- หน้าแรก
- ฉันเป็นแค่ครูอาสา
- บทที่ 13 ผิดใจ
บทที่ 13 ผิดใจ
บทที่ 13 ผิดใจ
ตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สองวันที่ผ่านมา หยางซิ่นทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการสอนความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ให้กับเถียนเจียเจีย
เขาใช้ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระดานดำ และรูปวาดประกอบ เพื่อช่วยให้เถียนเจียเจียสามารถทำความเข้าใจและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น
เนื้อหาความรู้พื้นฐานทางการแพทย์นั้นมีมากมายมหาศาล โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่และหมวดหมู่ย่อยอีกนับไม่ถ้วน
หมวดหมู่ใหญ่ประกอบไปด้วย: ชีววิทยา ชีวเคมี สรีรวิทยา พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา กายวิภาคศาสตร์ และอื่นๆ
ภายใต้หมวดหมู่ใหญ่เหล่านั้นยังมีหัวข้อย่อยอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ภายใต้หัวข้อชีววิทยาก็จะมีเรื่อง กำเนิดของสิ่งมีชีวิต พื้นฐานสสารของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต เซลล์
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ กระบวนการเมแทบอลิซึมของเซลล์ การแบ่งเซลล์ การเปลี่ยนแปลงสภาพของเซลล์ ความเสื่อมสภาพไปจนถึงการตายของเซลล์
พันธุกรรม ความแปรปรวน และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต กฎพื้นฐานทางพันธุศาสตร์ และหัวข้ออื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน
นอกจากชีววิทยาแล้ว หมวดหมู่ใหญ่อื่นๆก็ล้วนมีหัวข้อย่อยที่สลับซับซ้อนเช่นเดียวกัน
ซึ่งหัวข้อย่อยแต่ละหัวข้อนั้นต่างก็บรรจุความรู้ที่ละเอียดและยุ่งยาก หากเป็นคนปกติทั่วไป เกรงว่าอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้นานหลายปี
ทว่าเถียนเจียเจียคืออัจฉริยะที่มีพลังความจำอันเหนือล้ำ หยางซิ่นจึงคาดการณ์ว่าเธอคงใช้เวลาเพียงปีเดียว ก็น่าจะเรียนรู้พื้นฐานทางการแพทย์ทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์
นี่ขนาดคำนวณจากการที่เธอยังเป็นเพียงเด็กนักเรียนประถมที่ไม่มีความรู้พื้นฐานใดๆมาก่อน ซึ่งนอกจากหยางซิ่นจะต้องสอนวิชาแพทย์แล้ว เขายังต้องสอนวิชาคณิตศาสตร์และเคมีที่มีความเชื่อมโยงกับการแพทย์ควบคู่กันไปด้วย
“ซานหยา ทำอะไรอยู่น่ะ? อย่ามารบกวนครูหยางสอนหนังสือพี่สาวเรานะ”
ในขณะที่หยางซิ่นกำลังบรรยายบทเรียนให้เถียนเจียเจีย เขาก็ได้ยินเสียงดุของคุณปู่เถียนดังมาจากหน้าประตู
เมื่อเขาเปิดประตูออกไป ก็พบว่าคุณปู่เถียนกำลังตำหนิหลานสาวคนเล็กอย่างเถียนเหวินเหวินอยู่พอดี
ส่วนเถียนเหวินเหวินในตอนนี้กลับก้มหน้าและทำแก้มป่องโดยไม่พูดไม่จาสักคำ
“มีอะไรเหรอครับ?” หยางซิ่นเอ่ยถามคุณปู่เถียน
“ยัยเด็กคนนี้แอบมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าประตูน่ะครับ ผมเพิ่งสั่งสอนไปนิดหน่อย ครูหยางสอนต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”
คุณปู่เถียนบอกกับหยางซิ่น ทันทีที่พูดจบโดยไม่รอให้หยางซิ่นได้ตอบอะไร ท่านก็คว้ามือเถียนเหวินเหวินแล้วลากออกไปทันที
“เจ้าเด็กแสบ ยังไม่รีบไปอีก จะยืนรออะไร”
เมื่อเห็นคุณปู่เถียนลากเถียนเหวินเหวินออกไป หยางซิ่นอ้าปากค้างอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดมันออกมา
เวลาแห่งวันหยุดช่างแสนสั้น และในไม่ช้า สัปดาห์ใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
หลังจากกลับมาที่โรงเรียน หยางซิ่นก็ไม่ได้ละทิ้งการอบรมสั่งสอนเถียนเจียเจีย
เขาจะเจียดเวลาช่วงกลางคืนประมาณสองชั่วโมงเพื่อสอนความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ให้กับเธอ
“ครูหยางคะ มาที่ห้องทำงานฉันหน่อยได้ไหม? ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”
ช่วงเที่ยงของวันนั้น หยางซิ่นได้รับข้อความทางวีแชทจากเหอชิงชิง
“ครูเหอ มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”
ไม่นานหยางซิ่นก็เดินมาถึงห้องทำงานของเหอชิงชิง
“ครูหยางคะ ฉันสังเกตเห็นว่าทุกคืนคุณมักจะเรียกเถียนเจียเจียที่อยู่ชั้นเรียนของฉันไปติวหนังสือเป็นการส่วนตัวในห้องพักครู มันหมายความว่ายังไงคะ?” เหอชิงชิงมองหยางซิ่นพลางเอ่ยถาม
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางซิ่นจึงอธิบายว่า “คุณก็ทราบว่าผมเคยเรียนแพทย์มา ผมกำลังสอนความรู้ทางด้านการแพทย์ให้เถียนเจียเจียอยู่ครับ ซึ่งเรื่องนี้พ่อแม่ของเธอก็ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย”
“แต่ยังไงเถียนเจียเจียก็เป็นเด็กผู้หญิงนะคะ พวกคุณทำแบบนี้... มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่” เหอชิงชิงกล่าว
“งั้นต่อไปผมจะติวให้เธอในห้องเรียนก็แล้วกัน” หยางซิ่นกล่าว
เมื่อได้ยินหยางซิ่นยื่นข้อเสนอ เหอชิงชิงก็แย้งขึ้นมาทันที “มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องสถานที่ติวหรอกค่ะ แต่ประเด็นคือเถียนเจียเจียเป็นเด็กผู้หญิง แล้วคุณทำแบบนี้... มันไม่ดี”
“ไม่ดียังไง? ผมเป็นครูของเธอ แล้วเธอก็ยังเด็กขนาดนั้น คุณกำลังคิดอะไรอยู่? คุณมองผมเป็นคนแบบไหนกันแน่?” หยางซิ่นเริ่มมีอารมณ์โกรธ
“ฉันไม่ได้มองคุณเป็นคนไม่ดีนะคะ แต่ฉันกลัวคนอื่นจะเอาไปพูดจาเสียหาย” เหอชิงชิงอธิบาย
หยางซิ่นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางสวนกลับ “ผมทำตัวตรงไปตรงมา ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย ผมไม่กลัวคนนินทาหรอก”
“ไม่ใช่ค่ะ ถึงคุณจะไม่กลัว แต่มันจะส่งผลเสียต่อตัวเถียนเจียเจียเอง” เหอชิงชิงย้ำ
“ไม่มีปัญหาหรอกครับ ต่อไปผมจะสอนเธอในห้องเรียนก็สิ้นเรื่อง” หยางซิ่นโบกมือปัดอย่างไม่ยี่หระ
“ทำไมคุณถึงไม่ฟังคำเตือนกันบ้างนะ? ที่ฉันพูดก็เพราะหวังดีกับพวกคุณทั้งนั้น” เหอชิงชิงเริ่มโกรธขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีของเขา
“บ้านคุณอยู่แถวชายทะเลหรือเปล่าครับ?” หยางซิ่นโพล่งถามขึ้นมา
“บ้านฉันจะอยู่ชายทะเลหรือไม่มันเกี่ยวอะไรด้วย?” เหอชิงชิงขมวดคิ้วสงสัย
“ก็เพราะพวกบ้านอยู่ชายทะเลน่ะ ชอบยุ่งไปทั่ว” หยางซิ่นตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย
“คุณ... ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้!” เหอชิงชิงถึงกับจุกจนพูดไม่ออกเมื่อถูกเหน็บแนม
“เถียนเจียเจียเป็นนักเรียนในชั้นของฉัน และฉันก็เป็นครูประจำชั้นของเธอ ฉันไม่อนุญาตให้คุณติวให้เธอเป็นการส่วนตัวเด็ดขาด!” เธอประกาศกร้าวด้วยความโมโห
“คุณบอกว่าไม่อนุญาตแล้วผมต้องฟังเหรอ? คุณเป็นอะไรกับเธอกันแน่? ผมสอนเถียนเจียเจียโดยได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองแล้ว และผมก็ยอมถอยให้ด้วยการตกลงว่าจะติวในห้องเรียน แล้วคุณยังจะเอาอะไรอีก?” หยางซิ่นโต้กลับ
“คุณ... คุณมัน...” เหอชิงชิงชี้หน้าหยางซิ่น มือสั่นพะเยิบพะยาบเพราะถูกย้อนจนเถียงไม่ออกไปพักใหญ่
“ครูเหอ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัวครับ” หยางซิ่นกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องทำงานของเธอไปทันที
ปัง!
ทันทีที่พ้นประตูห้องทำงานมาได้ หยางซิ่นก็ได้ยินเสียงแก้วแตกกระจายดังมาจากข้างหลัง
เขาเพียงแค่ยักไหล่พลางเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
————
คืนนั้น หลังจากสิ้นสุดชั่วโมงเรียนคาบค่ำ หยางซิ่นนั่งรออยู่ในห้องเรียนเพื่อให้เถียนเจียเจียมาเรียนวิชาพื้นฐานการแพทย์ตามที่นัดแนะไว้ เพราะเมื่อช่วงเที่ยงเขาได้แจ้งเธอแล้วว่าให้มาพบกันที่ห้องเรียนในตอนกลางคืน
ทว่าเขารอแล้วรอเล่า ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไร้วี่แววของเถียนเจียเจีย
สุดท้าย เขาจึงต้องออกตามหาด้วยตัวเอง
“เถียนเหวินเหวิน พี่สาวเราไปไหนล่ะ?”
หยางซิ่นเจอเถียนเหวินเหวินกำลังวิ่งเล่นอยู่กับกลุ่มเด็กผู้หญิงที่หน้าหอพักนักเรียนหญิง
“พี่สาวอยู่ที่หอพักของครูเหอค่ะ” เถียนเหวินเหวินตอบ
“อ้อ ครูเข้าใจแล้ว งั้นเราไปเล่นต่อเถอะ เดี๋ยวครูไปตามเธอเอง” หยางซิ่นพยักหน้าพลางเตรียมตัวจะเดินไป
“ครูหยางคะ”
ทว่าในจังหวะที่หยางซิ่นกำลังจะผละจากไป เถียนเหวินเหวินก็คว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้กะทันหัน
(เรื่องที่พระเอกถามว่าบ้านอยู่แถวทะเลไหมในที่นี้หยางซิ่นเปรียบเทียบว่าคนอยู่ชายทะเลมักจะดูแลไปถึงเรื่องในทะเลที่กว้างขวาง จึงใช้เหน็บแนมคนชอบยุ่งเรื่องคนอื่น)