- หน้าแรก
- ฉันเป็นแค่ครูอาสา
- บทที่ 12 รับศิษย์สำเร็จ
บทที่ 12 รับศิษย์สำเร็จ
บทที่ 12 รับศิษย์สำเร็จ
วิดีโอบนโต่วอินของเหอชิงชิงเป็นไปตามที่หยางซิ่นคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ยอดไลก์ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
ผ่านไปหนึ่งวัน ยอดไลก์ของคลิปนี้อยู่ที่เก้าพันกว่าครั้ง ยังไม่ถึงหลักหมื่นด้วยซ้ำ ด้วยสถิติเช่นนี้ ทางแพลตฟอร์มย่อมไม่ดันวิดีโอให้คนเห็นเพิ่ม ผลลัพธ์ของคลิปนี้จึงมาได้ไกลที่สุดเพียงเท่านี้
ยังคงเป็นไปตามคำพูดเดิมของหยางซิ่น วิดีโอนี้นอกจากเหอชิงชิงจะหน้าตาสะสวยแล้ว ก็ไม่มีจุดดึงดูดใจอื่นใดอีก อย่าได้คิดว่าแค่หน้าตาดีแล้วยอดไลก์จะพุ่งกระฉูด เพราะในโต่วอินมีคนสวยคนหล่อเกลื่อนกลาดไปหมด ไม่ใช่ทุกคนที่หน้าตาดีจะกลายเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังได้
วันต่อมา เหอชิงชิงมาขอให้หยางซิ่นช่วยถ่ายวิดีโออีกครั้ง และหลังจากถ่ายทำเสร็จ เธอก็ยังคงนำไปตัดต่อและอัปโหลดด้วยตัวเองเหมือนเดิม ทว่าผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากคลิปแรก คลิปที่เธอกลั้นใจอัปโหลดตามมานั้นมียอดไลก์สูงสุดเพียงหนึ่งหมื่นสองพันครั้งเท่านั้น
ตลอดหลายวันหลังจากนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในสภาพเดิม หยางซิ่นรู้สึกว่าปัญหาอยู่ที่บทของเหอชิงชิง แต่เขาก็ยังไม่มีไอเดียดีๆอะไรในตอนนี้ จึงปล่อยให้มันเป็นไปก่อน
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีข่าวดีเสียทีเดียว ในระหว่างที่เหอชิงชิงไลฟ์สดทุกคืน ยังมีแฟนคลับจำนวนมากส่งของขวัญให้เธอ เมื่อทราบถึงความปรารถนาของเหอชิงชิงที่อยากให้เด็กนักเรียนได้กินเนื้อทุกวัน เพียงไม่กี่วัน แฟนคลับก็ได้ส่งของขวัญซึ่งรวมเป็นมูลค่าประมาณหนึ่งพันหยวน เพื่อฝากให้เธอนำไปซื้อเนื้อเพิ่มให้เด็กๆได้อิ่มอร่อยกัน
เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ หยางซิ่นขี่มอเตอร์ไซค์มาที่บ้านตระกูลเถียนอีกครั้ง
“คุณปู่ครับ ตอนนี้อาการป่วยของคุณย่าเป็นยังไงบ้าง ยาที่ให้ไปได้ผลดีไหมครับ?” หยางซิ่นเอ่ยถามคุณปู่เถียนที่ออกมาต้อนรับหน้าบ้าน
“ดีครับ ดีมากจริงๆ ดีเหลือเกิน! หลังจากย่าของเอ้อร์หยาได้ทานยาของครูเข้าไป ช่วงไม่กี่วันมานี้ไม่เจ็บไม่ปวดอีกเลย นอนหลับเต็มอิ่มทุกคืนเลยล่ะครับ” คุณปู่เถียนกล่าวกับหยางซิ่นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนตื้นตัน
“ได้ผลดีผมก็ดีใจครับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางซิ่นก็เผยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ครูหยางมาแล้วเหรอคะ เชิญข้างในก่อนค่ะ นั่งพักก่อนนะ” ตอนนั้นเอง เสียงของคุณย่าเถียนก็ดังออกมาจากในบ้านเพื่อทักทายหยางซิ่น น้ำเสียงของท่านฟังดูมีพละกำลังและสดใสขึ้นมาก ต่างจากเสียงที่แหบพร่าไร้เรี่ยวแรงเมื่อสัปดาห์ก่อนลิบลับ
“เอ้อร์หยา ซานหยา มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ? รีบไปหาน้ำหาท่ามาให้ครูหยางเร็วเข้า” คุณย่าเถียนหันไปกำชับหลานสาวทั้งสอง
“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมยังไม่ค่อยหิวน้ำเท่าไหร่ ที่มาครั้งนี้ก็เพราะอยากจะมาดูร่างกายของคุณย่านี่แหละครับ” หยางซิ่นบอกกับคุณย่าเถียน
“ร่างกายฉันตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ ต้องขอบคุณครูหยางจริงๆ ถ้าไม่ได้ยาของครู ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทนปวดไปอีกนานแค่ไหน” คุณย่าเถียนเอ่ยขอบคุณหยางซิ่น ในขณะที่พูดนั้นดวงตาก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตัน
“ยานี้ช่วยได้เพียงไม่ให้คุณย่าต้องทรมานจากความเจ็บปวดเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องข้อต่อที่บิดเบี้ยวผิดรูป หากต้องการรักษาให้หายจริงยังคงต้องอาศัยการผ่าตัดอยู่ดี” หยางซิ่นอธิบายตามตรง
“แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วค่ะ พอใจมากจริงๆ”
หลังจากนั้น หยางซิ่นก็ถูกครอบครัวเถียนรั้งตัวไว้ทานมื้อค่ำด้วยความกระตือรือร้นเช่นเคย นอกจากคนในบ้านเถียนแล้ว ชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านต่างก็พากันมามุงดูด้วยความสนใจ เพราะข่าวที่ว่ายาของครูหยางรักษาโรคไขข้อของคุณย่าเถียนจนดีขึ้นผิดหูผิดตานั้นแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ผู้สูงอายุบางคนที่ได้ยินว่าครูหยางมาถึงแล้ว ต่างก็พากันวิ่งมาถามไถ่ว่ายาของเขาสามารถรักษาโรคไขข้อทั่วไปได้หรือไม่ เพราะคนแก่ในหมู่บ้านส่วนใหญ่ล้วนทรมานจากโรคนี้กันทั้งนั้น
“ยาที่ใช้รักษาโรคไขข้อทั่วไปกับยาตำรับนี้ไม่เหมือนกันครับ หากทุกคนต้องการยารักษาโรคไขข้อปกติ เดี๋ยวผมจะให้สูตรยาไว้ ทุกคนสามารถไปหาซื้อสมุนไพรมา แล้วผมจะสอนวิธีปรุงยาให้เองครับ” หยางซิ่นให้คำมั่นสัญญากับทุกคน
วันนั้นบ้านตระกูลเถียนจึงคึกคักเป็นพิเศษ โดยมีหยางซิ่นเป็นตัวเอกท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้าน ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเป็นใจ หยางซิ่นจึงถือโอกาสเอ่ยเรื่องการรับเถียนเจียเจียเป็นศิษย์กับคุณปู่เถียนอีกครั้ง
“การที่เอ้อร์หยาบ้านเราได้กราบครูที่มีเมตตาอย่างครูหยางเป็นอาจารย์ ถือเป็นวาสนาที่เธอสั่งสมมาหลายภพหลายชาติจริงๆครับ” คุณปู่เถียนกล่าวด้วยความยินดี
ภายใต้การจัดการของคุณปู่เถียน และท่ามกลางสักขีพยานที่เป็นชาวบ้านมากมาย เถียนเจียเจียก็ได้คุกเข่ายกน้ำชาคารวะ และคำนับสามครั้งเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ของหยางซิ่นอย่างเป็นทางการ
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เถียนเจียเจียก็ได้กลายเป็นลูกศิษย์ของหยางซิ่นอย่างเป็นทางการและสง่างาม
สิ่งที่หยางซิ่นไม่ได้สังเกตเห็นก็คือ ในตอนที่เถียนเจียเจียกำลังคุกเข่าคำนับฝากตัวเป็นศิษย์อยู่นั้น เถียนเหวินเหวินผู้เป็นน้องสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับฉายแววตาแห่งความอิจฉาระคนเลื่อมใสออกมาอย่างชัดเจน
[แจ้งเตือนจากระบบ]: ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่รับเถียนเจียเจียเป็นศิษย์ได้สำเร็จ รางวัลระบบได้ถูกจัดส่งแล้ว โปรดตรวจสอบและยืนยันการรับ
เมื่อพิธีฝากตัวเป็นศิษย์เสร็จสิ้นลง เสียงแจ้งเตือนการทำภารกิจสำเร็จจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของหยางซิ่นในที่สุด
หยางซิ่นเปิดกระเป๋าสัมภาระของระบบด้วยความคาดหวัง และก็เป็นไปตามคาด เขาพบหนังสือทักษะพื้นฐานการแพทย์วางสงบนิ่งอยู่ภายในนั้น
นอกจากนี้ แต้มสะสมของระบบยังเพิ่มขึ้นจาก 18 แต้ม เป็น 28 แต้มอีกด้วย
หยางซิ่นเปิดกระเป๋าแล้วเพ่งสมาธิจดจ่อไปที่หนังสือทักษะพื้นฐานการแพทย์ทันที
[แจ้งเตือนจากระบบ]: ยืนยันที่จะเรียนรู้พื้นฐานการแพทย์หรือไม่?
“ยืนยัน”
สิ้นคำยืนยันในใจ กระแสข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขาอย่างรวดเร็ว จนทำให้เขาต้องหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา หยางซิ่นก็ลืมตาขึ้น ในตอนนี้เขาได้บรรลุและทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานทางการแพทย์อย่างถ่องแท้แล้ว
[แจ้งเตือนจากระบบ]: โฮสต์ได้รับภารกิจใหม่: สอนความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ให้กับเถียนเจียเจีย จนกว่าเธอจะเรียนรู้ได้อย่างสมบูรณ์
รางวัลภารกิจ: สารานุกรมเภสัชวิทยาเภสัชเวทสมุนไพรจีน+1, แต้มระบบ 30 แต้ม
สารานุกรมเภสัชวิทยาเภสัชเวทสมุนไพรจีนฉบับสมบูรณ์ก็เป็นความรู้ทางด้านการแพทย์เช่นกัน ดูท่าว่านี่จะเป็นทักษะที่ระบบออกแบบมาให้เถียนเจียเจียโดยเฉพาะ
เขาสันนิษฐานว่าหากภารกิจนี้สำเร็จ ภารกิจต่อไปก็คงเป็นการสอนเนื้อหาในสารานุกรมเภสัชวิทยาเภสัชเวทสมุนไพรจีนนี้อย่างแน่นอน
“คุณปู่ครับ นี่ก็เริ่มดึกแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ไว้พรุ่งนี้จะแวะมาใหม่” หลังจากทานมื้อค่ำที่บ้านตระกูลเถียนเสร็จ หยางซิ่นก็เอ่ยลาเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืด
เนื่องจากเขามีมอเตอร์ไซค์ซึ่งใช้เวลาเดินทางกลับเพียงครึ่งชั่วโมง คุณปู่เถียนจึงไม่ได้รั้งตัวเขาไว้ หยางซิ่นจึงเดินทางกลับโรงเรียนพร้อมกับหมูรมควันหนึ่งชิ้นที่เป็นของขวัญตามธรรมเนียมไหว้ครู
วันต่อมา หยางซิ่นเดินทางมาที่บ้านตระกูลเถียนอีกครั้ง
การมาครั้งนี้มีจุดประสงค์เดียวคือการสอนความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ให้กับเถียนเจียเจีย เพราะเมื่อระบบมอบภารกิจมาให้ เขาก็อยากจะทำมันให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
สำหรับเขาและเถียนเจียเจียแล้ว ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ถือเป็นโอกาสทองในการถ่ายทอดวิชาความรู้ หยางซิ่นตั้งใจว่าหลังจากนี้ทุกวันหยุดเขาจะมาติวเข้มให้เถียนเจียเจียเป็นการส่วนตัว เพื่อให้เธอเรียนรู้พื้นฐานการแพทย์ได้ไวที่สุด
ทางด้านเถียนเจียเจีย เมื่อเห็นครูหยางมาหาที่บ้านอีกครั้งเธอก็ยังรู้สึกดีใจ โดยที่หารู้ไม่ว่าหลังจากนี้ไป วันหยุดช่วงวัยเด็กอันแสนสุขของเธอกำลังจะมลายหายไปสิ้น
เมื่อได้ยินว่าหยางซิ่นจะสอนวิชาแพทย์ให้กับหลานสาว ทั้งคุณปู่และคุณย่าเถียนต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น
คนเดียวที่ไม่สนุกด้วยคงหนีไม่พ้นตัวเถียนเจียเจียเอง เพราะในวินาทีนั้นเธอเพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองกำลังจะต้องเผชิญกับอะไร
สำหรับเด็กที่อายุยังไม่ถึงสิบสองปี คำพูดของผู้ใหญ่ถือเป็นกฎเหล็กที่มิอาจฝ่าฝืน แม้เถียนเจียเจียจะไม่เต็มใจเพียงใด เธอก็ต้องยอมก้มหน้าก้มตาเรียนกับหยางซิ่นแต่โดยดี
โชคดีที่วิธีการสอนของหยางซิ่นไม่ได้น่าเบื่อจนเกินไปนัก ไม่นานเถียนเจียเจียก็เริ่มยอมรับความจริงได้
เพื่อไม่ให้ใครมารบกวนการเรียนการสอน คุณปู่เถียนถึงขั้นจัดแจงพื้นที่ในโถงกลางบ้านให้หยางซิ่นโดยเฉพาะ เพื่อให้เขาสอนวิชาแพทย์ให้กับหลานสาวได้อย่างเต็มที่