เธอรีบพยักหน้าหงึกหงัก “อยากเรียนค่ะ!”

“ตกลง งั้นครูจะสอนฟิสิกส์ให้ แต่ก่อนจะเริ่มเรียนฟิสิกส์ เราจำเป็นต้องเรียนวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ก่อน...” หยางซิ่นบอกเงื่อนไขกับเธอ

“เอ๋? ทำไมต้องเรียนภาษาจีนกับคณิตศาสตร์ด้วยล่ะคะ” เถียนเหวินเหวินหน้าเสียลงทันควันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“ก็เพราะภาษาจีนกับคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนฟิสิกส์น่ะสิ ถ้าอยากเก่งฟิสิกส์ เราก็ต้องอ่านออกเขียนได้ก่อน ส่วนคณิตศาสตร์ก็สำคัญมาก เพราะโมเดลทางฟิสิกส์หลายอย่างต้องใช้คณิตศาสตร์ในการคำนวณ สรุปว่าเรายังอยากจะเรียนฟิสิกส์อยู่ไหม?”

“อยากค่ะ” เถียนเหวินเหวินพยักหน้ายืนยัน

“ดีมาก งั้นเรามาพยายามเรียนเนื้อหาภาษาจีนกับคณิตศาสตร์ของชั้น ป.5 และ ป.6 ให้จบภายในสองเดือนกัน มันจะเหนื่อยมากนะ เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ” หยางซิ่นกล่าว

เถียนเหวินเหวินมีค่าพลังความจำอยู่ที่ 83 คะแนน ถือว่าเป็นอัจฉริยะในระดับดีเยี่ยม แม้จะไม่อาจเทียบกับความจำของพี่สาวอย่างเถียนเจียเจียได้ แต่ก็นับว่าโดดเด่นกว่าอัจฉริยะทั่วไปอยู่มาก

หากเธอไม่ขี้เกียจและทุ่มเทเรียนอย่างเต็มที่ การจะเรียนเนื้อหา ป.5 และ ป.6 ให้จบภายในหนึ่งเดือนก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

สำหรับอัจฉริยะระดับนี้ ปริมาณความรู้ทั้งหมดของชั้นประถมทั้ง 6 ปี ยังน้อยกว่าความรู้ของชั้นมัธยมต้นเพียงปีเดียวเสียด้วยซ้ำ

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปั้นเถียนเหวินเหวินให้เป็นอัจฉริยะทางฟิสิกส์ ดังนั้นความรู้อื่นๆที่เธอต้องเรียนจึงเอาแค่พอใช้งานได้ก็เพียงพอ

ด้านภาษาจีน เธอแค่ต้องรู้จักคำศัพท์ส่วนใหญ่และเข้าใจความหมายของมัน โดยไม่จำเป็นต้องเขียนบทความสละสลวยอะไร

ส่วนคณิตศาสตร์ เธอก็แค่ต้องรู้วิธีการคำนวณ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนวิธีแก้โจทย์พลิกแพลงสารพัดรูปแบบ

โจทย์ข้อสอบบางข้อที่พยายามขุดหลุมพรางดักเด็กนักเรียนทุกวิถีทางนั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า เธอไม่จำเป็นต้องไปเสียศึกษามันเลยสักนิด

เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เถียนเหวินเหวินต้องเรียนจึงมีไม่มากนัก การเรียนจบเนื้อหา ป.5 และ ป.6 ภายในสองเดือนจึงมีความเป็นไปได้สูง

“วันนี้กลับไปนอนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเรียนกันใหม่”

หลังจากสอนไปได้สองชั่วโมง จนกระทั่งถึงเวลาสี่ทุ่มครึ่ง หยางซิ่นจึงปล่อยให้เถียนเหวินเหวินกลับหอพักไปนอน

วันต่อมา หลังจากเกิดเรื่องเมื่อวานนี้ เหอชิงชิงก็แทบจะไม่ปั้นหน้าดีใส่หยางซิ่นอีกเลย ต่อให้เดินสวนกันทั้งคู่ก็ทำราวกับไม่รู้จักกัน

เมื่อเห็นเหอชิงชิงทำหน้าตึงใส่ หยางซิ่นก็ทำเป็นมองไม่เห็นเธอเช่นกัน

ผู้หญิงคนนี้คงยังไม่เคยถูกสังคมตบหน้าสั่งสอน ถึงได้คิดว่าใครต่อใครจะต้องคอยยอมตามใจเธอไปเสียทุกเรื่อง

ช่วงพักเที่ยง เหอชิงชิงไม่ได้มาขอให้หยางซิ่นช่วยถ่ายวิดีโอสั้นลงโต่วอินอีกแล้ว เธอเลือกที่จะถือโทรศัพท์ถ่ายทำด้วยตัวเอง

หยางซิ่นเองก็ไม่ได้ทำตัวไม่รู้กาลเทศะด้วยการเข้าไปเสนอหน้าช่วยถ่ายให้

นึกแล้วก็น่าเสียดายแต้มระบบ 2 แต้มที่เขาแลกทักษะการถ่ายภาพมาจริงๆ

“ครูหยาง คุณกับครูเหอเป็นอะไรกันไปน่ะ ทำไมถึงไม่ยอมคุยกันเลย?” หลิวอวิ๋นฟางมองเห็นความบาดหมางระหว่างหยางซิ่นและเหอชิงชิงเข้า จึงรีบมาสอบถามสถานการณ์จากหยางซิ่นก่อน

“ไม่มีอะไรหรอกครับ เธอแค่กำลังงอนน่ะ อีกสักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” หยางซิ่นตอบหลิวอวิ๋นฟางด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

ก็อก ก็อก ก็อก!

“ครูใหญ่หลิวคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”

ทันใดนั้น เสียงใสๆก็ดังมาจากหน้าห้องทำงานครูใหญ่

“ครูเหอ เชิญเข้ามาเลยครับ” หลิวหยุนฟางตะโกนบอก

สิ้นเสียง ประตูห้องทำงานครูใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามา เหอชิงชิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ครูเหอ มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?” หลิวอวิ๋นฟางฟางเอ่ยถาม

“เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ” เหอชิงชิงปรายตามองหยางซิ่นที่อยู่ข้างๆแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับหลิวอวิ๋นฟางต่อ “ฉันต้องการรับผิดชอบการสอนวิชาทั้งหมดของชั้น ป.6 ค่ะ พูดง่ายๆก็คือ ทั้งวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ของ ป.6 ฉันจะเป็นคนสอนเองทั้งหมดค่ะ”

จบบทที่ บทที่ 14 สอนรวดเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว